การจัดหิ้งพระในบ้าน

คงมีหลายๆท่านเคยสงสัยเกี่ยวกับการจัดวางหิ้งพระ หรือการจัดห้องพระภายในบ้านว่าจัดอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสม ซึ่งจะทำให้เกิดศิริมงคลกับตัวเรา และคนภายในบ้าน ซึ่งตัวผมเองก็เคยสงสัยอยู่หลายๆครั้งเหมือนกัน ทั้งการจัดวางหิ้งพระภายในบ้านเอง รวมถึงการจัดหิ้งพระภายในคอนโดซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะแบบสตูดิโอซึ่งแทบจะไม่มีทางเลือกซักเท่าไหร่เพราะวางตรงไหนก็ดูจะไม่เหมาะไปซะหมด อย่างไรก็ตามการบูชาพระเป็นสิ่งที่คู่กับชาวพุทธอย่างเราทำให้ต้องหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่สภาพแวดล้อมจะอำนวย ผมเลยลองศึกษาจากบทความหลายๆบทความซึ่งผู้มีความรู้และประสบการณ์ได้เขียนเอาไว้ ตอนนี้เลยเอามาฝากเพื่อนๆเผื่อว่าจะมีประโยชน์บ้างในการนำไปใช้ในการจัดหิ้งพระกันครับ แต่ขอออกตัวไว้ว่าตัวเองไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายถ้ามีข้อผิดพลาดสามารถแสดงความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงบทความให้ดีขึ้นได้นะคะ

 

          ก่อนอื่นขอพูดถึงลักษณะของการจัดหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชาภายในบ้านก่อนนะคะ การจัดวางหิ้งพระถ้าในบ้านมีพื้นที่ก็จัดเป็นห้องพระเพื่อไว้ให้เราสามารถเข้ามาบูชา รวมถึงปฏิบัติธรรมได้ซึ่งไม่ควรเล็กคับแคบจนเกินไป รวมถึงสามารถระบายอากาศได้ดีเนื่องจากเรามีการจุดธูปเทียนเวลาไว้พระ โดยการจัดโต๊ะหมู่บูชาให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ห้องของเราทั้งโต๊ะหมู่ 5 หมู่ 9 และหมู่ 12 (จำนวนโต๊ะ) สำหรับคอนโดซึ่งมีพื้นที่จำกัด เราก็ควรหาที่สำหรับวางพระพุทธรูปที่เหมาะสม หรืออาจจัดหิ้งพระติดไว้กับผนังซึ่งจะกล่าวต่อไป สำหรับตำแหน่ง

 

          ในการจัดวางโต๊ะหมู่บูชานั้น มักจะจัดตามอาวุโสโดยมีลำดับการจัดวางดังนี้ ชั้นบนสุดได้แก่ พระพุทธรูป โดยมีองค์ใหญ่สุดเป็นพระประธาน และมีพระพุทธรูปอื่นๆเป็นบริวารลดหลั่นกันลงมา ลำดับที่สองเป็นพระอริยสงฆ์ ลดหลั่นลงมาตามอาวุโส ลำดับที่สามได้แก่ รูปบูชา และองค์มหาเทพอื่นๆ และชั้นถัดไปเป็นพระสงฆ์ และกษัตริย์ (อาจแยกไว้ต่างหาก) สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษารายละเอียดมากกว่านี้ลองดูตามลิ้งค์ด้านล่างนะครับมีผู้มีความรู้เขียนไว้ค่อนข้างละเอียดทีเดียว สำหรับหิ้งพระก็มีลำดับเหมือนกันแต่มักจะจัดขนาดไม่ใหญ่มากเนื่องจากขนาดของพื้นที่และหิ้งพระ หลังจากจัดโต๊ะหมู่บูชาแล้วอย่าลืมดูแลให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และสะอาดอยู่เสมอคะ

 

          เมื่อเรารู้วิธีการจัดโต๊ะหมู่บูชาและหิ้งพระแล้ว ตอนนี้เรามาดูถึงตำแหน่งในการวางหิ้งพระ หรือตำแหน่งของห้องพระกันคะ ซึ่งต้องดูทั้งทำเลที่ตั้ง และทิศทางของห้องพระประกอบกันครับ สำหรับห้องพระควรอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน เนื่องจากพระพุทธรูปเป็นของสูงการจัดวางไว้ต่ำกว่าคนในบ้านจึงไม่สมควร อย่างไรก็ตามสำหรับบ้านที่ไม่มีที่ทางสำหรับจัดห้องพระในชั้นบนของบ้าน ก็สามารถจัดห้องพระไว้ชั้นล่างของบ้านได้แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมหลายๆประการเช่น ไม่ควรจัดไว้ใต้ห้องที่มีคนอยู่เช่นห้องน้ำ หรือห้องนอนชั้นบนเป็นต้น รวมถึงตำแหน่งห้องชั้นล่างไม่ควรติดกับห้องน้ำ หรืออยู่หน้าห้องน้ำ ถ้าจำเป็นจริงๆควรหาฉากหรือตู้มากั้นระหว่างห้องน้ำและตำแหน่งที่จัดวางพระให้เรียบร้อย สำหรับคอนโดก็ไม่ควรติดหิ้งพระไว้ติดกับผนังห้องน้ำ นอกจากนั้นมักจะจัดห้องพระไว้ส่วนหลังของบ้านซึ่งเป็นส่วนที่สงบกว่าหน้าบ้านรวมถึงห้องรับแขกซึ่งมักมีผู้คนพลุกผล่าน และไม่ควรให้เห็นโต๊ะหมู่บูชาได้ชัดเจนจากภายนอกบ้าน นอกจากนั้นไม่ควรจัดห้องพระในตำแหน่งปลายเท้าของเรา เช่นปลายเตียงนอนซึ่งถือว่าเป็นการไม่เคารพ ถ้าหากจัดไว้ทางหัวเตียง ไม่ควรจัดวางไว้ติดกับตำแหน่งหัวเตียงซะทีเดียวเพราะจะได้รับอิทธิพลจากธาตุไฟ ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรจัดวางไว้ในห้องนอนโดยเฉพาะคู่สมรสเพราะจะมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆภายในห้องนอน เช่น การเปลี่ยนเสื้อผ้า การร่วมหลับนอน เป็นต้น

 

          การจัดวางทิศทางของห้องพระและโต๊ะหมู่บูชาก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยมักจะหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ การหันไปทางทิศใต้ และทิศตะวันตกเป็นสิ่งไม่ดี ซึ่งอาจเกิดสิ่งที่ไม่เป็นมงคล และการไม่รุ่งเรืองของหน้าที่การงานต่างๆของคนในบ้านตามความเชื่อถือที่มีต่อๆกันมา นอกจากนั้นยังมีความเชื่อสำหรับการจัดวางใน

 

ทิศทางต่างๆของผู้ที่เกิดในแต่ละปี ( ขึ้นกับความเชื่อของแต่ละคน ) ดังนี้

1.เจ้าของบ้านเกิดปีชวด   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือเด็ดขาดเพราะจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวงจนถึงขั้นเสียชีวิต

2.เจ้าของบ้านเกิดปีฉลู     ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาดจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน

3.เจ้าของบ้านเกิดปีขาล      ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเด็ดขาดจะส่งผล     ให้ผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวเกิดอันตรายได้

4.เจ้าของบ้านเกิดปีเถาะ     ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาดจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงคนในบ้านจะเสียชีวิต

5.เจ้าของบ้านเกิดปีมะโรง   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาด   จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดการเสียหาย   ทั้งชายและหญิง

6.เจ้าของบ้ายเกิดปีมะเส็ง   ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เด็ดขาดเพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัวมีความยุ่งยากที่สุดจนหาความสงบสุขไม่ได้

7.เจ้าของบ้านเกิดปีมะเมีย    ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้จะส่งผลให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน

8.เจ้าของบ้านเกิดปีมะแม    ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เพราะจะส่งผลให้ครอบครัวเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้

9.เจ้าของบ้านเกิดปีวอก     ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว

10.เจ้าของบ้านเกิดปีระกา      ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะ จะผลให้ทุกข์โศกมาเยือนครอบครัวจนต้องร้องให้อยู่เสมอ

11.เจ้าของบ้านเกิดปีจอ     ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาดจะส่งผลร้ายให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมากถึงขั้นเสียชีวิตได้

12.เจ้าของบ้านเกิดปีกุน    ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย   ๆ   ในครอบครัวอยู่ตลอดเสียเงินเสียทองขึ้นโรงขึ้นศาล   

 

          อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญในการจัดห้องพระ และหิ้งพระภายในบ้านเพื่อให้เกิดศิริมงคล ก็คือความเชื่อถือ และศรัทธาของเจ้าของบ้านซึ่งควรจัดวางให้เหมาะสมที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ นอกจากนั้นอย่าลืมเคารพบูชา และดูแลอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงประพฤติตัวอยู่ในศีลในธรรม เพื่อให้เกิดศิริมงคลแก่ตัวเราเอง

Comments