ประวัติหล่มเก่า

    เมืองหล่มเก่าปรากฏขึ้นครั้งแรกในรัชกาลของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในชื่อว่า "เมืองหล่ม" เมื่อย่างเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ เมืองหล่มเก่านี้เป็นกลายเป็นเมืองของชาวลาวขนาดใหญ่ และเมื่อมีอพยพมายิ่งขึ้นจากหลวงพระบาง จึงได้มีการตั้งเมืองใหม่บริเวณทางใต้ของเมืองหล่มเก่า ซึ่งก็คือ เมืองหล่มสักในปัจจุบัน

    หล่มเก่าที่จะกล่าวถึงในที่นี้ มิได้หมายถึงอำเภอหรือตำบลที่จัดตั้งเป็นทางราชการ แต่จะกล่าวถึงความเป็นมาของนามว่า “หล่มเก่า” นั้น มีประวัติเป็นมาอย่างไร จากการสืบถามผู้เฒ่าผู้แก่ที่พอจะทราบเรื่องราวของหล่มเก่า ซึ่งเล่ากันต่อๆมา และจากหนังสือเอกสารที่ท่านผู้รู้จดบันทึกไว้ เช่นขุนสำรวจธุรกิจ ,ท้าวบัวไข จันทร์พิลาอดีตปลัดอำเภอหล่มเก่า ,คุณตาชื่น หอมจันทร์    อดีตศึกษาอำเภอหล่มเก่า กล่าวว่า
     “หล่มเก่า” เป็นคำเรียกหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นชื่อตำบลและอำเภอ อยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดเพชรบูรณ์         ณ บริเวณนั้น เดิมชื่อ “เมืองลม” หรือ “เมืองลุ่ม” หรือ "เมืองหล่ม” ซึ่งมีหลักฐานปรากฏในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า เมืองหล่มนี้ มิใช่เป็นเมืองทางราชการตั้งขึ้น แต่เป็นเมืองที่เกิดขึ้นโดยประชาชนร่วมกันสร้างพอสรุปความเป็นมาของหล่มเก่าได้ดังนี้

    สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และ ขุนวิจิตรมาตรา (จากหนังสือหลักไทย ฉบับขุนวิจิตรมาตรา) สันนิษฐานว่า เดิมทีพื้นที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองที่เรียกว่า "ลัวะ"  ต่อมาได้มีชนชาวไทยน้อยที่อาศัยอยู่ริมฝั่งซ้ายของลำน้ำโขงที่เรียกว่า       เมืองศรีสัตนาหุต (เวียงจันทน์) กลุ่มหนึ่งและเมืองเชียงทองหลวงพระบาง อีกกลุ่มหนึ่ง อพยพมาหาหลักแหล่งทำมาหากิน  และเพื่อหนีภัยสงครามของพม่า มาพบว่าพื้นที่ที่ชาวลัวะอาศัยอยู่ มีทำเลดีเพราะเป็นที่ราบลุ่มล้อมรอบด้วยเทือกเขา มีลำน้ำพุงไหลผ่าน  เหมาะแก่การเพาะปลูก ชาวไทยน้อยกลุ่มนี้  จึงได้จัดตั้งบ้านเมืองขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านหนองขี้ควาย (บ้านหินกลี้งปัจจุบัน) และได้ยกผู้นำในการอพยพขึ้นมาเป็นเจ้าเมือง แต่ครั้งนั้นไม่เรียกว่าเจ้าเมือง เรียกว่า “อุปฮาด” ตามแบบอย่างภาษาของชาวเมืองศรีสัตนาหุต
   
     อุปฮาดคนแรกชื่อว่า เจ้าปู่เฒ่า ท่านได้สร้างคุ้มวังที่อาศัยบนริมฝั่งน้ำพุงด้านตะวันตก และได้สร้างวัดคู่บ้านคู่เมืองขึ้นบนริมฝั่ง  น้ำพุงด้านตะวันออก ปัจจุบันคือวัดศรีมงคล (หินกลิ้ง)
    อุปฮาดต่อจากเจ้าปู่เฒ่าลงมาที่พอทราบชื่อจากคำบอกเล่าคือ อุปฮาดเจ้าหนองขาม อุปฮาดเจ้าอานนท์ อุปฮาดเจ้าคุก 
ในสมัยอุปฮาดเจ้าคุกได้ย้ายคุ้มวังจากบ้านหนองขี้ควาย (หินกลี้ง) มาตั้งอยู่บนฝั่งน้ำพุงด้านตะวันออก  สันนิษฐานว่าปัจจุบันคือพื้นที่ ที่อยู่ระหว่างกลางวัดสองวัดคือวัดตาลกับวัดกู่แก้ว ณ คุ้มอุปฮาดบ้านกลางนี้ อุปฮาดท่านนี้ ได้เสียชีวิตในระหว่างนอนหลับ ประชาชนจึงพากันเรียกท่านว่า อุปฮาดเจ้านอนตาย
     หลักฐานที่พอจะเชื่อถือได้ในช่วงระยะเวลาต่อจากอุปฮาดเจ้านอนตาย ถึงก่อนปี พ.ศ. ๒๓๗๐ เกิดมีกบฏเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ (สมัยนั้นเมืองเวียงจันทน์เป็นเมืองขึ้นของไทย)เจ้าอนุวงศ์ได้ส่งเจ้าราชวงศ์ให้คุมกองทัพกบฏส่วนหนึ่งมายึดเมืองหล่ม อุปฮาดเมืองหล่มในครั้งนั้นมีกำลังน้อย จึงจำต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อเจ้าราชวงศ์ เข้าร่วมเป็นกบฎ เมื่อทางเมืองหลวงของไทย (กรุงเทพฯ) ทราบข่าว ได้ส่งพระยาอภัยภูธรและพระยาพิชัย นำกำลังพลมาถึงเมืองหล่ม เมือพระยาทั้งสองเดินทางมาถึงเมืองหล่ม มีชายไทยตนหนึ่งชื่อ นายคง ได้อาสานำทัพของพระยาอภัยภูธรและพระยาพิชัยติดตามทัพกบฏเจ้าอนุวงษ์เวียงจันทน์ ตามไปทันกันที่เมืองหนองบัวลำพู เขตเมืองอุดรราชธานี กองทัพไทยจับอุปฮาดเมืองหล่มได้ จึงสำเร็จโทษ ตำแหน่งอุปฮาดเมืองหล่มจึงว่างลงตั้งแต่บัดนั้น  เมื่อปราบกฏเจ้าอนุวงค์สำเร็จ ทางกรุงเทพฯได้พิจารณาความดีความชอบของนายคงผู้กล้าหาญมีความซื่อสัตย์ จึงได้ทำการปูนบำเหน็จรางวัลด้วยการแต่งตั้งตำแหน่งอุปฮาดเจ้าเมืองหล่ม โดยมีบรรดาศักดิ์ราชทินนามว่า 
“พระยาสุริยะวงศาสงครามรามภักดีวิริยกรมพาหนะ”

    ครั้งหนึ่ง พระยาสุริยะวงศาฯ ได้กลับจากธุระที่เมืองหลวง (กรุงเทพฯ) ได้เดินทางเรียบมาตามล้ำน้ำสักจากสระบุรีเรื่อยมาก่อนถึงเมืองหล่มได้ผ่านหมู่บ้านหมู่หนึ่ง คือ บ้านท่ากกโพธิ์ซึ่งมีชาวหล่มอาศัยอยู่ประปราย บ้านท่ากกโพธิ์นี้อยู่ทางด้านทิศใต้ของเมืองหล่ม พระยาสุริยะวงศาฯ ได้พิจารณาเห็นว่าพื้นที่ท่ากกโพธิ์เป็นที่อุดมสมบูรณ์ มีชัยภูมิเหมาะที่จะเป็นเมืองอย่างยิ่ง จึงได้ตัดสินใจย้ายเมืองหล่มมาสร้างขึ้นใหม่ที่บ้านท่ากกโพธิ์และได้สร้างคุ้มเจ้าเมืองขึ้นที่สวนฝ้ายตาโปร่งเหล่ง ส่วนคุ้มเจ้าเมืองเก่า
ได้จัดสร้างเป็นวัด เรียกว่า “วัดกลาง” ปัจจุบันคือวัดศรีสุมังค์ และพระยาสุริยวงศาฯได้เรียกเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้นนี้ว่า “หล่มสัก” เพราะตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำแควป่าสัก ส่วนเมืองเดิมเรียกว่า “หล่มเก่า” ฉะนั้น คำว่า “หล่มเก่า”  จึงเกิดมีขึ้นตั้งแต่สมัยของเจ้าเมืองหล่มสัก คือ พระยาสุริยวงศาสงครามรามภักดีวิริยกรมพาหะราวปี พ.ศ.๒๓๗๒ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
                                    นายอานนท์ แจ่มศรี ผู้ค้นคว้าและเรียบเรียง  ๑๐ กุมภาพันธ์   ๒๕๒๕  
Comments