ข้างบ้าน

     ทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับเข็มนาฬิกาที่เดินไปเรื่อยๆไม่มีวันหยุด อยู่ที่ว่าเราเคยสังเกตสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ คนเรามัวแต่ยึดตึดกับบางสิ่งบางอย่าง จนทำให้เกิดความเครียด ความกังวลกับสิ่งนั้น จนบางครั้งลืมมองสิ่งที่อยู่รอบตัวว่าเป็นเช่นไร

    บนถนนยางมะตอยพื้นนสีดำ มีเกาะกลางถนนที่เต็มไปด้วยหญ้าสีเขียว ตรงกลางมีเสาไฟฟ้าตั้งห่างกันเป็นแถวยาว ริมถนนมีบ้านหลายหลังตั้งเรียงรายกันไปเป็นแถวมีทั้งหลังใหญ่และหลังเล็กแตกต่างกันออกไป หนึ่งในบ้านหลังนั้นคือเป็นบ้านของฉันเอง บ้านไม้ชั้นเดียว 3 หลังเรียงติดกันก่อนเข้าไปในซอยหมู่บ้านติดกับถนนใหญ่ บ้านของฉันอยู่ตรงกลาง เวลาที่ฉันเดินออกมาหน้าบ้านสิ่งแรกที่ฉันเห็นคือ ท้องถนนที่มีรถวิ่งผ่านไปผ่านมา ได้ยินเสียงเบรก เสียงแตร เสียงเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันพบและได้ยินอยู่ทุกวันจนเกิดเป็นความเคยชิน

ข้างบ้านฝั่งซ้ายเป็นบ้านของทวดและคุณลุง ซึ่งแต่ก่อนเป็นบ้านธรรมดาทั่วไปแต่เมื่อทวดของฉันเสีย คุณน้าก็มาเปิดร้านอาหาร ขายลาบ ขายก้อย คุณน้าเป็นคนขยันนิสัยดีและทำอาหารอร่อยมากลูกค้าเต็มร้านตลอดในทุกๆที่ยงๆ บางครั้งฉันได้ไปช่วยคุณน้าเสริฟน้ำ เสริฟอาหาร แล้วคุณน้าก็ซื้อขนมให้กินเป็นการตอบแทน ส่วนข้างบ้านฝั่งขวา เป็นบ้านของคุณยายซึ่งเปิดเป็นร้านค้าเล็กๆขายของเบ็ดเตล็ด ซึ่งคุณยายมักจะมาเปิดในช่วงเย็นๆหรือตอนที่ท่านว่าง ย่าของฉันรับเลี้ยงเด็กหนึ่งคน ซึ่งเป็นหลานของฉัน น้องเป็นเด็กที่ดื้อมาก ชอบวิ่งไปวิ่งมา วุ่นวายกันทั้งบ้าน แต่ก็เป็นที่รักของทุกๆคน


     บ้านของฉันอยู่ใกล้กับร้านอินเตอร์เน็ต ทำให้ทำงานได้สะดวก มีร้านขายเครื่องเขียน ขายโทรศัพท์และอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเจ้าของร้านเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนเก่าฉัน ฉันเคยไปทำงานที่นั่นในช่วงปิดเทอมทำให้ได้รับความรู้และรู้จักความรับผิดชอบมากขึ้น รุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันใจดีมากสอนงานฉันทุกอย่างและคอยช่วยเหลือเวลามีปัญหา ฝั่งตรงข้ามของบ้านฉัน มีธนาคารออมสินทำให้สะดวงในการฝากหรือถอนเงินส่วนข้างๆเป็นร้านถ่ายภาพและขายยาซึ่งเป็นร้านที่ฉันเคยเห็นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก มีคลินิกรักษาคนไข้ซึ่งมักจะเปิดในตอนเย็น คุณหมอเป็นคนน่ารักและใจดีมาก

     บ้านของฉันอยู่ในตัวอำเภอกุสุมาลย์ มีบ้านอยู่ใกล้กับร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้ไม่มีปัญหาในการเดินทาง พอถึงช่วงเวลากลางคืน สิ่งที่ฉันเห็นอยู่หน้าบ้านคือแสงไฟบนท้องถนนเต็มไปหมด มองไม่เห็นดวงดาวเลยสักดวง เห็นแต่ดวงจันทร์ที่ส่องแสงเพียงดวงเดียว รถที่วิ่งอยู่บนถนนมีมากขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเวลาของการเลิกงานแต่สักพักถนนก็โล่งราวกับไม่เคยมีรถวิ่งผ่านมาเลยสักคันร้านค้า 2 ร้านที่อยู่ข้างบ้านฉันก็ปิดจึงทำให้บรรยากาศนั้นเงียบไปหมดบวกกับอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นในตอนกลางคืน

      เรามักเคยชินกับสิ่งที่เห็นและได้ยินอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งลืมสังเกตว่า สิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เราควรหัดมองและสังเกตสิ่งรอบตัวให้มนกขึ้น ไม่จำเป็นมองเพียงแค่สิ่งของเท่านั้น อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิต เช่นลองสังเกต หน้าตาบุคลิกหรือนิสัยใจคออารมณ์ของคนรอบข้าง คุณอาจจะได้เห็นอะไรมากขึ้น และอาจได้พบว่ายังมีสิ่งที่ดีและสวยงามนั้นมีอีกมากมายให้เราได้พบเจอ เพียงแค่ลองสังเกตสิ่งที่เห็นอยู่รอบตัว
Comments