การละเล่นพื้นบ้านภาคเหนือ

 โพงพาง

 
ภาค               : ภาคเหนือ
จังหวัด            : ตาก
สถานที่เล่น       : สนาม,ลานกว้าง
อุปกรณ์           : ผ้าปิดตา
จำนวนผู้เล่น      : ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น            : ยิ้งฉุบกันว่าใครจะเป็นผู้แพ้ต้องปิดตาเป็นโพงพางตาบอด ผู้เล่นคนอื่นๆจับมือเป็นวงกลมร้องเพลง "โพงพางเอ๋ย โพงพางตาบอด รอดเข้ารอดออก โพงพางตาบอด ปล่อยลูกช้างเข้าในวง" ขณะเดินวนรอบๆโพงพางตาบอดร้องเพลง1-3จบ แล้วนั่งลงโพงพางจะเดินมาคลำคนอื่นๆ ซึ่งต้องพยายามหนี และจะต้องเงียบสนิท หากโพงพางจำเสียงหัวเราะ รูปลักษณะได้จะเรียกชื่อ ถ้าเรียกคนถูกต้องออกมาปิดตาเป็นโพงพางต่อไป ถ้าไม่ถูกก็ต้องเป็นโพงพางต่อไปอีกเรื่อยๆ
โอกาส            : เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่เด็กๆเล่นกันโดยทั่วไป
 
 
 
 
 เตยหรือหลิ่น
 
 

ภาค         : ภาคเหนือ
จังหวัด       : ตาก
สถานที่เล่น    : ลานกว้าง,ที่โล่งแจ้ง
อุปกรณ์       : ไม่มี
จำนวนผู้เล่น   : 6-12 คน
วิธีเล่น        : ขีดเส้นเป็นตารางจำนวนเท่ากับผู้เล่น (สมมติว่ามี6คน) แล้วแบ่งผู้เล่นออกเป็น2ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งยืนประจำเส้นตามขวาง อีกฝ่ายจะวิ่งผ่านแต่ละเส้นไปโดยไม่ให้เจ้าของเส้นแตะได้ เมื่อเริ่มเล่นคนที่ยืนประจำเส้นแรก พูดว่"ไหล"หรือ"หลิ่น" ฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มวิ่งผ่านเส้นแรกไปจนถึงเส้นสุดท้ายแล้ววิ่งกลับ ถ้าวิ่งกลับถึงเส้นแรกโดยไม่ถูกฝ่ายตรงข้ามแตะได้ก็พูดว่ "เตย" ก็จะเป็นฝ่ายชนะ
โอกาส        : 
เป็นการละเล่นพ้นบ้านที่เด็กๆเล่นกันโดยทั่วไป

 
 
 

ไก่ชนมะม่วง

ภาค                            : ภาคเหนือ
จังหวัด                        : เชียงใหม่
อุปกรณ์                      :
1. ลูกมะม่วงขนาดหัวแม่มือ เส้นผ่าศูนย์กลาง1นิ้ว หรือขนาดมือกำได้รอบ
                                      2. เชือกสำหรับร้อยมะม่วง
                                      3. ไม้ไผ่สำหรับทำเดือย
วิธีการเล่น                  :
การเล่นไก่ชนมะม่วงจะแบ่งผู้เล่นออกเป็น2ฝ่าย กี่คนก็ได้แต่แข่งขันกันทีละคู่ โดยมีวิธีการเล่นดังนี้
                                    1. ใช้วิธีเสี่ยงว่าใครจะเป็นผู้เริ่มต้นสับไก่มะม่วงก่อน หรือจะใช้วิธีตกลงกันโดยกำหนดให้คนที่มีมะม่วงขนาดเล็กรับก่อน
                                    2. เจ้าของไก่มะม่วงจะต้องดึงเชือกให้ตึง ห้ามหย่อน ผลัดกันสับคนละครั้ง สับกันไปจนกระทั่งมะม่วงแตก ก็จะใช้ไม้ไผ่เย็บ

                                      จนเย็บไม่ได้ถือว่าแพ้ หรือเชือกขาดก็ถือว่าแพ้เช่นกัน
โอกาสหรือเวลาที่เล่น
เป็นการละเล่นที่ให้เล่นได้ทุกโอกาสในฤดูที่มะม่วงเริ่มออกผล
คุณค่า/แนวคิด/สาระ  : เป็นการละเล่นที่ให้ความสนุกสนาน ส่วนมากจะเป็นการละเล่นของเด็กผู้ชาย สอนให้ผู้เล่นมีน้ำใจนักกีฬา

                                    และรู้ระเบียบวินัยของการเล่นด้วยกัน และเป็นการสร้างความสามัคคีต่อการรวมกลุ่ม

 

 

ซิกโก๋งเก๋ง

ภาค             : ภาคเหนือ
จังหวัด         : พะเยา
อุปกรณ์       : โก๋งเก๋งทำจากไม้ไผ่ ท่อนปลายของไม่รวกหรือไม้ซาง ตัดให้สูง ประมาณ 2-2.5เมตร ใช้มีดตัดเจาะกิ่งไม้ไผ่ที่เป็นปมอยู่ข้อตาไผ่ออกให้หมด แต่ต้องเหลือไว้ตรงข้อแรกของไม้ไผ่ให้เป็นปมอยู่ เหลาข้ออื่นๆให้เรียบ เพื่อสะดวกในการจับถือ หาปล้องไม้ไผ่ที่ใหญ่กว่า2ท่อนแรก ตัดให้เหลือข้อปล้องไว้ด้านหนึ่งยาวประมาณ15-30เซนติเมตร จำนวน2ท่อน เจาะรู2ด้าน เสร็จแล้วนำไปสวมเข้ากับไม้2ท่อนแรก โดยให้ไม้ที่สวมนั้นไปค้างติดอยู่กับข้อตาไผ่ที่เหลือไว้ แล้วใช้ผ้าพันตรงไม้2ท่อนประกบกันให้แน่น
วิธีการเล่น    : ใช้มือถือไม้โก๋งเก๋งตั้งขึ้นให้ตรง แล้วค่อยก้าวเท้าใดเท้าหนึ่ง ขึ้นเหยียบบนไม้โก๋งเก๋ง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เท้าซ้ายขึ้นก่อน แล้วก้าวเท้าขวาตามตั้งตัวให้สมดุล แล้วค่อยๆก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งออกไป ถ้าล้มก็ขึ้นใหม่เดินใหม่จนคล่อง
โอกาส          : การซิกโก๋งเก๋งเป็นการละเล่นพื้นบ้านของเด็กๆที่เล่นกันเพื่อความสนุกสนาน ปัจจุบันการซิกโก๋งเก๋งจะเหลือน้อย นอกจากจะเป็นการแสดงหรือสาธิต และเป็นกีฬาของชาวเขาที่ใช้ทำการแข่งขันอยู่ ซิกโก๋งเก๋งเกิดขึ้นในชนบท ซึ่งในสมัยก่อนถนนหนทางไม่สะดวกเป็นโคลนฝุ่น เมื่อเดินด้วยเท้าธรรมดา จะทำให้เกิดโรคเท้าขึ้น ชาวล้านนาเรียกว่า หอกินตีน ชาวชนบทล้านนาถึงคิดหาวิธีการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เท้าเปื้อนโคลนฝุ่นและเชื้อโรค จึงคิดทำโก๋งเก๋งออกมาเพื่อใช้เดิน



ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

 

Comments