แก้ไขเครื่องพิมพ์ cannon

การแก้ไขแคนนอน

ไฟกระพริบสลับกัน ให้กดปุ่ม power ค้างไว้ 5 วินาที แล้วถอดปลั้กออกแต่มือยังกดอยู่เสียบปลั้กใหม่ แล้วมือปล่อยจากปุ่มไฟจะดับแล้วจึงกดเปิดใหม่ใช้งานได้ตามปกติ

ตลับดำ หัวพ่นชุดเดียว
ตลับสี หัวพ่น 3 ชุดครับ
นี่มั้งเป็นเหตุให้สีเสียบ่อยกว่า
ตลับรุ่นนี้พ่นหมึกด้วยการใช้ความร้อน ต้องพยายามไม่ให้หัวพ่นมีความร้อนสูงเกินไป เสียก็มี 2 แบบ เสียแต่หัวพ่น ตลับเครื่องยังมองเห้น อาการคือเครื่องมองเห็นปกติ แต่พิมพ์แล้วหมึกไม่ออก เอาทิชชู่ซับที่หัว หมึกออกปกติ อาการที่เสียคือหัวพ่นเสีย ทำให้พ่นหมึกไม่ได้ อีกอาการคือตลับเสีย อย่างที่เอ่ยมาครับ
ใช้อย่าพิมพ์ต่อเนื่องมากเกินไปครับ ไม่งั้นหัวพ่นร้อน มันร้อนถึงขนาดถ้าเปิดเครื่องดูจะเห็นหมึกเป็นไอฉุย ๆ ออกมาเลยแหละ
อีกอย่างคือใช้หมึกเติมคุณภาพดี ๆ ครับ ช่วยได้เยอะเลยแหละ
ส่วนตลับ ตลับ 41 กะ 831 ต่างกันแค่ ตลับ 831 มีฟองน้ำสำหรับจุหมึกเป็นครึ่งเดียวของตลับ 41 ผมแนะนำให้ใช้ 41 มากกว่าเพราะ 831 จุเหมึกได้น้อยกว่า นั่นก็ทำให้ต้องเติมหมึกบ่อยกว่า ถอดบ่อย ๆ ก็ทำให้เสียเร็วเหมือนกันครับ
ขอบคุณครับ สงสัยผมจะพิมพ์ติดกันมากไป เพราะต้องปริ้นตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ส่งอาจารย์
เครื่องมันถูกมั้งเลยทำตลับหมึกมาแบบห่วยๆ อย่างที่รู้ๆกันไม่มีใครซื้อตลับแท้อยู่แล้วเพราะแพงมากมีแต่เติมหมึกปลอมเอา ก็เลยทำตลับหมึกมาแบบห่วยๆเพื่อจาให้พังง่าย พอจาซื้อตลับหมึกใหม่[แท้
,เกรด AAA]ก็แพงพอๆกับซื้อเครื่องใหม่ ยิ่ง Canon ip1980 นะซื้อเครื่องใหม่พร้อมตลับหมึกดันถูกกว่าซื้อตลับหมึกดำ+สีซ่ะอีก จิงๆจาว่าผู้ผลิตปริ้นเตอร์ซ่ะทีเดียวมันก็ไม่ถูกหรอกเพราะเค้าเข้าใจตลาดเค้าก็เลยทำการตลาดแบบนี้ โดยให้เครื่องปริ้นเตอร์ใหม่ขายราคาถูกๆ[แถมตลับหมึกแท้ห่วยๆ 1 ชุด]ผู้บริโภคจาได้ซื้อปริ้นเตอร์ใหม่บ่อยๆคับ เหตุเพราะว่าหมึกแท้เค้าขายไม่ออกคับ ร้านแถวบ้านผมยังพูดเองเลยคับว่าไม่มีใครใช้ได้ถึงปีหรอกอย่างเก่งก็ 7-8 เดือนเท่านั้นเอง ผมเองก็เจอปัญหากับอิ้งเจ็ตมามากก็เลยเปลี่ยนมาใช้เลเซอร์สีดำอย่างเดียวแทน ตอนนี้ก็ยังไม่เจอปัญหามากวนใจนะคับงานที่ทำก็มีแต่ปริ้นสีดำอย่างเดียวคับ ตอนนี้ปริ้นเตอร์แบบเลเซอร์ก็ราคาไม่แพงแล้วนะคับ 3,000-3,500฿ ก็เป็นราคาที่รับได้คับ ผมว่าดีกว่าจามาแก้ปัญหาจุกจิกกวนใจแทบจาทุกครั้งไปที่จาปริ้นคับ[ตอนใช้อิ้งเจ็ท] ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกแบบท่านแล้วครับ แต่ที่ต้องทนใช้มันอยู่ก็เพราะว่าต้องปริ้นสีนี่สิครับ

วิธีแก้
E
5
1.กอดปลั๊ก เครื่องพิมพ์ออก
2.กดปุ่ม
Power
ค้างไว้
3.เสียบปลั๊กเครื่องพิมพ์
4.กดปุ่ม
Stop/Reset 2 ครั้ง ปล่อยปุ่ม Power

5.หน้าจอจะขึ้นเลข
0 กดปุ่ม “ + ” 1 ครั้ง หน้าจอจะขึ้นเลข 1
6.กดปุ่ม
Star Color 2 ครั้ง และกดปุ่ม Power 1 ครั้ง รอกระดาษ Test ออกมา 2 แผ่น
7.เปิดฝาเครื่องพิมพ์ รอหัวพิมพ์เลื่อนมาทางซ้าย กอดปลั๊กออก และถอดตลับหมึกออกทั้งดำและสี
8.ปิดฝาเครื่องพิมพ์ เสียบปลั๊ก แล้วเปิดเครื่อง (กดปุ่ม
Power)

9.เครื่องจะเรียกหาตลับหมึก ให้เปิดฝาเครื่องแล้วใส่ตลับหมึกทั้งสอง ปิดฝาหน้าจอขึ้นเลข 1
OK. พร้อมใช้งาน
ตอนผมใช้
mp
160 ก็เจอบ่อยๆ(หลังจากใช้เติมหมึกเองเป็นระยะเวลานาน)
ก็แก้โดยวิธี
Reset
ตลับหมึกแบบข้างบนก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม
ถ้ามันขึ้น
E อะไรอีกก็พิมหาวิธีแก้ได้ใน google
เลยคับ
ผมก็หาวิธีแก้ใน
Google
นั่นแหละครับ เจอแต่บอกว่าตลับหมึกพัง ก็เลยสงสัยว่าทำไมมันพังเร็วจัง ส่วนวิธีแก้ที่ท่านแนะนำมาอันนี้ สำหรับเครื่องของผมมันแก้ได้แค่อาการหมึกหมดเท่านั้นครับ จะค้างอยู่ที่ขั้นตอน 5 ไม่ขึ้น 0 สักทีเลย สงสัยตลับจะพัง
รีเซ็ตตลับรึ เป็นวีธีที่น่าสนใจครับ
ดีนะที่ไม่ใช่
EPSONไม่งั้นยุ่งกว่านี้เยอะ
มันน่าจะอยู่ที่เฉพาะรุ่นนะครับทีีแก้ได้

                วิธีเคลียร์ซับหมึก

1. ปิดเครื่อง
2.
กดปุ่ม Stop/Reset ค้างไว้ และตามด้วยปุ่ม ON/OFF ค้างตาม
3.
ในขณะที่ยังกดปุ่ม ON/OFF ค้างอยู่ ให้ปล่อยมือจากปุ่ม Stop/Reset
4.
ยังกดปุ่ม ON/OFF ค้างอยู่ ให้กดปุ่ม Stop/Reset อีก 2 ครั้ง เสร็จแล้วปล่อยมือจากปุ่มทั้ง 2 ปุ่ม

5.
ไฟสีเขียวจะกระพริบสักพักแล้วจะหยุด
6.
เมื่อไฟกลายเป็นสีเขียวค้าง กดปุ่ม Stop/Reset 4 ครั้ง
7.
กดปุ่ม ON/OFF เพื่อปิดปริ๊นท์เตอร์ (บางทีอาจต้องกด 2 ครั้ง เพื่อปิด)
8.
เปิดปริ๊นท์เตอร์ ก็จะใช้งานได้ตามปกติ
วิธีเซตตลับหมึกให้เต็ม

1.กอดปลั๊ก เครื่องพิมพ์ออก
2.
กดปุ่ม Power ค้างไว้

3.
เสียบปลั๊กเครื่องพิมพ์

4.
กดปุ่ม Stop/Reset 2 ครั้ง ปล่อยปุ่ม Power (ครั้งที่ 2 ปล่อยปุ่มพร้อมกัน )

5.
หน้าจอจะขึ้นเลข “ 0 ” กดปุ่ม “ + ” 1 ครั้ง หน้าจอจะขึ้นเลข “ 1 ”
6.
กดปุ่ม Star Color 2 ครั้ง และกดปุ่ม Power 1 ครั้ง รอกระดาษ Test ออกมา 2 แผ่น

7.
เปิดฝาเครื่องพิมพ์ รอหัวพิมพ์เลื่อนมาทางซ้าย กอดปลั๊กออก และถอดตลับหมึกออกทั้งดำและสี

8.
ปิดฝาเครื่องพิมพ์ เสียบปลั๊ก แล้วเปิดเครื่อง (กดปุ่ม
Power)
9.
เครื่องจะเรียกหาตลับหมึก ให้เปิดฝาเครื่องแล้วใส่ตลับหมึกทั้งสอง ปิดฝาหน้าจอขึ้นเลข 1 OK. พร้อมใช้งาน ลองดูนะครับ

วิธีที่1การ Reset Canon IP 1880 อย่างง่ายๆ สามารถทำได้โดยการ Disable เพื่อไม่ให้เครื่องพิมพ์ทำการตรวจสอบปริณานน้ำหมึกในตลับ
1.
เปิดสวิทซ์เครื่อง รอจนเครื่องอยู่ในสถานะพร้อมที่จะทำงาน

2.
เปิดฝาครอบเครื่องพิมพ์ ตลับหมึกจะเคลื่อนมาในตำแหน่งด้าน ซ้ายสุด

3.
ถอดตลับสีออกมาแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่

4.
ปิดฝาครอบเครื่องพิมพ์ แล้วกดปุ่ม Resume(รูปวงกลมมีสามเหลี่ยมด้านใน) ค้างไว้ 5 วินาทีหรืออาจจะนานกว่าก็ได้

5.
เปิดฝาครอบเครื่อง ถอดตลับดำกลับออกแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่

6.
ปิดฝาครอบ แล้วกด Resume ค้างไว้ สักพัก ไฟที่ฟ้องน้ำหมึกหมด จะไม่แสดง และเวลาสั่งพิมพ์สถานะที่แสดง
วิธีที่ 2 ตลับหมึก ดำเบอร์ 830 ตลับสี เบอร์ 831 สามารถใช้ตลับหมึก Canon เบอร์ 40 และ 41 ทดแทนได้ (มีความรู้สึกว่า ตลับหมึก เบอร์ 830 และ 831 ฟองน้ำในตลับหมึกไม่ค่อยเต็ม ครับ)
ขอขอบคุณผู้หวังดีท่านหนึ่ง ได้ทำการโพ้ส วิธีการ reset ตลับหมึก canon เบอร์ 40 และ 41 ที่ได้ปฏิบัติจริงจนสำเร็จ

ขอขอบคุณที่ได้นำมาแบ่งปันกัน บนเว็บบอร์ครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์แด่ท่านอื่นๆ ที่ต้องการแก้ปัญหาตรงนี้นะครับ

1 .
โดยถอดปลั๊กไฟ AC ออก แล้วกดปุ่ม power บนเครื่องพิมพ์ค้างไว้ แล้วเสียบปลั๊ก
ปล่อยปุ่ม power กดปุ่ม power 1 ครั้ง เครื่องพิมพ์ก็เข้าสู่
service mode
2 .
ก่อนที่จะ reset ให้เปิด status หรือ สถานะของเครื่องพิมพ์ขึ้นมาไว้ดูก่อน

3 .
ให้ใช้เทปกาวปิดที่คอนแท็กแถวที่1 จากบนลงมา ที่ตลับ CL-41แล้วใส่เข้าไปในเครื่อง ปิดฝาครอบ รอ 5 วิ แล้วเปิดออก แล้วให้ถอดตลับ PG-40 ออก รอ 5 วิ ใส่เข้าไปใหม่

4 .
ให้ปิดฝาครอบเครื่อง ปิดเครื่องพิมพ์แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง

5.
เปิดฝาครอบ ถอดตลับหมึก ออก เอาเทปกาวที่ปิดไว้ออก แล้วใส่ตลับหมึกเข้าไปใหม่ (สถานะจะบอกว่าหมึกเต็ม)

7 .
ปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่

ถ้าจะ reset หมึกสื canon CL-41 ก็ทำดังนี้คับ
1 .
โดยถอดปลั๊กไฟ AC ออก แล้วกดปุ่ม power บนเครื่องพิมพ์ค้างไว้ แล้วเสียบปลั๊ก

ปล่อยปุ่ม power กดปุ่ม power 1 ครั้ง เครื่องพิมพ์ก็เข้าสู่
service mode
2 .
ก่อนที่จะ reset ให้เปิด status หรือ สถานะของเครื่องพิมพ์ขึ้นมาไว้ดูก่อน

3 .
ให้ใช้เทปกาวปิดที่คอนแท็กแถวที่1 จากบนลงมา ที่ตลับ PG-40 แล้วใส่เข้าไปในเครื่อง ปิดฝาครอบ รอ 5 วิ แล้วเปิดออก แล้วให้ถอดตลับ CL-41 ออก รอ 5 วิ ใส่เข้าไปใหม่

4 .
ให้ปิดฝาครอบเครื่อง ปิดเครื่องพิมพ์แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง

5.
เปิดฝาครอบ ถอดตลับหมึก ออก เอาเทปกาวที่ปิดไว้ออก แล้วใส่ตลับหมึกเข้าไปใหม่ (สถานะจะบอกว่าหมึกเต็ม)

6 .
ปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่