ปลากัดพันธุ์ต่างๆๆๆ

  
 
 

 รูปปลากัด
 
 
 
 
 
                         
 
 
 
              
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ประกวดปลากัดพันธุ์ต่างๆๆ
 
 
 
 
 
                
 
 
 
 
             
 
 
 
 
        
 
 
 
 
 
สายพันธุ์ปลากัดในประเทศไทย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตำนานปลากัดไทย
 

            การเลี้ยงปลากัดของคนไทย

                   การกัดปลานับเป็นเกมกีฬาที่นิยมกันในหมู่คนไทยมาเป็นเวลานาน อันที่จริงแล้วปลาที่ใช้ในเกมกีฬาการกัดปลาของชาวไทยนั้น นอกจากปลากัดแล้ว ยังมีปลาอีก ๒ ชนิดที่นำมากัดแข่งขันกัน คือ ปลาหัวตะกั่ว และปลาเข็ม แต่ไม่แพร่หลายและเป็นที่นิยมเท่าปลากัด ทั้งนี้เนื่องจากปลากัดนอกจากจะมีลีลาการต่อสู้ที่เร้าใจและอดทนแล้วยังเป็นปลาที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวลาที่พองตัวเพื่อต่อสู้  ในระยะแรกๆ ปลากัดที่แข่งขันเป็นปลาที่จับมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ต่อมาจึงได้เริ่มมีการนำปลากัดมาเลี้ยงเพื่อใช้ในการกัดแข่งขัน และเริ่มมีการผสมพันธุ์เพาะเลี้ยงปลากัด เพื่อให้ได้ปลาที่อดทน กัดเก่ง สีสวยงาม ซึ่งได้เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง หลังจากนั้นก็มีการผสมพันธุ์ปลากัดให้เป็นปลาสวยงาม และเป็นปลาสวยงามชนิดแรกที่คนไทยนิยมเลี้ยง การเพาะเลี้ยงปลากัดจึงแบ่งออกเป็น  ๒  กลุ่มใหญ่ๆ  กลุ่มหนึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขันเป็นการกีฬา หรือการพนัน และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเป็นปลาสวยงาม

           ในการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขัน จะเป็นการพัฒนาสายพันธุ์ของปลากัดครีบสั้น หรือปลาลูกหม้อ เป็นหลัก เพื่อให้ได้ปลาที่กัดเก่ง อดทน และมีขนาดใหญ่ ในระยะหลังๆ ได้มีการนำปลากัดพื้นเมืองในภาคใต้มาผสมบ้าง เพื่อสร้างลูกผสมที่กัดเก่ง และมีการใช้กลวิธีการหมักปลาด้วยสมุนไพร ใบไม้ ว่าน ดินจอมปลวก และอื่นๆ  เพื่อช่วยเคลือบเกล็ดปลา  ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้เกล็ดแข็งกัดเข้าได้ยาก  ควบคู่ไปกับการคัดเลือกพันธุ์
 
           ส่วนการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเป็นปลาสวยงาม  นอกจากจะพัฒนาให้ได้สีที่สวยงาม และรูปแบบใหม่ๆ แล้ว ก็ได้มีการพัฒนาสร้างสายพันธุ์ปลากัดครีบยาว ที่เรียกกันทั่วไปว่า  ปลากัดจีน ซึ่งมีครีบยาวใหญ่สวยงาม  ในระยะหลังนี้ได้มีการพัฒนารูปทรงของครีบแบบต่างๆ และมีการพัฒนาปลากัดครีบสั้นให้เป็นปลาสวยงาม โดยพัฒนาสีสันให้สวยขึ้น และพัฒนาปลาลูกหม้อให้มีสีใหม่ๆ จนในที่สุดก็มีการผสมระหว่างปลากัดครีบสั้นกับปลากัดครีบยาว เพื่อสร้างลักษณะที่สวยงาม
   
          เมื่อก่อนนั้น นักเพาะพันธุ์ปลากัดในประเทศไทยสนใจเฉพาะการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดลูกหม้อให้กัดเก่งเพื่อการกัดแข่งขันเป็นหลัก  ปลากัดครีบยาวหรือปลากัดจีนจึงขาดการปรับปรุงพันธุ์โดยสิ้นเชิง โดยผู้เพาะพันธุ์มุ่งจะผลิตให้ได้จำนวนมากๆ เพื่อส่งขายโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ จนในช่วงหนึ่งปลากัดครีบยาวจากประเทศไทยถูกจัดอยู่ในระดับคุณภาพค่อนข้างต่ำ ในพ.ศ. ๒๕๓๘  คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้เริ่มดำเนินการเพื่อพัฒนาฟื้นฟูสายพันธุ์ปลากัดในเมืองไทย โดยได้เริ่มจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงสายพันธุ์และมาตรฐานปลากัดในระดับสากล และได้จัดประกวดปลากัดขึ้นครั้งแรกในงานวันเกษตรแห่งชาติ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นมาก็มีการจัดประกวดต่อเนื่องกันมาทุกปี โดยชมรมและองค์กรต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ ทั้งปลากัดลูกหม้อและปลากัดจีน เพื่อเป็นปลาสวยงามกันอย่างเต็มที่ ทำให้ได้ปลากัดลูกหม้อที่มีสีสันสวยงาม ทั้งสีเดียว สีผสม และลวดลายต่างๆ จนในปัจจุบันรูปแบบสีสันของปลากัดลูกหม้อได้พัฒนาไปอย่างมากมายในทุกโทนสี และกลายเป็นปลาสวยงามอีกประเภทหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ประชาชนจำนวนมากหันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลากัด ทั้งปลากัดสำหรับกัดแข่งขันและปลากัดสวยงาม จนทำให้ปลากัดมีความสวยงาม กลายเป็นสินค้าส่งออกอย่างหนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันแหล่งเพาะเลี้ยงปลากัดที่สำคัญของประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  กรุงเทพฯ ราชบุรี  เพชรบุรี และนครศรีธรรมรา


นักเพาะพันธุ์ปลากัดได้พัฒนาสายพันธุ์ปลากัดลูกหม้อให้มีสีสันสวยงาม จนกลายเป็นสินค้าส่งออก

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ศัพท์และสำนวนที่เกียวกับปลากัด
          ปลากัดมีอิทธิพลต่อสังคมไทยในสมัยก่อนมาก ผู้ที่ชอบการกัดปลา เรียกว่า “นักเลงปลา” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศัพท์และสำนวนที่ใช้กัน เช่น “กระโดง” หมายถึงครีบหลัง  “ตะเกียบ”  หรือ “ทวน” หมายถึงครีบท้อง “ชายน้ำ”  หมายถึง ปลายครีบก้น “เขม่า” หมายถึง  ลักษณะปนเปื้อนของสีที่คล้ายรอยประอยู่ภายนอก  “ไล่น้ำ” หมายถึงการเอาปลาปล่อยลงในน้ำวนให้ปลาออกกำลังว่ายทวนน้ำ  มักทำในอ่างปากกว้าง  แล้วเอามือกวนให้น้ำวนก่อนปล่อยปลาลงไป “ปลาป่า” หรือ “ปลาลูกทุ่ง”   หมายถึง ปลากัดที่อยู่ในแหล่งธรรมชาติ ในท้องนา หนอง  คลอง บึง  “ลูกสังกะสี” หมายถึง  ลูกผสมระหว่างปลาลูกหม้อกับปลาป่า  “ลูกแท้” หมายถึง ลูกปลากัดที่เกิดจากการผสมระหว่างพ่อแม่ที่เกิดในครอกเดียวกัน  และ  “ลูกสับ” หมายถึงลูกปลากัดที่เกิดจากการผสมระหว่างพ่อแม่ที่เกิดต่างครอกกัน 

          ภาษาและคำศัพท์ต่างๆ  ที่ใช้กันในหมู่นักเลงปลาอีกหลายคำ ได้กลายเป็นคำที่นำมาใช้ในสังคมไทยอย่างแพร่หลาย   เช่นคำว่า ลูกหม้อ  ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีกำเนิดผูกพันอย่างแท้จริง  มาจาก “ปลาลูกหม้อ”  ที่คัดสายพันธุ์ เลือกสรรลักษณะมาอย่างต่อเนื่อง  ลูกไล่ ซึ่งหมายถึงคนที่ไม่สู้คน ถูกข่มอยู่ตลอดเวลา  มาจาก “ปลาลูกไล่”  ซึ่งเป็นปลากัดที่ไม่ยอมสู้ปลาตัวอื่น และถูกนำมาใช้ในการซ้อมปลาที่จะลงแข่งขันให้ไล่ออกกำลัง ก่อหวอด หมายถึงการคิดกระทำมิดีมิร้าย  นำมาจากอาการเตรียมการของปลากัดตัวผู้ที่วางแผนจะผสมพันธุ์ปลาตัวเมีย โดยเตรียมก่อหวอดสร้างรังไว้ก่อน  ถอดสี  ซึ่งหมายถึงอาการตกใจ ไม่สู้ ยอมแพ้  มาจากอาการที่สีเข้มของปลากัดจะจางลงเมื่อไม่สู้หรือยอมแพ้  และติดบิด  ซึ่งนำมาใช้ในภาษามวยที่นักมวยต่อยแล้วกอดกันแน่น ก็มาจากอาการการต่อสู้ของปลากัดที่เมื่อตัวหนึ่งพุ่งเข้ามากัดอย่างแรง และอีกตัวหนึ่งประสานปากเข้ากัดรับ  คาบติดกันแน่นบิดกัดติดกันอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะปล่อยหลุด  คำเหล่านี้ในปัจจุบันได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันจนเป็นคำธรรมดา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นคำศัพท์ในวงการนักเลงปลากัด

แสดงส่วนต่างๆ ของปลากัด

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลากัดไทยในต่างประเทศ
          ได้มีการนำปลากัดไทยไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงามในบางประเทศของทวีปยุโรปตั้งแต่ พ.ศ.  ๒๔๑๗  และสหรัฐอเมริกานำเข้าไปเลี้ยงใน พ.ศ. ๒๔๖๐ จากนั้นมาได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยในระยะแรกๆ จะเน้นการผสมปลากัดให้ได้สีใหม่ๆ และได้รูปแบบสีที่สมบูรณ์  ในช่วง พ.ศ. ๒๔๗๐ - ๒๔๘๐  ผู้เลี้ยงมักนิยมปลากัดสีอ่อนหรือสีเผือก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรียกว่า ปลากัดเขมร ซึ่งมีลำตัวสีอ่อน และมีครีบสีแดง ต่อมาประมาณพ.ศ. ๒๔๙๐  นักเพาะเลี้ยงมุ่งที่จะเพาะปลากัดสีดำ และทำได้เป็นผลสำเร็จ ระยะต่อมาจึงได้เริ่มมีความสนใจที่จะพัฒนาลักษณะของรูปทรงลำตัวและครีบ โดยใน พ.ศ. ๒๕๐๗  นักเพาะเลี้ยงปลากัดในสหรัฐอเมริกาสามารถผลิตสายพันธุ์ปลากัดลิบบี (Libby) ซึ่งมีหางใหญ่มน  กว้างเป็น ๓ เท่าของลำตัว เช่นเดียวกับครีบก้นและครีบหลัง ต่อมาในระหว่าง พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๒๐ ก็สามารถผลิตปลากัดหางสามเหลี่ยมให้ชื่อว่า เดลตา (Delta) ซึ่งเป็นปลากัดที่มีครีบหางแผ่ทำมุม ๔๕ - ๖๐ องศากับโคนหาง รวมทั้งปลาที่มีหางสามเหลี่ยมขนาดใหญ่  ที่เรียกว่า ซูเปอร์เดลตา (Super delta) ด้วย ประมาณ  พ.ศ. ๒๕๓๐  ในทวีปยุโรปได้มีผู้สามารถผสมพันธุ์ปลากัดที่มีหางแผ่เป็นรูปครึ่งวงกลม  ที่เรียกว่า  ฮาล์ฟมูนเดลตา (Halfmoon delta) หรือหางพระจันทร์ครึ่งซีกได้ หลังจากนั้นใน พ.ศ.  ๒๕๔๓  นักเพาะเลี้ยงปลากัดชาวสิงคโปร์ได้พัฒนาปลากัดสายพันธุ์ใหม่ที่มีหางจักเป็นหนามเหมือนมงกุฎ ที่เรียกว่า  คราวน์เทล (Crown tail) หรือหางมงกุฎ  ซึ่งเป็นปลากัดที่นิยมกันมากสายพันธุ์หนึ่งในปัจจุบัน ในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีผู้นิยมเลี้ยงปลากัด  ทั้งที่เลี้ยงเป็นงานอดิเรกและเลี้ยงเป็นอาชีพเป็นจำนวนมาก  มีการจัดตั้งเป็นชมรมและสมาคมต่างๆ รวมทั้งมีการจัดการประกวดแข่งขันกันทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ 

ปลากัดไทยเลือดแท้ ในมุมมองคนนอก

"ไปตามหาเลือดแท้กัน สนใจเปล่า ปลากัดไทย เลือดแท้เชียวนะเว้ย! ถ้าไปก็เจอกัน พรุ่งนี้ 11 โมงนะ"

ผมวางโทรศัพท์ไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ทำไมคำว่า "เลือดแท้" คำนี้ยังก้องอยู่ในหัว เลือดแท้แล้วยังไง? ผมเองก็ยังเลือดไทยไม่แท้เลย แล้วทำไมในคนถึงไม่ค่อยสนใจว่าแท้ไม่แท้ แต่กับในสัตว์นี่ ผมรู้สึกว่าค่อนข้างสนใจกันเหลือเกินว่าแท้หรือไม่? ไม่รู้เหมือนกันว่า ไม่แท้แล้วมีผลเสียอะไรนักหนา ตอนคุยกันก็ไม่ได้ถามให้กระจ่าง ตอนนี้ก็ต่อ net ซะแล้ว หาเองก็แล้วกัน ถึงถามไปก็คงอีกนานกว่าจะรู้คำตอบ ถ้าไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะตอบ มันคงดองคำถามผมไว้อีกนาน ผมรู้นิสัยไอ้เพื่อนคนนี้ดี

เมื่ออยู่หน้าคอมฯ ผมเลยใช้บริการ Google Scholar (http://scholar.google.com) เพื่อให้ได้คำตอบมาไขข้อข้องใจ หาไปหามา ไปเจอบทความชิ้นนึง นานมากแล้ว แต่งเมื่อ พศ. 2503 นู่น แต่ว่ายังทันสมัยอยู่เลย ของ รศ.ดร. สรวุฒิ ปัญจศีโล มีเนื้อความบางส่วน ดังต่อไปนี้...


จากกราฟในรูปที่ ๑ (ขอโทษที่ไม่สามารถนำรูปมาลงให้ดูได้)
"ณ ช่วงเวลา T0 ถึง T1 สัตว์จะมีการผสมกันไปมา จนกระทั่งถึงช่วงเวลาหนึ่ง เรากำหนดให้เป็นเวลา T1 เข้าใจว่า ช่วงเวลาดังกล่าว มนุษย์ยังมีสภาพเป็นสัตว์ที่เวียนว่ายอยู่ในทะเล แต่จากช่วงเวลา T1 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่ากราฟยังมีการเพิ่มขึ้นของพัฒนาการอยู่ แต่ ณ ช่วงเวลา Tx1 มนุษย์ สัตว์ที่ยืนสองขาตั้งฉากกับพื้นโลก เริ่มเข้ามาศึกษาสายพันธุ์ของสัตว์มีชีวิตอื่นๆ การศึกษาก้าวหน้าไปมากขึ้น เชื่อมโยงข้อมูลว่าสัตว์ชนิดนี้ อยู่ภูมิประเทศแถบนั้น สายพันธุ์แต่ละแบบมีการพัฒนาการมาแบบใด อะไรอีกมากมาย

ต่อมา ณ ช่วยเวลา Tx2 มนุษย์ศึกษาสายพันธุ์สัตว์มานานมาก จนเริ่มกำหนดได้ว่า สัตว์ชนิดใด เริ่มมีความนิ่งในการพัฒนา ตอนนี้ คำว่า "สายพันธุ์แท้" เริ่มเข้ามามีบทบาทในการศึกษา แต่...."

แต่เพื่อนผมมารับซะก่อน เลยทำให้ต้องวางมือจากการคัดลอกบทความนั้นไว้ รีบแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วขึ้นรถ เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายให้ทันกำหนดเวลา เพราะว่าวันนี้เราออกสายไปเกือบชั่วโมง

ต่อย [ 2005-04-25 01:31:27 ]


ความคิดเห็นที่ 1
ชุมชน ธูปฤาษี ชุมชนเล็กๆที่ยึดอาชีพทำธูปมาช้านาน เพราะว่า แถวนี้มีต้น "ธูปฤาษี" ที่เป็นวัตถุดิบอย่างดี ในการทำธูปอยู่เต็มไปหมด แต่ตอนนี้ชุมชนแห่งนี้กำลังพัฒนา เริ่มโกอินเตอร์กันแล้วครับ เพราะตั้งแต่กรมส่งเสริมการส่งออก เข้าไปเจาะตลาดทวีปแอฟริกาได้ ทำให้รู้ว่าที่ประเทศ "โกมาลี" ชอบจุดธูปก่อนนอน เพื่อไหว้ผีบรรพบุรุษ และนิยมใช้แต่ธูปขนาดใหญ่ซะด้วย เลยทำให้มีใบสั่งซื้อเข้ามามาก ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้เลยต้องเร่งผลิตกันหามรุ่งหามค่ำ แต่มีเสียงกระซิบจากชาวบ้านว่า ตอนนี้ต้นธูปฤาษี เริ่มขาดแคลน ต้องไปหามาจากละแวกอื่น ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม ไม่รู้ว่าจะสู้ราคาธูปจากประเทศจีนได้หรือไม่ เพราะจีนก็เริ่มหันมาเจาะตลาดทวีปแอฟริกาแล้วเหมือนกัน

ต่อย [ 2005-04-25 01:33:06 ]


ความคิดเห็นที่ 2
การออกสำรวจของเราครั้งนี้ ไม่ได้ไปดูเรื่องต้นธูปฤาษีครับ เราต้องเดินตัดทุ่งธูปฤาษีเข้าไปลึกพอสมควร จะเจอกับ "ธารฤาษี" อย่าพิมพ์ผิดเป็น "ทานฤาษี" นะครับ เพราะว่าฤาษีท่านไม่ได้ทำทาน จนเกิดเป็นลำธารแห่งนี้ สันนิษฐานว่า ที่มีชื่อว่า "ธารฤาษี" เพราะอยู่ติดกับทุ่งธูปฤาษีนั่นเอง คนไทยสมัยก่อน มักตั้งชื่อเรียบๆ ง่ายๆ เห็นอย่างไรเรียกไปอย่างนั้น ยกตัวอย่างเช่น มีลุงคนหนึ่งชื่อไพศาล มีอาชีพเลี้ยงลิง อาศัยอยู่บนเขา ชาวบ้านก็มักจะตั้งชื่อเขาแห่งนั้นว่า "เขาลิงไพศาล" เป็นต้น

ต่อย [ 2005-04-25 01:34:19 ]


ความคิดเห็นที่ 3
กลับมาที่ลำธารแห่งเดิม จะพบว่ามีต้น "บัวสาย" อยู่เยอะพอสมควร จะสังเกตุได้ว่า บัวสายเหล่านี้ ไม่มีดอกเลยครับ เหมือนเป็นการลงโทษกันกลายๆว่า พวกเรามากันสาย เลยอดเห็นดอกบัวสวยๆ

ใกล้ๆกับกอบัวสาย "ตาลปัตรฤาษี" ขึ้นอยู่เรียงราย ผมรู้สึกว่าแถบนี้ จะมีความเกี่ยวพันกับฤาษีเยอะเหลือเกิน เลยบ่นออกมาดังๆว่า

"แถวนี้มีแต่ฤาษี ไม่เห็นมีปลากัดซักตัว"

ได้ความครับ "พี่ธูป" หนุ่มใหญ่วัยใกล้ 35 บอกกับผมว่าให้หาดีๆ เดี๋ยวเจอเอง แต่ก่อนแกเอาแก้วพลาสติกธรรมดานี่แหละ ช้อนลองไปมั่วๆ ยังได้ปลากัดติดขึ้นมาทุกครั้ง ถ้าโชคดี วันนี้อาจจะได้เจอ "ของดี"

ต่อย [ 2005-04-25 01:35:43 ]


ความคิดเห็นที่ 4
ถึงแม้จะอดชื่นชมดอกบัวหอมๆ แต่ก็เอา "ดอกตาลปัตรฤาษี" ดูเล่นไปก่อน

พี่ธูปเล่าให้เราฟังเล่นๆว่า ดอกตาลปัตรฤาษี นี้เป็นส่วนผสมสำคัญ ในการทำธูปของชุมชนแถบนี้เลยละครับ เพราะ ดอกตาลปัตรฤาษี เมื่อมาผสมกับ ธูปฤาษี แล้วเอาไปทำเป็นธูป กลิ่นของธูปจะมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ ช่วยให้หลับไปง่ายขึ้น ลึก และไม่ฝันอีกด้วย แต่ต้องนำมาผสมในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดฤทธิ์ที่ว่า แต่ก็ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

ต่อย [ 2005-04-25 01:36:57 ]


ความคิดเห็นที่ 5
ธารฤาษีในวันนี้น้ำน้อยลงไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าร้อน เลยทำให้มีสภาพเหมือนอย่างที่เห็น ถึงแม้น้ำจะน้อย แต่ว่าสภาพน้ำยังค่อนข้างดีในระดับกลางๆ สังเกตุได้จากตัวอ่อนแมลงปอ ที่มีอยู่พอสมควร และจากในรูปจะเห็นได้ว่าไม่มีขยะเลยซักชิ้นเดียว ชุมชนแห่งนี้เค้าดูแลอู่ข้าวอู่น้ำ (สำนวน) ของเค้าค่อนข้างดีครับ

พี่ธูปบอกว่า ชาวบ้านช่วยกันดูแลอย่างเป็นระบบ ถ้าจับได้ว่าลูกบ้านไหนทิ้งขยะลงแหล่งน้ำสาธารณะ จะโดนลดโควต้าการส่งธูปเข้าสหกรณ์หมู่บ้าน ชาวบ้านเลยกลัว เพราะถ้าไม่สามารถส่งธูปเข้าสหกรณ์หมู่ได้ ก็ต้องขายเอง แต่การส่งออกไปแอฟริกาเนี่ย กรมส่งเสริมฯ รับแต่ธูปที่ผลิตจากระบบสหกรณ์เท่านั้น ถ้าทำขายในประเทศอย่างเดียวก็ไม่ไหว เพราะตลาดบ้านเราไม่นิยม นิยมแต่ธูปธรรมดา ธูปจากสหกรณ์เนี่ย เป็นยานอนหลับอ่อนๆ ถ้าขืนนำไปจุดที่วัดเวลาทำบุญ ญาติโยมก็หลับกันหมด ไม่เป็นอันฟังพระสวดพอดี :)

ต่อย [ 2005-04-25 01:38:18 ]


ความคิดเห็นที่ 6
หลังจากเดินหา "หวอดปลากัด" ไปได้ซักพักใหญ่ แต่ไม่มีวี่แววว่าวันนี้จะได้เจอหรือเปล่า? ผมหันไปเห็นเพื่อนผมกำลัง ก้มลงไปถ่ายรูปอะไรบางอย่างอยู่ เลยเดินไปเข้าดู และช่วยแหวกหญ้าคาให้ ปรากฏว่าเป็น "ลูกครอกปลาช่อน" ใครไม่เคยเห็นดูไว้

ต่อย [ 2005-04-25 01:39:32 ]


ความคิดเห็นที่ 7
เวลาผ่านไปได้อีกพักใหญ่ๆ น้ำที่เคยใสก็กลับขุ่น เพราะกลุ่มนักอนุรักษ ์เพื่อนผมที่มาด้วยกัน ลงไปช้อนปลากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ตัวไหนไม่สวยก็โยนทิ้งลงน้ำ อย่างไม่มีสนใจใยดีเท่าไหร่ และบางตัว กว่าจะจับลงแก้วน้ำได้ก็แทบจะเป็นปลาพิการพิการไปเลย อย่างเจ้า "ปลาหัวตะกั่ว" ตัวนี้ หลังจากถูกคัดออกเพราะตัวเล็กเกินไป มองเราเหมือนอย่าง มีความอาฆาตแค้น ที่โดนโยนลงน้ำอย่างไม่ใยดี และที่เราทำให้น้ำขุ่น แต่จริงๆแล้วมันเป็นอย่างนั้นเองครับ ปลาพวกนี้สายตาไม่ค่อยดี ชอบอาศัยอยู่ในน้ำใสๆ ถ้าน้ำขุ่นมักจะลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ เพื่อที่จะมองเห็นได้ดีขึ้น
2005-04-25 01:56:45

ต่อย [ 2005-04-25 01:40:47 ]


ความคิดเห็นที่ 8
หลังจากจับได้พอสมควรแล้ว เลยมานั่งพักชื่นชมผลงาน พี่ธูปบอกว่า วันนี้ปลาน้อย ปกติจะมีปลาเยอะกว่านี้ สงสัยว่าพักนี้คงโดนจับไปเยอะจากพวกพัฒนาสายพันธุ์ปลา เพราะว่าปลาจากที่นี่ เป็นต้นสายพันธุ์ของปลากัดหม้อครับ จากปลากัดลูกทุ่งธรรมดา ที่ตัวเล็กปราดเปรียว กัดเก่ง แต่ใจไม่ค่อยสู้ (ในมุมมองของคน) เพราะว่าถ้าพลาดท่าโดนกัดจะยอมแพ้ง่ายๆ นักพัฒนาสายพันธุ์เลย พัฒนาให้กัดเก่ง และทน โดนกัดยังไงก็ไม่ถอย กัดกันจนปางตายไปข้างนึง ซึ่งก็คือปลากัดหม้อสายพันธุ์ปัจจุบันนั่นเอง

ต่อย [ 2005-04-25 01:42:16 ]


ความคิดเห็นที่ 9
อา..... เลือดแท้ในขวดพลาสติก พอเห็นตัวจริงแล้วไม่เหมือนกับที่คิดไว้ ส่วนใหญ่จะมีแต่ตัวเล็กๆ ตัวใหญ่กว่านี้จะปราดเปรียวจนจับไม่ได้ ในภาพนี้อาจจะเห็นไม่ชัดนัก เราไปดูภาพต่อไปกันดีกว่า

ต่อย [ 2005-04-25 01:43:29 ]


ความคิดเห็นที่ 10
นี่ละครับ พระเอกของงานนี้ "ปลากัดจ่าโท" หรือ "Betta splendens Navy petty officer second class" ชื่ออาจจะยาวสักหน่อย แต่ประวัติยาวกว่าชื่ออีกครับ

พี่ธูป เล่าให้เราฟังว่า แต่ก่อนสมัยที่ปลากัดยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทย พลทหารเรือ นายหนึ่ง ชื่อ พลทหาร "ตาปี คีรีรัตน์" เป็นคนใต้ แต่ว่าต้องมาเป็นพลทหาร ประจำอยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้มารู้จักกับญาติของพี่ธูป ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ผลัดเดียวกัน ซึ่งพอสนิทกันแล้ว ก็พามาเที่ยวที่บ้าน พลฯ ตาปีเป็นคนชอบเลี้ยงปลา เห็นว่าปลาแถวนี้ไม่เหมือนกับที่บ้าน เลยจับเอาไปเลี้ยงเล่น เลี้ยงไปเลี้ยงมา ปลาเริ่มร่อยหรอลง ก็งงว่าเป็นเพราะอะไร? จนมาวันนึง ได้เห็นกับตาว่าปลากัดกันเอง เลยต้องจับแยกขวด ขนาดจับแยกขวดแล้ว แค่เอาขวดมาวางไว้ใกล้กัน ยังทำท่าจะกัดกันอีก ถ้าเอามาใส่ในขวดเดียวกันเมื่อไหร่จะกัดกันน่าดู แต่ก็กัดกันแค่พอรู้แพ้รู้ชนะเท่านั้น ไม่กัดกันถึงตาย

เลี้ยงไปเลี้ยงมาเริ่มหลงใหลในปลาชนิดนี้ เลยตั้งชื่อว่า "ปลากัด" ตอนแรก พลฯ ตาปี ไม่คิดจะเป็นทหารต่อ แต่เพราะว่าหลงในมนต์ปลากัด จนทำให้ต้องมุมานะสอบต่อจนได้เป็น จ่าตรี แล้วก็นำปลากัดนี้ไปแนะนำในหมู่เพื่อนทหารด้วยกัน จนเป็นที่นิยมกันทั่ว แต่กว่าจะนิยมกันทั่วประเทศเนี่ย จ่าตรตาปีก็ได้เป็น จ่าโท ตาปี เสียก่อน ชาวบ้านทั่วๆไป เลยเรียกกันว่า "ปลากัด จ่าโท"

ต่อย [ 2005-04-25 01:44:49 ]


ความคิดเห็นที่ 11
"ปลาซิวหนวดยาวแถบดำ" มีเรื่องเล่าอีกครับว่า ปลาซิวหนวดยาวแถบดำเนี่ย เป็นปลารักถิ่น คือถ้าสมมุติว่าในแหล่งน้ำหนึ่งๆ เราจับปลาซิวตัวนึงจากจุด A เอาไปปล่อยยังจุด B ปลาตัวนั้นจะกลับไป ยังจุด A เสมอครับ ยังไงๆก็ไม่ย้ายถิ่นฐาน นอกเสียจากว่า เอาไปปล่อยในที่ๆไม่สามารถกลับถิ่นเดิมได้

และยังมีอีกเรื่องนึง คือหนวดของ ปลาซิวหนวดยาวแถบดำ เนี่ย ถ้าเราถอนออกซะเส้นนึง จะทำให้ปลากลับถิ่นตัวเองไม่ถูก แต่ถ้าถอนออกทั้งสองเส้น ปลาจะตายทันที ยังไงก็อย่าเอาไปลองนะครับ สงสารมันเถอะ ปลาชนิดนี้เริ่มเหลือน้อยในธรรมชาติ และได้ข่าวว่า กำลังจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นปลาอนุรักษ์ในเร็วๆนี้

ต่อย [ 2005-04-25 01:46:00 ]


ความคิดเห็นที่ 12
ตอนนี้เรากลับมาที่บ้าน "ลุงแนว เซียนไม้น้ำ" ลุงแนวแกเป็นนักอนุรักษ์คนนึงในละแวกบ้านผม ลุงแนวแกมีลูกสาวคนนึง ชื่อจิ๊ก ปกติแล้วลูกสาวแก ไม่ค่อยชอบให้ลุงแนวมาคลุกคลีกับพวกเราเท่าไหร่ เพราะพวกเราชอบพาลุงแนวไปตะลอนๆ ข้ามวันข้ามคืน โดยมากลุงแนวเลยต้องเหน็บลูกสาวแกไปด้วย ถ้าลุงไปกับกลุ่มพวกเราโดยไม่มีลูกสาวตามมาด้วย แกจะชอบปล่อยแก่ กระดี๊กระด๊าเวลาเจอสาวๆ แต่พอเวลาจะกลับบ้าน ลุงแนวต้องคอยกำชับพวกเราเสมอว่า อย่าเล่าเรื่องที่แกไปแอบหลีสาวๆ ให้ลูกสาวแกเด็ดขาด ไม่งั้นบ้านแตก! เพราะน้องจิ๊ก ไม่อยากให้ลุงแนวมีแม่ใหม่

นอกเรื่องไปนาน กลับมาที่บ้านลุงแนวกันต่อ ที่เราต้องมาบ้านลุงแนวเนี่ย เป็นเพราะว่า ที่บ้านลุงแกมีเครื่องไม้เครื่องมือค่อนข้างครบ แถมยังเป็นคนชอบเล่นกล้องอีกด้วย ถ้าทริปไหน ที่แกไม่ได้ไปกับเราด้วย ตอนขากลับเรามักจะเอารูปมาให้แกดูสดๆ หรือไม่ก็เอาปลามาถ่ายรูปที่บ้านลุงแนว

อีกอย่างนึง ลุงแนวแกเป็นนักอนุรักษ์ที่ดีครับ ถึงแกออกจะมือหนักไปหน่อยกับสัตว์ สัตว์ส่วนมากที่แกเลี้ยง ก็มักจะมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ แต่แกก็เลี้ยงอย่างมีหลักวิชา เฝ้าสังเกตุพฤติกรรมสัตว์ มีการจดบันทึกอย่างดี น่าชื่นชมครับ ลุงแกบอกกับพวกเราว่า เพื่อนแกที่ชื่อลุงชื่น มือหนักกว่านี้อีก แต่อัตราการรอดชีวิตกลับสูงกว่าลุงแนวซะอีก แกแซวเพื่อนแกให้เราฟังว่า

"สงสัยไอ้ชื่นมันหม้อกว่าลุง ปลาเลยรอดตายมากกว่า ปลากัดหม้อนี่ก็เอามาจากความหม้อของมันน่ะแหละ"

ตอนแรกพวกเราทำท่าว่าจะเชื่อ แกเลยต้องเฉลยว่า ปลากัดหม้อ ไม่ได้มาจากลุงชื่น เป็นมุกแซวกันเล่นๆเท่านั้น

ต่อย [ 2005-04-25 01:47:27 ]


ความคิดเห็นที่ 13
หลังจากที่แยกย้ายกันกลับบ้าน ผมก็นำเอาบทความของ รศ.ดร. สรวุฒ มาคัดลอกต่อ เพื่อที่จะเอามาโพสให้พวกเราได้อ่านกัน

"ต่อมา ณ ช่วยเวลา Tx2 มนุษย์ศึกษาสายพันธุ์สัตว์มานานมาก จนเริ่มกำหนดได้ว่า สัตว์ชนิดใด เริ่มมีความนิ่งในการพัฒนา ตอนนี้ คำว่า "สายพันธุ์แท้" เริ่มเข้ามามีบทบาทในการศึกษา แต่...."

แต่ตอนนี้ผมอยากจะบอกว่า... ชื่อบุคคลที่อยู่ในกระทู้นี้ สมมุติขึ้นทั้งสิ้น และเรื่องราวทั้งหมดก็แต่งขึ้นทั้งสิ้นเช่นกั
 
... รถแต่งสวยสวยๆๆๆ...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                                    
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 picpost.mthai.com sexy cute girl image post
 
 
 
 
 
Č
ċ
ď
boss.doc
(40k)
ธีรวัฒน์ มูลยกมูล,
16 ธ.ค. 2552 21:22
ċ
ď
dara001bee3.1.psd
(4087k)
ธีรวัฒน์ มูลยกมูล,
22 ธ.ค. 2552 21:49
Comments