พื้นฐานการออกแบบลายทอ


Home

จากรูปด้านบนนี้ เป็นการแสดงกระดาษกราฟที่ใช้ในการกำหนดลวดลาย และวิธีการทำงานบนลายผ้า

Design คือลวดลายทอซึ่งอาจจะสร้างขึ้นมา หรือทำการแกะจากตัวอย่างผ้า โดยที่แต่ละช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆจะใช้แสดงจุดสานของด้ายยืนและด้ายพุ่ง 1 เส้น  การระบายสีทึบมีความหมายว่า ด้ายยืนยกข้ามด้ายพุ่ง ส่วนช่องที่ไม่ระบายสีมีความหมายว่า ด้ายยืนมุดลอดด้ายพุ่ง  ในการกำหนดลายทอส่วนใหญ่จะนำลายมาเพียง 1 รีพีท (1ดอก , 1จบ ฯลฯ) จากตัวอย่างด้านบนนำลายมา 2 รีพีท(ตามแนวตั้ง)

 ตัวอย่าง เส้นยืนที่1 จะยกข้ามด้ายพุ่งสองเส้น แล้วมุดลอยด้ายพุ่งอีกสองเส้นถัดไป

Drawing In คือการกำหนดวิธีการร้อยตะกอ โดยการสำรวจดูการยกด้ายยืนในแต่ละเส้น ว่าเหมือนกันไหม โดยเริ่มต้นจากเส้นแรกของลายซึ่งจะเริ่มที่ตะกอที่ 1 แล้วทำการสำรวจเส้นด้ายเส้นต่อๆ  ถ้าเหมือนกับตะกอใดก็สามารถร้อยอยู่ในตะกอเดียวกันได้ ถ้าไม่เหมือนก็ต้องเพิ่มตะกอใหม่ไปเรื่อยๆ

จากตัวอย่าง

เส้นที่ 1 จะร้อยอยู่ที่ตะกอที่ 1

เส้นที่ 2 ยกด้ายยืนขึ้นลงไม่เหมือนกับเส้นที่ 1 จึงร้อยอยู่ที่ตะกอที่ 2

เส้นที่ 3 ยกด้ายยืนขึ้นลงไม่เหมือนกับเส้นที่ 1 , 2 จึงร้อยอยู่ที่ตะกอที่ 3

เส้นที่ 4 ยกด้ายยืนขึ้นลงไม่เหมือนกับเส้นที่ 1 , 2 , 3  จึงร้อยอยู่ที่ตะกอที่ 4

เส้นที่ 5 ยกด้ายยืนขึ้นลงเหมือนกับเส้นที่ 2 จึงร้อยอยู่ที่ตะกอที่ 2

เส้นที่ 6 ยกด้ายยืนขึ้นลงเหมือนกับเส้นที่ 1 จึงร้อยอยู่ที่ตะกอที่ 1

เส้นที่ 7 ยกด้ายยืนขึ้นลงเหมือนกับเส้นที่ 4 จึงร้อยอยู่ที่ตะกอที่ 4

เส้นที่ 8 ยกด้ายยืนขึ้นลงเหมือนกับเส้นที่ 3 จึงร้อยอยู่ที่ตะกอที่ 3

Peg Plan คือการกำหนดวิธีการยกขึ้นลงของตะกอในแต่ละตะกอ

จากตัวอย่างจะเห็นว่ามีการยกเส้นด้ายยืนที่แตกต่างกันอยู่ 4 แบบ ดังนั้นเราสามารถสรุปได้เลยว่าลายนี้สามารถใช้ตะกออย่างต่ำที่สุด ได้ 4 ตะกอ

จากนั้นก็เพียงแต่ทำการกำหนดในกราฟ ของ Peg Plan  ตามวิธีการยกของเส้นด้ายที่ถูกกำหนดให้ร้อยในตะกอนั้นๆ

จากตัวอย่าง จะเห็นว่า

วิธีการยกด้ายเส้นที่ 1 จะถูกนำไปใส่ใน กราฟของตะกอที่ 1

วิธีการยกด้ายเส้นที่ 2 จะถูกนำไปใส่ใน กราฟของตะกอที่ 2

วิธีการยกด้ายเส้นที่ 3 จะถูกนำไปใส่ใน กราฟของตะกอที่ 3

วิธีการยกด้ายเส้นที่ 4 จะถูกนำไปใส่ใน กราฟของตะกอที่ 4