เจ้าของไซต์

  • ศุทธิณี ทะนุพันธ์

ผู้เขียนหน้าเว็บ

  • ศุทธิณี ทะนุพันธ์
    กุมภาพันธ์ 12, 2012

เค้าโครงงาน

บทที่1 บทนำ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

 ในปัจจุบันกระดาษสานอกจากจะมีราคาแพงและมีความสวยงามแล้วยังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคคณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะนำใบเตยมาทำเป็นกระดาษสาเพราะใบเตยเป็นพืชที่มีเส้นใยสูงจึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาทำเป็นกระดาษสา

    จุดมุ่งหมายของโครงงาน

         1.   เพื่อหาสูตรที่เหมาะสมสำหรับการทำกระดาษสาจากใบเตยหอมโดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษโรเนียว และกระดาษกล่องเป็นส่วนผสม 
         2.   เพื่อพัฒนาฝีมือการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

         3. เพื่อเผยแผ่ความรู้เกี่ยวกับการกระทำกระดาษสา

สมมติฐานของโครงงาน

                   ใบเตยสามารถนำมาทำเป็นกระดาษเหมือนกับต้นปอสาได้
ประโยชน์ของโครงงาน

1. ได้สูตรที่เหมาะสมในการทำกระดาษสาจากใบเตยใบเตย                             

2.   ได้ผลิตภัณฑ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากกระดาษสา

ขั้นตอนการทำกระดาษสา

           การทำกระดาษสาด้วยมือ  มีขั้นตอนหลัก  4  ขั้นตอน  คือ 
          1.   การเตรียมวัตถุดิบ  ได้แก่  การคัดเลือกวัตถุดิบ  การตัด  การแช่น้ำ  การต้มและการล้าง 
          2.   การทำให้เป็นเยื่อ 
          3.   การทำเป็นแผ่นกระดาษ 
          4.   การลอกแผ่นกระดาษและตกแต่งเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่  2 การทำให้เป็นเยื่อ 
          การทำให้เป็นเยื่อ มี 2 วิธี ได้แก่
          2.1    การทุบด้วยมือ 
          2.2    การใช้เครื่องตีเยื่อ 
          การทุบด้วยมือต้องใช้เวลานาน ปาสาหนัก 2 กก.  ใช้เวลาทุบนานประมาณ  5  ชั่วโมง ส่วนการใช้เครื่องตีเยื่อใช้เวลาประมาณ  35  นาที 
    จากนั้นนำไปฟอกเยื่อกระดาษสาทั่วไปฟอกไม่ขาวนักแต่ถ้าต้องการให้กระดาษสาสีขาวมาก ๆ ก็ใช้ผงฟอกสีเข้าช่วย ได้แก่  Sodium  hypo  chloride หรือCalcium hypo  chloride         ประมาณ  1 : 10  โดยน้ำหนักผสมในเครื่องตีเยื่อ  ฟอกนานประมาณ  35  นาที ถ้าไม่มีเครื่องตีเยื่อ  ก็ใช้น้ำยาฟอกเข้มข้น  15  กรัมต่อน้ำ  1  ลิตร  แช่เยื่อลงในน้ำยาฟอกนานประมาณ  12  ชั่วโมง นำเยื่อไปล้างน้ำจนหมดกลิ่นน้ำยาแล้ว  จะนำเยื่อไปย้อมสีตามต้องการ  จากนั้นนำเยื่อเตรียมไว้สำหรับทำแผ่นกระดาษต่อไป

ขั้นตอนที่  3  การทำเป็นแผ่นกระดาษ
          นำเยื่อปอสาใส่ในอ่างหรือภาชนะที่เหมาะสม  ใส่น้ำให้มีระดับพอเหมาะแล้วใช้ไม้พายคนเยื่อในอ่างน้ำให้ทั่ว  เพื่อให้เยื่อลอยตัวและกระจายออกจากกันอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นนำแม่พิมพ์สำหรับทำแผ่นกระดาษมาช้อนเยื่อต่อไปซึ่งมีการทำแผ่นได้  2  วิธีคือ
       

         3.1      แบบตัก  ใช้แม่พิมพ์ซึ่งมีลักษณะเป็นตะแกรงไนล่อนขนาดกว้าง  50  ซม.  ยาว  60 ซม.  ( ขนาดตะแกรงขึ้นอยู่กับขนาดกระดาษที่ต้องการ )  ช้อนตักเยื่อเข้าหาตัวยกตะแกรงขึ้นตรง ๆ แล้วเทน้ำออกไปทางด้านหน้าโดยเร็ว  จะช่วยให้กระดาษมีความสม่ำเสมอ 
          3.2       แบบแตะ มักใช้ตะแกรงที่ทำจากผ้าใยบัวหรือผ้ามุ้ง  ซึ่งมีเนื้อละเอียดและใช้วิธีชั่งน้ำหนักของเยื่อ  เป็นตัวกำหนดความหนาของแผ่นกระดาษ  นำเยื่อใส่ในอ่างน้ำใช้มือแตะเกลี่ยกระจายเยื่อบนแม่พิมพ์ให้สม่ำเสมอ

ขั้นตอนที่  4   การลอกแผ่นกระดาษ
          นำตะแกรงไปตากแดดประมาณ  1 - 3  ชั่วโมง  กระดาษสาจะแห้งติดกันเป็นแผ่น จึงลอกกระดาษสาออกจากแม่พิมพ์  เปลือกปอสาหนัก  1 กก.  สามารถทำกระดาษสาได้ประมาณ 10  แผ่น และกระดาษสาที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง  มีการตัดแปลงมาใช้ทำสิ่งของต่าง ๆ มากขึ้น  แต่เดิมส่วนใหญ่ใช้ทำร่ม  ว่าว  กระดาษห่อของ  กระดาษแบบเสื้อ  กระดาษที่ใช้เขียนพุทธประวัติ คัมภีร์  ฯลฯ  เป็นต้น  ปัจจุบันนำมาใช้อย่างกว้างขวาง  เช่น  สมุดจดที่อยู่  เบอร์โทรศัพท์  กระดาษเขียนจดหมายพร้อมซองบัตรอวยพรต่าง ๆ ดอกไม้ประดิษฐ์  โคมไฟ  กระดาษเช็ดมือ  กระดาษชำระใช้ซับเลือด  กระดาษห่อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์  ก่อนนำไปฆ่าเชื้อโรค ฯลฯ  ทำให้กระดาษสาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากขึ้นในปัจจุบันวิธีการทำกระดาษสา  ดังนี้ 
          4.1    เพียงนำเปลือกต้นปอสามาแช่น้ำทิ้งไว้ราว  6 – 8  ชั่วโมง  จากนั้นนำเปลือกที่แช่น้ำไปต้มรวมกับขี้เถ้าหรือโซดาไฟอีก  4 - 6  ชั่วโมง  จนกระทั่งเปื่อยยุ่ยดีแล้ว  นำไปแช่คลอรีน  6 - 8  ชั่วโมง 
          4.2    ปอสาที่ผ่านขบวนการต้มแล้วนำมาทุบด้วยค้อนไม้ให้เส้นใยเปื่อยยุ่ยยิ่งขึ้น
          4.3    เมื่อปอสาเปื่อยยุ่ยดีแล้วนำไปแช่น้ำในถังซีเมนต์ขนาดใหญ่เพื่อใช้ตะแกรงตัก
          4.4       พักตะแกรงไว้เพื่อให้สะเด็ดน้ำ  ในขั้นตอนนี้อาจทำลวดลายเพิ่มโดยการนำดอกไม้  ใบไม้ไปแซมลงในกระดาษ 
          4.5    นำตะแกรงกระดาษสาไปตากแดดจนแห้งสนิท  1  ตะแกรง  จะได้กระดาษ  1  แผ่น
          4.6    เมื่อแห้งดีแล้วลอกกระดาษสาอกจากตะแกรงทีละแผ่น

 

วัสดุ  อุปกรณ์

          วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงงาน  เรื่อง  กระดาษสาจากใบเตย  มีดังนี้
          1.   มีด 
          2.   กระดาษหนังสือพิมพ์ 
          3.   กรรไกร 
          4.   กระดาษโรเนียว 
          5.   เครื่องปั่น 
          6.   กระดาษกล่อง 
          7.   ปลั๊กไฟ                    
          8.   ตะแกรงไนล่อน ( เฟรม ) 
          9.   อ่างน้ำ    
          10.   กะละมัง 
          11.   สีโปสเตอร์ 
          12.   สีย้อมผ้า 
          13.   ผ้าขาวบาง 
          14.   สีผสมอาหาร 
          15.   กระชอน 
          16.   หม้อ 
          17.   เตาไฟ 
          18.   เครื่องชั่ง
          19.   พืชที่ใช้ทดลอง  ได้แก่  ใบเตยหอม

 

 



จุดมุ่งหมายของโครงงาน

          1.   เพื่อหาสูตรที่เหมาะสมสำหรับการทำกระดาษสาจากใบเตยหอมโดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์  กระดาษโรเนียว  และกระดาษกล่องเป็นส่วนผสม 
          2.   เพื่อเปรียบเทียบสีที่เหมาะสมการทำกระดาษสา

วัสดุที่ใช้ทดลอง

          1.   สีชนิดต่าง ๆ  ได้แก่ 
                    1.1    สีธรรมชาติ
                    1.2    สีผสมอาหาร
                    1.3    สีโปสเตอร์
          2.   เยื่อกระดาษต่าง ๆ 
                    2.1    กระดาษโรเนียว
                    2.2    กระดาษกล่อง
                    2.3    กระดาษหนังสือพิมพ์
ระยะเวลาที่ทำโครงงาน

          ระยะเวลาที่ทำการโครงงาน  ได้แก่  วันที่  7 ธันวาคม – 13ธันวาคม

ตัวแปรที่ทำการโครงงาน

          1.   ตัวแปรจัดกระทำ  ได้แก่  การทำกระดาษสา
          2.   ตัวแปรตาม  ได้แก่ 
                    2.1    คุณภาพของกระดาษสา
                    2.2    สูตรหรืออัตราส่วนที่เหมาะสมของส่วนผสมที่ใช้ทำกระดาษสา

วัสดุอุปกรณ์ในการทำกระดาษสา

มีดังนี้

1.ตาข่ายไนล่อน

2.สีผสมอาหาร

3.กระดาษ

ขั้นตอนในการทำกระดาษสา

มีดังนี้

1.ฉีกกระดาษให้เป็นชิ้นเล็กๆ

2.จากนั้นนำกระดาษที่ฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปเติมน้ำเพื่อแช่ โดยเราจะแช่ 1 คืน

3.จากนั้นเราก็ขยี้ให้ละเอียดอีกครั้ง

4.จากนั้นเราก็นำ สีผสมอาหาร ผสมใส่กระดาษ เลือกสีตามใจชอบ

5.นำกระดาษ เทใส่ไนล่อน

6.จากนั้นก็นำไปตากแดด

                 เอกสารอ้างอิง

1.        ได้ข้อมูล ประวัติ และความเป็นมา จากนาย ชาตรี ยิ่งยืน

2.        http://www.kroobannok.com  

3.        http://www.trueplookpanya.com

 


 

Comments