Suntronpoo Essay

เรียงความวันสุนทรภู่http://thepmongkon.googlepages.com

                                            

                                                                                                  26 มิถุนายน วันสุนทรภู่

เรียงความวันสุนทรภู่

 

สุนทรภู่มีประวัติความเป็นมาดังนี้

                          

                                   เดิมชื่อภู่   เรืองหงส์  เกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา 2 โมงเช้า ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน 2329 บิดาชื่อพลับ เป็นชาวบ้านกล่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง  มารดาเป็นชาวบ้านอื่นที่มาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน  เมื่อสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้ 4 ปี สุนทรภู่ก็กำเนิดแล้ว

และต่อมาบิดามารดาก็หย่าร้างกัน  บิดาได้กลับไปเมืองแกลง  ส่วนมารดาได้มีสามีใหม่และมีลูกผู้หญิง 2 คน คือ

ฉิมกับนิ่ม  จากนั้นมารดาก็ได้เป็นพระสนมในกรมพระราชวังหลัง  สุนทรภู่ก็ได้เข้าไปอยู่ในวังด้วย และได้ถวายตัวรับใช้ในวังตั้งแต่นั้นมา  ได้รับการศึกษาครั้งแรกที่วัดชีปะขาว(ปัจจุบันคือวัดศรีสุดาราม) มีความรู้เรื่องการแต่งหนังสือ การแต่งกลอน และขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ในวัง เป็นอย่างดีจนได้เป็นเสมียนและนายระวาง  ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3 ได้เข้ารับราชการเป็นอาลักษณ์

                                   ผลงานของสุนทรภู่  แต่งนิราศเป็นกลอนสุภาพมากกว่าใคร ๆ ทั้งหมด ซึ่งคนชอบอ่านกันแพร่หลาย และถือเอานิราศของสุนทรภู่เป็นแบบอย่างในการแต่งนิราศกันต่อมา ตั้งแต่รัชกาลที่3 ถึงรัชกาลที่ 5นิราศของสุนทรภู่จะเป็นการพรรณนาการเดินทาง และท่านยังสอดแทรกคติธรรมข้อเตือนใจต่าง ๆ และเปรียบเทียบถึงชีวิตของตัวท่านเองเข้าไว้ด้วย  ทำให้ผู้ที่สนใจศึกษางานของท่านได้สืบเสาะประวัติของท่านจากงานนิพนธ์ของท่านเองได้มาก  นิราศของท่านมี 9 เรื่อง ได้แก่   1.นิราศเมืองแกลง  2. นิราศภูเขาทอง  3. นิราศเมืองเพชร  4. นิราศวัดเจ้าฟ้า  5. นิราศพระบาท  6. นิราศพระประธม  7. นิราศสุพรรณ  8. นิราศอิเหนา  9.

 รำพันพิลาบ , นิทานมี 5 เรื่อง , สุภาษิต 3 เรื่อง , บทละคร 1 เรื่อง ,  เสภา 2 เรื่อง , บทเห่กล่อม  4 เรื่อง

 

                                     ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2  เสด็จสวรรคต  ก็สิ้นแผ่นดิน สิ้นบุญของสุนทรภู่ ถูกให้ออกจากราชการ  บ้านถูกริบ  จึงบวชเป็นพระสงฆ์ลงเรือลาวัดราชบูรณะไปอยุธยาในช่วงชีวิตที่เปลี่ยนแปรไป  ดังคำกล่าวที่ว่า..........

                                                        ถึงหน้าวัง ดังหนึ่งใจจะขาด                 คิดถึงบาทบพิตรอดิศร

                                                        โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร             แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น

                                                         พระนิพพานปานประหนึ่งศรีษะขาด   ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ

                                                         ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น                      ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา

                                                         จะสร้างพรตอุตส่าห์ส่งส่วนบุญถวาย       ประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวษา

                                                          เป็นสิ่งของฉลองคุณมุฑิตา                      ขอเป็นข้าฯเคียงบาททุกชาติไป