บทที่ 6 วิธีการค้นหาและการสืบค้นข้อมูล (Google Advance Search)

เรื่อง การค้นหาข้อมูลใน Google Advance search

             เมื่อเอ่ยถึง Google เชื่อเหลือเกินว่าผู้ใช้ Internet ต้องรู้จัก และก็เชื่อว่าหลายท่านน่าจะรู้จัก Google ในนามของเครื่องมือค้นหากันเสียเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็เชื่อต่อไปอีกว่าหลายท่านน่าจะทราบว่า Google นั้น เป็นมากกว่าเครื่องมือในการค้นหา เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ Google เป็นได้มากกว่าเครื่องมือในการค้นหา ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าจะใช้ความสามารถในด้านได้ของ Google ซึ่งในเอกสารนี้ก็จะบอกว่า Google นั้น เป็นมากกว่าเครื่องมือในการค้นหาอย่างไร เชื่อว่าหากท่านอ่านเอกสารนี้จนจบ ท่านสามารถนำความรู้ในส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ในการเรียน การทำงาน ได้แน่นอน มาเริ่มด้วยฟังก์ชั่นยอดฮิตกันก่อนเลย

 

           Google Search เป็นเครื่องมือที่ให้บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ( Search Engine) ของเว็บไซต์ Google.com ที่โด่งดังที่สุดในปัจจุบัน ผู้ใช้งานเพียงเข้าเว็บไซต์ www.Google.com จากนั้นพิมพ์คำหรือข้อความ( Keyword) เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการค้นหา เพียงชั่วอึดใจหลังกดปุ่ม Enter Google Search ก็จะแสดงเว็บไซต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Keyword เหล่านั้นทันที

          ไม่เฉพาะแต่เพียงการค้นหาข้อมูลในรูปของเว็บไซต์เท่านั้น Google Search ยังสามารถค้นหาข้อมูลที่เป็นไฟล์รูปภาพ( Images) , กลุ่มข่าว( News Groups) และ สารระบบเว็บ( Web Directory) ได้อย่างแม่นยำอย่างน่าทึ่งอีกด้วย ปัจจุบันเว็บไซต์ Google ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ โดยมีผู้เข้าใช้กว่า 250 ล้านครั้งต่อวันเลยทีเดียว บริการค้นหาข้อมูลของ Google Search แบ่งหมวดหมู่ของการค้นหาออกเป็น 4 หมวดหลักด้วยกัน คือ

         1. เว็บ ( Web) เป็นการค้นหาข้อมูลในรูปแบบของเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วโลก โดยการแสดงผลจะแสดงเว็บไซต์ที่มีคำที่เป็น Keyword อยู่ภายเว็บไซต์นั้น

          2. รูปภาพ ( Images) เป็นการค้นหาไฟล์รูปภาพจากการแปลคำ Keyword

          3. กลุ่มข่าว ( News Groups) เป็นการค้นหาข่าวสารจากกลุ่มสมาชิกที่ใช้บริการ Google News Groups เพื่อรับส่งข่าวสารกันเองระหว่างสมาชิก โดยมีการระบุชื่อผู้เขียนข่าว , หัวข้อข่าว , วันที่และเวลาทีมีการส่งข่าว

          4. สารระบบเว็บ ( Web Directory) Google มีการจัดประเภทของเว็บไซต์ออกเป็นหมวดหมู่ ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาเว็บในเรื่องที่ต้องการตามหมวดหมู่ที่มีอยู่แล้วได้เลยทันที



 


รูปแบบการค้นหาข้อมูลด้วย Google ที่ควรทราบ          
          การค้นหาโดยทั่วไปส่วนใหญ่แล้วจะใช้
Keyword เป็นเครื่องมือในการนำทางการค้นหาอย่างเดียว แต่ถ้าผู้ใช้รู้จักใช้เครื่องหมายบางตัวร่วมด้วย ก็จะทำให้ขอบเขตการค้นหาของ Google แคบลง ทำให้ผู้ใช้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น เครื่องหมายที่สามารถนำมาช่วยในการค้นหาได้ มีดังนี้
1. การเชื่อมคำด้วยการใช้เครื่องหมายบวก (+)

           การใช้เครื่องหมายบวก (+) เชื่อมคำ โดยปกติ Google จะไม่ใส่ใจในในการค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ Keyword ประเภท Common Word( คำง่ายๆ ) เช่น at, with, on, what, when, where, how, the, to, of แต่เนื่องจากเป็นบางครั้งคำเหล่านี้เป็นคำสำคัญของประโยคที่ผู้ใช้จำเป็นต้องค้นหา ดังนั้นเครื่องหมาย + จะช่วยเชื่อมคำ โดยมีเงื่อนไข ว่า ก่อนหน้าเครื่องหมาย + ต้องมีการเว้นวรรค 1 เคาะด้วย เช่น หากต้องการค้นหาเว็บไซต์เกี่ยวกับเกมที่มีชื่อว่า Age of Empire ถ้าผู้ใช้พิมพ์ Keyword Age of Empire Google ก็จะทำการค้นหาแยกคำโดยไม่สนใจคำว่า of และจะค้นหาคำว่า Age หรือ Empire เพียงสองคำ แต่ถ้าผู้ใช้ระบุว่า Age +of Empire Google จะทำการค้นหาทั้งคำว่า Age, of และ Empire มาแสดง 

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข (+)

2. การตัดคำที่ไม่ต้องการด้วยการใช้เครื่องหมายลบ ( - )

          ตัดบางคำที่ไม่ต้องการค้นหาด้วยเครื่องหมายลบ ( - ) จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดเรื่องที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ หรือไม่เกี่ยวข้องออกไปได้ เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการ ล่องแก่ง แต่ไม่ต้องการ การล่องแก่งที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดตาก ให้ผู้ใช้พิมพ์ Keyword ว่า ล่องแก่ง -ตาก (เช่นเดียวกับเครื่องหมาย + ต้องเว้นวรรคก่อนหน้าเครื่องหมายด้วย) Google จะทำการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการล่องแก่ง แต่ไม่มีจังหวัดตากเข้ามาเกี่ยวข้อง

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข (-)

ใช้ “-” เพื่อช่วยตัดคำบางคำออกเพื่อลดความกำกวม เช่น Inception -Movie (หมายถึงจะเอา Result ที่เป็น Inception ที่ไม่ใช่หนังที่ Leonardo แสดง)

3. การค้นหากลุ่มคำ Keyword ด้วยการใช้เครื่องหมายคำพูด ("...")

           การค้นหาด้วยเครื่องหมายคำพูด ("...")  เหมาะสำหรับการค้นหาคำ Keyword ที่มีลักษณะเป็น ประโยควลีหรือกลุ่มคำ ที่ผู้ใช้ต้องการให้แสดงผลทุกคำในประโยค โดยไม่แยกคำ เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการหาเว็บไซต์เกี่ยวกับเพลงที่มีชื่อว่า If I Let You Go ให้พิมพ์ว่า " If I Let You Go" Google จะทำการค้นหาประโยค " If I Let You Go" ทั้งประโยคโดยไม่แยกคำค้นหา

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข ("...")

                                                       ตัวอย่างลิเวอร์พูลชนะแมนยู”         “แชมป์ชนแชมป์ The mask singer”

 4. การค้นหาข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ด้วยการใช้คำว่า OR

การค้นหาด้วยคำว่า OR  เป็นการสั่งให้ Google ค้นหาข้อมูลเพิ่มมากขึ้น เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ การล่องแก่ง ทั้งในจังหวัดตาก และปราจีนบุรี ให้ผู้ใช้พิมพ์ Keyword ว่า ล่องแก่ง ตาก OR ปราจีนบุรี Google จะทำการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการล่องแก่งทั้งในจังหวัดตาก และกาญจนบุรี

เช่น dog OR cat OR bird

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข OR

5. ไม่ต้องใช้คำว่า AND ในการแยกคำค้นหา

           แต่เดิมการใช้ Keyword ที่มากกว่า 1 คำในการค้นหาเว็บไซต์แบบแยกคำ ผู้ใช้จำเป็นต้องใช้ AND ในการแยกคำเหล่านั้น ปัจจุบันไม่ต้องใช้ AND แล้ว เพราะ Google จะทำการแยกคำให้โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ทำการเว้นวรรคคำเหล่านั้น เช่น ถ้าผู้ใช้พิมพ์คำว่า Thai Travel Nature เมื่อคลิกปุ่มค้นหา ก็จะพบว่าในรายชื่อหรือเนื้อหาของเว็บที่ปรากฏจะมีคำว่า Thai ,Travel และ Nature อยู่ในนั้นด้วย

                                                                           ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข AND

6. ค้นหาภายในเว็บ (Site Search)

ใช้คำว่า site:เพื่อค้นหาภายในเว็บได้ เช่น site:www.ohlor.com แต่งตัว

7. หาเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียง (Related)

ค้นหาเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับ URL ที่คุณรู้ เช่น related:www.chula.ac.th

8. ใช้จุดสองจุด “..”

แยกตัวเลขเป็น 2 ตัว ตัวน้อยกับตัวมาก แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ข้อมูลตัวเลขที่อยู่ในระหว่างตัวเลขนั้น เช่น ปฏิวัติ พศ 2500..2555

 


 ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข Common Word

           ค้นหารูปได้แสนง่าย ความสามารถที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ชอบกันนักหนา และสร้างชื่อให้กับ Google ก็คือการค้นหารูปภาพด้วย Google Search วิธีการใช้ก็คือ
            1. คลิกเมนูลิงค์ รูปภาพ จากนั้นก็พิมพ์ชื่อภาพที่ต้องการค้นหา และคลิกปุ่มค้นหารูปภาพ ดังรูป

 

              2. จะปรากฏรูปภาพทั้งหมดที่ต้องการดังรูป

 


เทคนิคพิเศษที่มีใน Google

 
เทคนิคการค้นหาข้อมูลด้วย Google แบบพิเศษ

          Google ค้นหาไฟล์ได้  Google สามารถค้นหาไฟล์เอกสารที่สำคัญๆ ได้ดังนี้  คือ Adobe Portable Document Format ( ไฟล์นามสกุล . pdf), Adobe PostScript ( ไฟล์นามสกุล . ps), Lotus 1-2-3 ( ไฟล์นามสกุล . wk1, .wk2, .wk3, .wk4, .wk5, .wki, .wks และ . wku), Lotus WordPro ( ไฟล์นามสกุล . lwp) MacWrite ( ไฟล์นามสกุล . mw),  Microsoft Excel ( ไฟ

ล์นามสกุล . xls), Microsoft PowerPoint ( ไฟล์นามสกุล . ppt), Microsoft Word ( ไฟล์นามสกุล . doc), Microsoft Works ( ไฟล์นามสกุล . wks, .wps, .wdb), Microsoft Write ( ไฟล์นามสกุล . wri), Rich Text Format ( ไฟล์นามสกุล . rtf), Shockwave Flash ( ไฟล์นามสกุล . swf),Text ( ไฟล์นามสกุล . ans, .txt)

1. รูปแบบของการค้นหาคือ ให้ผู้ใช้พิมพ์ "ชื่อเรื่องหรือชื่อเอกสาร" filetype: นามสกุลของไฟล์ ในช่อง Google ตัวอย่างเช่น "การเลี้ยงไก่" filetype:doc     ซึ่งหมายถึง การค้นหาไฟล์เอกสารที่มีนามสกุล . doc เรื่อง การเลี้ยงไก่ นั่นเอง

ภาพตัวอย่างการใช้ file type:


 2. Google สามารถค้นหาเว็บทั้งหมดที่เชื่อมมายังเว็บนั้นได้ โดยพิมพ์ link: ชื่อ URL ของเว็บ ในช่อง Search ของ Google เช่น link:www.plawan.com เป็นการค้นหาลิงค์ที่เชื่อมมายังเว็บของปลาวาฬดอตคอมเป็นต้น 

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข link:www.plawan.com 


3. Google สามารถหาคำเฉพาะเจาะจงในเว็บไซต์นั้นๆ ได้  โดยพิมพ์ คำที่ค้นหา site: ชื่อ URL ของเว็บ ในช่อง Search ของ Google เช่น Google Earth site:www.kapook.com ซึ่งเป็นการหาหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ Google Earth ในเว็บไซต์ของ Kapook นั่งเอง

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข site:www.kapook.com

4. ค้นหาแบบวัดดวงกันบ้าง จะวัดดวงค้นหาเว็บไซต์ด้วย Google กันสักครั้งคงไม่เป็นไร เพราะถ้าดวงดีผู้ใช้ก็จะได้ไม่เสียเวลามานั่งเลือก โดยพิมพ์ Keyword สำหรับค้นหาเว็บไซต์ที่ต้องการจากนั้นคลิกที่ปุ่ม ดีใจจัง ค้นหาแล้วเจอเลย

 

ภาพตัวอย่างการใช้ปุ่ม ดีใจจัง ค้นหาแล้วเจอเลย


5. ค้นหาบทสรุปของหนังสือก่อนตัดสินใจซื้อ  ก่อนการตัดสินใจที่จะซื้อหนังสือสักเล่ม ผู้ใช้น่าจะทราบก่อนว่าเนื้อหามีอะไรบ้าง หรือมีโอกาสได้ดูสารบัญของหนังสือเล่มนั้นเสียก่อน Google Search สามารถบอกผู้ใช้ได้เพียงใส่ชื่อหนังสือหลังคำว่า books about ชื่อหนังสือ เช่น books about Harry Potter

ภาพตัวอย่างการใช้ book about

6. ใช้ Google แทนเครื่องคิดเลขได้  ผู้ใช้สามารถใช้ Google คำนวณตัวเลขด้วยเครื่องหมายในการคำนวณหลักๆ เช่น   + = บวก,  - = ลบ,  * = คูณ,  / = หาร , ^ = ยกกำลัง  เป็นต้น 

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข calculator


7. ค้นหาความหมายหรือนิยามของศัพท์เฉพาะ(เป็นภาษาอังกฤษ)  Google สามารถค้นหาศัพท์เฉพาะได้ด้วยการพิมพ์ define: ศัพท์เฉพาะ

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข define


8. ค้นหาเว็บไซต์รวมรูปดีๆ  นอกจากการใช้เมนู รูปภาพ (Images) ในการค้นหารูปภาพแล้ว ผู้ใช้ยังค้นหาภาพได้ด้วยการพิมพ์ ชื่อภาพ pictures

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข pictures

9. ค้นหารีวิวภาพยนตร์สนุกๆ  ผู้ใช้สามารถค้นหารีวิวหรือตัวอย่างภาพยนตร์ด้วย Google ได้ง่ายๆ ด้วยการพิมพ์ movie: ชื่อภาพยนตร์

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไข movie:

 10. ค้นเนื้อหาข้อมูลในเว็บไซต์ที่ต้องการ ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลเฉพาะในเว็บไซต์ที่ต้องการได้ โดยการพิมพ์ ชื่อข้อมูลค้นหา site: เว็บไซต์ที่จะค้นหา ยกตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Spyware ในเว็บไซต์ของกระปุก โดยการพิมพ์ Spyware site: www.kapook.com

ภาพตัวอย่างการใช้เงื่อนไขเว็บไซต์ที่ต้องการ


การค้นหาข้อมูลแบบละเอียด( Advance Search)

          เพื่อความแม่นยำในการค้นหาข้อมูล ผู้ใช้สามารถกำหนดเงื่อนไขในแบบที่ละเอียดได้ไม่ยาก เพราะ Google ได้เพิ่มรูปแบบในการกำหนดเงื่อนไขสำเร็จรูปมาให้เรียบร้อยแล้ว โดยคลิกไปยังเมนู ค้นหาแบบละเอียด ด้านขวามือ ก็จะเข้าสู่หน้าค้นหาดังรูป

 


 หน้าตาของ Google Advance Search

 

 

Comments