แหล่งสืบค้นทางวิชาการ

การทำนาข้าวโยน

โดย...ครูวิชา พันธวงศ์

           วันหนึ่ง(พ.ศ.๒๕๕๓)ข้าพเจ้านั่งดูทีวีรายการข่าวในพระราชสำนัก ภาพข่าวสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาทรงสาธิตวิธีทำนาโยนให้แก่ราษฎรดูเป็นตัวอย่าง พระองค์บอกว่าเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด ได้ผลผลิตดี คุ้มการลงทุนในยุคปัจจุบัน และเป็นการดำเนินตามรอยพ่อหลวงเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง ทำให้ข้าพเจ้าอดที่จะทดลองปลูกข้าวตามแนวทางของพระองค์ไม่ได้ จึงเริ่มการทดลองในที่นาของตนเอง  จำนวน ๑  ไร่  ตามลำดับดังนี้

ขั้นที่ ๑ เตรียมตกกล้าหว่านห่าง ๆ ไว้ที่แปลงสาธิตใกล้ที่นา โดยกำหนดพื้นที่ทดลองจำนวน ๑ ไร่ ใช้ข้าวปลูก ๒๐ กิโลกรัม ใช้พันธุ์ข้าวมะลินิล(หอมนิล) ราคากิโลกรัมละ ๓๕ บาท เป็นเงินรวม ๗๐๐ บาท พอกล้าอายุได้ ๑๕-๒๐ วัน จึงถอนกล้าเพื่อนำไปโยนห่าง ๆ ประมาณ ๒๐-๓๐ เซ็นติเมตร โดยโยนทีละ ๑-๒ กลีบก็พอ ดังรูป

ขั้นที่ ๒ เตรียมดินปลูกข้าวโดยการไถและปั่นดินให้ร่วนด้วยรถไถนา ก่อนไถใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำเองจากเศษขยะในครัวเรือน(ปุ๋ยอินทรีย์+น้ำหมักชีวภาพทำเองเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ากากน้ำตาล ๑๓๐ บาท) และให้ทำการไถนาก่อนโยนกล้า ๑ วัน ค่าไถนาไร่ละ ๓๐๐ บาท

ขั้นที่ ๓ ดูแลด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักชีวภาพ+EM ที่ทำเอง ๑๕ วันต่อครั้ง โดยการฉีดพ่นให้ปุ๋ยทางใบหรือบรรจุขวดน้ำอัดลมเทรอบๆ นาข้าว ข้าวจะแตกกองาม แต่จะต้องดูแลน้ำไม่ให้ขาดโดยจะต้องมีน้ำขังไม่น้อยกว่า ๑๐ เซ็นติเมตร

ใส่ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ+EM ทุก ๑๕ วัน ข้าวแตกกอ ๒๐-๓๒ กลีบ ทดลองกับข้าวพันธุ์มะลินิล และมะลิแดง(กุหลาบแดง)ก็ได้ผลเช่นกัน

                       ข้าวมะลินิล(หอมนิล)
 
  ข้าวมะลิแดง (กุหลาบแดง)
ขั้นที่ ๔ เก็บเกี่ยวข้าวเมื่อครบ ๑๒๐ วัน (ข้าวมะลินิล)ส่วนข้าวมะลิแดงใช้เวลา ๖ เดือน โดยใช้รถเกี่ยวข้าวของชุมชนค่ารถเกี่ยวข้าวไร่ละ ๖๕๐ บาท
 
เมื่อข้าวแก่สุกได้ที่ก็เก็บเกี่ยวโดยใช้รถเกี่ยวข้าวของชุมชน

แปลงทดลองนี้ได้ผลผลิตต่อไร่จำนวน ๔๐๐ กิโลกรัม (สภาพที่นาเป็นท้องนาทั่ว ๆ ไม่ได้ปรุงดินให้สมบูรณ์ก่อนการทดลอง)จากขั้นตอนแรกจนถึงขั้นการเก็บเกี่ยวใช้งบประมาณ เฉพาะแปลงทดลอง แยกเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้

๑. ค่าพันธุ์ข้าวมะลินิล ๒๐ กิโลกรัม ( ๑ กิโลกรัม ราคา ๓๕ บาท) เป็นเงิน ๗๐๐ บาท

๒. ค่าปุ๋ยอินทรียฯน้ำหมักชีวภาพ+EM (ผลิตเอง คิดเฉพาะ ค่ากากน้ำตาล ๑๓๐ บาท) เป็นเงิน ๓๐๐ บาท

๓. ค่ารถไถนา ๓๐๐ บาท

๔. ค่ารถเกี่ยวข้าว ๖๕๐ บาท

รวมทั้งสิ้น ๑,๙๕๐ บาท

           ราคาขาย ณ วันสิ้นสุดการทดลอง ข้าวมะลินิล ราคากิโลกรัมละ ๒๐ บาท ถ้าขายทั้งหมดจะได้
๔๐๐X๒๐ = ๘,๐๐๐ บาท (ถ้าสีเป็นข้าวกล้องจะจำหน่ายเป็นข้าวสารกล้องราคา ก.ก.ละ ๗๐ บาท) กำไรเห็น ๆ ๆ ๆ ถ้าไม่ได้ดูทีวีวันนั้น คงไม่มีวันนี้ และข้าพเจ้าสัญญากับตนเองว่าปีหน้าจะทำนาโยนทั้ง ๙ ไร่เลยทีเดียว วันนี้ข้าพเจ้าได้เดินตามรอยพ่อแล้ว ขอให้พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยทรงพระเกษมสำราญ เบิกบานพระทัย เป็นร่มโพธิ์ร่มไทยของปวงชนชาวไทยตลอดไปเทอญ...สาธุ "ครูวิชา พันธวงศ์"
 

Comments