บทนำ

bit.ly/thai-digital
ความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลและหน้าที่พลเมืองในยุคดิจิทัล

YouTube Video

ความสำคัญ
            โลกในศตวรรษที่ 21 หรือที่เรียกว่า ยุคดิจิทัล (Digital age) ความรู้และทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพนั้นมีความสำคัญ จำเป็น และมีอิทธิพลที่สุดต่อความเป็นไปของโลก ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอยู่จำกัดและมีแนวโน้มลดลงสวนทางกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้มนุษย์พยายามคิดค้นและใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการและการพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่างๆ เพื่อให้ทรัพยากรและประชากรมีความสมดุล และเพื่อความยั่งยืนของโลก
            ด้วยเหตุนี้การพัฒนาประเทศต่างๆ จึงดำเนินไปตามแนวคิดที่เรียกว่า สังคมฐานความรู้ ที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าด้านต่างๆ เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสารนั้นมีส่วนสำคัญยิ่งต่อวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนและสังคม เนื่องด้วยผลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้คนสื่อสาร แลกเปลี่ยน หรือเผยแพร่เรื่องราว ประสบการณ์ หรือความรู้ต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม ยังผลให้พฤติกรรมการเรียนรู้ หรือการสร้างทักษะการเรียนรู้เปลี่ยนรูปแบบไป
            จากเดิมการแสวงหาความรู้นั้นได้จากทักษะการอ่าน และการเผยแพร่ความรู้ให้กว้างขวางด้วยทักษะการเขียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารทางเดียว แต่ในศตวรรษที่ 21 รูปแบบการเรียนรู้เปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่อำนวยความสะดวกในการสื่อสารกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทักษะการเรียนรู้เพียงการอ่านเขียนนั้นจึงไม่เพียงพออีกต่อไป ทักษะการคิดวิเคราะห์ การค้นคว้า ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ ใช้เครือข่าย ใช้สื่อสารสนเทศรูปแบบต่างๆ ฯลฯ จึงมีบทบาทสนับสนุนและส่งอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของพลเมืองในศตวรรษที่ 21
            อีกทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสารที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น ทำให้พลเมืองในยุคดิจิทัลมีบทบาทหน้าที่เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ใช้งานองค์ความรู้ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา พลเมืองในยุคนี้จึงต้องมีคุณลักษณะที่ตื่นตัวต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก และมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน
            จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ของประเทศไทยมีการประเมินสถานการณ์และความเสี่ยงของสังคมไทยว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วผ่านกระแสโลกาภิวัฒน์และโลกไซเบอร์ ทำให้คนไทยมุ่งแสวงหาความสุขและสร้างอัตลักษณ์ส่วนตัวผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เกิดเป็นกลุ่มวัฒนธรรมย่อยร่วมสมัยที่มีรูปแบบหลากหลายในการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีความสนใจเรื่องเดียวกัน กลายเป็นกลุ่มเครือข่ายทางสังคมมากขึ้น ซึ่งมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและวิจารณญาณในการเลือกรับ ปรับใช้วัฒนธรรม หากเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันดีพอหรือขาดการใช้วิจารณญาณกลั่นกรองจะเสี่ยงต่อการรับวัฒนธรรมที่ไม่ดีงามมาใช้โดยง่าย นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมเสมือนจริงในเชิงการสร้างปัญหามากกว่าเชิงสร้างสรรค์ทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างลดลง สร้างพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น นำไปสู่ความแตกแยกในครอบครัว และการมีส่วนร่วมในสังคมลดลง
            เหตุนี้ทำให้ประเทศไทยมีแนวคิดและวางยุทธศาสตร์ทิศทางการพัฒนาคน เพื่อเสริมสร้างทุนทางปัญญาของประเทศ โดยกำหนดว่า คนไทยต้องมีความรู้ ใฝ่เรียนรู้ ตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง มีสำนึกในศีลธรรมและจริยธรรม ดำเนินชีวิตด้วยความเพียร อดทน มีสติใช้ปัญญา มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือการสนับสนุนให้คนไทยมีสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน ให้มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องการศึกษา ทักษะการทำงาน และการดำเนินชีวิต เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญในการดำรงชีวิตและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคศตวรรษที่ 21
            จากแนวคิดและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศข้างต้น จะเห็นได้ว่าสอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกในยุคดิจิทัล ซึ่งการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศนั้น มีทักษะสำคัญที่พลเมืองในศตวรรษที่ 21 ต้องเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน และดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข เหมาะสม และปลอดภัย คือทักษะหรือความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัล (Digital Literacy) เพราะเป็นทักษะหรือความสามารถในการค้นคว้า ประเมินค่า และสร้างสรรค์ข้อมูลหรือสารสนเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ และมีวิจารณญาณ ซึ่งต้องประกอบด้วยความความรู้ในการสร้างสรรค์ การใช้งาน การจัดการ กระทั่งการเผยแพร่หรือแจกจ่าย และความตระหนักรู้ประโยชน์และโทษของการใช้สื่อดิจิทัลที่พัฒนาก้าวหน้ารวดเร็วและมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของพลเมืองในยุคดิจิทัลมากขึ้นทุกวัน
            หากสนับสนุนให้พลเมืองไทยในยุคดิจิทัลมีความรู้และความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว นอกจากจะแก้ไขสถานการณ์ของประเทศที่ประเมินว่า สื่อรูปแบบต่างๆ มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนแต่ยังมีบทบาทในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนค่อนข้างน้อยแล้ว พลเมืองไทยจะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ทั้งความคิด สติปัญญา การใช้เหตุผลพิจารณาการแก้ปัญหา เข้าใจสิทธิหน้าที่ของตนและผู้อื่น รวมทั้งเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้สังคมมีความสงบสุข และปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวทันโลก และมีศักยภาพการแข่งขันได้ในโลกในศตวรรษที่ 21 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่กำหนดเป้าหมายไว้ด้วย

แนวคิด
            แนวคิดเรื่องการเรียนรู้ความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัล (Digital literacy) นั้น เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับพลเมืองในยุคดิจิทัลที่ต้องรู้จัก และเท่าทันการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินชีวิต เพื่อตอบสนองการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหรือผลิต การค้นคว้า และการติดต่อสื่อสารได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
            การเรียนรู้ ฝึกฝน หรือพัฒนาทักษะความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลนั้น มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายประการ เช่น อายุ สุขภาพ วิถีชีวิต อาชีพ วัฒนธรรม ระดับการศึกษา กระทั่งความรู้ความสามารถพื้นฐานเกี่ยวกับสื่อดิจิทัล ดังนั้นเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มผู้มีปัจจัยเงื่อนไขน้อยในการเรียนรู้ ฝึกฝน หรือพัฒนาทักษะด้านต่างๆ จึงควรสร้างและสนับสนุนการเรียนรู้ความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลตั้งแต่เด็ก เพื่อให้ดำเนินชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีสิ่งใหม่ให้เรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสม และปลอดภัย จนถึงสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และความคิด เพื่อสร้างสรรค์พัฒนาให้สังคมประเทศก้าวหน้าด้วยสังคมแห่งการเรียนรู้

สาระสังเขป
            ทักษะที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลนั้น ประกอบด้วย
          1. การค้นหา หรือ ค้นคว้าหาคำตอบ
2. การวิเคราะห์และประเมินค่าสารสนเทศ ว่ามีคุณภาพ ความเท็จจริง ความน่าเชื่อถือ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา
3. การสร้างสรรค์ ที่มีความมุ่งหมาย และจุดประสงค์ อีกทั้งมีเทคนิควิธีการในการสร้างสรรค์
4. การตระหนักรู้ และแสดงถึงจริยธรรม ความรับผิดชอบของตนต่อสังคม ในพฤติกรรมการติดต่อสื่อสาร
5. การมีส่วนร่วม การแบ่งปันความรู้ และการแก้ปัญหา ในฐานะของสมาชิกในสังคมระดับต่างๆ

            โดยทักษะที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่พลเมืองในยุคดิจิทัลพึงมี เพื่อให้ดาเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข และช่วยให้สังคมสงบสุขเรียบร้อย

        เนื้อหาในบทเรียนทั้งหมดจะเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะดังกล่าวสาหรับ นักศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน และสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างสรรค์ผลงานของ ตน

บทเรียน
           เนื้อหาในบทเรียนแบ่งออกเป็น 7 บทเรียน ดังนี้
          1. การค้นหา ค้นคว้าหาคาตอบ : การค้นหาข้อมูลตามจุดประสงค์
2. ความน่าเชื่อถือ คุณภาพของข้อมูลข่าวสาร : การวิเคราะห์และประเมินค่าสารสนเทศ
3. ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว : การใช้สื่ออย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงการคุกคาม
4. การสร้างสรรค์ : การสร้างสรรค์ตามจุดประสงค์
5. สิทธิ การอ้างอิงและการลอกเลียน : สิทธิต่างๆ ทั้งการสร้างสรรค์ การใช้ข้อมูล ฯลฯ
6. การเรียนรู้ร่วมกัน : มีส่วนร่วม และแบ่งปัน
7. การเรียนรู้ตลอดชีวิต : การใช้สื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

คำแนะนำ          
            บทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการเรียนรู้เรื่องความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลและหน้าที่พลเมืองในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สนใจทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ที่มีพื้นฐานทักษะความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์และการใช้งานเครือข่ายเบื้องต้น เพื่อใช้พื้นฐานทักษะความรู้ดังกล่าวในการเรียนรู้ต่อยอดความเข้าใจเรื่องความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัล
            การเรียนรู้เรื่องความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลและหน้าที่พลเมืองในยุคดิจิทัลนั้นเป็นเรื่องที่ใช้ทักษะความรู้สหสาขาวิชา ตั้งแต่ทักษะการเรียนรู้พื้นฐานอย่างทักษะทางภาษาในการอ่านออกเขียนได้ ทักษะการคิดวิเคราะห์พิจารณาอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร ความรู้ทางเทคโนโลยีด้านต่างๆ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ การใช้งานเครือข่าย การใช้งานสื่อ เป็นต้น และยังต้องอาศัยคุณลักษณะนิสัยทางจริยธรรม ศักยภาพทางอารมณ์ ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมในเรื่องบทบาท สิทธิ และหน้าที่ในฐานะที่เป็นพลเมืองของสังคม
            สำหรับนักเรียน นักศึกษา การเรียนรู้เรื่องดังกล่าวถือเป็นส่วนสำคัญที่จะประสบความสำเร็จเป็นผู้สำเร็จการศึกษาผู้มีคุณลักษณะที่ดีตามกรอบมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งกำหนดคุณลักษณะเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ความรู้ ปัญญาในการคิดและประยุกต์ ความรับผิดชอบและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสนเทศ