เครื่องบันทึกเสียง
 
 

 เครื่องบันทึกเสียง และการใช้เครื่องบันทึกเสียง
เครื่องบันทึกเสียง ได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในหลายๆ วงการ เช่นนักข่าวใช้บันทึกเสียงการสัมภาษณ์ การสอบสวนใช้บันทึกเสียงผู้ให้ปากคำ ในวงการศึกษาได้นำเครื่องบันทึกเสียงมาใช้ประโยชน์ได้มากมายเช่นกัน โดยเฉพาะกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอน เช่น บันทึกรายการที่น่าสนใจจากวิทยุ และโทรทัศน์ การฝึกปฏิบัติการทางภาษาทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ การเรียนดนตรี หรือม้กระทั่งการเรียนทางไกล ซึ่งใช้วิทยุและโทรทัศน์เป็นสื่อ ก็สามารถใช้เครื่องบันทึกเสียงรายการบทเรียนไว้ฟังได้หลาย ๆ ครั้ง หรือในเวลาที่ต้องการ และเมื่อไม่ต้องการใช้ก็สามารถลบทิ้งแล้วบันทึกใหม่ได้อีก นับว่าให้ความสะดวกแกผู้ใช้มากกับทั้งราคาไม่แพงด้วย จึงเป็นที่นิยมใช้กันมาก

6.7.1 หลักการบันทึกเสียงและฟังเสียง

จากทฤษฎีทางไฟฟ้า
เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดจะเกิดสนามแม่เหล็กรอบๆ ขดลวด ถ้าพันขวดลวดหลาย ๆ รอบบนแกนเหล็ก จะทำให้มีอำนาจเป็นสนามแม่เหล็กได้มากขึ้นในทางตรงกันข้าม เมื่อสนามแม่เหล็กเคลื่อนที่ผ่านขดลวดจะเหนียวทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นมากน้อยขึ้นอยู่กับความแรงของสนามแม่เหล็ก ความเร็วในการเคลื่อนที่ ขนาดและความยาวของลวด หัวบันทึกของเครื่องบันทึกเสียงทำด้วยแท่งแกนเหล็กอ่อนรูปวงแหวนมีขดลวดพันอยู่โดยรอบ ส่วนปลายของวงแหวนด้านหน้าเป็นช่องว่าง ซึ่งเป็นที่ปล่อยเส้นแรงแม่เหล็กออกมา

การบันทึกเสียงจะเริ่มจาก
คลื่นเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียงจะผ่านไมโครโฟน ไมโครโฟนจะทำหน้าที่เปลี่ยนคลื่นเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าตามลักษณะของคลื่นเสียง แล้วผ่านเครื่องขยายเพื่อขยายสัญญาณให้แรงขึ้น สัญญาณไฟฟ้าที่ถูกขยายแล้วนี้จะผ่านเข้าหัวบันทึกทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้น สนามแม่เหล็กจะผ่านออกมาทางปลายวงแหวน ซึ่งเป็นช่องว่าง เมื่อนำเทปมาผ่านช่องว่างนี้ เส้นแรงแม่เหล็กจะทำให้ผงเหล็กออกไซต์ (Iron Oxide) มีอำนาจแม่เหล็กมากน้อยเหมือนกับตัวบันทึกนั่นก็คือการบันทึกเสียงนั่นเอง

สารแม่เหล็ก เมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็ก
จะแสดงอำนาจแม่เหล็กและยังคงแสดงอำนาจแม่เหล็กอยู่ได้ แม้จะออกจากสนามแม่เหล็กแล้ว ดังนั้นทางตรงกันข้าม เมื่อนำแผ่นเทปที่บันทึกเสียงแล้วนี้ไปผ่านหัวฟัง (ซึ่งทำด้วยขดลวดพันรอบแกนเหล็กอ่อนเหมือนหัวบันทึก) ด้วยความเร็วเท่ากับตอนบันทึก อำนาจของแม่เหล็กบนแผ่นเทปจะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าที่ขดลวดให้หัวฟังสํญญาณไฟฟ้าจะออกจากขดลวดผ่านเข้าไปในเครื่องขยายเสียง เพื่อขยายให้สัญญาณไฟฟ้านี้แรงขึ้น แล้วส่งออกสำโพง ลำโพงจะทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณ เสียงอีกทีหนึ่ง นี่ก็คือการฟังเสียงนั่นเอง


หัวบันทึกและหัวฟังในเครื่องบันทึกเสียงทั่วๆ ไป
จะเห็นหัวเดียวกัน แต่ทำงานตรงข้ามกัน หัวบันทึกจะทำหน้าที่รับสัญญาณไฟฟ้าจากไมโครโฟน และส่งผ่านอำนาจแม่เหล็กมายังแผ่นเทป ส่วนหัวฟังจะรับอำนาจแม่เหล็กจากแผ่นเทปและส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังลำโพง

เครื่องบันทึกเสียงโดยทั่วไป
หัวลบจะเป็นแท่งแม่เหล็ก เมื่อแผ่นเทปผ่านหัวนี้ อำนาจแม่เหล็กของหัวลบอำนาจแม่เหล็กที่เกิดขึ้นบนแผ่นเทปออก สัญญาณที่บันทึกไว้เดิมจึงหายไป เทปที่ถูกลบแล้วนี้จะผ่านหัวบันทึก เพื่อบันทึกใหม่ ในเครื่องบันทึกเสียงที่มีคุณภาพสูง จะลบเทปโดยใช้สัญญาณความถี่สูง ๆ ที่หูคนฟังไม่ได้ยินมาบันทึก (ลบ) การลบแบบนี้ให้ผลดีมากเพราะจะไม่มีเสียงรบกวนเลย

เครื่องบันทึกเสียง และการใช้เครื่องบันทึกเสียง 2
6.7.2 ชนิดของเครื่องบันทึกเสียงและการเลือกใช้

1) เทปม้วน (Reel to Reel or Open Real) มีน้ำหนักมากเคลื่อนย้ายลำบาก มีความเร็ว ให้เลือกใช้ บันทึกได้หลายแถบเสียง เหมาะสำหรับบันทึกเสียงเพื่อออกอากาศตามสถานีวิทยุ ใช้เป็นต้นฉบับ ใช้บันทึกเสียงที่ต้องการความเร็วต่างๆ กัน ใช้บันทึกเสียงที่ต้องใช้เวลาบันทึกนานมาก และใช้บันทึกเสียงได้ทุกชนิดโดยเฉพาะในสถานที่

2) เทปตลับ (Cassette)
มีน้ำหนักเบาใช้ได้สะดวกใช้ได้ในงานทั่วๆ ไป ทั่งในและนอกสถานที่ มีความเร็วยาว คือ 1 7/8 นิ้วต่อวินาที คุณภาพเสียงพอใช้ได้ และอาจจะมีคุณภาพดีในเครื่องที่มีการปับปรุ่งระบบภาคขยายภายในเครื่อง หรือใช้กับแผ่นเทปที่มีคุณภาพดีพิเศษ

3) เทปคาร์ทริดจ์ (Cartridge)
ใช้สำหรับในรถยนต์ สามารถหมุนได้รอบ โดยไม่ต้องกรอ กลับสามารถใช้บันทึกได้ถึง 8 แถบเสียง มีความเร็วคือ 3 3/4 นิ้วต่อวินาที ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้แล้ว

6.7.3 ความเร็วของเครื่องบันทึกเสียง (Tape Speed) เครื่องบันทึกเสียงที่มีความเร็วให้เลือกใช้มีเฉพาะเทปม้วนเท่านั้น ความเร็วของเครื่องบันทึกเสียงมีหน่วยเป็นนิ้วต่อวินาที (i.p.s.= inches per second) บางเครื่องอาจระบุความเร็วเป็นเซนติเมตรต่อวินาทีก็มี แต่นิยมใช้ตัวเลขที่มีหน่วยเป็นนิ้ว/วินาทีมากกว่า ความเร็วของเครื่องบันทึกเสียงจะมีความสัมพันธ์กับคุณภาพของความถี่เสียง (Frequency Response) ที่ออกมาด้วย เช่น เครื่องบันทึกเสียงรุ่นหนึ่ง บอกความถี่เสียงออกมาดังนี้

Frequency Response :

40 - 18,000 Hz ( +/ - 3 dB) at 7 1/2 i.p.s
40 - 13,000 Hz ( +/- 3 dB) at 3 3/4 i.p.s
40 - 6,000 Hz ( +/- 3 dB) at 1 7/8 i.p.s



(เครื่องบันทึกเสียงที่ดีควรมีค่า Frequency Response ในย่านความถี่ที่กว้างกว่า 35 Hz - 18000 Hz ( -3 dB หรือ -1.5 dB) นั่นก็หมายความว่า ความเร็วของเทปสูงคุณภาพของเสียงย่อมสูงตามไปด้วยถ้าความเร็วของเทปต่ำคุณภาพของเสียงย่อมลดลงตามไปด้วย โดยทั่วไปเทปม้วนจะมีความเร็วให้เลือกใช้ 3 ระดับความเร็ว ดังนี้ 1. 7/8 นิ้ว/วินาที (4.8 ซม./วินาที) หมายความว่าใน 1 วินาที เทปเคลื่อนที่ไปได้ 1 7/8 นิ้วซึ่งเป็นความเร็วที่ต่ำ คุณภาพเสียงต่ำ ไม่เปลืองเนื้อเทป เหมาะสำหรับบันทึกเสียงการบรรยายหรือเสียงพูด เพื่อนำมาถอดความเพื่อพิมพ์เผยแพร่ 2. 3/4 นิ้ว/วินาที (9.5 ซม./วินาที) หมายความว่าใน 1 วินาที เทปเคลื่อนที่ไปได้ 3 นิ้ว ซึ่ง เป็นความเร็วระดับปานกลง คุณภาพเสียงปานกลาง เหมาะสำหรับการบันทึกเสียงทั่วๆ ไป 3. 1/2 นิ้ว/ วินาที (19 ซม./วินาที) หมายความว่าใน 1 วินาทีเทปเคลื่อนที่ไปได้ 7 นิ้ว เป็น ความเร็วสูง คุณภาพเสียงสูง เหมาะสำหรับการบันทึกเสียงดนตรี หรืองานที่ต้องการคุณภาพเสียงเช่น การบันทึกเสียงออกอากาศทางวิทยุ แต่เปลืองเนื้อเทปมาก นอกจากนี้ยังมีความเร็วสูงขึ้นกว่านี้อีก ซึ่งไม่ค่อยมีในเครื่องบันทึกเสียงชนิดม้วนทั่วๆ ไปคือ 15 และ 30 นิ้ว/วินาที ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อใช้กับงานเฉพาะอย่างที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงมากเป็นพิเศษ เช่นการบันทึกเสียงที่ใช้สำหรับเป็นต้อนแบบในการบันทึกแผ่นเสียง เป็นต้น การบันทึกเสียงถ้าใช้ความเร็วต่ำจะเปลืองเนื้อเทปน้อย ถ้าใช้ความเร็วสูงจะเปลืองเนื้อเทปมาก เช่น เทปม้วนหนึ่งความยาว1200 ฟุต บันทึกด้วยความเร็ว 1 7/8 สามารถบันทึกได้ถึง 2 ชั่วโมง (ต่อ 1 เที่ยว) ความเร็ว 3 3/4 บันทึกได้ 1 ชั่วโมงและความเร็ว 7 1/2 จะบันทึกได้เพียง 30 นาที เท่านั้น นั่นก็คือ ถ้าต้องการคุณภาพเสียงจงอย่าประหยัดเทป ควรใช้ความเร็วสูงในการบันทึก ถ้าไม่ต้องการคุณภาพเสียง ควรใช้ความเร็วต่ำในการบันทึก เพราะช่วยไม่ใช้สิ้นเปลืองเนื้อเทปมากด้วย

เครื่องบันทึกเสียง และการใช้เครื่องบันทึกเสียง 3
6.7.4 เทปบันทึกเสียง แผ่นเทปทำมาจากสารที่ไม่เป็นแม่เหล็ก ได้แก่ พลาสติก แผ่นพลาสติกที่นำมาใช้นั้นอาจเป็นอาซีเตท (Acetate) ซึ่งมีคุณภาพไม่ดีนัก เมื่อถูกความร้อนจะยืดง่าย ขาดง่าย โพลิเอสเตอร์ (Polyester) ซึ่งดีกว่า อาซีเตท คือถูกความชื้นความร้อนไม่ยืด แต่ขาดง่าย ที่ดีที่สุดคือ พี วี ซี (P.V.C.= Polyvinyl Cholide) มีลักษณะเหมือน โพลิเอสเตอร์แต่เหนียวไม่ขาดง่าย แผ่นเทปนี้จะฉาบด้วยสารแม่เหล็ก โดยทั่ว ๆ ไปใช้ผงเหล็กออกไซด์ (Iron Oxide) หรือ โครเมี่ยม ไดออกไซด์ (Cro2 = Chromium Dioxide) ซึ่งสามรถทำให้เป็นผงละเอียดบริสุทธิ์ได้ง่าย แต่ที่ดีที่สุดจะฉาบด้วยผงเหล็กผสมโครเมี่ยม ซึ่งเรียกว่า เฟอริโครม (Ferrichrome) แผ่นเทปชนิดนี้จะให้คุณภาพเสียงในช่วงขนาดความถี่ขนาดต่างๆ ได้ มีเสียงรบกวนและความเพี้ยนน้อยมาก เทปบันทึกเสียงที่ใช้กับเครื่องชนิดม้วนมีความกว้างประมาณ 1/4 นิ้ว บอกความยาวเป็นฟุต เช่น 600, 900, 1200 ฟุต เป็นต้น จำนวนเวลาที่ใช้ในการบันทึกขึ้นอยู่กับความเร็วที่ใช้ เช่น 1200 ฟุต บันทึก (1 เที่ยว) ใช้ความเร็ว 7 1/2 ได้ 32 นาที ความเร็ว 3 3/4 ได้ 1 ชั่วโมง 4 นาทและความเร็ว 1 7/8 บันทึกได้นานถึง 2 ชั่วโมง 8 นาที ส่วนเทปบันทึกเสียงชนิดตลับ มีความกว้าว 1/8 นิ้ว จะบอกเวลาที่ใช้บันทึกทั้ง 2 เที่ยวเช่น C-30, C-40, C-60, C-120 หมายความว่า C-60 บันทึกได้เที่ยวละ 30 นาที บันทึกทั้งสองเที่ยวได้ 60 นาที เทปตลับนี้มีแผ่นเล็กๆ (Tab) ที่ด้านหลังตลับเทปทั้งสองข้าง เมื่อแกะหรืองัดแผ่นเล็กๆ นี้ ออกเทปตลับนี้จะบันทึกไม่ได้ เป็นฟังได้อย่างเดียว เมื่อต้องการจะบันทึกใหม่ใช้กระดาษกาวปิด ทับบนรอยแกออกจะสามารถบันทึกได้อีกตามเดิม

6.7.5 แถบเสียง (Track) แถบเสียงที่ใช้ในการบันทึกเสียงนั้น มักจะเรียกว่า "หน้า" หรือ "ด้าน" เช่น บันทึกสองหน้าหรือบันทึกสองด้าน คามจริงแล้วการบันทึกเสียง บันทึกได้เพียงด้านเดียว คือด้านที่ฉาบสารแม่เหล็ก ซึ่งเรียกว่าด้านด้าน ส่วนอีกด้านหนึ่งเรียกว่า ด้านมัน ใช้บันทึกเสียงไม่ได้ความจริงแล้วด้านหรือหน้าที่ใช้บันทึกเสียงนั้นก็คือ แถบเสียง นั่นเอง เวลาบันทึกเสียง แผ่นเทปจะถูกแบ่งออกเป็นแถบเสียง นั่นเอง เวลาบันทึกเสียง แผ่นเทปจะถูกแบ่งออกเป็นแถบเสียงโดยขนาดของหัวบันทึก ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันคือ 1,2,4 และ 8 แถบเสียง เป็นที่น่าสังเกตว่า ถ้าจำนวนแถบเสียงมีมาก ความกว้างหรือเนื้อที่ของแถบเสียงจะน้อยลงสัญญาณที่บันทึกจะน้อยลงด้วย ซึ่งจะมีผลต่อค่า S/N Ratio (Signal to Noise Ratio) คือมาตราส่วนของสัญญาณที่บันทึกต่อเสียงรบกวนต่าง ๆ ที่อยู่ในเครื่องและแผ่นเทป ถ้าค่า S/N ยิ่งสูงคุณภาพเสียงดี เพราะจะทำให้มีเสียงรบกวนน้อยในขณะเปิดฟัง (เครื่องบันทึกเสียงที่มีคุณภาพดีควรมีค่า S/N มากกว่า 50 dB ขึ้นไป)

เครื่องบันทึกเสียงโดยทั่ว ๆ ไป จะมีแถบเสียงดังนี้
1. แถบเสียง (Single or Full Track) หัวบันทึกจะมีขนาดเท่ากับความกว้างของแผ่นเทป บันทึกได้เที่ยวเดียวเต็มแผ่นเทป จะกรอกกลับหรือกลับม้วนเทป เพื่อบันทึกใหม่ไม่ได้

2. แถบเสียง (Dual or Half Track) หัวบันทึกจะมีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของความกว้างของ แผ่นเทป บันทึกสัญญาณได้ 2 เที่ยว เที่ยวละครึ่งแถบ หมายความว่า เมื่อบันทึกไปหนึ่งแถบแล้ว สามารถกลับม้วนเทปและบันทึกได้อีกแถบหนึ่ง

3. แถบเสียงโมโน (Quarter Track Monophonics) หัวบันทึกจะมีขนาด 1/4 ของความกว้าง ของแผ่นเทป บันทึกได้ถึง 4 เที่ยว (มีเฉพาะเทปม้วน) การบันทึกเที่ยวแรกจะบันทึกได้ แถบที่ 1 เมื่อบันทึกหมดม้วนแล้วกรอกกลับ (ไม่ต้องกลับม้วนเทป) จะบันทึกใหม่ได้อีกแถบที่ 3 เมื่อหมดม้วนแล้วกลับม้วนเทป จะบันทึกได้อีกในแถบที่ 2 แล้วกรอกกลับบันทึกได้อีกในแถบที่ 4 เที่ยวในเทปเดียว ทั้งนี้ต้องเลื่อน ตำแหน่งสวิทซ์ที่เครื่องเทปให้ถูกต้องต้อง

4. แถบเสียงสเตริโอ (Quarter Track Stereophonics) หัวบันทึกจะมี 2 หัว แต่ละหัวจะมี ขนาด 1/4 ของความกว้างของแผ่นเทป บันทึกได้ 2 เที่ยวละ 2 แถบ การบันทึกเที่ยวแรกจะบันทึกในแถบที่ 1 และ 3 เมื่อกลับม้วนเทปหรือตลับเทป จะบันทึกได้อีก 1 เที่ยวในแถบที่ 2 และ 4 ซึ่งมีทั้งชนิดม้วนชนิดตลับ

เครื่องบันทึกเสียง และการใช้เครื่องบันทึกเสียง 4
6.7.6 ส่วนประกอบของเครื่องบันทึกเสียงและการทำงาน

ส่วนประกอบในเครื่องบันทึกเสียงๆ ไป ที่ควรทราบมีดังนี้
1) วงล้อจ่ายเทป (Supply Reel)
มีเฉพาะเทปม้วน เมื่อเราต้องการจะบันทึกหรือฟังเสียงให้เอาม้วน เทปที่มีแผ่นเทปบรรจุอยู่มาใส่ตรงจุดนี้
2) วงล้อรับเทป (Take-up Reel)
เป็นม้วนเทปเปล่าใช้สำหรับรับเทปจากวงล้อจ่ายเทป
3) ล้อเทปผ่าน (Stabilizer or Tape Guide)
เป็นล้อสำหรับกั้นให้เทปดึงตลอดเวลาที่เครื่องทำงาน
4) ตัวควบคุมความเร็วของเทป (Capstan)
ทำหน้าที่หมุนดึงเทปให้เข้าสู่วงล้อรับเทปตามความเร็วที่ ต้องการ
5) ล้อยางกดเทป (Pinch Roller)
ทำหน้าที่บีบแผ่นเทป โดยทำงานควบคู่ไปกับตัวควบคุมความเร็ว ของเทป
6) หัวลบ (Erase Head)
ทำหน้าที่ลบสัญญาณที่บันทึกไว้
7) หัวบันทึก (Record Head)
ทำหน้าที่บันทึกสัญญาณทำงานพร้อมกับหัวลบ
8) หัวฟัง (Playback Head)
มีลักษณะเหมือนหัวบันทึก แต่ทำงานตรงกันข้าม

เครื่องบันทึกเสียงทั่วๆ ไป จะมีเพียง 2 หัว คือหัวลบ ส่วนหัวบันทึกและหัวฟัง เป็นหัวเดียวกัน โดยทำ หน้าที่ตรงกันข้าม เทปชนิดนี้การฟังสัญญาณ ขณะบันทึก จะเป็นสัญญาณที่ส่งเข้ามาบันทึกไม่ใช่สัญญาณที่ถูกบันทึกแล้ว เครื่องบันทึกเสียงที่มีคุณภาพสูง จะมี 3 หัว คือ หัวลบ หัวบันทึก และหัวฟัง แยกกันต่างหาก สามารถฟังสัญญาณได้ขณะบันทึก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ผ่านการบันทึกแล้วปุ่มบังคับการทำงานของเครื่องบันทึกเสียง

เครื่องบันทึกเสียงโดยทั่วๆ ไปจะมีปุ่มบังคับการทำงาน ดังต่อไปนี้
1) Eject
สำหรับกดเพื่อให้ฝาปิดตลับเปิดออก (เฉพาะเทปตลับ) เพื่อที่จะใส่หรือเอาตลับออก
2) Pause
สำหรับกดเพื่อหยุดเทปชั่วคราวขณะบันทึกหรือฟังเสียง เมื่อกดปุ่มนี้เทปจะหยุดทันที โดย แผ่นเทปไม่เคลื่อนที่ เมื่อกดปุ่มนี้อีกครั้ง เทปจะทำงานต่อไป บางครั้งเรียกปุ่มนี้ว่า Instant stop บางเครื่องจะไม่มีปุ่มนี้
3) Stop
สำหรับกดเมื่อเลิกใช้เทป และใช้กดทุกครั้งก่อนจะเปลี่ยนไปกดปุ่มอื่น (ยกเว้นปุ่ม Pause)
4) Play
ใช้สำหรับเปิดฟังเสียง บางเครื่องใช้เครื่องหมาย หรือ แล้วแต่ทิศทางการ เคลื่อนที่ของเทป
5) Fast Forward
สำหรับกดในกรณีที่ต้องการให้เทปเคลื่อนที่ไปข้างหน้า (ทิศทางเดียวกับ Play) อย่างรวดเร็ว บางเครื่องใช้ เครื่อง ซึ่งจะชี้ไปทางเดียวกับ Play
6) Rewind
ใช้สำหรับกรอกเทปกลับ (อย่างเร็ว) บางเครื่องใช้เครื่อง ซึ่งชี้ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับ Play
7) Record
ใช้สำหรับกด เมื่อต้องการบันทึก จะกดพร้อมกับปุ่ม Play ถ้าเป็นเครื่องชนิด One touch record เวลาบันทึกจะกดปุ่ม Record เพียงปุ่มเดียว บางเครื่องทำเครื่องหมายสีแดงไว้ สำหรับปุ่ม Stop กับ Eject บางเครื่องใช้ปุ่มเดียวกันเมื่อครั้งแรกจะเป็น Stop เมื่อกดอีกครั้ง (กด แรงกว่า) จะเป็น Eject
8) Tape Counter
เป็นตัวเลขบอกช่วงระยะของเทป เพื่อทราบตำแหน่งของการบันทึกหรือการฟัง
9) Level Meter
เป็นตัวเลขแสดงระดับสัญญาณที่บันทึกและสัญญาณขณะเปิดฟัง บางเครื่องเป็น แบบเข็ม (V.U.Meter = Volume Unit) บางเครื่องใช้หลอดสัญญาณแสง (LED = Light Emitting Diode)
10) Monitor On-Off Switch
เป็นสวิทซ์สำหรับการเปิดฟังเสียงขณะบันทึก

เครื่องบันทึกเสียง และการใช้เครื่องบันทึกเสียง 5

6.8 การบันทึกเสียง

การบันทึกเสียงหรือสัญญาณลงบนแผ่นเทป อาจใช้ไมโครโฟนหรือบันทึกจากวิทยุ เครื่องขยายเสียง หรือ บันทึกจากเรื่องบันทึกเสียงเครื่องอื่น ช่องสัญญาณเข้าของเครื่องบันทึกจะมี 2 ทาง คือ Mic และ Line in หรือ Aux in เครื่องบันทึกเสียงโดยทั่วไป จะมีไมโครโฟนติดอยู่กับตัวเครื่อง หรือ อาจจะใช้ไมโครโฟนต่างหากก็ได้ โดยเสียบแจ๊คไมโครโฟนเข้าที่ช่อง Mic สำหรับสัญญาณอื่นๆ ให้ใส่ช่อง Line in หรือ Aux in การบันทึกเสียงให้ปฏิบัติดังนี้

6.8.1 บันทึกจากไมโครโฟน
1) เสียบปลั๊กไฟ เปิดสวิทซ์
2) ใส่ม้วนเทป หรือตลับเทปให้ถูกต้อง
3) เสียบไมโครโฟนกับเครื่องเทป หรือใช้ไมโครโฟนที่ติดกับเครื่องก็ได้
4) กดปุ่ม Play และ Record พร้อมกัน หรือกดปุ่ม Record ปุ่มเดียว
5) เบา Volume จนสุดการเร่ง Volume ไม่ได้ช่วย ให้เสียงที่บันทึกดังขึ้น เพราะไม่ใช่ Volume สำหรับเร่งสัญญาณบันทึก ถ้าเป็นเครื่องบันทึกเสียงชนิดใบ้ (Tape Deck) มี Volume สำหรับปรับความเข็มของสัญญาณที่บันทึกได้ ควรปรับให้อยู่ในระดับพอดี เพราะถ้าสัญญาณอ่อนเกินไปจะมีเสียงซ่า ถ้าเข้มเกินเสียงจะเพี้ยนได้

6.8.2 บันทึกจากเทปหรือวิทยุเครื่องอื่น ไม่ควรใช้ไมโครโฟน ควรใช้สายต่อจากเครื่องถึงเครื่องโดย ใช้แจ๊คเสียบเข้าที่ช่องสัญญาณออกของเครื่องบันทึกเสียงต้นฉบับ และเสียบเข้าที่ช่องสัญญาณเข้าของเครื่องที่จะบันทึก ถ้าเป็นระบบสเตริโอควรเสียบช่องขวาเข้ากับช่องขวา และช่องซ้ายกับช่องซ้ายด้วย (Channel Right, Channel Left) ช่องสัญญาณออกโดยทั่วไปจะมีชื่อภาษาอังกฤษกำกับว่า Lint out หรือ Ext.Sp. (External Speaker) บางเครื่องมีทั้งสองชนิด สำหรับ Line out เมื่อเสียบแจ็คแล้ว เร่ง Volume ที่เครื่องจะมีเสียงดัง แต่จะไม่ช่วยให้เครื่องบันทึกดังขึ้นหรือเบาลง ส่วน Ext.Sp. เมื่อเสียแจ็คแล้วจะไม่ได้ยินเสียง การเร่งหรือหรี่ Volume จะมีผลต่อระดับเสียงของเครื่องที่จะบันทึกด้วย

6.8.3. บันทึกบรรยายโดยใช้เครื่องขยายเสียง ใช้บันทึกโดยใช้สายต่อ เช่นกัน โดยใช้แจ็คเสียบที่ช่อง Aux in ของเครื่องบันทึกเสียง อีกปลายหนึ่งของสาย (มี 2 เส้น) คีบ หรือต่อกับจุดต่อลำโพงหรือต่อกับสายลำโพงก็ได้ การบันทึกด้วยวิธีนี้จะได้เสียงชัดเจนกว่าการบันทึกโดยใช้ไมโครโฟน

6.9การเก็บรักษาม้วนเทป
6.9.1 แผ่นเทปจะต้องไม่ม้วนในล้อแน่นหรือหลวมเกินไป
6.9.2 เก็บไว้ในกล่องที่แข็งแรงมั่นคง
6.9.3 ที่เก็บรักษาไม่ควรมีสนามแม่เหล็กมารบกวน
6.9.4 เก็บไว้ในที่เย็น อุณหภูมิ 60-70 องศาฟาเรนไฮด์ ความชื้นสัมพันธ์ 40-60 เปอร์เซ็นต์
6.9.5 ถ้าเก็บม้วนเทปไว้นานเกิน 6 เดือน เมื่อนำมาใช้อีกควรคลี่ม้วนเทปโดยการกรอเทปไปข้าง หน้าหรือกรอกลับอย่างเร็วก่อน
6.9.6 ถ้าเก็บม้วนเทปไว้นานเกิน 5 ปี ควรใช้กล่องเก็บที่แข็งแรงเป็นพิเศษ

6.10 การบำรุงรักษาเครื่องบันทึกเสียง
6.10.1 ควรทำความสะอาดหัวเทปอยู่เสมอ โดยเฉพาะหัวบันทึกและหัวฟัง วิธีเช็ดหัวเทป ให้ใช้สำลีพันปลายไม้ชุบน้ำยาล้างหัวเทป แล้วเช็ดหัวเทปเบาๆ หรือจะใช้เทปสำหรับล้างหัวเทป (เทปตลับ) โดยใส่ตลับเทป (น้ำยา) ลงไปในเครื่องเหมือนการเล่นเทป แล้วเปิดให้เครื่องเดิน เทปที่ใส่ไปนี้จะเช็คหัวเทปให้สะอาดได้เอง
6.10.2 ทำความสะอาดกลไก ดึงเทปหรือตัวควบคุมความเร็วของเทปและล้อยางกดเทป(Capstan and Pinch Roller) ควรใช้สำลีหรือผ้าเช็ดบ่อยๆ สำหรับล้อยางถ้าสกปกรกมากควรใช้น้ำยาล้าง
6.10.3 เครื่องบันทึกเสียง เมื่อใช้ไปนาน ๆ จะมีอำนาจแม่เหล็กตกค้างที่หัวเทป ทำให้เกิดเสียงรบกวน ควรใช้เครื่องมือทำลายอำนาจแม่เหล็กที่ตกค้างออกไป และระวังอย่าให้ถูกม้วนเทปเพราะจะทำให้สัญญาณที่บันทึกไว้ถูกลบไปด้วย วิธีล้างทำได้โดยใช้เครื่องมือทำลายอำนาจแม่เหล็กมาจ่อใกล้ ๆ หัวเทป (อย่าให้ติดหัวเทป) ประมาณ 2-3 วินาที
6.10.4 ถ้าความเร็วผิดปกติ (โดยทำความสะอาด Capstan และ Pinch Roller เรียบร้อยแล้ว) ให้เปลี่ยนสายพานเพราะเมื่อใช้ไปนานๆ สายพานภายในเครื่องอาจหย่อนได้
6.10.5 หยอดน้ำมันหล่อลื่น ตามตำแหน่ง จำนวนหยดและเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือและควรระวังไม่ให้น้ำมันไป ถูกส่วนอื่นด้วย
6.10.6 เครื่องบันทึกเสียงที่ใช้งานมาก ๆ หัวเทปอาจสึกได้ ทำให้ช่องว่างระหว่างขั้วห่างกันมารกขึ้น ความถี่สูงที่ได้จากหัวเทปจะหายไป ควรเปลี่ยนหัวเทปใหม่
6.10.7 ผ้าสักหลาดที่กดแผ่นเทปให้สัมผัสกับหัวเทป เมื่อใช้งานนาน ๆ ฝุ่นจากแผ่นเทป อะไรเกาะแข็งและสึก ควรหมั่นทำความสะอาดและเปลี่ยนใหม่ เพราะชิ้นส่วนนี้จะมีผลต่ออายุของหัวเทปด้วย 6.10.8 ไม่ควรใช้เครื่องติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
6.10.9 ถ้าต้องการเปลี่ยนความเร็วของเทป ควรหลุดเล่นเทปก่อน
6.10.10 เมื่อเลิกใช้เครื่องควรให้ปุ่มต่าง ๆ อยู่ในสภาพเดิม ไม่ควรกดปุ่ม Play ค้างไว้ อาจจะทำให้ล้อ ยาง เสียรูปทรง เทปด้วยด้วยความเร็วไม่สม่ำเสมอ