การนำทาง

    - "แผนที่ภาคผนวก 1" (Annex I Map)

    ภาพ "แผนที่ภาคผนวก 1" (Annex I Map) 
    ซึ่งกัมพูชาใช้อ้างว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตกัมพูชา


    วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ *

    ข้อมูลนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ 

     

    อดีตนักกฎหมายในคดีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ สำนักกฎหมาย Freshfields Bruckhaus Deringer  (กรุงปารีส). นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (รางวัลทุนฟุลไบรท์และวิทยานิพนธ์เกียรตินิยม). นิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง). อีเมล verapat@post.harvard.edu. ความเห็นใดที่ปรากฏเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวทางวิชาการ. โปรดอ้างข้อมูลล่าสุดที่ https://sites.google.com/site/verapat/temple


      

    ดู ภาพละเอียด (ภาพมีขนาดใหญ่ อาจใช้เวลารับข้อมูล)

    "แผนที่ภาคผนวก 1" (หรือที่มีผู้เรียกว่า "แผนที่มาตราส่วน 1:200,000") สำคัญไฉน?

    ในคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารเมื่อ พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) เห็นว่าแม้แผนที่ฯที่ฝรั่งเศสทำขึ้นฝ่ายเดียวในปี พ.ศ. 2450 (ตามคำขอของไทย) จะไม่เป็นไปตามอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส พ.ศ. 2447 (ค.ศ. ๑๙๐๔) (ซึ่งเป็นข้อตกลงเรื่องเขตแดนไทยและกัมพูชา รวมถึงบริเวณปราสาทพระวิหาร) แต่การประพฤติปฏิบัติของไทยและฝรั่งเศสในช่วงเวลาประมาณ 50 ปี หลังจากที่ไทยได้แผนที่ฯมา แสดงให้ศาลเห็นว่าไทยและฝรั่งเศสได้ยอมรับให้แผนที่ฯ มีสถานะทางกฎหมายและกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนุสัญญาดังนั้น จากเหตุที่ว่า แผนที่ฯ แสดงให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตกัมพูชา ศาลจึงวินิจฉัยว่า ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และ ไทยต้องถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากปราสาทพระวิหารหรือในบริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา. ทั้งนี้ ศาลย้ำว่า การที่กัมพูชาขอให้ศาลวินิจฉัยสถานะทางกฎหมายของแผนที่ฯและเส้นเขตแดนนั้น ศาลเพียงรับฟังในฐานะที่เป็นเหตุผลประกอบการตัดสินคดีเท่านั้น มิใช่ในฐานะประเด็นพิพาทเฉพาะที่ศาลจะต้องวินิจฉัยในท้ายที่สุด. [ดูเพิ่มที่ ย่อคำพิพากษา]

    ในปัจจุบัน จุดยืนของไทยคือ ไทยเคารพคำพิพากษาว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาเรื่องแผนที่ฯ แผนที่ฯจึงไม่ผูกพันไทย. [ผมแสดงความเห็นเรื่องแผนที่ฯ ไว้ตรงนี้]

    จุดยืนของกัมพูชาคือ ไทยต้องเคารพเส้นเขตแดนตามแผนที่ฯ. [ดูภาพประกอบโดยสังเขป]

    ดังนั้น คำถามหนึ่งที่ตามมาคือ "บริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา" ที่ศาลพิพากษาให้ไทยถอนกำลังออกไปนั้นคือบริเวณใด? [ดูเพิ่มที่ การตีความคำพิพากษา [ผมแสดงความเห็นตรงนี้]

    พูดแบบตรงไปตรงมา ไทยไม่เคยยอมรับ "แผนที่ภาคผนวก 1" จริงหรือ?

    ไทยต่อสู้ด้วยเหตุผลทางกฎหมายและชี้ให้เห็นความผิดพลาดของแผนที่หลายข้อ [ดูคำประท้วงคำพิพากษาของไทย] ในขณะเดียวกันไทยก็ยอมรับว่า หากศาลเชื่อว่าไทยยอมรับแผนที่ฯ ไทยก็เพียงแต่ยอมรับมาด้วยความเข้าใจผิดว่าแผนที่ฯนั้นทำขึ้นถูกต้องตามแนวสันปันน้ำที่ได้ตกลงกับฝรั่งเศสในอนุสัญญาฯ (ในสมัย พ.ศ. 2447-2452 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสำรวจเทือกเขาดงรักและฝ่ายฝรั่งเศสได้ทำแผนที่แบบตะวันตกฉบับนี้ขึ้น ไทยยังไม่มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับศาสตร์แผนที่แบบตะวันตก) อย่างไรก็ดี ศาลมองว่าการประพฤติปฏิบัติของไทยหลายอย่างรวมกัน ทำให้ไทยอ้างความเข้าใจผิดไม่ได้ และหากอ้างได้ก็ควรอ้างตั้งแต่ช่วงหลัง พ.ศ. 2477-2478 ซึ่งไทยได้ทำการสำรวจบริเวณปราสาทพระวิหารเองอีกครั้งหนึ่ง. [ลองเทียบข้อมูล ประวัติกรมแผนที่ทหาร]


    ท่านลองสมมติว่าตนเป็นเสนาบดีสยาม ผู้ได้รับแผนที่ฯมาในเวลานั้น ...

    ปุจฉา ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ที่ใดในภาพแผนที่? (โปรดดู ภาพละเอียด -  ภาพแผนที่ใช้คำกำกับว่า "Preas Vihear" ส่วนเครื่องหมาย ++++++++ คือเส้นเขตแดนที่กัมพูชาอ้าง)

    วิสัชนา ดูเฉลย กดตรงนี้

    หมายเหตุ 

    คำพิพากษาได้กล่าวถึงความชัดเจนของแผนที่ไว้ในหน้า 26-27 (เลขหน้าด้านบน) ซึ่งตรงกับคำแปลภาษาไทย หน้า 35-36 ซึ่งแปลข้อความตกไปหนึ่งย่อหน้าสั้น ข้อความในคำพิพากษาต้นฉบับมีใจความว่า: แผนที่ฯแสดงให้เห็นชัดว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนฝั่งของกัมพูชา โดยมีสัญลักษณ์บ่งบอกตัวปราสาทและทางบันไดพอสังเขป.

    ภาพแผนที่อื่นๆ รวบรวมโดยคุณ ศุภศรุต


    แสดงความเห็นเกี่ยวกับแผนที่ฉบับนี้ได้ที่กระดานสนทนา facebook ด้านล่างครับ.

    กระดานสนทนา facebook


    ข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ 

    ถอดรหัส
    คดีปราสาทพระวิหาร
     (ย่อ
    คำพิพากษาและหมายเหตุ)
      - พื้นที่ใกล้เคียงตัวปราสาทเป็นของใคร?




    .create counter.
    Č
    ą
    ď
    Verapat Pariyawong,
    14 พ.ค. 2554 20:14
    Comments