การทอผ้าเลโน


Home

              ตะกอเลโน 

  

nการทอผ้าเลโน เป็นการเคลื่อนไหวของเส้นด้ายเลโนให้เกิดการโอบล้อมด้ายเป็นแบบเกลียว โดยจำเป็นต้องมีชุดตะกอพิเศษที่มีตะกอดุป (Doup) ซึ่งใช้การยกตะกอขึ้นลงแบบปรกติ
nในการทอด้ายเลโน จำเป็นต้องมีด้าย 2 อย่าง คือ ด้ายปรกติ 1 เส้น และ ด้ายเลโน 1 เส้น
nเส้นด้ายเลโน จะถูกร้อยผ่านเข้าไปในตะกอปรกติ LG ก่อนที่จะร้อยผ่านเข้าไปในตะกอดุป D
nเส้นด้ายปรกติ จะต้องถูกร้อยผ่านไปในตะกอ S แล้วร้อยผ่านช่องว่างระหว่าง ตะกอ L1 และ  L2
n
ตะกอ L1 และ  L2 ที่มีตะกอดุปอยู่ จะต้องติดตั้งไว้ด้านหน้าสุด ส่วนตะกอ LG และ S จะต้องติดตั้งไว้ด้านหลังชุดตะกอเลโน โดยต้องมีระยะห่างจากตะกอเลโนประมาณ 8 -12 .. เนื่องจากต้องการให้มีพื้นที่ในการเปิดตะกอแบบข้าม
 

 

nระบบการเปิดตะกอสำหรับการทอลายเลโนแบบข้ามครึ่ง ( half-cross leno )
nPlain Shed
nจะมีเพียงเส้นด้ายปรกติ ถูกยกขึ้นด้วยตะกอ S
nตะกอ LG , L1 และ L2 จะไม่ถูกยกขึ้น
nOpen Shed
nเส้นด้านเลโนจะถูกยกขึ้นด้วยตะกอ LG และ L2 โดยที่ตะกอดุป D จะถูก L2 พาด้ายเลโนไปทางขวามือของด้ายปรกติ
nตะกอ L1 และ S จะไม่ถูกยกขึ้น
nCrossed Shed
nด้ายเลโนจะถูกยกขึ้นด้วยตะกอ L1 โดยที่ตะกอดุป D จะถูก L1 ยกพาด้ายเลโนไปทางด้านซ้ายมือของด้ายปรกติ
nตะกอ L2 , LG และ S จะไม่ถูกยกขึ้น
nในตำแหน่งการเปิดตะกอแบบ Crossed Shed (น้ำหนักการยกตะกอมาก) แท่งผ่อนความตึง E จะถูกดึงเข้าหาตะกอ เนื่องจากด้ายเลโนจะต้องมีการให้ตัวได้ เพื่อมิให้เกิดความตึงในเส้นด้ายเกินไป
nจำนวนอุปกรณ์แกน E สามารถใช้ได้หลายอัน ตามแต่โครงสร้างของเครื่องทอ และลวดลายที่ต้องการทำ
nในการทำให้ตะกอเปิดกว้างพอสำหรับการทอ ตะกอ LG ควรจะต่ำกว่าตะกอปรกติ ประมาณ 12 มม.
nโดยทั่วไปจำนวนบีมที่ใช้ต้องใช้ 2 บีม  เนื่องจากปริมาณด้ายที่ใช้แตกต่างกัน โดยจำนวนบีมที่ใช้ขึ้นอยู่กับลวดลายที่ต้องการ

 

การสร้างลวดลายโครงสร้างผ้าเลโนบนกระดาษกราฟ
รายละเอียดในตารางกราฟ
E คือ แท่งชดเชยความตึง D คือ วิธีการร้อยตะกอ
R คือวิธีการแซคหวี S คือโครงสร้างและลายยกตะกอ
C คือภาพตัดขวาง W คือการทอ
โครงสร้างของเลโนแบบลอดข้ามครึ่ง ( half cross leno )
I Single Pick Leno
ด้ายยืน      ชุดด้ายเลโนประกอบด้วยด้ายยืนปรกติ 1 เส้น และ ด้ายเลโน 1 เส้น
การร้อยตะกอ   ด้ายเลโนจะอยู่ด้านขวามือของด้ายปรกติ แล้วผ่านข้ามเข้าไปในตะกอดุปไปซ้าย
               ของด้ายปรกติ
การแซคหวี     ชุดด้ายเลโนจะต้องถูกแซคอยู่ในช่องหวีเดียวกัน
การทอ      เส้นพุ่งที่ 1 เป็นแบบopen shed เส้นพุ่งที่ 2 เป็นแบบ cross
               shed โดยแท่ง Eเคลื่อนที่เข้า

 

 

II Single Pick Counter Leno
ด้ายยืน   ชุดด้ายเลโนชุดที่ 1 ประกอบด้วยด้ายยืนปรกติ 1 เส้น และ ด้ายเลโน 1 เส้น
         ชุดด้ายเลโนชุดที่ 2 ประกอบด้วยด้ายเลโน 1 เส้น และ ด้ายปรกติ 1 เส้น
การร้อยตะกอ  ในเลโนชุดแรกด้านเลโนจะอยู่ด้านขวามือของด้ายปรกติ แล้วผ่านข้ามไปเข้าไปในตะกอดุปไปซ้ายมือ
             ของด้ายปรกติ
             ในเลโนชุดสองด้านเลโนจะอยู่ด้านซ้ายมือของด้ายปรกติ แล้วผ่านข้ามไปเข้าไปในตะกอดุปไปขวามือ
             ของด้ายปรกติ
การแซคหวี   ชุดด้ายเลโนแต่ละจะต้องถูกแซคในช่องหวีเดียวกัน แต่อาจจะทำการแยกมันโดยการเว้นช่องหวีก็ได้
การทอ   เส้นพุ่งที่ 1 เป็นแบบ open shed เส้นพุ่งที่ 2 เป็นแบบ cross shed โดยแท่ง E เคลื่อนที่เข้า     
              ชุดด้ายเลโนทั้งสองจะทำการขัดสานไปพร้อมกัน แต่ในทิศทางตรงกันข้าม ด้ายเลโนจะลอดข้ามด้ายปรกติ
             สลับไปมาในแต่ละเส้นพุ่งซึ่งจะไขว้กันในทุกเส้นพุ่ง ด้ายปรกติจะอยู่ด้านล่างในทุกๆเส้นพุ่ง

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
III Multi Pick Counter Leno
ด้ายยืน และการร้อยตะกอเหมือนแบบที่ II
การทอ เส้นพุ่งที่ 1 เป็นแบบ open shed  เส้นพุ่งที่ 2 และ 4 เป็นแบบ plain shed
เส้นพุ่งที่ 3 เป็นแบบ cross shed โดยแท่ง E เคลื่อนที่เข้า
ในช่วงหลังจากที่ด้ายเลโนลอดสลับไปอีกด้านของด้ายปรกติในแต่ละเส้นพุ่ง จะมีการทอแบบ  multi pick
             leno ซึ่งจะส่งเส้นพุ่งเส้นที่สองหรือมากกว่าก่อนที่จะเกิดการลอดข้ามไปอีกด้านหนึ่งของด้ายปรกติ
ในรูปตัวอย่าง ด้ายปรกติจะอยู่ด้านล่างในเส้นพุ่งเส้นคี่ และจะถูกยกข้ามเส้นพุ่งเส้นคู่

การผสมผสานลาย เลโนแบบ single และ counter กับริ้วลายสอง
การร้อยตะกอ
คะกอที่ 9-12  เป็น ริ้วลายสอง
ตะกอ 1,2 ,5, 7  เป็นชุดเลโนชุดแรก ด้ายเลโนผ่านแกน E1
ตะกอ 3,4 ,6, 8  เป็นชุดเลโนชุดสอง ด้ายเลโนผ่านแกน E2
การทอ
ชุดแรก ทอแบบ single pick leno เส้นพุ่งที่ 1 , 3 ,   5 , 7 เป็นแบบcross shed แกน E1ผ่อนแรงตึง ด้ายปรกติอยู่ล่าง
ชุดสอง ทอแบบ muti pick counter leno เส้นพุ่ง เส้นที่ 1 , 2 , 7 , 8 เป็นแบบ cross shed   แกน E2 ผ่อนแรงตึง จะมีเส้นพุ่ง 4 เส้นถูกทอ ก่อนที่ด้ายเลโนจะเปลี่ยนไปอีกด้านหนึ่ง

 

เลโนแบบ counter ที่มีด้ายปรกติสองเส้น ในแต่ละชุด
    การร้อยตะกอ
ตะกอที่ 8 , 9 ริ้วทอลายขัด
ตะกอที่ 10 -13       ริ้วลายสอง 3 / 1
ตะกอที่ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 ชุดเลโนชุดแรก เส้นด้ายเลโนทุกเส้นผ่านแกน E
ตะกอที่ 1 , 2 , 3 , 6 , 7 ชุดเลโนชุดที่สอง
การทอ
ชุดที่ 1 และ 2 เป็นแบบ counter leno เส้นพุ่งที่ 1 6 จะเปิดแบบ cross shed แกน E ผ่อนแรงตึง
   เส้นพุ่ง 6 เส้นจะถูกทำการทอ ก่อนที่ด้ายเลโนจะเปลี่ยนไปยังอีกด้านหนึ่งของด้ายปรกติที่มีการทอขัดสานแบบplain และ rib

 

nเลโนแบบ counter ที่มีด้ายปรกติสองเส้นในแต่ละชุด
nการร้อยตะกอ
nตะกอที่ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 ชุดเลโนชุดแรก เส้นด้ายเลโนทุกเส้นผ่านแกน E
nตะกอที่ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 ชุดเลโนชุดที่สอง
nการทอ
nเส้นพุ่งที่ 5-  8 จะเปิดแบบ cross shed แกน E ผ่อนแรงตึง   เส้นพุ่ง 4 เส้นจะถูกทำการทอ ก่อนที่ด้ายเลโนจะเปลี่ยนไปยังอีกด้านหนึ่งของด้ายปรกติที่มีการทอขัดสานแบบขัด

 

nวิธีการของลวดลายในหน้านี้
nการร้อยตะกอ
nตะกอที่ 11 , 12 ริ้วทอลายขัด
nตะกอที่ 13 -16 ริ้วลายสอง 3 / 1
nตะกอที่ 1 , 2 , 5 , 7 , 8 ชุดเลโนชุดแรก เส้นด้ายเลโนผ่านแกน E1
nตะกอที่ 3 , 4 , 6 , 9 , 10 ชุดเลโนชุดที่สอง เส้นด้ายเลโนผ่านแกน E2
nการทอ
nเส้นพุ่งที่ 5-8 และ 21-24 จะเปิดแบบ cross shed แกน E1 ผ่อนแรงตึง
nเส้นพุ่งที่ 9-12 และ 17-20 จะเปิดแบบ cross shed แกน E2 ผ่อนแรงตึง
nเส้นพุ่ง 4 เส้นจะถูกทำการสอด ก่อนที่ด้ายเลโนจะเปลี่ยนไปยังอีกด้านหนึ่งของด้ายปรกติ ด้ายปรกติจะข้าม และลอดสลับไปมาทุก 4 เส้นพุ่ง
nด้ายเลโนจะไขว้กันเหนือ4เส้นพุ่ง (open shed) หรือใต้ 4 เส้นพุ่ง (plain shed)
nเส้นด้ายปรกติ ขัดสานแบบลายขัด และลายสอง

 

โปรดติดตามในบทต่อไปครับ ผู้แปลและเรียบเรียงต้องขออภัยถ้ามีสิ่งใดผิดพลาด และก็ต้องขอบคุณคุณ Watson ผู้เขียนหนังสือ Advance Textile Design ให้เราได้เรียนรู้ด้านการทอผ้าต่างๆครับ

วิชัย ตันติคุณากรรัตน์ ผู้แปลและเรียบเรียง