- พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศสาธารณรัฐอินเดีย


https://lh6.googleusercontent.com/-N0X1-b6zIlA/UGs4S6YDM3I/AAAAAAAAXfA/GSlbELGGdMo/s640/310527_323661791065692_171406836_n.jpg
พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย

https://lh6.googleusercontent.com/-bIJcw2Odb74/T9EDgaa3JkI/AAAAAAAASYY/f3IelAPEXzg/s320/bottomline.png
ประดิษฐาน ณ วัดคุ้งตะเภา จังหวัดอุตรดิตถ์


https://lh5.googleusercontent.com/-e3Q_vZvZb2g/UGs_UUkwyFI/AAAAAAAAXhc/QQ5KklCXiZs/s912/DSC_1241.jpg
          พระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า) จากประเทศอินเดีย ที่ประดิษฐานในวัดคุ้งตะเภา เป็นพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากการถวายพระเพลิงพระบรมศพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธนเจดีย์ กรุงกุสินารา แคว้นมัลละ ชมพูทวีป เมื่อ ๑ ปี ก่อนพุทธศักราช

            โดยพระบรมสารีริกธาตุจากสาธารณรัฐอินเดีย ที่วัดคุ้งตะเภาได้รับมอบถวายจากพระเดชพระคุณ พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (วิเชียร วชิรวํโส ดร.)  ประธานสงฆ์ วัดไทยสิริราชคฤห์ ประเทศอินเดีย  เป็นพระบรมธาตุส่วนที่โทณพราหมณ์เป็นผู้จัดสรรให้แก่บรรดาเจ้าผู้ครองนครรัฐ โบราณสมัยพุทธกาล ๘ พระนครทั่วชมพูทวีป ตามคำบัญชาของมัลลกษัตริย์ ซึ่งได้พระราชทานไปประดิษฐานยังพระนครทั้ง ๘ คือ เมืองราชคฤห์ (राजगीर) เมืองเวสาลี เมืองกบิลพัสดุ์ เมืองอัลลกัปปะ เมืองรามคาม เมืองเวฏฐทีปะ เมืองปาวา และเมืองกุสินารา

https://lh3.googleusercontent.com/-Yc1Kk50W71w/UGs-Pm5J78I/AAAAAAAAXhE/r3WCE4rru-A/s640/01111.jpg

        ดังที่ปรากฎใน ธาตุภาชนียกถา จากตำนานธาตุนิธาน ที่ อรรถกถาจารย์ ได้บรรยายความไว้ใน มหาปรินิพพานสูตร กล่าวว่า หลังจากโทณพราหมณ์ได้ทำการแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ให้แก่เจ้าผู้ครองนครทั้ง ๘ แยกย้ายไปประดิษฐานตามเมืองต่าง ๆ หลังจากถวายพระเพลิงแล้ว ตามตำนานกล่าวว่า พระมหากัสสปะเถระ และพระเจ้าอชาตศัตรู แห่งแคว้นมคธ ได้ร่วมกันกระทำ 'ธาตุนิธานปาฏิหาริย์' ตามความใน อรรถกถามหาปรินิพพานสูตร คือการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่แบ่งออกไปนั้น กลับมาประดิษฐานรวมกันไว้ในที่แห่งเดียว http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/2c/Vulturepeak.jpg/640px-Vulturepeak.jpgณ เมืองราชคฤห์ (राजगीर) เพื่อป้องกันการสูญหายจากการศึกแ
ละสงคราม โดยในช่วงพุทธศักราช ๒๓๖ พระเจ้าอโศกมหาราชได้เป็นผู้มาอัญเชิญเปิดธาตุนิธาน เพื่อกระทำการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกไปเผยแพร่สร้างพระมหาเจดีย์ ๘๔,๐๐๐ องค์ ทั่วชมพูทวีป ประกาศพระพุทธศาสนาให้ยิ่งใหญ่ โดยพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญออกไปครั้งนั้น บางส่วนได้ไปประดิษฐาน ณ เมืองพุกาม และอาณาจักรสุวรรณภูมิโบราณ ซึ่งต่อมาได้รับอัญเhttps://lh3.googleusercontent.com/-QiYqBqF8Bn0/ULzmrbuNvnI/AAAAAAAAZRM/PLuoB4Bu1Yw/s512/DSC_7960.jpgชิ ญมาประดิษฐาน ณ วัดคุ้งตะเภา โดยได้รับมอบประทานมาจากพระมหาสังฆนายกเซออูตวนมหาเถระแห่งสหภาพพม่า และสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกฯ แห่งประเทศไทย ดังที่ทราบแล้วนั้น

https://lh4.googleusercontent.com/-Vs0y2I2Z-Aw/ULzm0Rzub8I/AAAAAAAAZSI/uldT1YErJn4/s128/DSC_8011.jpg       และด้วยเหตุที่ พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (วเชียร วชิรวํโส ดร.) ผู้ก่อตั้งวัดไทยสิริราชคฤห์ วัดไทยแห่งแรกในนครราชคฤห์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย (Watthaisirirajgir Rajkir Nalanda Dist. Bihar India) ใกล้กับ วัดเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ สถาน ที่สำคัญในพระพุทธประวัติ เมืองสำคัญที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุตามตำนานธาตุนิทานปาฏิหาริย์ และตามความในมหาปรินิพพานสูตรพระไตรปิฎก ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองราชคฤห์และพระพุทธบารมีดังกล่าว พระเดชพระคุณท่านจึงมีพระบรมสารีริกธาตุบางส่วนเก็บรักษาไว้ และท่านไ้ด้มีเมตตาคุณเป็นกรณีพิเศษ มอบพระบรมสารีริกธาตุบางส่วนดังกล่าว ให้แก่วัดคุ้งตะเภาดังกล่าว เพื่ออัญเชิญมาประดิษฐานเป็นที่สักการะบูชา เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่ตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนา เป็นสิริมงคล เป็นขวัญกำลังใจ แก่พระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อบรรจุในพระบุษบกบรมคันธกุฎีพุทธวิหารบนอาคารมหาศาลาการเปรียญวัดคุ้งตะเภา และทางวัดคุ้งตะเภาจะอัญเชิญแบ่งพระบรมสารีริกธาตุจากเมืองราชคฤห์ดังกล่าว ไปบรรจุในพระมหาธาตุเจดีย์ศรีสุวรรณเภตรา ที่วัดคุ้งตะเภาจักได้จัดสร้างขึ้นในอนาคต เป็นหลักชัยแห่งพระพุทธศาสนาต่อไป

https://lh6.googleusercontent.com/-bIJcw2Odb74/T9EDgaa3JkI/AAAAAAAASYY/f3IelAPEXzg/s320/bottomline.png
 



สัณฐานพระบรมสารีริกธาตุจากสาธารณรัฐอินเดีย ประดิษฐาน ณ วัดคุ้งตะเภา


https://lh3.googleusercontent.com/-FStGeVGcYsU/ULznGxFXfeI/AAAAAAAAZTg/CKCpp_C7Kf0/s512/DSC_8115.jpg


       
     พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ที่ได้รับมอบอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดคุ้งตะเภา เป็นพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกของพระพุทธเจ้า) และมีลักษณะตรงตามพระไตรปิฎกคือ"วิปฺปกิณฺณา ธาตุ" อันเป็นพระธาตุขนาดเล็ก ซึ่งมีบันทึกไว้ตั้งแต่ครั้งหลังการถวายพระเพลิงพระบรมศพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา ชมพูทวีป โดยเป็นพระบรมธาตุที่โทณพราหมณ์ เป็นผู้จัดสรรให้แก่บรรดาเจ้าผู้ครองนครรัฐ ที่มาร่วมในงานถวายพระเพลิงพระบรมสรีระของพระพุทธเจ้า ณ เมืองกุสินารา ปัจจุบันเสด็จมารวมทั้งสิ้น ๑๑ พระองค์ ซึ่งพบว่า มีลักษณะตรงตามคัมภีร์อรรถกถาทีฆนิกาย พระสุตตันตปิฎก และตำราพระธาตุของโบราณ ทุกประการทุกพระองค์

            โดยองค์พระบรมสารีริกธาตุจากสาธารณรัฐอินเดีย อันประดิษฐาน ณ วัดคุ้งตะเภา ทั้งหมดมี ๑๑ พระองค์ โดยแบ่งเป็น สัณฐานเมล็ดพันธุ์ผักกาด ๔ พระองค์ (สพฺพขุทฺทกา ธาตุ สาสปวีชมตฺตา), สัณฐานเมล็ดข้าวสาร ๔ พระองค์ (มหาธาตุ มชฺเฌ ภินฺนตณฺฑุลมตฺตา) และสัณฐานเมล็ดถั่วเขียวผ่ากลางปี
ก ๔
พระองค์ (อติมหตี มชฺเฌ ภินฺนมุคฺคามตฺตา) เมื่อจำแนกโดยวรรณะ (สี) ตามพระคัมภีร์ แบ่งเป็น วรรณะ (สี) เหมือนแก้วมุกดาที่เจียระไนแล้ว (สีผลึก) จำนวน ๕ พระองค์ (โธตมุตฺตสทิสา) วรรณะเหมือนดอกมะลิตูม ๑ พระองค์ (สุมนมกุลสทิสา) วรรณะทองอุไร ๒ พระองค์ (สุวณฺณจุณฺณา-เป็นวรรณะที่พบได้ยาก) และวรรณะสีทับทิมจำนวน ๕ พระองค์ (วรรณะสีทับทิมนี้มีลักษณะตรงตามตำราพระธาตุของโบราณ)

            พระธาตุลักษณะนี้ ยังปรากฏในอรรถกถาบาลี มีคำอธิบายว่า "สพฺพขุทฺทกา ธาตุ สาสปวีชมตฺตา" ดังนั้นพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดียอันประดิษฐาน ณ วัดคุ้งตะเภา จึงเป็นพระบรมสารีริกธาตุดั้งเดิมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ควร แก่การสักการะของพุทธศาสนิกชนทั้งปวง


https://lh6.googleusercontent.com/-bIJcw2Odb74/T9EDgaa3JkI/AAAAAAAASYY/f3IelAPEXzg/s320/bottomline.png
Comments