Home‎ > ‎

เซลล์

CELL




    เซลล์ (cell) เป็นโครงสร้างและหน่วยทำงานที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด ในบางครั้งอาจเรียกว่า หน่วยที่เป็นองค์ประกอบของชีวิต ("building blocks of life") สิ่งมีชีวิตบางชนิด เช่น แบคทีเรีย ประกอบด้วยเซลล์เพียง 3 เซลล์ (unicellular) แต่สัตว์หลายชนิด เช่น มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (multicellular) (มนุษย์มีเซลล์อยู่ประมาณ 100 ล้านล้าน หรือ 1014 เซลล์)
ทฤษฎีเซลล์ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2382 (ค.ศ. 1839) โดยแมตเทียส จาคอบ ชไลเดน (Matthias Jakob Schleiden) และ ทีโอดอร์ ชวานน์ (Theodor Schwann) ได้อธิบายว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหมดประกอบด้วยเซลล์หนึ่งเซลล์หรือมากกว่า เซลล์ทั้งหมดมีกำเนิดมาจากเซลล์ที่มีมาก่อน (preexisting cells) ระบบการทำงานเพื่อความอยู่รอดของสิ่งที่มีชีวิตทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเซลล์ และภายในเซลล์ยังประกอบด้วยข้อมูลทางพันธุกรรม (hereditary information) ซึ่งจำเป็นสำหรับการควบคุมการทำงานของเซลล์ และการส่งต่อข้อมูลทางพันธุกรรมไปยังเซลล์รุ่นต่อไป
คำว่า เซลล์ มาจากภาษาละตินที่ว่า cella ซึ่งมีความหมายว่า ห้องเล็กๆ


วิธีการจัดกลุ่มเซลล์ไม่ว่าเซลล์นั้นจะอยู่ตามลำพังหรืออยู่เป็นกลุ่ม ได้แก่ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว (unicellular) ซึ่งดำรงชีวิตเพื่อความอยู่รอด จนไปถึงการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มที่เรียกว่า โคโลนี (colonial forms) หรือ สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (multicellular) ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะกลายเป็นเซลล์เฉพาะทางที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ เช่น เซลล์ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์

โดยสรุป เซลล์สามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ



ภาพ : Prokaryote and Eukaryote

ออร์แกเนลล์ต่างๆในเซลล์

สิ่งที่อยู่ภายในเยื่อหุ้มเซลล์ทั้งหมดยกเว้นนิวเคลียส เรียกว่า ไซโทพลาซึม ซึ่งเป็นของเหลวที่มีโครงสร้างเล็ก ๆ คือ ออร์แกเนลล์ (Organelle) กระจายอยู่ทั่วไป โดยออร์แกเนลล์ส่วนใหญ่จะมีเยื่อหุ้ม ทำให้องค์ประกอบภายในออร์แกเนลล์แยกออกจากองค์ประกอบอื่น ๆ ในไซโทพลาซึม ปฏิกิริยาทางชีวเคมีในออร์แกเนลล์จึงเกิดขึ้นได้อย่างเอกเทศ ทั้งนี้ ภายในเซลล์จะมีออร์แกเนลล์อยู่หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีโครงสร้างและหน้าที่แตกต่างกันไป



ร่างแหเอนโดพลาซึม (Endoplasmic Reticulum) มีลักษณะเป็นเยื่อบาง ๆ 2 ชั้นพับไปมา แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีไรโบโซมเกาะติดอยู่ เรียกว่า แบบผิวขรุขระ (Rough Endoplasmic Reticulum) ทำหน้าที่ร่วมกับไรโบโซมในการสังเคราะห์โปรตีนและส่งโปรตีนออกนอกเซลล์
โดยส่งผ่านทางกอลจิแอพพาราตัสเพื่อนำไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ของสิ่งมีชีวิต ส่วนอีกชนิดหนึ่งคือ ชนิดที่ไม่มีไรโบโซมเกาะติดอยู่ เรียกว่า แบบผิวเรียบ (Smooth Endoplasmic Reticulum) ซึ่งจะทำหน้าที่แตกต่างกันไปตามประเภทของเซลล์ เช่น ในเซลล์ตับ ทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ในเซลล์ของเยื่อบุผิวลำไส้เล็ก ทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหารประเภทไขมัน ในเซลล์ชั้นนอกของต่อมหมวกไต ทำหน้าที่สร้างไขมันประเภทสเตรอยด์ที่เป็นฮอร์โมนหลายชนิด



ไรโบโซม (Ribosome) เป็นออร์แกเนลล์ขนาดเล็กที่ไม่มีเยื่อหุ้ม ประกอบด้วยโปรตีนและกรดไรโบนิวคลีอิก กระจายอยู่ทั่วไปภายในไซโทพลาซึม โดยอาจลอยอยู่เป็นอิสระ หรือต่อกันเป็นสาย หรือเกาะอยู่บนร่างแหเอนโดพลาซึมและเยื่อหุ้มนิวเคลียสชั้นนอก มีหน้าที่สำคัญในการสังเคราะห์โปรตีนเพื่อใช้ภายในหรือภายนอกเซลล์ 


กอลจิแอพพาราตัส (Golgi Apparatus) มีลักษณะคล้ายถุงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ทำหน้าที่สร้างคาร์โบไฮเดรตสำหรับใช้ในปฏิกิริยาเคมีของเซลล์หรือรวมกับโปรตีนที่สร้างจากร่างแหเอนโดพลาซึม
แบบผิวขรุขระกลายเป็นไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) แล้วเก็บไว้ในถุงเล็กๆ  บริเวณขอบของกอลจิแอพพาราตัสที่เรียกว่า เวสิเคิล (Vesicle) เพื่อใช้ภายในเซลล์หรือส่งออกไปนอกเซลล์ โดยเวสิเคิลจะเคลื่อนที่หลุดออกจากกอลจิแอพพาราตัสไปได้



ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) มีลักษณะยาวรีและยืดหยุ่นได้ ความยาวก็แตกต่างกันไป ประกอบด้วยเยื่อหุ้มสองชั้น ชั้นนอกทำหน้าที่เป็นเยื่อเลือกผ่าน ส่วนชั้นในจะพับซ้อนไปมาเพื่อเพิ่ม พื้นที่ผิว ภายในไมโทคอนเดรียมีของเหลวบรรจุอยู่ ซึ่งจำนวนของไมโทคอนเดรียในเซลล์แต่ละชนิดจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหน้าที่ของเซลล์ โดยไมโทคอนเดรียเป็นแหล่งผลิตสารที่มีพลังงานสูงให้แก่เซลล์ 


คลอโรพลาสต์ (Chloroplast) พบได้ในเซลล์พืชและสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวบางชนิด มีลักษณะเป็นเม็ดกลมรี ประกอบด้วยเยื่อหุ้มสองชั้น ภายในมีรงควัตถุที่ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงอยู่หลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวที่เรียกว่า คลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) นอกจากนี้ยังมีรงควัตถุสีอื่น ได้แก่ คาโรทีนอยด์ (Carotenoid) แซนโทฟีลล์ (Xanthophyll) และไฟโคบิลิน (Phycobilin) 

เซนทริโอล (Centriole) พบในเซลล์สัตว์และโพรทิสต์บางชนิด มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งเซลล์ มีลักษณะคล้ายท่อทรงกระบอก 2 อันตั้งฉากกัน ซึ่งแต่ละอันประกอบด้วยหลอดเล็ก ๆ เรียกว่า ไมโครทูบูล (Microtubule) ที่เกิดจากเส้นใยของโปรตีนมารวมกลุ่มกัน


แวคิวโอล (Vacuole) เป็นออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้มชั้นเดียว มีขนาดและรูปร่างไม่แน่นอน
ภายในมีของเหลวบรรจุอยู่ พบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ในเซลล์พืชทั่วไป แวคิวโอลมักมีขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมปริมาณน้ำในเซลล์ ในโพรทิสต์บางชนิด ได้แก่ อะมีบา พารามีเซียม มีแวคิวโอลที่เรียกว่า คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล (Contractile Vacuole) ทำหน้าที่รับสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำที่มีของเสียปนอยู่ 
แล้วกำจัดออกนอกเซลล์โดยการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ นอกจากนี้ แวคิวโอลในโพรทิสต์บางชนิดยังมีอาหารอยู่ภายใน เรียกว่า ฟูดแวคิวโอล (Food Vacuole)


Comments