ผ้าเลโนแบบพิเศษ


Home

nผ้าเลโน แบบใช้ตะกอดุปที่มีร่องด้านข้าง
nข้อดีของตะกอดุปที่มีร่องด้านข้าง คือ สามารถใช้เลโนเฟรมเดียวในการทำขัดสานชุดเลโนหลายๆแบบได้มากกว่าแบบมีรูตรงกลาง
nด้ายเลโนจะถูกร้อยเข้าไปลวดตะกอ LG แล้วผ่านเข้าในร่องของตะกอดุป D ด้ายปรกติจะถูกร้อยเข้าในตะกอ S1 , S2 แล้วผ่านเข้าระหว่างตะกอ L1 และ L2
nระบบการเปิดตะกอ
n1. plain shed   ตะกอ L2 ที่มีตะกอดุปบนขวามือของด้ายปรกติ และตะกอ S1 จะยกขึ้น ตะกอ L1 ,LG และ S2 ไม่ถูกยกขึ้น ด้ายเลโนผ่านร่องของตะกอดุปได้อย่างอิสระ  ส่วนด้ายปรกติผ่านระหว่างตะกอ L1 และตะกอดุปที่ถูกยกขึ้นอย่างอิสระ
n2. open shed  ด้ายเลโนถูกยกขึ้นด้วยตะกอ LG และ L2 ที่มีตะกอดุปอยู่ทางด้านขวามือของด้ายปรกติ ตะกอ L1 และ S2 ไม่ถูกยกขึ้น ในตำแหน่ง open shed นี้ด้ายเลโนสามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงได้อย่างอิสระในร่องของตะกอดุป โดยอาศัยการยกขึ้นลงของตะกอ LG
n3. cross shed  ด้ายเลโนถูกยกขึ้นด้วยตะกอ L1 ที่มีตะกอดุปอยู่ด้านซ้ายมือของด้ายปรกติ  ตะกอ L2 , LG และ S1 ไม่ถูกยกขึ้น

nการพัฒนาโครงสร้างผ้า
nการออกแบบลายด้วยตะกอดุปแบบมีร่องสามารถทำได้มากมาย  คนออกแบบลายจะสามารถทำการสร้างลวดลายแบบใหม่ๆ ด้วยการผสมผสานลายทอและวัตถุดิบ
nจากตัวอย่าง   ชุดเลโนในแต่ละชุดจะประกอบด้วยด้ายเลโน 1 เส้น และด้ายปรกติ 2 เส้น ลวดลาย เกิดขึ้นจากการยกขึ้นลงของชุดเลโน หรือลวดลายในตะกอที่  3 , 4 , 5
nจะจำเป็นต้องใช้โครงตะกอเพียงชุดเดียวสำหรับเลโน โดยใช้ตะกอที่ 1 และ 2 เท่านั้น
nCross- sheds:
nด้ายเลโนจะถูกยกขึ้นโดยตะกอ L1 ในเส้นพุ่งเส้นที่เป็นเลขคู่  แกนผ่อนแรงทำงาน
nด้ายปรกติ ขัดสานกันเป็นลายขัดด้วยตะกอที่ 6 และ 7
nจากไดอะแกรม A :
nจุด : แทนด้ายเลโนถูกยกขึ้นด้วยตะกอ 3  4  และ 5 ในเส้นพุ่งเส้นที่เป็นเส้นคี่
nช่องว่าง : แทนด้ายเลโนที่ไม่ถูกยกขึ้นด้วยตะกอ 3 4 และ 5 ในเส้นพุ่งที่เป็นเส้นคี่

nผ้าเลโนที่ใช้ตะกอเลโนที่มีตะกอดุป อยู่ด้านบน และด้านล่าง
nไม่จำเป็นต้องใช้ตะกอช่วย ด้ายปรกติจะถูกร้อยเข้าในตะกอดุป D2 (เลโนบน)
nส่วนด้ายเลโนจะถูกร้อยผ่านเข้าในตะกอดุป D1 (เลโนล่าง)
n1. plain shed :
nด้านปรกติจะถูกยกขึ้นด้วยตะกอ L3 , L4 และตะกอดุป D2
nด้ายเลโนอยู่ด้านล่าง ตะกอ L1 ,L2 และตะกอดุป D1 ไม่ได้ยกขึ้น
n2. open shed :
nด้ายเลโนถูกยกขึ้นด้วยตะกอ L2 และตะกอดุป D1 ตะกอ L1 ไม่ได้ยกขึ้น
nด้ายปรกติ อยู่ด้านล่างจากการที่ตะกอ L3 และตะกอดุป D2ไม่ถูกยก ส่วนตะกอ L4 ถุกยกขึ้น
n3. cross shed :
nด้ายเลโนถูกยกขึ้นด้วยตะกอ L1 และตะกอดุป D1 ตะกอ L2 อยู่ด้านล่าง
nด้ายปรกติจะอยู่ด้านล่างจาการที่ตะกอ L4 และตะกอดุป D2 ไม่ยกขึ้น ส่วนตะกอ L3 ยกขึ้น
n
ด้วยวิธีการนี้ ด้ายเลโนจะไม่มีปัญหาในตำแหน่ง cross shed และไม่เกิดความตึงที่แตกต่างกันของเส้นด้าย ระหว่างตำแหน่งการเปิด แบบ open และ cross shed ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้แกนผ่อนความตึง
 
 
 
 
ด้านล่างต่อไปนี้ท่านลองศึกษาดูลวดลายทอของตะกอเลโน

Home