Articles‎ > ‎

ปลาหางนกยูง

posted Jan 8, 2010, 11:48 PM by Um anusorn   [ updated Mar 18, 2010, 3:40 AM ]
การ เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาหางนกยูง
เนื่องจากปลาหางนกยูงจะเจริญถึงวัยเจริญพันธุ์เมื่อปลามีอายุเพียง 3 เดือนเท่านั้น ดังนั้นเมื่อลูกปลาโตพอที่จะแยกเพศได้ (อายุประมาณ 1-2 เดือน) ควรเลี้ยงแยกเพศไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผสมพันธุ์กันเอง ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ลูกปลาที่ได้จากการผสมพันธุ์กันเอง มีคุณภาพทางด้านลวดลายและรูปร่างไม่ตรงตามที่เราต้องการ
การเลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรเลี้ยงในบริเวณที่มีแสงแดด ส่องถึงในเวลาเช้าหรือเย็น ถ้าเลี้ยงกลางแจ้งควรใช้ตาข่ายบังแสงให้ส่งผ่านได้เพียง 25-40% ภาชนะที่ใช้เลี้ยงใช้ได้ทั้งอ่างซีเมนต์ หรือตู้กระจก น้ำที่ใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำสะอาดปราศจากคลอรีน มีความเป็นกรดด่าง (pH) 6.5-7.5 (ความเป็นกรดด่างที่เหมาะสมที่สุดต่อปลาหางนกยูงคือ 6.8 มีปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำไม่ต่ำกว่า 5 ppm. (ควรมีอุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนในน้ำตลอดเวลา) ความกระด้างของน้ำ 75-100 ppm. ความเป็นด่าง 100-200 ppm. และอุณหภูมิน้ำ 25-29 C
ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่สามารถกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ (Omin vorous) ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์สามารถให้อาหารจำพวกสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น ลูกน้ำ ไรแดง (Moina) สีน้ำตาล (Artemia) หรือหนอนแดง (Chrionomus) ในภาพที่มีชีวิตหรือตายก็ได้ หรืออาจจะเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปชนิดต่างๆ ที่มีโปรตีนไม่ต่ำกว่า 40% ก็ได้ในการให้อาหารสด ก่อนให้อาหารทุกครั้งควรแช่อาหารในด่างทับทิมเข้มข้น 500-1,000 ส่วนในล้านส่วน (0.5 - 1.0 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร) เป็นเวลา 10-20 วินาทีฆ่าเชื้อโรคที่ติดมาเชื้อโรคที่ติดมากับอาหารแล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาด อีกครั้งหนึ่ง ปริมาณอาหารควรให้วันละ 10% ของน้ำหนักตัวปลาหรือในปริมาณที่ปลากินอิ่มพอดีให้อาหารวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและเย็น หากมีอาหารเหลือจากปลากินอิ่มแล้วควรดูดทิ้งให้หมด ส่วนมีอาหารแห้งควรให้วันละ 2 - 4% ของน้ำหนักตัวปลาหรือให้ในปริมาณปลากินอิ่มและควรให้วันละ 2 ครั้งเช่นกัน
การถ่ายน้ำน้ำควรจะกระทำทุกวัน โดยการดูดตะกอนก้นตู้ให้สะอาดแล้วดูดน้ำในตู้ออกวันละประมาณ ? ของปริมาณน้ำในตู้ปลาแล้วเติมน้ำให้เท่าระดับเดิม

การสังเกตเพศของปลาหางนกยูง

ในการสังเกตเพศของปลาหางนกยูง สังเกตได้ง่ายเพราะปลานกยูงเพศผู้และเพศเมียมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้1. ขนาดและความยาวของหาง ปลาเพศผู้จะมีครีบหางยาวและมีสีสวยกว่าปลาเพศเมียแม้ว่าขนาดลำตัวของปลาเพศ ผู้จะสั้นกว่าก็ตาม
2. สังเกตสีสันของปลา ตามปกติปลาหางนกยูงเพศผู้จะมีสีสันสวยงามกว่าปลาหางนกยูงเพศเมีย ในขณะที่ปลาว่ายน้ำจะกางครีบออกโบกสะบัดไปมาเพื่อดึงดูดความความสนใจของปลา เพศเมีย
3. ปลาหางนกยูงเพศผู้จะมีอวัยวะเพศ (gonopcdium) ยื่นยาวออกมา สังเกตเห็นได้ชัดเจน และปลาเพศผู้จะพยายามว่ายน้ำรัดปลาเพศเมียอยู่ตลอดเวลา ส่วนปลาเพศเมียเมื่อท้องแก่ส่วนของท้องจะพองขยายออก และจะพบปานดำเกิดขึ้นที่ท้องของแม่พันธุ์ ยิ่งปลาท้องแก่ยิ่งสังเกตเห็นได้ชัด
4. การผสมพันธุ์ของปลาหางนกยูง จาการที่ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่สวยงามที่ออกลูกเป็นตัว หรือจัดเป็นปลาสวยงามพวกที่มีการผสมภายในลำตัว (intermal fetilization) โดยปลาเพศผู้จะสอดอวัยวะช่วยในการผสมพันธุ์ (gonopodium) เข้าไปในอวัยวะสืบพันธุ์ของปลาเพศเมีย พร้อมกับปล่อยเชื้อเข้าไปผสมกับไข่น้ำเชื้อของปลาเพศผู้จะตกค้างอยู่ภายใน รังไข่ของปลาเพศเมีย และสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน จึงทำให้เกิดปัญหาในการปรับปรุงพันธุ์ปลาหางนกยูง เนื่องจากเชื้อที่ตกค้างอยู่นี้ ผู้เพราะพันธุ์จึงจำเป็นต้องเลี้ยงแยกปลาพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ เพื่อป้องการการผสมของพ่อพันธุ์ที่ไม่ต้องการ ดังนั้นหลังจากปลาเพศเมียที่ได้รับการผสมแล้วจะออกลูกครอกหนึ่งๆ โดยใช้เวลา 28-30 วัน และปลาเพศเมียสามารถที่ให้ลูกครอกต่อไปได้อีก โดยไม่จำเป็นต้องมีปลาเพศผู้ผสมเหมือนครั้งแรก เนื่องจากยังมีเชื้อปลาเพศผู้ตกค้างอยู่ในปลาเพศเมียอีกมาก

การคัดเลือกพ่อแม่ พันธุ์
ในการคัดเลือกปลาเพศผู้เพศเมียเพื่อทำการผสมพันธุ์ ควรเลือกปลาที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไป มีลักษณะลำตัวและครีบสมบูรณ์ รูปร่างได้สัดส่วนไม่พิการแข็งแรงว่ายน้ำปราดเปรียว มีสีและลวดลายสวยงาม ปลาเพศผู้จะมีลักษณะต่างจากเพศเมีย ตรงที่มีอวัยวะช่วยในการสืบพันธุ์เรียกว่า gonopdium ซึ่งดังแปลงมาจากครีบก้น ปลาเพศผู้และเพศเมียควรมีลักษณะสีและลวดลายที่เหมือนกัน หรือคล้ายกันมากที่สุด เพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีลักษณะไม่แปรปรวนมาก บางครั้งในการคัดลักษณะสีและลวดลายของปลาเพศเมียอาจจะมีปัญหายุ่งยาก เนื่องจากสีและลวดลายไม่เด่นชัดเหมือนกับปลาเพศผู้ วิธีที่จะช่วยเพิ่มสีและลวดลายให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นในปลาเพศเมีย กระทำได้โดยหยดสารละลายฮอร์โมนเมทธิลเทสโตสเตอโรน (Methyl tesosterone) เข้มข้น 0.1 ppm 2 หยด ลงในภายชนะที่เลี้ยงปลาเพศเมียที่มีประมาตร 3.5 ลิตร ต่อปลา 1 ตัว และเติมสารละลายเมธิลเตสเตอโรน เพิ่มอีกวันละ 2 หยด ซึ่งสีจะปรากฏให้เห็นภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากคัดเลือกปลาเพศเมียได้ตามที่ต้องการแล้ว ต้องรีบตักปลาออกจากสารละลายฮอร์โมนทันที เพราะถ้าแช่นานเกินไปทำให้ปลาเป็นหมันได้

การผสมพันธุ์ปลาหาง นกยูง
เมื่อคัดปลาเพศผู้และเพศเมีย ตามลักษณะที่กล่าวไว้ในข้างต้นแล้วใส่เลี้ยงรวมกันในภาชนะที่เตรียมไว้ สำหรับเพาะพันธุ์ แล้วใส่เลี้ยงรวมกันในภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับเพาะพันธุ์ ซึ่งจะเป็นอ่างซีเมนต์ หรือตู้กระจกได้ ในอัตราเพศผู้ 2 ตัว ต่อตัวปลาเพศเมีย 5 ตัว โดยปล่อยในอัตราส่วนเพศผู้ 10 ต่อตัวปลาเพศเมีย 25 ตัว ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร
หลังจากปล่อยปลาเพศผู้และเพศเมียรวมกัน เมื่อปลาจะผสมพันธุ์กัน ปลาเพศผู้จะว่างไปใกล้ปลาตัวเมีย และจะปล่อยน้ำเชื้อผ่านทางอวัยวะช่วยในการสืบพันธุ์ (Gonopodium) ไปเก็บไว้ในท่อนำไข่ (Ovduct) ของปลาเพศเมีย (น้ำเชื้อของปลาเพศผู้สามารถเก็บไว้ในท่อนำไข่ได้นานถึง 8 เดือน) หลังจากน้ำเชื้อผสมกับไข่ในท้องปลาเพศเมียแล้ว จะใช้เวลาพักในท้องนานประมาณ 22-30 วัน จึงจะฟักออกเป็นตัว หลังจากออกไข่ได้การผสมกับน้ำเชื้อแล้วจะสังเกตเห็นว่าบริเวณท้องของปลาเพศ เมียจะพองบวมขึ้น และเมื่อสังเกตเห็นว่าบริเวณท้องของปลาเพศเมียบวมออกทั้ง 2 ช้างเต็มที่ ให้จับปลาหงายท้องขึ้นหากเป็นดำๆ ซึ่งเรียกว่า "Gravid spot" จับปลาเพศเมียแยกไปเลี้ยงในภาชนะอื่นที่มีระดังน้ำตื้นๆ และมีพรรณไม้น้ำเพื่อเป็นที่หลบซ่อนของลูกปลา เมื่อลูกปลาพัฒนาเต็มที่ก็จะคลอดออกมาจากท้องแม่ปลาทางช่องเปิดบริเวณท้อง (Vent) ปล่อยให้ลูกปลาออกจากท้องแม่ปลาจนหมดแล้วจึงตักแม่ปลาออกเพื่อป้องกันไม่ให้ แม่ปลากินลูกปลาเกิดใหม่ จำนวนลูกปลาแต่ละครอกอาจมีมากถึง 200 ตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่ปลา แต่โดยเฉลี่ยจะมีประมาณ 40-50 ตัว อนึ่งสถานที่ๆ สำหรับวางภาชนะเพื่ออนุบาลลูกปลานั้นควรเป็นที่มีหลังคากันแดดและฝนได้เพื่อ ป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ pH ของน้ำเนื่องจากลูกปลาวัยอ่อนที่เกิดใหม่จะมีความต้านทานต่อการเปลี่ยนสภาพ แวดล้อมได้น้อย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ลูกปลาอ่อนแอและเกิดโรคได้ง่าย

การอนุบาลลูกปลา
ลูกปลาหางนกยูงที่เกิดใหม่มีขนาดค่อยข้างใหญ่ ในระยะแรกสามารถใช้ไรแดงหรือไรสีน้ำตาลที่ฟังใหม่ๆ เป็นอาหาร โดยให้ในปริมาณที่ปลากินอิ่มพอดีวันละ 2 มื้อ ในตอนเช้าและเย็นประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นเลี้ยงด้วยลูกน้ำหรืออาหารสำเร็จรูปได้ทุกๆ วัน ต้องดูตะกอนก้นตู้และเศษอาหารที่เหลือในตู้ออกให้หมดพร้อมทั้งดูดน้ำทิ้งไป ประมาณ 1/4 ของตู้ แล้วเติมให้ได้ระดับเดิม เมื่อลูกปลาได้อายุประมาณ 1 - 2 เดือน ควรจะเลี้ยงแยกเพศเพื่อป้องกันไม่ให้ปลาเพศผู้ไล่ล่าตามปลาเพศเมียซึ่งเป็น สาเหตุทำให้ปลาเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ

การเพาะ เลี้ยงปลาหางนกยูง

ขั้นตอนที่ 1
เตรียมบ่อซีเมนต์ขนาด 1-4 ตรม. ระดับน้ำลึก 30-50 ซม. ใส่พุ่มเชือกฟางตระกร้าหรือฝาชี เพื่อให้ลูกปลาใช้เป็นที่ลูกปลาหลบซ่อน
ขั้นตอนที่ 2
คัดพ่อแม่ปลาสายพันธุ์เดียวกัน ที่ลักษณะดีสีสวยอายุประมาณ 4-6 เดือน โดยคัดปลาเพศผู้ ลำตัวโตแข็งแรง ครีบหลัง ครีบหางใหญ่และแผ่กว้าง สีเข้มสดใสสวยงาม ส่วนปลาเพศเมียคัดเลือกสายพันธุ์เดียวกันกับปลาเพศผู้ ลำตัวโต แข็งแรง ปราดเปรียว ครีบหางเข้ม สดใส ปล่อยรวมกันในอัตรา 120-180 ตัว/ลบ.ม. ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1 : 3 หรือ 1 : 4 ระหว่างการเพาะพันธุ์ให้ไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้า และให้อาหารสำเร็จรูปในตอนเย็นปลาเพศเมียที่ได้รับการผสมแล้วจะเห็นเป็นจุด สีดำบริเวณท้อง
ขั้นตอนที่ 3
หลักจากแม่ปลาได้รับการผสมพันธุ์ประมาณ 26-28 วัน จะมีลูกปลาวัยอ่อนเกิดขึ้นและหลบซ่อนอยู่ตามวัสดุที่ใส่ไว้ในบ่อ ให้รวบรวมลูกปลาออกทุกวันสะสมไว้ในบ่ออนุบาล ประมาณ 4-5 วัน/บ่อ เพื่อให้ลูกปลามีขนาดใกล้เคียงกัน โดยปล่อยลูกปลาในอัตราความหนาแน่น 140-300 ตัว/ลบ.ม. ในระยะแรกให้ไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้าและเย็นทุกวันเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงให้อาหารสำเร็จรูป จนกระทั่งลูกปลามีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เริ่มแยกเพศได้ โดยปลาเพศเมียสังเกตจุดสีดำบริเวณรูเปิดช่องท้อง ส่วนปลาเพศผู้ เมื่อมาจากด้านบนมีรูปร่างเรียวยาวกว่าเพศเมีย
ขั้นตอนที่ 4
คัดขนาดและแยกเพศปลา นำไปแยกเลี้ยงในบ่ออัตรา 200-300 ตัว/ลบ.ม. ให้กินไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้าส่วนตอนกลางวันและตอนเย็นให้กินอาหารสำเร็จ รูปเลี้ยงเป็นระยะเวลา 3 เดือน (ปลามีอายุประมาณ 4 เดือน)
ขั้นตอนที่ 5
ปลาหางนกยูงอายุประมาณ 4 เดือน จะถูกคัดขนาดและคัดเลือกปลาที่แข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อนำไปเลี้ยงไว้ในบ่อพักปลาเพื่อเตรียมส่งจำหน่ายต่อไป

เทคนิคการ เพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง

ในการเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม เพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีลักษณะดี ผู้เพาะพันธุ์ปลาควรใช้หลักการดังนี้
1. ให้ทำการคัดเลือกปลาแม่พันธุ์ โดยเลือกปลาแม่พันธุ์ที่มีลักษณะสวยงาม แข็งแรง และสมบูรณ์ปลาแม่พันธุ์ที่เลือกไว้ทำพันธุ์ให้ทำการคัดเลือกเมื่อปลาหางนก ยูงมีอายุได้ 3-4 เดือน ก่อนที่ปลาเพศเมียจะถูกผสม ถ้าคัดปลาแม่พันธุ์ที่มีอายุมาก ปลาเพศเมียอาจอาจมีเชื้อปลาเพศผู้ที่ไม่ต้องการตกค้างอยู่ในรังไข่ได้ ทำให้ไม่สามารถควรคุมคุณภาพของปลา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องคัดเลือกปลาแม่พันธุ์เมื่ออายุยังน้อย เพื่อให้ได้แม่พันธุ์ที่บริสุทธิ์
2. หลังจากคัดเลือกปลาแม่พันธุ์แล้ว ให้ทำการเลี้ยงปลาแม่พันธุ์แยกจากปลาเพศผู้ เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผสมกันก่อนอายุเท่าที่ควร
3. ให้ทำการคัดเลือกปลาพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะตามต้องการ พร้อมกับนำไปปล่อยรวมกับปลาเพศเมีย โดยใช้ปลาหางนกยูงเพศผู้ 1 ตัว ต่อปลาเพศเมีย 2-3 ตัว
4. เมื่อปล่อยปลาพ่อพันธุ์และปลาแม่พันธุ์เลี้ยงร่วมกนแล้ว ให้สังเกตที่ท้องของปลาแม่พันธุ์ ถ้าพบว่าปลาแม่พันธุ์ท้องพองเป่ง และมีจุดดำปรากฏให้เห็น ให้ทำการแยกปลาเพศเมียเลี้ยงในตู้เพาะทันที เพื่อไม่ให้ปลาแม่พันธุ์ถูกรบกวน เมื่อปลาแม่พันธุ์ออกลูกแล้ว ให้แยกปลาแม่พันธุ์ออกทันที เพราะปลาแม่พันธุ์อาจกินลูกของตัวเองก็ได้ หรืออาจจะปลูกไม้น้ำพวกสาหร่ายไว้ในตู้เพาะพันธุ์ก็ได้ เพื่อให้ลูกปลาหางนกยูงหลบซ่อนศัตรูก็ได้ ปลาหางนกยูงจะคลอดลูกครอกหนึ่งๆ ประมาณ 40-50 ตัว
5. ในระยะแรกของการอนุบาลปลาลูกปลา ควรให้อาหารพวกไรแดง และควบคุมให้อุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยให้ปลากินอาหารเก่ง และโตเร็ว
6. ควรใส่ยาปฏิชีวนะพวกเตต้าซัยคลิน คลอแรมเฟนิคอล ทุกๆ ครั้งที่ถ่ายเทน้ำ และหลังจากถ่ายเทน้ำแล้ว ควรใส่เกลือลงไปในน้ำทุกครั้ง
7. เมื่อลูกปลาอายุได้ 3-4 เดือน ควรทำการแยกเพศปลาและทำการเลียงปลาเพศเมียแยกไว้ต่างหาก เพื่อป้องการกันผสมพันธุ์ของปลาจากปลาพ่อพันธุ์ที่ไม่ต้องการ

ปัญหาการเพาะพันธุ์ ปลาหางนกยูง
ในการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง นับว่ามีปัญหามาก เพราะลูกปลาที่ได้มีลักษณะความแปรปรวนมาก สาเหตุที่ทำให้ลูกปลาหางนกยูงมีลักษณะ ด้อยกว่าปลาพ่อพันธุ์ปลาแม่พันธุ์ เนื่องมาจาก
1. ปลาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เป็นปลาที่มาจากครอกเดียวกัน ในการเลี้ยงปลาถ้าไม่ทำการแยกเพศตั้งแต่ปลามีอายุ 3-4 เดือน อาจเกิดปัญหาการผสมในครอกเดียวกันก็ได้ เมื่อการผสมแบสายเลือดชิด จะทำให้ลูกที่ได้มีลักษณะด้อยลงไปเรื่อย ๆ
2. ปลาเพศเมียผ่านการผสมพันธุ์จากปลาเพศผู้มาแล้ว จึงมีเชื้อของของปลาเพศผู้ตกค้างอยู่ในตัวแม้ว่าจะนำปลาพ่อพันธุ์ที่มีความ สวยงามมาผสมพันธุ์ ก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้น เพราะเชื้อเก่ายังคงอยู่ในปลาเพศเมีย ทำให้ไม่ได้ลูกปลาตามที่ต้องการ
3. ปลาพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์คุณภาพไม่ดี เนื่องจากเทคนิคการเพาะเลี้ยงและการอนุบาลปลาหางนกยูงยังไม่ดีพอ
4. ปลาที่เพาะพันธุ์เกิดการผสมกันเอง จากการที่ปลาหางนกยูงออกลูกเป็นครอก เมื่อนำมาเลี้ยงร่วมกันอาจผสมพันธุ์กันเองได้ เพราะปลาหางนกยูงโตเร็ว จึงจำเป็นต้องรีบแยกปลาก่อนที่จะเกิดการผสมกันเอง

ปอมปาดัวร์


การเพาะลูกน้ำแบบง่ายๆ เพื่อนำไปใช้เลี้ยงปลาสวยงามจำนวนไม่มากนักด้วยวิธีดักไข่ยุง


           วิธีทำ  ใช้ภาชนะบรรจุน้ำ  ใส่เลือดสัตว์  ปุ๋ยคอกหรือน้ำล้างปลาอย่างใดอย่างหนึ่ง  ใส่หญ้าสด  เช่น หญ้าขนสัก 2-3 กำมือ  ให้ลอยอยู่บนผิวน้ำ  แล้วสังเกตว่าวันรุ่งขึ้นหรือวันต่อๆ ไปจะปรากฏว่ามีแพไข่ยุงลอยอยู่บนผิวน้ำ  และไข่ยุงนี้จะเป็นลูกน้ำตัวฝอยที่จะโตขึ้นทุกวันๆ  ให้เราช้อนไปเลี้ยงปลาได้ประมาณ 1 สัปดาห์
            ลักษณะของแพไข่ยุงเป็นแพรูปร่างคล้ายกาบมะพร้าวหงายลอยน้ำ  มีขนาดเล็กพอๆ กับตัวยุง  เหตุที่มีรูปร่างแบบนั้นเพราะเวลายุงวางไข่  ยุงจะใช้ขาหลังทั้ง 2 ข้างกันไข่ไว้  และไข่จะเรียงกันเป็นระเบียบ  ในตอนแรกไข่จะออกมาเป็นสีขาว  แล้วจะกลายเป็นสีดำภายในเวลาอันสั้น  ไข่ยุงจะเรียงเป็นระเบียบในวงขาหลังของยุงที่กันไว้จนหมด
            ก่อนที่ลูกน้ำจะเป็นยุงจึงควรทำแบบต่อเนื่องสัก 3-4 ภาชนะ  และควรวางในทำเลที่อับลม  มีร่มเงาบัง เพราะว่ายุงจะชอบวางไข่นั่นเอง
วิธีนี้จะได้ลูกน้ำที่มีปริมาณพอเลี้ยงปลาดูเล่นได้โดยไม่ต้องไปซื้อหาลูก น้ำให้เสียสตางค์ และเวลายังเป็นการตัดวงจรชีวิตตามธรรมชาติของยุงที่มาสร้างความรำคาญได้
          ไข่ยุงที่ดักวิธีเป็นไข่ยุงรำคาญ  ไม่ใช่ยุงลายไข่ยุงลายจะลอยเป็นเม็ดๆ  ตามน้ำใสสะอาด  แต่ยุงรำคาญจะไข่ในน้ำที่เหม็นและมีฝ้าน้ำ



ปลาที่ปล่อยควรมีขนาดใกล้เคียงกับปลาที่เลี้ยงอยู่เดิม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาปลาไล่กัดกัน หรือหากเป็นพวกปลาที่มีความดุร้าย เช่น ปลาหมอสี ควรเลี้ยงปลาที่มีขนาดตัวใกล้เคียงกันและเลี้ยงรวมกันเป็นฝูงหลาย ๆ ตัว เพราะจะทำให้ปลาลดความดุร้ายลงได้ หากเลี้ยงแค่ 2-3 ตัว อาจทำให้ปลาเครียดและจะกัดกันถึงตายได้ ควรปล่อยปลาในจำนวนที่ไม่หนาแน่นจนเกินไป ซึ่งเมื่อเกิดไฟดับแล้วเครื่องเติมอากาศไม่ทำงานปลาจะได้ไม่ตาย ปลาที่เลี้ยงควรจะให้โดนแดดอ่อน ๆ บ้างอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งจะทำให้ปลามีสีสันที่สวยขึ้นด้วย ควรให้อาหารสด เช่น ลูกน้ำ ลูกไร บ้างอย่างน้อยสัก 2 อาทิตย์ครั้ง เพื่อให้ปลาถ่ายท้อง ซึ่งทำให้ปลาไม่เป็นโรคท้องอืด เพราะหากให้อาหารแห้งอย่างเดียวอาจทำให้ปลาท้องอืดหรือท้องมารตาย หรือเป็นโรคอ้วน และอาหารสดที่ให้ควรแช่ด่างทับทิมไว้สัก 15 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุให้ปลาตาย สำหรับอาหารแห้งควรแช่น้ำไว้สัก 5 นาที เพื่อให้อาหารพองตัว ก่อนให้ปลากินเพื่อไม่ให้ปลากินอาหารมากเกินไปครับ เพราะถ้าให้อาหารตอนยังไม่พองหากปลากินมากไปจะทำให้อาหารไปพองในท้องทำให้ ปลาท้องอืดและตายได้
    สำหรับผู้เลี้ยงปลามือใหม่ ไม้น้ำที่ใส่ในตู้ปลานั้นควรเป็นไม้ที่มีความทนทาน และสามารถอยู่ในที่ร่มได้นาน เช่น อลูเบียส เฟิร์น การใช้ยาควรละลายใส่ภาชนะไว้ก่อนแล้วจึงนำปลามาแช่ ไม่ควรใส่ยาลงไปในบ่อหรือตู้ หากจำเป็นให้นำยาละลายในน้ำให้เข้ากันและราดไปรอบ ๆ บ่อ อย่าเทยาลงไปจุดเดียวเพราะจะทำให้บริเวณพื้นที่ที่มียาอยู่มีความเข้มข้นของ ยามากอาจทำให้ปลาตายได้ หากเป็นไปได้ควรใส่ยาฆ่าพยาธิปลาทุก ๆ อาทิตย์เพื่อฆ่าพยาธิ เห็บ และหมัดให้หมดไป ซึ่งจะทำให้ปลามีสุขภาพแข็งแรง

ถึงไม่ให้อาหารมันเลยมันก็ไม่ตาย!!!!!
เพราะมันจะกินพวกตะไคร่น้ำ และดินเป็นอาหาร ให้พื้นที่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ปลาจะมีความสุขที่ได้อยู่ในที่กว้างๆ การที่ปลาไล่กันคือการผสมพันธ์ หากเลี้ยงปลาหางนกยูงต้องกำหนดอัตราส่วน ตัวผู้หนึ่งตัวต่อตัวเมียห้าตัวประมาณนั้น หากตัวผู้มากกว่าตัวเมีย ปลาตัวเมียอาจถูกไล่จนบอบช้ำและตายได้ หากคำแนะนำเป็นการตำหนิก็ขออภัยครับ

ยาที่ควรมีไว้ประจำ
  1. เกลือ ใช้แช่เพื่อฆ่าเชื้อโรค รักษาโรคตัวเปื่อย และรักษาโรคเหงือก
  2. ด่างทับทิม ฆ่าเชื้อโรค ใช้แช่อาหารสดก่อนให้ปลากินประมาณ 5 นาที
  3. ยาแก้อักเสบ เช่น เต็ดต้าไซคลิน, ยาเหลือง ช่วยรักษาอาการอักเสบต่าง ๆ
  4. ยาฆ่าพยาธิ สำหรับใช้ฆ่าเห็บ หมัด และหนอนสมอต่าง ๆ เช่น ไซเตรสของไวร์ทเครน
ปลาที่เลี้ยงรวมกับปลาหางนกยูงได้ ..เกือบจะเป็นอีกคำถามยอดฮิต เคยเห็นผ่านตาในหัวข้อเก่าๆ รวมทั้งในหลายๆ เว็ป

ปลาที่ผมเคยนำมาลอง เลี้ยงรวมกับปลาหางนกยูง ก็มีทั้งปลาที่เลี้ยงรวมกันได้ดี หรือบางตัวอาจจะมีปัญหากระทบกระทั่งกันบ้างนิดหน่อย
แต่ก็สามารถอยู่ร่วม กันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดสภาพแวดล้อมภายในตู้ รวมทั้งปริมาณการให้อาหาร ที่ทั่วถึงเพียงพอก็จะมีผลกับการ
เลี้ยงปลารวม ได้เช่นกัน  ปลาที่แนะนำ (เคยเห็นว่าเลี้ยงด้วยกันได้) ก็เช่น....

- ปลาตัวเล็กๆ ที่นิยมเลี้ยงรวมกันในตู้ไม้น้ำทั่วๆ ไป เช่น ซิวข้างขวานหรือซิวต่างๆ คาร์ดินัล แบล็คนีออน ซิลเวอร์ทริป ม้าลาย
แพะ เผือก ฯลฯ (มีให้เลือกเยอะมากแล้วแต่ชอบเลย..ลองเดินหาที่ถูกใจดูก็แล้วกัน)






- ปลาสอด หรือแพล็ตตี้ต่าง (ควรเลือกที่ขนาดเล็กกว่าหรือไล่เลี่ยกันไว้ก่อน..และตอนเลือกซื้อควรระวัง เรื่องปลาป่วย)






- Endler หรือ Endler Hybrid




- ปลากัด (เลี้ยงเดี่ยว)


- กุ้งเชอร์รี่ (เลี้ยงได้เป็นฝูง)


สำหรับสุมาตรา ก็เลี้ยงรวมกันได้ แต่จะอยู่ด้วยกันดีๆ ได้ไม่นาน เนื่องจากเป็นปลาที่ค่อนข้างปราดเปรียว และลักษณะนิสัยก้าวร้าว จึงมักเกิดการ
กระทบกระทั่งและทำอันตรายกับปลาหางนกยูงรวมทั้งปลาอื่นได้ แม้เราจะดูว่ามันเป็นปลาตัวเล็กก็ตาม ..จึงไม่แนะนำครับ



คร่าวๆ แค่พอเป็นแนวทางนะครับ 





 ปลาหางนกยูงมีชื่อ วิทยาศาสตร์ว่า Poecilia reticulata Peters 1859 มีชื่อสามัญว่า Guppy อยู่ในครอบครัว Poecidae เป็นปลาอออกลูกเป็นตัว
และมีถิ่นกำเนิดทาง ทวีปอเมริกาใต้แถบเวเนซูเอลล่า หมู่เกาะคาริเบียนของประเทศบาร์บาโดสและในแถบลุ่มน้ำอเมซอน ในธรรมชาติอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด
และน้ำกร่อยที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งจนถึง น้ำไหลเรื่อยๆ ปลาตัวผู้มีขนาด 3 -5 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาด 5 -7 เซนติเมตร ปลาหางนกยูงที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม
(Fancy guppies) ซึ่งเป็นปลาที่ได้รับการคัดพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์มาจากพันธุ์พื้นเมือง ( Wild guppies) ที่พบแพร่กระจายอยู่ในธรรมชาติ ลักษณะ
เด่นที่ใช้ในการ ปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆ คือ ลักษณะสีและลวดลายบนลำตัวและลวดลายบนครีบหางและรูปแบบของครีบหาง ซึ่งในการเรียกสาย
พันธุ์ต่างๆ จะถูกตั้งชื่อตามลักษณะ ดังกล่าว

ลักษณะ ที่ดีของปลาหางนกยูง                                             

ลักษณะลำตัว                   ->   มีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ
ลักษณะครีบ                    
->   ครีบหางใหญ่ พริ้วหนา แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด ขณะว่ายน้ำพริ้วไม่พับ
สีและลวดลาย                  
->     ถูกต้อง ตามสายพันธุ์    คมเข้มชัดเจน                                                                    
ความสมบูรณ์ของลำตัว    -> ทรงตัวปกติ

การ เพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง

            ในการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง นอกเหนือจากวิธีการเพาะพันธุ์แล้ว วิธีการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์และการอนุบาลลูกปลานับว่า เป็นปัจจัย
ที่ล้วนแต่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ซึ่งได้กล่าวถึงปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ คือ การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาหางนกยูง เนื่องจากปลาหางนกยูงจะเจริญถึง
วัย เจริญพันธุ์ เมื่อปลามีอายุเพียง 3 เดือนเท่านั้น เมื่อลูกปลาพอที่จะแยกเพศได้ (อายุประมาณ1- 1  1/2 เดือน ) ควรเลี้ยงแยกเพศไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผสม
พันธุ์กันเอง

            น้ำที่ใช้เลี้ยง   ควรเป็นน้ำสะอาดปราศจากคลอรีน มีความเป็นกรด – ด่าง (pH ) 6.5 – 7.5 มีปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำไม่ต่ำกว่า 5 มก.ต่อลิตร
ความ กระด้างของน้ำ 75- 100 มก.ต่อลิตร ความเป็นด่าง 100 – 200 มก.ต่อลิตร และอุณหภูมิน้ำ 25 –29 ? C ควรมีน้ำไหลหมุนเวียนตลอดเวลา

             อาหารที่ใช้เลี้ยง    ปลาหางนกยูงสามารถกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ (Omnivorous) ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์จึงสามารถให้อาหารจำพวกสัตว์น้ำขนาดเล็ก
เช่น ลูกน้ำ ไรแดง (Moina) ไรสีน้ำตาล (Artemaia) หรือหนอนแดง(Chironomus) หรืออาจจะเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป ที่มีปริมาณโปรตีนไม่ต่ำกว่า 40%
อาหาร สดก่อนให้ทุกครั้งควรฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหาร โดยควรแช่อาหารในด่างทับทิมเข้มข้น 500 - 1,000 ส่วนในล้านส่วน (0.5 - 1.0 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร )
เป็นเวลาประมาณ 10 –20 วินาที ปริมาณอาหารสด ควรให้ 10% ของน้ำหนักตัวหรือให้กินแต่พออิ่ม ส่วนอาหารแห้ง ควรให้วันละ 2 - 4 % ของน้ำหนักตัวปลา
โดยให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็น ส่วนการถ่ายเทน้ำควรจะทำทุกวัน โดยดูดน้ำในตู้ออกวันละประมาณ ? ของปริมาณน้ำในตู้ แล้วเติมน้ำให้
เท่าระดับเท่าเดิม

การ คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์
การคัดเลือกปลาเพศผู้และเพศเมีย เพื่อทำการผสม ควรเลือกปลาที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไป มีลักษณะลำตัวมีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ โคนหางใหญ่ แข็งแรง
ครีบสมบูรณ์ ครีบหางใหญ่ พริ้วหนา แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด รูปร่างได้สัดส่วน แข็งแรง ว่ายน้ำปราดเปรียว มีสีและลวดลายสวยงาม เพศผู้จะมีลักษณะต่าง
จากเพศเมีย ตรงที่อวัยวะในการสืบพันธุ์เรียกว่า gonopodium ซึ่งดัดแปลงมาจากครีบก้น ปลาเพศผู้และเพศเมีย ควรมีลักษณะสีและลวดลายที่เหมือนกันหรือ
คล้ายกัน มากที่สุด เพื่อให้ได้ลูกปลาที่ลักษณะไม่แปรปรวนมากในการผสมพันธุ์ หากจำเป็นต้องเก็บลูกปลาที่เพาะไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในครั้งต่อไป ควรหาพ่อแม่ปลา
จากแหล่งอื่นมาผสมบ้าง เพื่อป้องกันการผสมเลือดชิด (Inbreeding) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกปลารุ่นต่อๆ ไป มีความอ่อนแอและมีอัตราการรอดต่ำ

การเพาะ เลี้ยงปลาหางนกยูง
ขั้นตอนที่ 1   เตรียมบ่อซีเมนต์ขนาด 1 - 4 ตรม. ระดับน้ำลึก 30 –50 ซม. ใส่พุ่มเชือกฟางตะกร้าหรือฝาชี เพื่อให้ลูกปลาใช้เป็นที่ปลาหลบซ่อน

ขั้นตอนที่ 2    คัดพ่อแม่ปลาสายพันธุ์เดียวกันที่ลักษณะดีสีสวยอายุประมาณ 4 –6 เดือน โดยคัดปลาเพศผู้ ลำตัวโต แข็งแรง ครีบหลัง ครีบหางใหญ่และแผ่กว้าง
สี เข้มสดใส สวยงาม ส่วนปลาเพศเมียคัดเลือกสายพันธุ์เดียวกันกับปลาเพศผู้ ลำตัวโต แข็งแรง ปราดเปรียว ครีบหางเข้มสดใส ปล่อยรวมกันในอัตรา 120 -180
ตัว/ลบ.ม. ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1:3 หรือ 1:4 ระหว่างการเพาะพันธุ์ให้ไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้า และให้อาหารสำเร็จรูปในตอนเย็น ปลาเพศเมีย
ที่ได้รับการผสมแล้ว จะเห็นเป็นจุดสีดำบริเวณท้อง

ขั้นตอนที่ 3   หลังจากแม่ปลาได้รับการผสมพันธุ์ประมาณ 26 –28 วัน จะมีลูกปลาวัยอ่อนเกิดขึ้นและหลบซ่อนอยู่ตามวัสดุที่มาใส่ไว้ในบ่อให้รวบรวม ลูกปลาออก
ทุกวันสะสมไว้ในบ่ออนุบาล ประมาณ 4-5 วัน/ บ่อ เพื่อให้ลูกปลามีขนาดใกล้เคียงกัน โดยปล่อยลูกปลาในอัตราความหนาแน่น 140-300 ตัว/ลบ.ม. ในระยะแรก
ให้ไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้าและเย็นทุกวัน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงให้อาหารสำเร็จรูป จนกระทั่งลูกปลามีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นระยะ
ที่เริ่มแยกเพศได้ โดยปลาเพศเมีย สังเกตจุดสีดำบริเวณรูเปิดช่องท้อง ส่วนปลาเพศผู้ เมื่อมองจากด้านบนมีรูปร่างเรียวยาวกว่าเพศเมีย

ขั้นตอนที่ 4    คัดขนาดและแยกเพศปลา นำไปแยกเลี้ยงในบ่ออัตรา 200-300 ตัว/ลบ.ม.ให้กินไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้าส่วนตอนกลางวันและตอนเย็นให้กิน
อาหาร สำเร็จรูป เลี้ยงเป็นระยะเวลา 3 เดือน (ปลามีอายุประมาณ 4 เดือน)

ขั้นตอนที่ 5    ปลาหางนกยูงอายุประมาณ 4 เดือน จะถูกคัดขนาดและคัดเลือกปลาที่แข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อนำไปเลี้ยงไว้ในบ่อพักปลาเพื่อเตรียมส่งจำหน่ายต่อไป


โรค ที่พบในปลาหางนกยูงและวิธีรักษา

1. โรคจุดขาว (White spot disease)      เกิดจากสัตว์เซลล์เดียว ชื่อ lchthyophthirus multifilis หรือชื่อย่อว่า lch (อิ๊ค)อิ๊คเข้าเกาะตัวปลาและฝังตัวที่
ผนังชั้นนอกของปลา สร้างความระคายเคือง
ปลาจะสร้างเซลล์ผิวหนังหุ้มอิ๊ค ทำให้เห็นเป็นจุดสีขาว ยังไม่มีวิธีการกำจัดอิ๊คที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนัง แต่วิธีการที่ได้ผล
คือ การทำลายตัวอ่อนในน้ำ สารเคมีที่ใช้ได้ผลดี คือ ฟอร์มาลิน 25 - 30 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร ผสมกับมาลาไค้ท์กรีน 0.1 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้
ตลอด และควรจะแช่น้ำซ้ำอีก 3 - 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 7 วัน จะให้ผลดีมาก โดยเฉพาะเมื่อน้ำมีอุณหภูมิประมาณ 28- 30 องศาเซลเซียส

2. โรคที่เกิดจากปลิงใส   เกิดจากปรสิตตัวแบน 2 ชนิด คือ Gyrodactylus และ Dactylogyrus มักพบตามบริเวณเหงือกและผิวหนัง การรักษาใช้ฟอร์มาลิน
เข้ม ข้น 40 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร
หรือดิพเทอร์เร็กซ์เข้มข้น 0.25-0.5 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอดไป
3. โรคที่เกิดจากหนอนสมอ (Lerneae sp.)  หนอนสมอมีลำตัวเป็นรูปทรงกระบอก ส่วนหัวคล้ายสมอทำหน้าที่ยึดเกาะกับตัวปลา การรักษาใช้ดิพเทอร์เรกซ์
เข้มข้น 0.25-0.50 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอด แล้วแช่ซ้ำ 3-4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 7 วัน

4. โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย    เกิดจากพวกแบคทีเรียสกุล Aeromonas และ Pseudomonas อาการที่พบ คือ ครีบและหางกร่อน ท้องบวมน้ำ เกล็ดพอง รักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ไนโตรฟูราโซน 1 -2 กรัมต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ปลานาน 2 -3 วัน ออกซีเตตร้าไซคลินหรือเตตร้าซัยคลินผสมลงในน้ำในภาชนะ

ที่เลี้ยงในอัตรา 10 - 20 มิลลิกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือจะใช้เกลือแกง 0.5-1% ก็ได้

ลักษณะปลาหางนกยูงบางสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง

สายพันธุ์ ลักษณะและสีของลำตัว ลักษณะและสีของครีบ  
1. คอบร้า (Cobra)
  • Yellow cobra (คอบร้าเหลือง)  หรือ
    King cobra
  • Red cobra (คอบร้าแดง)
  • Multicolour (เจ็ดสี)
  • สี น้ำเงิน ม่วง หรืออื่นๆ
  • มีลวดลาย เป็นแถบยาว
    หรือสั้น พาดขวาง พาดตาม
    ยาว หรือพบพาดเฉียงทั่ว
    ลำตัว ตลอดถึงโคนหาง
    ลวดลาย คล้ายลายหนังงู
  • หาง รูปสามเหลี่ยม
    (Delta tail )  พัด
    (Fan tail ) หรือหาง
    บ่วง  (Lyre tail )
  • ครีบหางมี หลากหลาย
    และหลากสีสอดคล้อง
    กับลำตัว
 2. ทักซิโด้ (Tuxedo)
  • German tuxedo
  • Neon tuxedo (สันหลังสีขาวสะท้อนแสง)
  • Black tuxedo (ครีบหางสีดำ)
  • Golden tuxedo (ครีบหางสีส้ม)
  • Flamingo tuxedo
  • Bronze tuxedo
  • ครึ่ง ตัวด้านท้ายมีสีดำ
    หรือน้ำเงินเข้ม


  • ครีบ หลังและครีบหางหนา
    ใหญ่มีสีและลวดลายเหมือนกัน
  • ครีบหางมี หลากหลายแบบ

3. โมเสค (Mosaic)
  • Red mosaic หรือ
    Red butterfly หรือชิล
  • พื้นลำตัวสีเทา อ่อน
    บริเวณด้านบนสีฟ้า
    หรือเขียวอาจแซมด้วย
    สีแดง ชมพู หรือขาว
  • ครีบ หางรูปสามเหลี่ยม (Delta tail ) ปลายมุมบนและล่างมน
    บริเวณโคนหางอาจมี สีน้ำเงินเข้ม
  • ครีบหางมี หลากหลาย
  • ครีบหลังขาว เรียบ หรือชมพูอ่อน
    หรืออาจมีจุดหรือแต้มขนาดเล็ก
4. กร๊าซ (Grass)
  • Grass tail (หญ้าแก้ว)
    Grass tail albino (เผือกตาแดง)
  •   ลำ ตัวมีหลากสี
  • ครีบ หางมีจุดหรือแต้มเล็ก ๆ
    กระจายแผ่ไปทั่วตามแนว
    รัศมีของหางคล้ายดอก หญ้า
 
5. นกยูงหางดาบ (Sword tail )
  • Double sword (หางกรรไกร)
  • Top sword (หางดาบบน)
  • Bottom sword (หางดาบล่าง
  • ลำ ตัวมีสีเทา ฟ้า เขียว แดง
    ชมพู เหลือง คล้ายหางนกยูง
    พันธุ์พื้น เมือง
    ( Wild guppies)
    อาจมีจุดหรือลวดลายบนลำตัว
  • ครีบ หางเป็นแฉกคล้ายปลาย
    ดาบ อาจมีทั้งด้านบนและด้าน
    ล่าง หรือด้านใดด้านหนึ่ง
 
::เอกสารข้อมูล จาก     สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ
กรม ประมง

การ ทดลองเกี่ยวกับอาหารของปลาหางนกยูง

การทดลองเกี่ยวกับอาหารของปลาหางนกยูง
โดย ดอกเตอร์ E.C และทีมงาน

ผลทางสถิติของผล การทดลองที่ทำโดย Drs. Larr,Johns และTobins เพื่อเป็นการวัดผลว่าอาหารอะไรทำให้ปลาหางนกยูงตัวเมียให้ ลูกได้มากที่สุด

กลุ่มการทดลองจะประกอบด้วย ปลา 3 คู่ ซึ่งจะเลี้ยงด้วยอาหารแต่ละอย่างเพียง อย่างเดียว เป็นเวลา 120 วัน โดยจะให้อาหารวันละ 3 มื้อ คือ เช้า , เที่ยง , 4 โมงเย็น ในกลุ่มการทดลองที่เลี้ยงด้วยอาหารแห้ง (DRY FOOD ) จะ เลี้ยงด้วยอาหารแห้งที่ทดลอง สลับกับ อาหารแผ่น อีกมื้อจะเป็น อาหารแห้งที่ทดลองผสมกับอาหารแห้งยี่ห้อชั้นนำอีก2ยี่ห้อ ในอัตราส่วน 50/50 คืออาหารแห้งที่ทดลอง 50/50ของอาหารแห้งยี่ห้อชั้นนำ2ยี่ห้อที่ผสม กัน ในมื้ออาหารแผ่นก็เช่นกันเป็นส่วนผสมของ2 ยี่ห้อ ชั้นนำผสมกัน 50/50เหมือนกัน ( เมื่อการทดลองได้ถูกประเมินผล อาหารแห้งยี่ห้อที่2 ก็ จะนำมาทำการทดลองเช่นกัน ตามวิธีที่ทดสอบกับยี่ห้อที่ 1 โดยใช้ปลาที่ทดลองในกลุ่ม#5 และ # 6)
            การทดลองอาหาร(รายงานเลขที่6642)โดยLAEE, JOHN ,ROBINS)
            อาหารที่ทดสอบ                                             จำนวนลูกปลารวม            เพศผู้                          เพศเมีย
 
1 ไส้เดือยสับละเอียด/เลี้ยงสด                                                  178              87                       91
2 ไส้เดือน สับละเอียด แช่แข็ง                                                   164              81                       83
3 อาหารสูตร หัวใจวัว                                                             143              64                        79
4 TUBIFEX                                                                           141             61                        80
5 ไรทะเลเป่า                                                                          101             48                        53
6 อาหาร สูตรของกอร์ดอน สูตรตับ                                             79               39                        40
7 ไรทะเล ตัวแก่ แช่แข็ง                                                             76              37                        39
8 อาหารแห้ง ,อาหารแผ่น,อาหารสูตรปกติ                                 52              24                        28
9 อาหารแห้งแห้ง ที่ทำจากไรทะเลและTubiflexที่ทำให้-
   แห้งโดยใช้ความเย็นจัด                                                         40              23                         17
10 ผักกระหล่ำ หรือ ผักกาดหอม                                                37              21                         17
11 ถั่ว                                                                                     28              19                           9
12 อาหาร ที่ทำจากแป้งหรือธัญญพืช                                         18               9                           9
13 WHITE WORMS                                                                16               7                           9
14 อาหาร ที่ทำจากข้าวOat                                                      12               5                          7
15 รำข้าว                                                                                9                 5                         4
16 ขนมปัง                                                                                6                5                          1
หลังจากจบ การทดลองปลาทุกชุดการทดลองได้นำมาเลี้ยงด้วยไส้เดือนตามสูตร 1 และก็ได้ผลการทดลองที่ได้ลูกปลาตมสูตร 1

17 ไส้เดือนและอาหารแห้ง                                                         194             93                         101
18 ไส้เดือน,อาหารสูตรหัวใจวัวและผักกาดหอม                            221            107                        113
 ในการ ทดสอบอาหารสูตรหัวใจวัว พบว่าการเลี้ยงอาหารนี้ ถึงแม้จะเลี้ยงทุกวัน ทำให้ปลามีอายุยืนขึ้น 25-50 %


ref.
http://www.khonrakpla.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=569711&Ntype=5
http://www.kanlayanee.ac.th/kn/work2544/40518/a2.html
http://www.thaiguppy.com/index.php?topic=1865.0
http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080608033920AAAtI83
http://203.172.163.147/stu/23175/1.htm
http://rhythm-of-life.spaces.live.com/?_c11_BlogPart_BlogPart=blogview&_c=BlogPart&partqs=cat%3dHobbies
Comments