ปฏิทิน

เว็บไซต์แนะนำ

เจ้าของไซต์

  • นิชาพัฒน์ น้อยวิลัย
  • chanakan sianmun
  • ศรชัย ซุ้นเจริญ
  • เบญญาภา ภู่มาลี
  • No.03 WSK
  • sunisa panya
  • รวีวรรณ เปรมชื่น

บทที่๖ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน


 
กาพย์เห่ชมเครื่องคาว - หวาน
  บทพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 2

 

      กาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สันนิฐานว่าทรงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 เพราะมีความบางตอนได้ทรงชมสมเด็จพระศรีสุริเยน ทราบรมราชินีเมื่อครั้งยังเป็นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ ซึ่งมีฝีพระหัตถ์ในกระบวนเครื่องเสวยไม่มีผู้ใดจะมีฝีมือเทียบเคียงได้
       กาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน เป็นความงดงามของวรรณคดีที่สะท้อนให้เห็นความประณีต ละเอียดละอ่อนของชนชาติไทยที่บรรจงประดิดประดอยโภชนาหารนานาชนิดให้เลิศด้วย รสชาติแลวิลาสด้วยรูปลักษณ์ และสะท้อนความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้อย่าเด่นชัด บทเห่แบ่งเป็นชมเครื่องคาว ชมผลไม้ และชมเครื่องหวาน
       บทเห่ชมเครื่องคาว ไม่เพียงแต่จะเอ่ยเพียงชื่ออาหารที่เป็นที่นิยมในกรุงรัตนโกสินทร์เท่านั้น แต่ยังบอกลักษณะที่ควรจะเป็นของอาหารชนิดนั้นไว้

       มัสมั่นแกงแก้วตา
ชายใดได้กลิ่นแกง
หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา

       อาหารคาวที่ปรากฏในบทเห่นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระปรีชาสามารถเลือกอาหารขึ้นมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความในพระราชหฤทัยได้อย่างไพเราะ เหมาะสม กลมกลืนและบริบูรณ์ด้วยอรรถะและพยัญชนะ ซึ่งถือได้ว่าเลิศกว่ารสใดๆ ทั้งสิ้น

       ล่าเตียงคิดเตียงนอน
ลดหลั่นชั้นชอบกล
       เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า
เจ็บไกลใจอาวรณ์
นอนเตียงทองทำเมืองบน
ยลอยากนิทร์คิดแนบนอน
รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน
ร้อนรุมรุ่นกลุ้มกลางทรวง

       (ยาม ที่พระเจ้าแผ่นดินทรงทอดพระเนตร “ ล่าเตียง ” ก็ทรงรำลึกถึงแท่นบรรจถรณ์ที่นำมาจาก ล้านนาของพระมเหสี แลทรงปรารถนาจะร่วมอภิรมย์ประสมสอง หากแต่พอทรงทอดพระเนตรเห็น “ หรุ่ม ” ก็ทรงปริเทวนาการ ด้วยรักนั้นถึงกาลวิปโยค)
       ความรุ่งเรืองของกรุงรัตนโกสินทร์ ทำให้มีการติดต่อค้าขายกับชนชาติต่างๆ จึงทำให้มีการแลกเปลี่ยนระหว่างวัฒนธรรมเกิดขึ้น “ น้ำปลาญี่ปุ่น ” แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างดินแดนสุวรรณภูมิและดินแดนอาทิตย์อุทัยที่ สนิมแนบแน่นมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล เกิดการผสมผสานของวัฒนธรรมด้านอาหารของคนสองเชื้อชาติได้อย่างลงตัว

       ยำใหญ่ใส่สารพัด
รสดีด้วยน้ำปลา
วางจานจัดหลายเหลือตรา
ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ


       เห่ชมผลไม้ เริ่มด้วยการชมผลชิดแช่อิ่ม และพรรณนาถึงผลไม้ชนิดต่างๆ ได้แก่ ลูกตาล ลูกจากลอยแก้ว มะปราง มะม่วงหมอนทอง มะม่วงอกร่อง ลิ้นจี่ พลับจีนกวน น้ำตาล น้อยหน่า ผลเกด ทับทิม ทุเรียน ลางสาด เงาะ และผลสละ
       ศาสตร์และศิลปะแห่งอาหารชาววัง ได้ถูกนำออกมาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบจากบทเห่ชมผลไม้ซึ่งได้พรรณนา ถึงศิลปะในการแกะ ปอก คว้านผลไม้ได้อย่างวิจิตร งดงาม ของกุลสตรีไทยที่ไม่มีหญิงชนชาติใดเหมือน

       น้อยหน่านำเมล็ดออก
มือใครไหนจักทัน
ปล้อนเปลือกปอกเป็นอัศจรรย์
เทียบเทียมที่ฝีมือนาง

       เห่ชมเครื่องหวาน มีเครื่องหวานหลากหลายชนิด ได้แก่ ข้าวเหนียว สังขยาหน้าไข่ ซ่าหริ่ม ลำเจียก มัศกอด ลุดตี่ ขนมจีบ ขนมเทียน ทองหยิบ ขนมผิง รังไร ทองหยอด ทองม้วน จ่ามงกุฎ บัวลอย ช่อม่วง และฝอยทอง เครื่องหวานที่ปรากฏสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานในด้านวัฒนธรรมอาหารของไทย กับหลายเชื้อชาติตั้งแต่ครั้งสมัยสมเด็จพระนารายณ์ กรุงศรีอยุธยา จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์

       ลำเจียกชื่อขนม ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย
       มัศกอดกอดอย่างไร
กอดเคล้นจะเห็นความ
       ลุดตี่นี้น่าชม
โอชาหน้าไก่แกง
นึกโฉมฉมหอมชวยโรย
โหยไห้หาบุหงางาม
น่าสงสัยใครขอถาม

ขนมนามนี้ยังเคลง
แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง
แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย

        กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนอกจาก จะแสดงถึงพระปรีชาสามารถทางกวีของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่ ทรงพระราชนิพนธ์ได้อย่างไพเราะ ยังทำให้เห็นภาพความวิจิตรงดงามของศิลปะอาหารชาววังที่อยู่คู่กับกุลสตรี สยาม ซึ่งความงามของอาหารไม่เพียงแต่ความงามที่ปรากฏแก่สายตามเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงสุนทรีย์แห่งรสชาติ ซึ่งในปัจจุบันตำรับอาหารคาวหวานและผลไม้ชนิดต่างๆ ก็ยังคงเป็นที่รู้จักกันดีในสังคมไทยทุกวันนี้



โคลง

       แกงไก่มัสมั่นเนื้อ
หอมยี่หร่ารสฉุน
ชายใดบริโภคภุญช์
แรงอยากยอหัตถ์ช้อน

กาพย์

       มัสมั่นแกงแก้วตา
ชายใดได้กลิ่นแกง
       ยำใหญใส่สารพัด
รสดีด้วยน้ำปลา
       ตับเหล็กลวกหล่อนต้น
โอชาจะหาไหน
       หมูแนมแหลมเลิศรส
พิศห่อเห็นรางชาง
       ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น
รสทิพย์หยิบมาโปรย
       เทโพพื้นเนื้อทอง
น่าซดรสครามครัน
       ความรักยักเปลี่ยนท่า
กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม
       ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ
ใครหุงปรุงไม่เป็น
       เหลือรู้หมูป่าต้ม
รอยแจ้งแห่งความขำ
       ช้าช้าพล่าเนื้อสด
คิดความยามถนอม
       ล่าเตียงคิดเตียงน้อง
ลดหลั่นชั้นชอบกล
       เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า
เจ็บไกลใจอาวรณ์
       รังนกนึ่งน่าซด
นกพรากจากรังรวง
       
ไตปลาเสแสร้งว่า
ใบโศรกบอกโศรกครวญ
       ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง
ผักหวานซ่านทรวงใน

โคลง
       ผลชิดแช่อิ่มโอ้
หอมชื่นกลืนหวานใน
รื่นรื่นรสรมย์ใด
หวานเลิศเลือรู้รู้

กาพย์
       ผลชิดแช่อิ่มอบ
รสไหนไม่เปรียบปาน
       ตาลเฉาะเหมาะใจจริง
คิดความยามพิศมัย
       ผลจากเจ้าลอยแก้ว
จากช้ำน้ำตากระเด็น
       หมากปรางนางปอกแล้ว
ยามชื่นรื่นโรยแสง
       หวนห่วงม่วงหมอนทอง
คิดความยามนิทรา
       ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น
หวนถวิลลิ้นลมงอน
       พลับจีนจักด้วยมีด
คิดโอษฐ์อ่อนยิ้มยวน
       น้อยหน่านำเมล็ดออก
มือใครไหนจักทัน
       ผลเกดพิเศษสด
คำนึงถึงเอวบาง
       ทับทิมพริ้มตราตรู
สุกแสงแดงจักย้อย
       ทุเรียนเจียนตองปู
เหมือนศรีฉวีกาย
       ลางสาดแสวงเนื้อหอม
กลืนทางพลางเพ่งพิศ
       ผลเงาะไม่งามแงะ
หวนเห็นเช่นรจนา
       สละสำแรงผล
ท้าทิ่มปิ้มปีนกาม

โคลง

       สังขยาหน้าไข่คุ้น
แกมกับข้าวเหนียวสี
เป็นนัยนำวาที
แถลงว่าโศกเสมอพร้อม

กาพย์
       สังขยาหน้าตั้งไข่
เป็นนัยไม่เคลือบแคลง
       ซ่าหลิ่มลิ้มหวานล้ำ
วิตกอกแห้งเครือ
       ลำเจียกชื่อขนม
ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย
       มัศกอดกอดอย่างไร
กอดเคล้นจะเห็นความ
       ลุดตี่นี้น่าชม
โอชาน่าไก่แกง
       ขนมจีบเจ้าจีบห่อ
นึกน้องนุ่งจีบถวาย
       รสรักยักลำนำ
คำนึงนิ้วนางเจียน
       ทองหยิบทิพย์เทียมทัด
หลงหยิบว่ายาดม
       ขนมผิงผิงผ่าวร้อน
ร้อนนักรักแรมไกล
       รังไรโรยด้วยแป้ง
โอ้อกนกทั้งปวง
       ทองหยอดทอดสนิท
สองปีสองปิดปัง
       งามจริงจ่ามงกุฏ
เรียมร่ำคำนึงปอง
       บัวลอยเล่ห์บัวงาม
ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล
       ช่อม่วงเหมาะมีรส
คิดสีสไบคลุม
       ฝอยทองเป็นยองใย
คิดความยามเยาวมาลย์



นพคุณ พี่เอย
เฉียบร้อน
พิศวาส หวังนา
อกให้หวนแสวงฯ


หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา
วางจานจัดหลายเหลือตรา
ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ
เจือน้ำส้มโรยพริกไทย
ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง
พริกไทยสดใบทองหลาง
ห่างห่อหวนป่วนใจโหย
วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย
ฤาจะเปรียบเทียบทันขวัญ
เป็นมันย่องล่องลอยมัน
ของสวรรค์เสวยรมย์
ทำน้ำยาอย่างแกงขม
ชมไม่วายคลับคล้ายเห็น
รสพิเศษใส่ลูกเอ็น
เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ
แกงคั่วส้ม
ใส่ระกำ
ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม
ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม
สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์
นอนเตียงทองทำเมียงบน
ยนอยากนิทรคิดแนบนอน
รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน
ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง
โอชารสกว่าทั้งปวง
เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน
ดุจวาจากระบิดกระบวน
ให้พี่เคร่าเจ้าดวงใจ
เป็นโฉมน้องฤาโฉมไหน
ใคร่ครวญรักผักหวานนางฯ


เอมใจ
อกชู้
ฤาดุจ นี้แม่
แต่เนื้อนงพาลฯ


หอมตรลบล้ำเหลือหวาน
หวานเหลือแล้วแก้วกลอยใจ
รสเย็นยิ่งยิ่งเย็นใจ
หมายเหมือนจริงยิ่งอยากเห็น
บอกความแล้วจากจำเป็น
เป็นทุกข์ท่าหน้านวลแตง
ใส่โถแก้วแพร้วพรายแสง
ปรางอิ่มอาบซาบนาสา
อีกอกร่องรสโอชา
อุราแนบแอบอกอร
เรียกส้มฉุนใช้นามกร
ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน
ทำประณีตน้ำตาลกวน
ยลยิ่งพลับยับยับพรรณ
ป้อนเปลือกออกเป็นอัศจรรย์
เทียบเทียมที่ฝีมือนาง
โอชารสล้ำเหลือปาง
สางเกศเส้นขนเม่นสอย
ใส่จานดูดุจเม็ดพลอย
อย่างแหวนก้อยแก้วตาชาย
เนื้อดีดูเหลืองเรืองพลอย
สายสวาทพี่ที่คู่คิด
ผลงอมงอมรสหวานสนิท
คิดยามสาทรยาตรามา
มล่อนเมล็ดและเหลือปัญญา
จ๋าเจ้าเงาะเพราะเห็นงาม
คิดลำต้นแน่นหนาหนาม
นามสละมละเมตตา


เคมี
โศกย้อม
สมรแม่ มาแม่
เพียบแอ้อกอรฯ


ข้าวเหนียวใส่สีโศกแสดง
แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ
แทรกใส่น้ำกะทิเจือ
ได้เสพย์หริ่มพิมเสนโรย
นึกโฉมฉมหอมชวยโชย
โหยไห้หาบุหงางาม
น่าสงสัยใคร่ขอถาม
ขนมนามนี้ยังแคลง
แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง
แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย
งามสมส่อประพิมประพาย
ชายพกจีบกลีบแนบเนียน
ประดิษฐ์ทำขนมเทียน
เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม
สามหยิบชัดน่าเชยชม
ก้มหน้าเมินเขินขวยใจ
เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน
เมื่อไรเห็นจะเย็นทรวง
เหมือนนกแกล้งทำรังรวง
ยังยินดีด้วยมีรัง
ทองม้วนมิดคิดความหลัง
แต่ลำพังสองต่อสอง
ใส่ชื่อดุจมงกุฏทอง
สะอิ้งน้องนั้นเคยยล
คิดบัวกามแก้วกับตน
สถนนุชดุจประทุม
หอมปรากฏกลโกสุม
หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน
เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน
เย็บชุนใช้ไหมทองจีนฯ






กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

                               
Comments