เจ๊ท-พงษ์ภัทร์ พงษ์พานิช
ลูกชายของสาวสังคมคนดัง "เป็ด-สุภี พงษ์พานิช"
ผู้อํานวยการฝ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขาย ธนาคารไทยพาณิชย์






"ผมชอบแต่งรถ จึงได้ติดต่อคุณโทนี่ และได้รับคำแนะนำเรื่องการตกแต่งรถที่ดีมากเลยครับ
การบริการก็ดี คุณโทนี่ดูแลเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ตีราคาให้ และเซอร์วิสหลังการขายที่ดี"

จุดแข็งที่สร้างความแตกต่างจากร้านอื่นคือ บริการติดตั้งนอกสถานที่่ฟรีถึงบ้าน

"จุดแข็งที่สร้างความแตกต่างจากร้านอื่นคือ บริการติดตั้งนอกสถานที่่ฟรีถึงบ้านเลยครับ สะดวกมากๆ
ส่วนฟิล์มเปลี่ยนสีรถก็ใช้ของเกรดอย่างดีจากประเทศเยอรมันครับ
ทีมช่างติดตั้งก็ไม่ใช่ช่างธรรมดา แต่เป็นทีมช่างที่มีดีกรี ระดับแชมป์งานแข่ง Wrap รถ เลยนะครับ ฝีมือดีจริงๆ"

ทีมช่างที่มีดีกรี ระดับแชมป์งานแข่ง Wrap รถ

"ลูกค้าของคุณโทนี่ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้่ใช้รถซุปเปอร์คาร์ แต่ให้บริการตกแต่งรถทุกประเภทครับ
ไม่ว่าจะเป็นรถธรรมดาคุณโทนี่ก็บริการดีเยี่ยมหมดครับ
"








ครอบครัว "พงษ์พานิช" บ้านนี้มีแต่รอยยิ้ม & ความรัก

สุขสันต์หรรษารับวันครอบครัว กับความน่ารัก


       แสนอบอุ่นในบทบาทที่คุณไม่เห็นของสาวสังคมคนดังอย่าง "เป็ด-สุภี พงษ์พานิช" ผู้อํานวยการฝ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขายธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของการเป็นภรรยาของ "คุณเจตนา" และบทบาทคุณแม่ของ "น้องเจ๊ท" และ "น้องแจน" เธอก็สามารถทําได้เป็นอย่างดี แถมเธอยังเป็นแรงใจที่สําคัญในการช่วยผลักดันให้ครอบครัว "พงษ์พานิช" อบอุ่นและแข็งแรงอยู่เสมอ

ครอบครัวต้องมาเป็นที่หนึ่ง


"ถ้าเป็นวันทํางานพี่ก็จะเต็มที่กับงาน แต่ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์พี่จะให้เวลากับครอบครัวเป็นหลัก ถ้าไม่มีนัดพิเศษอะไร ทุกวันเสาร์เราสี่คนพ่อแม่ลูก จะต้องออกไปหาของอร่อยๆ ทานกัน จากนั้นก็จะเป็นเวลาของการช้อปปิ้ง ซึ่งลูกๆ ก็จะมาเดินซื้อของกับพี่ เพราะเราวัยใกล้เคียงกัน...(หัวเราะ) ส่วนสามีก็จะนั่งคอยตามร้านกาแฟ แต่ตอนนี้ลูกสาว (น้องแจน-ธนัชพร) ไปเรียนอยู่นิวซีแลนด์ ปีหนึ่งก็จะเจอกันครั้งหนึ่ง ช่วงนี้ก็ควงลูกชาย (
เจ๊ท-พงษ์ภัทร์) ไปพลางๆ ก่อนค่ะ"

...ส่วนวันอาทิตย์ก็จะเป็นวันพักผ่อนของครอบครัวเรา  แต่จะมีพิเศษหน่อยก็ตรงที่ทุกเช้าวันอาทิตยพี่จะเข้าครัวทําอาหารให้ทุกคน ทาน ซึ่งที่บ้านจะชอบทานสปาเกตตีกันหมด พี่ก็ต้องสรรหาเมนูสปาเกตตีแปลกๆ มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนทํา ซึ่งก็ถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งค่ะ"

 


บทบาทของการเป็นคุณแม่ลูกสอง


"การเลี้ยงดูลูก พี่จะทําตัวเป็นพี่เลี้ยง มากกว่าทําตัวเป็นแม่ เพราะถ้าเราทําตัวเป็นแม่ ก็จะเกิดกําแพงขึ้นมากั้นความคิดของลูกด้วยความเป็นห่วง แต่ถ้าเราเลี้ยงเค้าเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง แต่เป็นเพื่อนที่มีประสบการณ์มาก ลูกจะเกิดความไว้ใจ และกล้าที่จะแสดงออกและระบายสิ่งที่เค้าคิดกับเราตรงๆ


...พี่เป็นคนที่ให้อิสระทางความคิดกับลูกมาก เพราะเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง และเราก็สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันได้ ไม่ใช่ใช้สิทธิ์ของความเป็นแม่ ไปสั่งให้เค้าเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตามใจเรา อย่างเวลาลูกอยากทําอะไร เราก็จะเปิดโอกาสให้เขาได้ลองทํา แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เหตุผลที่เหมาะสม


...บวกกับการที่พี่ได้ทํารายการ teen time เกี่ยวกับวัยรุ่นด้วย ก็ยิ่งทําให้พี่เข้าใจวัยรุ่นยิ่งขึ้น รู้ว่า เด็กยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พ่อแม่ก็ต้องพยายามทําความเข้าใจกับวัยของเขาด้วย ไม่ใช่จะมาบังคับให้ลูกทําตามใจเราอย่างเดียว ให้นึกถึงตอนที่เราเคยเป็นวัยรุ่น ซึ่งตอนนั้นเราก็ต้องการอิสระ อย่างอยู่กับเพื่อนเหมือนกัน"


ความปลอดภัย คือ สิ่งที่ห่วงที่สุด


"สําหรับลูก สิ่งที่ห่วงมากที่สุด คือเรื่องความปลอดภัย เวลาลูกจะไปไหน ลูกจะต้องมีเหตุผลมาบอกก่อนเสมอว่าจะไปเพราะอะไร แล้วเราก็จะมานั่งสกรีนกันว่า สถานที่ไหนที่ลูกสามารถไปได้ แล้วเราจึงอนุญาต หรือถ้าจะไปบ้านเพื่อน ก็ต้องบอกว่าไปบ้านใคร กลับกี่โมง เราจะได้ลดความกังวัลไป อีกอย่างพี่จะสอนลูกเสมอว่า ลูกอยากได้อะไรแม่หาให้ได้หมด แต่ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ของมึนเมา และอย่าประพฤติตัวไปในทางที่ไม่ดีเด็ดขาด แค่ ขอให้ลูกเป็นเด็กดีของพ่อแม่ก็พอแล้ว"

 


บอกรักกับลูกแบบไม่ต้องกั๊ก


"พี่จะบอกรักกับลูกตลอดเวลา เพราะเด็กทุกคนต้องการความอบอุ่น ต้องการการสัมผัสจากพ่อแม่ ซึ่งพี่ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งจําเป็นมาก สังเกตได้ว่าถ้าเด็กคนไหนขาดความอบอุ่น ขาดการเอาใจใส่จากครอบครัว ไม่ได้รับการกอด จูบจากพ่อแม่ เด็กคนนี้จะหน้าหงิก หน้างอ แต่ถ้าใครได้รับความอบอุ่นจากการเลี้ยงดูตั้งแต่เล็กจนโต ลูกจะมีความสนุก ยิ้มแย้มแจ่มใส


...อย่างลูกสาว (น้องแจน) ถึงตัวเราจะอยู่ไกลกัน แต่เราจะหมั่นเติมความรัก ความห่วงใยให้กันทุกวัน โดยพี่จะโทรหาเค้า และบอกรัก บอกให้เค้าป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน จะได้รีบเรียนให้จบกลับมาช่วยแม่ทํางานเร็วๆ"

เปิดโอกาสให้ลูก มีอนาคตของตัวเอง

"ลูกๆ ทั้งสองคนของพี่ สนใจทางด้านศิลปะมาก พี่เองก็จะสนับสนุนเต็มที่ ถึงแม้ในอดีตกาล เราถูกปลูกฝังมาว่าศิลปินไส้แห้ง เป็นอาชีพที่ไม่ควรทํา แต่ทุกวันนี้เท่าที่เห็น พี่รู้เลยว่าทําไมเด็กสมัยนี้อยากเข้าวงการกันเยอะ ก็เพราะเป็นอาชีพที่หาเงินง่าย และเป็นวงการที่มีเสน่ห์ มีประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าท้าท้าย


ซึ่งสําหรับลูกๆ พี่แล้ว พี่ไม่เคยเชียร์ เอาเป็นว่า เค้าถนัดทางไหน ชอบทางไหนเราก็จะคอยเป็นพี่เลี้ยง และคอยสนับสนุนเขาดีกว่า ดังนั้น พี่จึงไม่คาดหวังกับตัวลูกๆ มากเท่าไหร่ เพราะอนาคต คือ ความไม่แน่นอน ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ แต่เราก็พยายามให้เค้าเป็นไปตามสเต็ปในวัยที่ควรจะเป็น อย่างวัยนี้ก็ต้องเรียน แต่ถ้าอยู่ในวัยทํางาน เขาชอบอะไร เราก็ต้องสนับสนุนในสิ่งที่เขาอยากทํา และที่สําคัญขอให้เป็นคนดีก็พอแล้ว"

 


เคล็ดลับแม่ยุคใหม่เข้าใจวัยรุ่น


"สิ่งแรกเลย คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้บอก ได้ระบายในสิ่งที่เขาต้องการ และเมื่อพอเรารู้แล้ว อะไรดีไม่ดีเราก็จะคอยแนะนํา และแชร์ประสบการณ์ให้พวกเขา พี่ว่ามันดีกว่าที่เราจะไปปิดกั้น อย่างเด็กบางคนพ่อแม่จะไม่เข้าใจ ก็จะถูกดุ ถูกว่า ซึ่งพี่มองว่าเป็นเรื่องที่น่าสงสารมาก และสังเกตจะเห็นว่าพี่จะมีเพื่อนรุ่นน้อง และเพื่อนของลูกๆ เข้ามาสุงสิงอยู่ด้วยเยอะมาก เพราะด้วยความที่เราเข้าใจในวัยของพวกเขา น้องๆ ที่ได้มาใกล้ชิดกับพี่เค้าก็จะรู้สึกว่าอยู่กับเราสบายใจ ซึ่งพี่เองก็รู้สึกดีนะ เพราะอย่างน้อยๆ ก็ช่วยดูแลพวกเขาแทนคุณพ่อคุณแม่ของบางคนที่ไม่ค่อยมีเวลา"


บทบาทของศรีภรรยา


"สําหรับคุณจ้อย (สามี) ตอนนี้เกษียณอายุแล้ว ซึ่งก็จะมีเวลาช่วยดูแลธุรกิจร้านน้ำแข็งไส "Party ice" ให้ นิสัยของคุณจ้อยจะแตกต่างจากพี่มาก เค้าจะเป็นคุณพ่อที่เน้นในด้านความมีระเบียบวินัยมาก ลูกห้ามทําอะไรนอกกฎกติกาที่วางไว้ ซึ่งลูกๆ ก็จะกลัว และเกรงใจคุณพ่อมาก แต่สําหรับพี่จะเป็นแนวหย่อนกติกา แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ซึ่งคนเป็นพ่อแม่ เมื่อคนหนึ่งตึง คนหนึ่งก็ต้องหย่อน เพื่อให้ลูกมีที่ได้ระบาย"


...อย่างเวลาพี่ตกเป็นข่าวต่างๆ คุณจ้อย ก็ไม่เคยว่าอะไร อ่านข่าวไปก็ขําด้วยซ้ำ แถมยังมีแซวอีกว่าทําไมเมียฉันถึงได้มีเสน่ห์แรงอย่างนี้...(หัวเราะ) ไม่ว่าพี่จะเจอกับเรื่องอะไร กําลังใจจากครอบครัว เป็นสิ่งสําคัญ เพราะมีอะไรเราก็จะหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือกันและคอยช่วยเหลือกันตลอด และเราก็ยินดีที่จะช่วยเหลือคนรอบข้างด้วย ซึ่งพี่โชคดีที่บ้านพี่มีแต่คนน่ารัก มีสามีน่ารัก และมีลูกเป็นเด็กดี"

 


เคล็ดลับครองคู่ชีวิตอย่างสุขใจ


"สิ่งที่สําคัญที่สุดคือ ความใว้ใจกัน และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ต้องมีการโทรเช็กอะไรให้วุ่นวาย แค่เชื่อใจกันก็พอ อีกอย่างก็ต้องใจเย็น มองชีวิตในเป็นแง่บวกเสมอ แล้วชีวิตคู่จะเป็นเรื่องที่สบายๆ อะไรที่เราไม่ชอบก็จะทําเป็นมองไม่เห็น เหมือนกับคําโบราณที่ว่า ทําเป็นหูทวนลมก็จบ


....บางทีคําพูดอะไรที่มันพูดไปแล้ว จะทําให้คนฟังรู้สึกไม่ดี เราก็เลือกที่จะไม่พูดดีกว่า ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดี ครอบครัวเราก็จะมีแต่สิ่งสวยๆ งามๆ ทําให้เราไม่เครียด  เพราะแค่เราทํางานทุกวันก็เครียดพอแล้ว เราจะมัวมาจ้องจะหาเรื่องกันทําไม สู้พยายามทําให้ครอบครัวเป็นครอบครัวสุขสันต์หรรษาดีกว่า เพราะลูกๆ ยังต้องการกําลังใจจากพ่อแม่ ที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ไปเรื่อยๆ"


ดูแลคนอื่นแล้ว ต้องไม่ลืมรักตัวเอง


"ไม่มีใครจะรักเราเท่ากับตัวเราเอง ซึ่งพี่คิดว่าคนเราถ้าไม่รักตัวเองแล้วใครจะรัก you are what you eat ฝรั่งเขาพูดถูก เราควรจะเลือกทานสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายตั้งแต่เด็กจนโต พี่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ อาหารก็จะเน้นทานปลา และผัก ผลไม้ เพื่อให้สุขภาพดีแข็งแรง ในเมื่อ  เราดูแลตัวเองดีแล้ว ก็จะสามารถดูแลคนอื่นได้ดีด้วย อีกอย่างเราไม่ใช่คนโสด มีลูกแล้วและต้องดูแลคนอีกมากมาย เรื่องสุขภาพของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม"


ทุกวัน คือวันครอบครัว


"วันครอบครัวสําหรับเรา มีทุกวันอยู่แล้วค่ะ ไม่จําเป็นต้องรอให้ถึงเทศกาล หรือวันพิเศษอะไรทั้งสิ้น ครอบครัวเราจะหมั่นเติมความรักให้กันตลอด ไม่ใช่มัวรอให้ถึงเทศกาลวันพิเศษ ถึงจะแสดงความรักต่อกันที แถมครอบครัวเราก็ชอบไปแบบยกแก๊ง ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว


อย่างทุกวันนี้ทุกค่ำเราจะมารวมตัวกันที่ Party ice มาช่วยกันดูแลลูกค้า เสาร์อาทิตย์ก็จะวางแพลนหาที่เที่ยว เพื่อพักผ่อนกันตามประสาพ่อแม่ลูกตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ"


Credit Daradaily.com