องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ มี 2 ชนิด คือ.-

1. ส่วนประกอบที่สามารถจับต้องได้ เรียกว่า "ฮาร์ดแวร์" (Hardware)

2.ส่วนประกอบที่มีอยู่แต่ไม่สามารถจับต้องได้เรียกว่า "ซอฟต์แวร์" (Software)

ฮาร์ดแวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ.-

1.ฮาร์ดแวร์ที่ประกอบอยู่ภายในเคส(Case) เรียกว่า "อินเทอร์นัล" (Internal)

2. ฮาร์ดแวร์ที่อยู่ภายนอกเคส และเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณ หรือระบบส่งสัญญาณก็ตาม เรียกว่า "เอกซเทอร์นัล" (External)

ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น4 ประเภท คือ

1.ประเภทระบบปฏิบัติการที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานเบื้องต้นได้ เรียกว่า Operating System = OS.

2.ประเภทโปรแกรมเสริม เพื่อช่วยให้การใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เรียกว่า Secondary

3.ประเภทชุดคำสั่งควบคุม เพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เรียกว่า Fermware

4.ประเภทเชื่อมต่ออุปกรณ์ เพื่อให้อุปกรณ์แต่ละชิ้นสามารถเชื่อมต่อชุดคำสั่งควบคุมเข้าหากันได้อย่างครบถ้วน เรียกว่า Driver

หน้าที่ของอุปกรณ์ในระบบฮาร์ดแวร์

1.Control Processing Unit หรือ CPU.คือหน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ในการควบคุมระบบต่าง ๆ และประมวลผลข้อมูล คำสั่งต่าง ๆ โดยการแปลภาษาดิจิตอลเป็นภาษามนุษย์ และแปลภาษามนุษย์ เป็นภาษาดิจิตอลที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ และมนุษย์เข้าใจ รวมทั้งการประมวลผลข้อมูลภาพ เสียง กราฟิก ออกมาในรูปของตัวเลข เพื่อส่งต่อให้หน่วยแสดงผลนำข้อมูลไปประมวลผล เพื่อแปล และแสดงผลในรูปที่เราสามารถรับชม และรับฟังได้ เรารู้จัก CPU. ในชื่อทางการค้า เช่น Pentium, Calleron และ AMD. ฯลฯ เป็นต้น.

2.Random AccessMemory=RAM คือหน่วยความจำชั่วคราวของคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่ในการค้นหาและนำส่งข้อมูลระหว่างฮาร์ดดิสก์ กับ ซีพียู. และทำหน้าที่ในการช่วยซีพียู.ในการควบคุมระบบไฟในคอมพิวเตอร์

3.Harddisk ฮาร์ดดิสก์เป็นหน่วยความจำกึ่งชั่วคราว คือสามารถเก็บข้อมูลไว้ได้ตลอดอายุการใช้งาน แต่ก็สามารถลบข้อมูลที่เก็บไว้ออกไปได้ด้วยวิธีธรรมดา และสามารถบันทึกข้อมูลลงไปใหม่ได้อีก ตราบใดที่พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ยังไม่เต็ม

4.Mainboard หรือ Motherboard เมนบอร์ด เป็นแผงวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในชุดคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ทั้งด้านสนับสนุนการทำงานของอุปกรณ์ทุกอย่าง ควบคุมระบบของอุปกรณ์ต่าง ๆ และยังทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกชิ้นเข้าด้วยกัน ทั้งด้านใน และด้านนอกคอมพิวเตอร์

5.Floppy Disk Drive ที่ชอบเรียกกันว่า ไดร์ฟ A นั้น ปัจจุบันไม่มีใครผลิตออกมาอีกแล้ว และคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ๆ นั้น ส่วนใหญ่จะยกเลิกการติดตั้ง Floppy Disk Drive กันแล้ว

6.CD.-Rom Dirve เป็นเครื่องเล่นแผ่นซีดี.ประจำคอมพิวเตอร์ มีทั้งชนิดอ่านอย่างเดียว ชนิดอ่านและเขียนแผ่นซีดี.ธรรมดา (CD.Writer) ชนิดอ่านซีดี.-ดีวีดี.และเขียนแผ่นเฉพาะซีดี.(combo Dirver) และ ชนิดอ่านและเขียนได้ทั้งแผ่นซีดี.และ ดีวีดี.(DVD.Writer) ให้เลือกใช้ตามใจชอบ และเหมาะสมกับความต้องการใช้งาน

7.VGA-Card หรือการ์ดจอ มีให้เลือกใช้ทั้งแบบ AGP, PCI และ PCI Express ตามแต่ว่าเมนบอร์ดที่เลือกใช้จะสนับสนุนการทำงานของการ์ดจอแบบไหน เมนบอร์ดบางรุ่นจะฝังหน่วยแสดงผลมาในชิพเซ็ตเลย เรียกว่า VGA On Board ซึ่งทำให้ไม่ต้องใช้ VGA Card ก็ได้ แต่ประสิทธิภาพการแสดงผลกราฟิกระดับสูง และประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องก็จะลดลงเช่นกัน

8.Sound Card หรือการ์ดเสียง เป็นอุปกรณ์หน่วยแสดงผลประเภทเสียง ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลข้อมูลที่เป็นแทร็กเสียงได้ ถึงหากไม่มีเลย คอมพิวเตอร์ก็ยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ เพียงแต่ไม่สามารถใช้งานด้านเสียงได้เท่านั้น เมนบอร์ดบางรุ่นก็ฝังชิพ Sound Wab มาบนเมนบอร์ดเลย เรียกว่า Sound On Board ทำให้สามารถใช้งานด้านเสียงได้เลยโดยไม่ต้องใช้ซาวด์ การ์ด และถึงแม้ว่า คุณภาพของเสียงที่ได้รับจะด้อยกว่าซาวด์ การ์ดก็ตาม แต่การใช้ซาวด์ ออน บอร์ด ก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องลดลงแต่อย่างใด

8. LAN Card ปัจจุบัน เมนบอร์ดมีน้อยรุ่นมากที่จะไม่มี LAN On Board มาในตัว ดังนั้น LAN Card จึงเริ่มมีความจำเป็นในการใช้งานน้อยลง แต่ก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นของคอมพิวเตอร์รุ่นก่อน ๆ ที่ไม่มี LAN มาในตัว ประโยชน์ของ LAN Card คือช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมโยงเข้าหากันเป็นเครือข่าย เช่นเดียวกับอินเตอร์เน็ต เรียกว่าเครือข่าย LAN ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องสามารถใช้ข้อมูลและทรัพยากรร่วมกันได้ทั้งหมด แต่เครือข่าย LAN จะมีรัศมีการเชื่อมโยงในระยะไม่กว้างมาก จึงเป็นที่นิยมใช้ภายในอาคารมากกว่าภายนอก ตามปกติการใช้งานภายในอาคาร LAN ทุกเครื่องจะต้องเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ชุมสาย เรียกว่า HUB Swishing และหากต้องการใช้ LAN เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต ก็จะต้องเพิ่มอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งเข้าไป เรียกว่า Router Modem

9.MODEM โมเด็ม เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายทางสายโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต โดยการแปลงสัญญาณข้อมูลของคอมพิวเตอร์ จากดิจิตอลเป็นอนาล็อก เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับอุปกรณ์สายโทรศัพท์เสียก่อน นอกจากนั้น โมเด็มยังสามารถทำให้เราสามารถใช้งานทางโทรศัพท์ หรือแฟกซ์ กับคอมพิวเตอร์ได้ด้วย



10.เคส (CASE) หรือตัวตู้คอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นตัวถังของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีอยู่มากมายหลายแบบ โดยจำแนกตามระบบไฟ คือ XT, AT และ ATX. เคสในรุ่นปัจจุบันเป็นระบบ ATX. ทั้งสิ้น จำแนกตามรูปแบบได้ 2 แบบคือ แบบแบนวางราบกับพื้นโต๊ะ เรียกว่า "แบบ Desktop" กับแบบเป็นตู้ตั้งขึ้น เรียกว่า "แบบ Tower" ปัจจุบันเคสส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Tower แต่ก็ยังมีแบบ Desktop อยู่บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคอมพิวเตอร์แบบ Worck Station ส่วนประกอบสำคัญของเคส แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนโครงเคส สำหรับคงรูปร่างของเคสและเป็นที่ยึดติดอุปกรณ์ต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น เมนบอร์ด และ ไดร์ฟ และยังเป็นที่คายประจุไฟฟ้าส่วนเกินทิ้ง เพื่อป้องกันการลัดวงจร ส่วนเปลือกเคส ก็คือแผ่นหุ้มและฝาปิด ที่ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับอุปกรณ์คอมฯที่ติดตั้งอยู่ในโครงเคส ส่วนควบคุมระบบไฟ ประกอบด้วยสายไฟและปลั๊กที่เชื่อมต่อกับสวิทช์ และไฟสัญญาณต่าง ๆ และส่วนพลังงาน ได้แก่ Power Supply ที่มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมมีพัดลมระบายความร้อนด้านหลัง พร้อมที่เสียบปลั๊กไฟบ้าน ด้านในของ Power Supply จะมีสายไฟและปลั๊กหลายขนาด สำหรับเชื่อมต่อกับเมนบอร์ดและไดร์ฟเพื่อจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้ ดังนั้น Power Supply จึงจ่ายไฟขาออกเป็นจำนวนหลายสิบเฟส แต่ละเฟสก็จะจ่ายไฟไม่เท่ากัน คือจะมีตั้งแต่ 0.5 V. ไปจนถึง 12 V. กำลังการจ่ายไฟ Power Supply วัดหน่วยเป็นวัตต์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "แรงเทียน" ต่อชั่วโมง ดังนั้นเราจึงรู้ว่า คอมของเรากินไฟโดยรวมเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟกี่แรงเทียนภายใน 1 ชั่วโมง อย่างเช่น Power Supply ขนาด 400 W. ก็หมายถึงคอมเครื่องนั้นจะใช้ไฟเท่ากับ 400 แรงเทียนต่อ 1 ชั่วโมง...

11.Monitor หรือ จอภาพ แต่เดิมจะมีรูปร่างคล้ายเครื่องรับโทรทัศน์ และมีเพียงสีเดียว คือสีครีมอ่อน สามารถแสดงผลได้เพียงตัวอักษร เส้น และสัญญลักษณ์เรืองแสงสีเขียวบนพื้นจอสีดำ จอภาพชนิดนี้เรียกว่า Mono Crome

ต่อมาได้มีการพัฒนาระบบ VGA ให้สามารถแสดงผลเป็นสี จอภาพจึงได้รับการพัฒนาให้สามารถแสดงผลเป็นสีได้ แต่เนื่องจากจอภาพยุคนั้นยังเป็นแบบอะนาล็อก จึงแสดงผลได้เพียง 16 เฉดสี ไม่สามารถแสดงผลออกมาเป็นสีธรรมชาติได้

ในยุคถัดมา ระบบ VGA ได้รับการพัฒนาให้สามารถแสดงผลเป็นภาพสีธรรมชาติได้ จอภาพจึงเปลี่ยนระบบจากอะนาล็อกมาเป็นดิจิตอล ที่สามารถแสดงผลได้ในระดับ True Coller 16 Bit หรือเท่ากับ 16 ล้านเฉดสี ทำให้สามารถแสดงผลเป็นภาพสีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากขึ้น แต่จอภาพแบบดิจิตอลก็ยังมีจุดอ่อนในเรื่องความถี่สัญญาณภาพที่ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้ภาพสั่น และไม่สามารถปรับค่ารีเฟซได้

หลังจากโซนี่ได้คิดค้นหลอดภาพระบบไตรนิตรอนขึ้นมา ซึ่งเป็นหลอดภาพที่สามารถปรับตั้งค่าความถี่ได้ จึงได้มีการนำหลอดภาพแบบไตรนิตรอนมาใช้กับจอภาพของคอมพิวเตอร์ด้วย และกลายมาเป็นที่นิยม เพราสามารถปรับแต่งค่ารีเฟซได้สูงถึง 75 Hz. ซึ่งทำให้ภาพนิ่ง มีความสวยสดคมชัดมากขึ้น

ในยุคปัจจุบัน หลอดภาพได้พัฒนาเป็นแบบแฟลชตรอน ที่ให้ความถี่สัญญาณภาพที่สูงกว่าแบบไตรนิตรอน สามารถปรับตั้งค่ารีเฟซได้สูงสุดถึง 120 Hz. จอภาพยุคนี้จึงมีขีดความสามารถในการรับชมวิดีโอ เล่นเกม 3 มิติ ตลอดจนสามารถใช้รับชมทีวีผ่านระบบการ์ด และอินเตอร์เน็ตได้อย่างคมชัด นอกจากนั้น ยังมีการนำจอภาพแบบหลอดผลึกเหลว (LCD.) ซึ่งแต่เดิมเป็นจอภาพของคอมพิวเตอร์แบบพกพา มาพัฒนาให้เป็นจอแบบตั้งโต๊ะ ซึ่งให้คุณภาพทางกราฟิกที่คมชัด และสีสรรพ์สดกว่าจอภาพแบบจอทีวี.เดิมอีกด้วย

12.Keyboard หรือแป้นพิมพ์ดีด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารกันระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ โดยการป้อนคำสั่งและสัญญลักษณ์ต่าง ๆ ผ่านทางแป้นพิมพ์ดีดเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ซึ่งคีย์บอร์ดยังไม่มีการพัฒนาขึ้นมาเท่าไร นอกจากบางแบบที่พัฒนาให้มีปุ่มคำสั่งแบบคีย์เดียวสำหรับเรียกใช้งานด้านมัลติมีเดียและอินเตอร์เน็ต บางแบบก็พัฒนาให้สามารถใช้งานพอยทน์เตอร์ได้เหมือนมีเมาส์ในตัว

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะเพิ่มเติมลูกเล่นลงไปอย่างไร แต่องค์ประกอบหลักของคีย์บอร์ดก็ยังคงเป็นอย่างเดิมเหมือนยุคที่เริ่มมีเข้ามาใหม่ ๆ และคีย์บอร์ดก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ป้อนคำสั่งที่จำเป็นอย่างยิ่งชนิดจะขาดเสียมิได้ทีเดียว

12.Mouse เม้าส์ ที่แปลว่าหนู เพราะหากเรายกมันขึ้นมาตะแคงข้างดู จะเห็นว่ามันมีรูปทรงคล้ายหนูที่มีสายเป็นหางยาว เม้าส์เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อให้การใช้งานชุดคำสั่ง และการเคลื่อนย้ายวัตถุในจอเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว

ปัจจุบัน เมาส์ได้รับการพัฒนาให้เป็นระบบไร้สายที่สมบูรณ์ โดยการส่งสัญญาณเชื่อมต่อด้วยระบบบลูทูธ แต่ถึงเมาส์จะช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและรวดเร็วอย่างไร แต่ก็ไม่ได้จำเป็นถึงขนาดจะขาดเสียมิได้ทีเดียว เพราะถึงจะไม่มีเม้าส์ เราก็ยังคงสามารถป้อนคำสั่งผ่านคีย์บอร์ดเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ เพียงแต่ไม่ค่อยสะดวก และช้าลงเท่านั้น

เม้าส์จะมีความสำคัญมากต่อการเล่นเกม และงานกราฟิกบางชนิด ที่ไม่มีเมาส์แล้ว ถึงกับเล่นไม่ได้ หรือทำงานไม่ได้เลยทีเดียว

13.Speaker หรือลำโพง หากเราไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในด้านเสียง หรือคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นไม่มีการ์ดเสียง หรือซาวด์ออนบอร์ดแล้ว ลำโพงก็ไม่มีความจำเป็น ลำโพงคอมพิวเตอร์ยุคแรกเริ่มเป็นเพียงลำโพงขนาดเล็กที่ให้เสียงเพี้ยนจนรับฟังได้แค่มีเสียงเท่านั้น เนื่องจากเสียงที่ออกมาจากคอมพิวเตอร์ เป็นเพียงสัญญาณเสียงสังเคราะห์ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการขัดเกลาเสียก่อน ลำโพงในยุคต่อมาจึงเริ่มมีการบรรจุวงจรกรองสัญญาณเสียงเข้าไว้ในตู้ลำโพงด้วย จึงทำให้เสียงมีคุณภาพที่คมชัดขึ้น

ลำโพงคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน ได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น จนสามารถเทียบเท่ากับเครื่องเสียงชั้นดีได้เลยทีเดียว ซึ่งมีทั้งลำโพงเซอร์ราวด์ ลำโพงระบบ Dollby Digital Surround 5.1-6.1-7.1 ลำโพงคอมพิวเตอร์ปัจจุบันเริ่มจากราคาไม่ถึงร้อยบาท ไปจนถึงราคาแสนบาทก็มี

....Write By Paithoon Ruksasee 26/10/2006

ที่มา http://noom4100.exteen.com/20061025/entry-2

Comments