Resistor

ในอุปกรณ์อิเล็ทรอนิกส์ทุกชนิด จะมีตัวResistorเป็นส่วนประกอบสำคัญเสมอ และเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตัวแรกที่นักเรียนจะต้องรู้จัก
    Resistor หรือ ตัวต้านทาน จะทำหน้าที่ ต้านการไหลของกระแสไฟฟ้าและแบ่งแรงดันไฟฟ้าให้กับวงจร เรียกสั้นๆว่าตัว R
 
      ตัวต้านทานสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้
  • ตัวต้านทานชนิดคงที่ (Fixed Resistor)
  • ตัวต้านทานปรับค่าได้ (Variable Resistor)
  • ตัวต้านทานชนิดพิเศษ (Special Resistor)
  •  ตัวต้านทานชนิดคงที่ (Fixed Resistor)
    เป็นตัวต้านทานที่มีค่าความต้านทานคงที่ ทำมาจากวัสดุหลายชนิด นิยมเรียกตามชื่อวัสดุที่ทำเป็นโครงสร้าง
  1. ตัวต้านทานชนิดคาร์บอน (carbon-composition resistor)
    เป็นตัวต้านทานที่เราพบเห็นกันมากที่สุด และใช้กันมากที่สุด โครงสร้างทำมาจากผงคาร์บอน หรือวัสดุกราไฟร์ ที่มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิ และแรงดันได้ดี มีค่าความต้านทานต่ำกว่า 1 โอห์ม จนถึง 20 เมกะโอห์ม
  2. การที่เราจะรู้ว่าตัวต้านทานมีค่ากี่วัตต์ให้เราสังเกตุที่ขนาดของตัวต้านทาน ตัวต้านทานประเภทนี้จะมีค่าความผิดพลาดที่ +5% + 10% และ + 20%
  3.  ตัวต้านทานชนิดฟิล์ม (Metal-Film Resistor)
    ตัวต้านทานประเภทนี้ทำมาจาก ฟิล์มบางๆของแก้วและโลหะหลอมเข้าด้วยกัน แล้วนำไปเคลือบแกนที่ทำจากผลึกของเซรามิค ความเที่ยงตรงจะสูงกว่าแบบคาร์บอน มีค่าความผิดพลาดอยู่ที่ + 1- 2%
    ข้อสังเกตุ ตัวต้านทานประเภทนี้จะมีแถบสี 5 แถบสี
  4.  ตัวต้านทานชนิดลวดพัน หรือ ไวร์วาวด์ (Wire-Wound Resistor)
     ตัวต้านทานประเภทนี้มีโครงสร้างเป็นลวดความต้านทาน (โลหะผสมนิกเกิลโครเมี่ยม) โดยพันอยู่บนฉนวนเซรามิค สามารถทนกำลังไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 2 W - 100 W ค่าความต้านทานจะเขียนบอกไว้ที่ตัวถัง นิยมใช้กับงานอุตสาหกรรม หรืองานที่ต้องใช้กำลังไฟฟ้าสูง
    มี 2 ลักษณะ คือ แบบค่าคงที่ และ แบบแท็ปเลือกค่าได้
                ตัวต้านทานปรับค่าได้ (Variable Resistor)
            ตัวต้านทานประเภทนี้สามารถเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานได้ โครงสร้างจะมีทั้งแบบที่ใช้ลวดไวร์วาวด์และใช้ผงคาร์บอนพันหรือฉาบบนฉนวน และมีแกนต่อกับหน้าสัมผัสเพื่อการปรับเปลี่ยนค่าความต้านทาน เช่นวงจรหรี่ไฟ เร่งหรือลดเสียงในเครื่องขยายเสียง ปรับความถี่เสียงในอีควอไลเซอร์ เป็นต้น ตัวต้านทานปรับค่าได้แบ่งได้ 2 แบบ คือ
  • โพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer) หรือ POT นิยมเรียกกันว่า วอลุ่ม มีทั้งแบบหมุนและแบบเลื่อน
  • ทริมเมอร์โพเทนชิโอมิเตอร์ หรือ ทริมพอต (Trimmer potentiometer or trimpot) หรือที่เรียกว่า R เกือกม้า แบบนี้จะไม่มีแกนหมุนส่วนใหญ่จะอยู่ภายในวงจร
        ค่าความต้านทานของตัวต้านทานประเภทนี้จะพิมพ์ไว้บนตัวต้านทาน สามารถหมุนได้ 300 องศา แต่ละชนิดจะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานที่แตกต่างกัน ตามองศาที่หมุนเช่นระหว่างขา 1 และขา 2
  • แบบ A จะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานจากน้อยไปหามาก เป็นอัตราส่วนแบบทวีคูณ (Log)
  • แบบ B จะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานจากน้อยไปหามาก แบบสม่ำเสมอ (Linear)
  • แบบ C จะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานจากน้อยไปหามาก เป็นอัตราส่วนแบบทวีคูณ (Anti Log)
  • แบบ MN เป็นวอลุ่มที่ถูกออกแบบมาให้ปรับแต่งเสียงแบบซ้ายขวา (Balance)
 
             ตัวต้านทานชนิดพิเศษ (Special Resistor)
  • LDR (Light Dependent Resistor)

        ตัวต้านทานไวแสง เป็นอุปกรณ์ที่มีความต้านทานลดลง เมื่อได้รับแสงสว่างเนื่องจาก LDR ถูกสร้างขึ้นมาจากสารกึ่งตัวนำที่มีความไวแสงมาก เช่น แคดเมียมซัลไฟด์ สามารถเปลี่ยนค่าความต้านทานได้ระหว่าง 100 โอห์ม ถึง 1เมกะโอห์ม

  • Thermister
        เป็นตัวต้านทานที่เปลี่ยนตามอุณหภูมิ ใช้ตัวย่อ TH และแบ่งได้ 2 ชนิด
  1. PTC (Positive Temperature Coefficient) ในสภาวะปกติจะมีค่าความต้านทานต่ำ แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ค่าความต้านทานจะสูงขึ้นตาม
  2. NTC (Negative Temperature Coefficient) ในสภาวะปกติจะมีค่าความต้านทานสูง แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ค่าความต้านทานจะต่ำลง

 

 
 
 
 
หน้าเว็บย่อย (1): การอ่านค่าความต้านทาน
Comments