3.4 ทฤษฎีมนุษย์นิยม

แนวคิดที่เกี่ยวของกับจิตวิทยามนุษยนิยม


            ในปค.ศ.1954 อัมบราฮัม มาสโลว ไดเริ่มคิดเกี่ยวกับจิตวิทยามนุษยนิยม เพราะมาสโลวเกิดความคิดวาจิตวิทยาสกุลต่าง ๆ ลืมที่จะพูดถึง การทํางานของคนที่ปกติ” (healthyhuman being’s functioning) “การดําเนินชีวิต” (mode of living) และ จุดมุงหมายของชีวิต(goals of life) มาสโลวจึงเสนอจิตวิทยามนุษยนิยมในฐานะทางเลือกที่ 3 นอกเหนือจากจิตวิเคราะหและพฤติกรรมนิยม ตั้งแตปค.ศ.1950 เปนตนมาไดมีเสียงคัดคานความคิดเห็นของ2 กลุมนี้ผูที่เห็นดวยกับการเคลื่อนไหวของกลุมมนุษยนิยมมีความรูสึกวากลุมพฤติกรรมนิยมโดยเฉพาะที่นําเสนอโดยสกินเนอรเปนสิ่งที่เย็นชา แคบ และขาดความเขาใจในความเปนมนุษย โดยมองวาพฤติกรรมนิยมลดบทบาทของความเปนมนุษยลงมาเปน หนูขาวตัวใหญหรือเครื่องคํานวณที่ชา ๆเทานั้น กลุมพฤติกรรมนิยมไมไดใหความสนใจกับคุณภาพและศักยภาพของมนุษย ซึ่งแยกมนุษยออกจากการทดลองในหองทดลองของหนูนกพิราบหรือลิงและขณะเดียวกันจิตวิทยามนุษยนิยมวิจารณวาจิตวิเคราะหสนใจศึกษาแตคนที่มีปญหาโดยการมุงสนใจแตคนที่ไมปกติเทานั้น มาสโลวจึงตั้งคําถามวาจิตวิเคราะหจะศึกษาความปกติของคนอยางไร ? มาสโลวพูดไววา ถาศึกษาแตคนที่ไรความสามารถ เติบโตชา ไมมีวุฒิภาวะและสุขภาพไมดีจะไดผลแตจิตวิทยาและปรัชญาที่ไรความสามารถเทานั้นในปค.ศ.1961 ไดเกิด Journal of Humanistic Psychology และในปค.ศ.1962 ไดมีการกอตั้ง American 174 PC 460


    มนุษยนิยมในระยะเริ่มตน

    ถึงแมวาแนวคิดของจิตวิทยามนุษยนิยมจะเริ่มตนจากงานเขียนของมาสโลวและโรเจอรสแตไดรับการปูพื้นฐานมากอนแล้ว แนวความคิดเกี่ยวกับมนุษยนิยมเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรอเนซองตหรือแมแตกอนหนานั้นในลักษณะของการใหความสนใจกับการมีชีวิตอยูโดยไม่เกี่ยวของกับเรื่องของโชคชะตาหรือเคราะหกรรม มนุษยไมใชเปนผลของความไมเห็นแกตัว และความใจบุญเทานั้น แตเปนเรื่องของ ปจเจกชน” (individualism : ปจเจกชนที่มีอิสระสิทธิและเสรีภาพทั้งความคิดและการกระทํา) ซึ่งเปนสิ่งที่ทําใหเกิดความเขาใจในความเปนมนุษยอย่างแท้จริง ซึ่งความเปน มนุษยที่เรียกในปัจจุบันวางอยูบนพื้นฐานของขอเขียนและความรูที่ถูกนําเสนอไวตั้งแตสมัยกรีกโบราณในภาษาลาตินรวมทั้งในปรัชญา ซึ่งกลายมาเปนสิ่งที่ยอมรับกันในปจจุบัน

    วิลเลี่ยม เจมส์ (William James)  จากงานเขียนทุกเล่มของโรลโร เมย (Rollo May) ซึ่งเขียนถึงงานเขียนของเจมส์ที่

    เจมส์มองดูตนเองในฐานะของความเป็น มนุษย” (Human being) ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของเจมส์กับเรื่องของปัญหาชีวิต ซึ่งแต่ละปัญหาที่เจมสพูดถึงนําไปสูคําถามในภายหลังว่าเจมสจัดการอย่างไรกับปัญหาเหล่านั้น แนวคิดและทฤษฏีของเจมสที่เน้นการปฏิบัติได้(pragmatism) สะท้อนให้เห็นความกระตือรือร้นที่ให้ความสนใจกับความต้องการของมนุษย์ อิทธิพลโดยตรงที่ได้รับจากเจมสคือ ทฤษฏีเกี่ยวกับ Self ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือ Principleof Psychology (1890 pp.108109) ซึ่งทฤษฏีเกี่ยวกับ Self ในปัจจุบันต่างได้รับอิทธิพลไม่ทางตรงก็ทางอ้อมจากงานเขียนนี้ เจมสได้แบ่ง Self ออกเป็นลําดับขั้น (hierarchy) โดยเริ่มจาก

1. material self

2. the social self or selves

3. the spiritual self

4. the Pure

    Ego และในข้อสุดทายนี้เป็นสิ่งที่ตรงกับของนักทฤษฏี self ในปัจจุบันมากที่สุด material self หมายถึง ร่างกายของคนๆ หนึ่ง เพื่อนและทรัพย์สินต่าง ๆ social self หมายถึง การมีปฏิสัมพันธกับผูอื่นหรือบุคคลอื่น spiritual self หมายถึง การทํางานและศักยภาพของจิตใจPure-ego เป็นสิ่งซึ่งเจมสอธิบายได้ยากมากและกลายเป็น “I” หรือ self ในฐานะ ผู้รู้(knower) ในขณะที่อีก 3 อย่างเป็น self ในฐานะ “me” หรือในฐานะ เข้าใจ รู้จัก” (known) ซึ่งกลายเป็นชนิดของการรับรู้ คือ “soul” (kind of knowing soul) PC 460 175

    ทฤษฏีที่เกี่ยวกับ self อื่น ๆ “self” ได้เข้ามามีส่วนในจิตวิทยามนุษยนิยมโดยเฉพาะในแนวคิดของคารล โรเจอรสแต่ยังมีนักจิตวิทยาที่กล่าวถึง self ไว้อีกหลายคน เชน ยอรจ เฮอรบารด มี๊ด (George HerbertMead) จากหนังสือ Mind, Self and Society (ค.ศ.1934) ซึ่งกลาวถึง self ในฐานะที่เป็นผู้รับรู้(awareness) มากกว่าเรื่องของกระบวนการหรือการกระทํา เมื่อแรกเกิดคนเรายังไม่มี“self” เมื่อ self เกิดขึ้นในจิตสํานึกทําให้คน ๆ นั้นจะรับรู้หรือเข้าใจสิ่งตาง ๆ ที่อยู่ภายนอกตัวเอง คน ๆ นั้นเรียนรู้ที่จะคิด มีทัศนคติมีความรู้สึกเกี่ยวกับตัวเอง และสังคมภายนอกมีบทบาทในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคน ๆ นั้นด้วย มี๊ดคิดเหมือนเจมสว่าถ้าคน ๆ นั้นอยูในสังคมที่ต่างออกไป ก็จะพัฒนาเปลี่ยนไปตามสังคมที่คน ๆ นั้นอยู่รวมด้วยนอกจากนั้นแล้วสนิกกและคอรม (Snygg and Coombs) ยังได้กล่าวถึงเรื่องของ selfเหมือนกับแนวคิดของเกสตัลลในเรื่องของ phenomenological field (ปรากฏการณ์ตามธรรม-ชาติที่รับรู้ได้โดยประสาทสัมผัส) ซึ่งประกอบด้วยประสบการณ์ทุกอย่างของคน ๆ นั้นในขณะนั้น และสิ่งที่คน ๆ นั้นจะกระทําอะไรในขณะนั้นแนวคิดพื้นฐานของจิตวิทยามนุษยนิยมดังที่กล่าวไว้ในตอนตนจิตวิทยามนุษยนิยมเป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวไม่ใช่เรื่อง

ทฤษฎีมนุษยนิยม

ทฤษฎีมนุษยนิยมมีวิวัฒนาการมาจากทฤษฎีกลุ่มที่เน้นการพัฒนาตามธรรมชาติ แต่ก็จะมีความเป็นวิทยาศาสตร์ คือเป็นกระบวนการมากยิ่งขึ้น กลุ่มทฤษฎีมนุษยนิยม เป็นทฤษฎีที่คัดค้านการทดลองเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์แล้วมาใช้อ้างอิงกับมนุษย์และปฏิเสธที่จะใช้คนเป็นเครื่องทดลองแทนสัตว์ นักทฤษฎีในกลุ่มนี้เห็นว่ามนุษย์มีความคิด มีสมอง อารมณ์และอิสรภาพในการกระทำ การเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีนี้เชื่อว่าผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียน การจัดการเรียนการสอนจึงมุ่งให้เกิดการเรียนรู้ทั้งด้านความเข้าใจ ทักษะและเจตคติไปพร้อม ๆ กันโดยให้ความสำคัญกับความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม การแสดงออกตลอดจนการเลือกเรียนตามความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก บรรยากาศในการเรียนเป็นแบบร่วมมือกันมากกว่าการแข่งขันกันอาจารย์ผู้สอนทำหน้าที่ช่วยเหลือให้กำลังใจและอำนวยความสะดวกในขบวนการเรียนของผู้เรียนโดยการจัดมวลประสบการณ์ เอื้อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้


                   หลักการหรือความเชื่อของทฤษฎี                         

      หลักการหรือความเชื่อของทฤษฎีมนุษย์นิยม คือ
1. มนุษย์มีธรรมชาติแห่งความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้
2. มนุษย์มีสิทธิในการต่อต้านหรือไม่พอใจในผลที่เกิดขึ้นจากสิ่งต่างๆ แม้สิ่งนั้นจะได้รับการยอมรับว่าจริง
3. การเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดของมนุษย์คือการที่มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงแนวความคิด หรือมโนทัศน์ของตนเอง

 ลักษณะสำคัญ
นักทฤษฎีกลุ่มนี้มีความเชื่อว่ามนุษย์มีอิสระที่จะเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ดีจากการสนับสนุน หรือส่งเสริมของครูผู้สอน ผู้นำความคิดที่สำคัญได้แก่ Rogers และ Maslow  ทฤษฏีนี้ เชื่อว่าผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียน การจัดการเรียนการสอนจึงมุ่งให้เกิดการเรียนรู้ทั้งด้านความเข้าใจ ทักษะและเจตคติไปพร้อม ๆ กันโดยให้ความสำคัญกับความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม การแสดงออกตลอดจนการเลือกเรียนตามความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก


             
การประยุกต์ใช้
การประยุกต์ใช้ของทฤษฎีมนุษย์นิยม ซึ่งครูผู้สอนเป็นผู้นำไปประยุกต์ใช้  มีข้อปฏิบัติสำคัญ ดังนี้
1. ครูควรเป็นคนใจกว้าง ไม่ยึดติดกับความคิด หรือความเชื่อของตนเอง
2. ครูควรรับฟังผู้เรียนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึก
3. ให้ความสำคัญกับผู้เรียนเท่ากับความสำคัญของเนื้อหาที่นำมาสอน
4. ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะทั้งทางบวกและทางลบ
5. กระตุ้นให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง
6. จัดการเรียน กิจกรรม สื่อการเรียนการสอนให้หลากหลาย
7. กระตุ้นให้ผู้เรียนเข้าใจว่าการประเมินผลที่มีคุณค่า คือการประเมินตนเองของผู้เรียน

นักทฤษฎีมนุษย์นิยมและแนวคิด

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยมมีนักปรัชญาหลายหลากท่านที่ศึกษาเกี่ยวกับทฤษฏีนี้ ทฤษฏีและแนวคิดที่สำคัญๆ ในกลุ่มนี้มี  2  ทฤษฏีและ แนวคิด 
สุริน ชุมสาย ณ อยุธยา(http://surinx.blogspot.com/) อ้างถึงในทิศนา แขมมณี(2550 : 50 - 76)กล่าวไว้ว่า
“ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม (Humanism)นักคิดกลุ่มมนุษยนิยม ให้ความสำคัญของการเป็นมนุษย์ และมองมนุษย์ว่ามีคุณค่า มีความดีงาม มีความสามารถ มีความต้องการ และมีแรงจูงใจภายในที่จะพัฒนาศักยภาพของตน หากบุคคลได้รับอิสรภาพและเสรีภาพ มนุษย์จะพยายามพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ นักจิตวิทยาคนสำคัญในกลุ่มนี้คือ มาสโลว์(Maslow) รอเจอร์ส(Rogers) โคมส์(Knowles) แฟร์(Faire) อิลลิช(illich) และนีล(Neil)”   
ทฤษฎีการเรียนรู้ของมาสโลว์  แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้  คือ  มนุษย์ทุกคนมีความต้องการพื้นฐานตามธรรมชาติเป็นลำดับขั้น  และต้องการที่จะรู้จักตนเองและพัฒนาตนเอง 
ทฤษฎีการเรียนรู้ของรอเจอร์  แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้  คือ  มนุษย์สามารถพัฒนาตนเองได้ดีหากอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายและเป็นอิสระ
แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของโคมส์  เชื่อว่าความรู้สึกของผู้เรียนมีความสำคัญต่อการเรียนรู้มาก  เพราะความรู้สึกและเจตคติของผู้เรียนมีอิทธิพลต่อกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน  ณัชชากัญญ์ วิรัตนชัยวรรณ  กล่าวว่า
นักคิดกลุ่มมนุษยนิยมให้ความสำคัญของความเป็นมนุษย์และมองมนุษย์ว่ามีคุณค่า มีความดีงาม มีความสามารถ มีความต้องการ และมีแรงจูงใจภายในที่จะพัฒนาศักยภาพของตน หากบุคคลมีอิสระภาพและเสรีภาพ มนุษย์จะพยายามพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของโนลส์ เชื่อว่าผู้เรียนจะเรียนรู้ได้มากหากมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ มีอิสระที่จะเรียนและได้รับการส่งเสริมในการพัฒนาด้วยตนเอง
แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของแฟร์ เชื่อว่าผู้เรียนต้องถูกปลดปล่อยจากการกดขี่ของครูที่สอนแบบเก่า ผู้เรียนมีศักยภาพและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะกระทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง
แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของนีล  เชื่อว่ามนุษย์เป็นผู้มีศักดิ์ศรี  มีความดีโดยธรรมชาติ  หากมนุษย์อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น  บริบูรณ์ด้วยความรัก  มีอิสรภาพและเสรีภาพ  มนุษย์จะพัฒนาไปในทางที่ดีทั้งต่อตนเองและสังคม 
บริหารการศึกษา กลุ่มดอนทอง52 (http://dontong52.blogspot.com/ ) กล่าวว่า
นักคิดกลุ่มมนุษยนิยม ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ และมองมนุษย์ว่ามีคุณค่ามีความดีงาม มีความสามารถ มีความต้องการ นักจิตวิทยาคนสำคัญในกลุ่มนี้คือ มาสโลว์ รอเจอร์ส โคม โนลส์ แฟร์ อิลลิซ และนีล
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม นักจิตวิทยาในกลุ่มนี้มีความเห็นตรงกันว่าเด็กควรได้รับความช่วย เหลือจากครูในทุกด้านไม่ใช่เฉพาะการได้รับความรู้หรือการมีความเฉลียวฉลาดเพียงอย่างเดียว แต่ควรได้รับความช่วยเหลือให้รู้จักศึกษาและสำรวจเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก และทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด  เจตคติ  และจุดมุ่งหมายความต้องการของตนเอง  หรืออาจกล่าวได้ว่านักเรียนควรจะได้รับความช่วยเหลือให้มีความเข้าใจในตนเองและมีจุดยืนเป็นของตนเองอย่างชัดเจนว่าตนเองมีความต้องการสิ่งใดแน่และมีจุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างไร เพราะในปัจจุบันมีสิ่งที่เด็กจะต้องตัดสินใจเลือกมากมาย  คนที่มีจุดยืนที่แน่นอนเท่านั้นจึงจะสามารถเลือกสิ่งที่มีความหมายและก่อให้เกิดความพึงพอใจให้กับตนเองให้ดีที่สุด
กล่าวโดยสรุป  ความเป็นมนุษย์และมองมนุษย์ว่ามีคุณค่า  มีความดีงาม  มีความสามารถ  มีความต้องการ  และมีแรงจูงใจภายในที่จะพัฒนาศักยภาพของตน  หากบุคคลมีอิสรภาพและเสรีภาพ  มนุษย์จะพยายามพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์




3.5 ทฤษฎีการพยาบาล
Comments