บุรีรัมย์

มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ

ปราสาทเขาพนมรุ่ง 

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง" ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จ.บุรีรัมย์กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นเป็นโบราณสถานสำหรับชาติในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2578 ปัจจุบันอดีตกาลพนมรุ้งเป็นภูเขาไฟซึ่งผ่านการระเบิดมาแล้วและธรรมชาติก็ได้เปลี่ยนแปลงปล่อง ภูเขาไฟ ให้เป็นแหล่งน้ำซึ่งมีปริมาณ น้ำมากเพียงพอต่อการบริโภคและอุปโภคได้ตลอดปีสำหรับคนโดยทั่วไปและสำหรับคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่ขึ้นไปทำสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่บนนั้น

"ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง" เป็นศาสนสถานทางศาสนาพราหมณ์ ลัทธิศิวะนิกาย คือการยกเอาพระศิวะเป็นมหาเทพสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่สร้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ 16-18ร่วมสมัยกับปราสาทนครวัดซึ่งสร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 มหาราชองค์หนึ่งของ กัมพูชาเมื่อพุทธศตวรรษที่ 17 นั้นเป็นศาสนสถานทางศาสนาพราหมณ์ลัทธิวิษณุนิกายคือการยกเอาพระนารายณ์โดยเหตุที่พระศิวะมีถิ่นฐานที่สถิตประทับอยู่บนภูเขาพระสุเมรุ ฉะนั้นการที่บรรพชนในอดีตจะทำสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ถวายเป็นที่ประทับของ พระศิวะมหาเทพ จะต้องหาทำเลหรือชัยภูมิเพื่อจะสมมติว่าคือเขาพระสุเมรุจึงเลือกเอาพนมรุ้งสร้างสิ่งก่อสร้างด้วยหินทรายสีชมพูบนขอบปล่องภูเขาไฟด้านทิศใต้อันเป็นหนทางอันใกล้สวรรค์มากยิ่งกว่าพื้นราบและหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อ รับแสงแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นอันเป็นสิริมงคลและพลังอันยิ่งใหญ่ร้อนแรง

ทับหลังนารายณ์บรรทมสิน

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินนั้น หมายถึง พระนารายณ์เทพองค์หนึ่งของศาสนาพราหมณ์ บรรทมหลับพักผ่อนอยู่บนอนันตนาคราช ณ เกษียรสมุทรโดยมีพระนางลักษมีซึ่งเป็นเทพีแห่งความงามและเป็นพระมเหสีคอยปรนนิบัติพัดวีมิให้ยุงริ้นไรมาไต่ตอมพระนารายณ์เพื่อให้บรรทมหลับพักผ่อนให้สบายเมื่อตื่นบรรทมมาแล้วแล้วและพระพรหมเทพอีกองค์หนึ่งของศาสนาพราหมจะเป็นผู้สร้างโลกและทำสิ่งก่อสร้างขึ้นมาใหม่จึงเริ่มนับใหม่ครั้นสิ้นกัลปโลกก็จะแตกดับลงไปเองพระนารายณ์ก็จะบรรทมหลับพักผ่อนอีกครั้นหนึ่ง

  ทางดำเนินสู่ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง

ทางดำเนิน คือทางเดินก่อนถึงสะพานนาคราชที่ขึ้นสู่ศาสนสถานปราสาทเขาพนมรุ้ง ณ ทิศเบื้องบนสองข้างทางเดินนี้มีเสาศิลาทรายทำคล้ายรูปดอกบัวสี่เหลี่ยมปักเรียงรายสองข้างทางเรียกกันมาแต่เดิมว่าเสานางเรียง เป็นทางเดินสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ขอมโบราณเรียกว่า เสานางจรัญ หากนำเข็มทิศมาวางจับจะเห็นว่าทางดำเนินตรงกับแกนทิศตะวันออกและทิศตะวันตกโดยไม่คลาดเคลื่อน

    เนื่องจากภูมิปัญญาอันชาญฉลาดในการออกแบบและก่อสร้างของปราสาทหินเขาพนมรุ้งได้ตรงตามหลักดาราศาสตร์ซึ่งทำให้เกิดปรากฎการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติคือ "แสงอาทิตย์ส่องทะลุซุ้มประตูทั้ง15 บานของปราสาทเขาพนมรุ้ง" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่มีความมหัศจรรย์และสวยงามเป็นอย่างมาก  โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นปีละ 4 ครั้ง โดยดวงอาทิตย์ขึ้น ตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง 2 ครั้งและดวงอาทิตย์ตก ตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้งอีก 2 ครั้ง โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นทุกๆปี ดังนี้คือ

                 ครั้งที่ 1 ดวงอาทิตย์ตกทะลุซุ้มประตู 15 ช่องประตู ณ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง

                            วันที่ 5 -7 มีนาคม ของทุกปี ในช่วงเวลาประมาณเวลา 18.15 - 18.23 น.

                 ครั้งที่ 2 ดวงอาทิตย์ขึ้นทะลุซุ้มประตู 15 ช่องประตู ณ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง

    วันที่ 3 - 5 เมษายนของทุกปี ในช่วงเวลาประมาณ 06.05 0 06.13

 ครั้งที่ 3 ดวงอาทิตย์ขึ้นทะลุซุ้มประตู 15 ช่องประตู ณ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง

            วันที่ 5 - 7กันยายน ของทุกปี ในช่วงเวลาประมาณ 06.00 - 06.08 น.

 ครั้งที่ 4 ดวงอาทิตย์ตกทะลุซุ้มประตู 15 ช่องประตู ณ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง

            วันที่ 5 - 7ตุลาคม ของทุกปี ในช่วงเวลาประมาณ 17.50 - 17.58

โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในช่วงประมาณวันและเวลาดังกล่าวของทุกปีแต่บางช่วงเวลาอาจจะไม่สามารถมองเห็นได้เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 (บุรีรัมย์-นางรอง) เป็นระยะทประมา50 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 (สีคิ้ว-อุบลราชธานี) ไปจนถึงหมู่บ้านตะโก ประมาณ 14 กิโลเมตร แล้วจึงเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ผ่านบ้านตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) เป็นระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร ถึงตัวอำเภอประโคนชัย จะเห็นทางแยกที่จะไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 21 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2075 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ถ้าเดินทางโดยใช้บริการรถโดยสารจากขนส่งบุรีรัมย์ ก็ให้ขึ้นรถโดยสารสายบุรีรัมย์-จันทบุรี พอถึงที่หมู่บ้านตะโก แล้วจึงลงจากรถ จากนั้นจะมีรถสองแถววิ่งไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือไม่ก็นั่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง


Comments