ประวัติหมู่บ้าน

ประวัติหมู่บ้าน

http://www.teedindd.com/home/components/com_joomlaboard/uploaded/images/______-3d05807c6830da1809f64b39e6cef667.jpg

บ้านพุน้ำเปรี้ยวในปัจจุบัน  ได้ย้ายที่ตั้งหมู่บ้านมาพร้อมกับการตั้งที่ว่าการอำเภอศรีสวัสดิ์ใน ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2519  มาตั้งอาณาเขตตามที่ตั้งในปัจจุบัน  ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ  15  กิโลเมตร  แต่เดิมราษฎรของหมู่บ้านพุน้ำเปรี้ยวเป็นชาวไทย  และชาวไทย-ขมุ   สาเหตุที่ต้องย้ายถิ่นฐานก็เพราะทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้มีนโย บายให้ทำการสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ในปัจจุบัน  จึงทำให้พื้นที่เดิมของหมู่บ้านเป็นเขตน้ำท่วม  พื้นที่ในปัจจุบันของหมู่บ้านพุน้ำเปรี้ยวเป็นพื้นที่ที่ทางการไฟฟ้าฝ่าย ผลิต (กฟผ.) จัดสรรที่ดินให้ราษฎร  โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยครอบครัวละ 2 ไร่  และที่ดินทำกินอีกครอบครัวละ 18 ไร่  รวมครอบครัวละ 20 ไร่ แทนที่ดินเดิมที่ถูกน้ำท่วม  ปัจจุบันราษฎรของหมู่บ้านพุน้ำเปรี้ยวมีกลุ่มคนหลายๆ พื้นที่ได้ย้ายอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ถาวร  ทำมาหากินจนเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญกับชาวบ้านดั้งเดิมของหมู่บ้านพุน้ำ เปรี้ยวไปแล้ว  กลุ่มคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน  ก็มาจากพื้นที่ต่างๆ เช่น  จังหวัดสุรินทร์  ศรีสะเกศ  บุรีรัมย์  นครสวรรค์  อ่างทอง  นครศรีธรรมราช   และอีกหลายๆ พื้นที่   เหตุที่ได้ชื่อว่า “บ้านพุน้ำเปรี้ยว”  เพราะพื้นที่เดิมทางทิศใต้ของหมู่บ้านมีภูเขาลูกหนึ่งติดลำน้ำแควใหญ่  มีน้ำพุไหลออกมาจากภูเขา  แล้วน้ำพุที่ไหลออกมานั้นมีรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย จึงได้ตั้งชื่อว่า  “หมู่บ้านพุน้ำเปรี้ยว” 
 พื้นที่ปัจจุบันขาดความสมบูรณ์ต่างจากพื้นที่เดิม  ถึงแม้จะอยู่ริมอ่างเก็บน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์  แต่พื้นที่ทำกินอยู่สูงกว่าระดับน้ำในอ่างมาก  ทำให้ต้องใช้เงินทุนในการทำการเกษตรกรรมสูงมาก  ราษฎรที่ยากจนขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพอยู่แล้วก็จะไม่สามารถทำอาชีพ เกษตรกรรมที่ตนเองถนัดได้เลย  ในปัจจุบันราษฎรในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะขายพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรให้กับนาย ทุนจากที่อื่นๆ ไปเป็นจำนวนมาก  และเมื่อไปทำมาหากินที่อื่นไม่ประสบความสำเร็จ  ก็จะหวนคืนกลับถิ่นเดิม  ซึ่งก็ไม่มีทีให้ทำกินแล้ว  จึงทำให้ราษฎรของหมู่บ้านในปัจจุบันที่อาศัยอยู่  ส่วนมากมีฐานะค่อนข้างยากจน  และมีหนี้สะสม
 ผู้นำของหมู่บ้าน  ได้ตระหนักถึงปัญหาของราษฎรในหมู่บ้าน  จึงวางแผนต่อสู้เอาชนะปัญหาและความยากจนที่คนในหมู่บ้านประสบอยู่  โดยเริ่มต้นจากการรวมตัวเป็นกลุ่มองค์กรเล็กๆ  ในการขจัดปัญหาความยากจนและพัฒนาชุมชนไปในตัว  อันได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร  กลุ่มสตรี  กลุ่มเยาวชน  กลุ่มเลี้ยงปลาในกระชัง ฯลฯ  รวมทั้งมีการพัฒนาสถาบันการเงินของชุมชน  ให้มีการรองรับความเดือดร้อนของสมาชิกภายในกลุ่มได้ตลอด  อันได้แก่  กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง  กองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน  กองทุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ  กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  เป็นต้น

http://www.teedindd.com/home/components/com_joomlaboard/uploaded/images/S2.JPG




http://www.webweaver.nu/clipart/img/web/bars/newrule.gif
http://www.whenifallinlove.net/diary/images_line/line21/linehana_lg.gif






      


ณ  ปัจจุบัน  หมู่บ้านพุนำเปรี้ยวเป็นหมู่บ้านที่ต้งอยู่ในชุมชนชนบท  ห่างจากตัวจังหวัดเป็นระยะทางประมาณ 100  กิโลเมตร  สภาพทั่วไปยังมีวิถีชีวิตที่บ่งบอกถึงความเป็นชนบท  คือ  ดูได้จากภาพรวมทางกายภาพได้แก่ทรัพยากรธรรมชาติยังมีอยู่เขียวขจี  สัตว์ป่ายังชุกชุม  นำท่าอุดมสมบูรณ์  และบรุสุทธิ์ด้วยสัตว์ป่านานาชนิด  ชาวบ้านพุนำเปรี้ยวยังคงเอกลักษณ์ถึงประเพณีและวัฒนธรรม  การดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายตามสภาพฤดูกาล  ซึ่งแสดงถึงการเดินตามแนวทางหละกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในอันที่จะทำอย่างไรชุมชนถึงจะพึ่งตนเองได้ด้วยตนเอง  และมีความสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน  และการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ

       เนื่องจากชาวบ้านพุนำเปรี้ยวเป็นราษฎรที่อพยพเข้ามาทำมาหากินบนพื้นที่ที่ การไฟฟ้าจัดสรรให้  ภูมิปัญญาของชาวบ้านจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำหาหากินเป็นส่วน ใหญ่  เช่น  การถักแห  การสานเข่งหรือภาชนะอื่น ๆ  จากไม้ไผ่  การทำการเกษตรที่สูง  ซึ่งต้องปลูกพืชที่อาศัยนำจากธรรมชาติ  นับได้ว่าภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นภูมิปัญญาในการดำรง ชีวิต  ใช้ชีวิตซึ่งได้รับการสืบทอดจากบรรบุรุษ

       จากการที่ชาวบ้านพุนำเปรี้ยวส่วนใหญ่เป็นคนภาคกลางจะมีคนภาคอีสานอพยพเข้ามา จับจองที่ทำกินอยู่บ้าง และนับถือศาสนาพุทธเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ  ทำให้ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนจะเหมือนกับของภาคกลางทั่วไป  ตามแบบธรรมเนียมของพุทธศาสนานิกชน  คือการทำบุญตักบาตรตามปกติในช่วงเทศกาลสำคัญ ๆ เช่น  วันขึ้นปีใหม่  วันสงกรานต์  วันมาฆบูชา  วันอาสาฬหบูชา  ตุรษ-สารท  เป็นต้น  เมื่อถึงวาระเทศกาลต่าง ๆ  คนในหมู่บ้านจะมาร่วมกิจกรรมกัน  โดยเฉพาะที่วัดในหมู่บ้านจะเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางศาสนา  ชาวบ้านจะมาร่วมทำบุญ  ร่วมกิจกรรมสังสรรค์  รื่นเริงกัน  อีกทั้งประเพณีบวชนาค  แต่งงาน  หรือแม้แต่กระทั่งงานศพ  ก็จะจัดเหมือนชุมชน/หมู่บ้านภาคกลางทั่วไป  โดยชาวบ้านจะให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี


http://www.webweaver.nu/clipart/img/web/bars/newrule.gif
http://www.whenifallinlove.net/diary/images_line/line21/linehana_lg.gif
Comments