ทับทิม (Pomegranate)

         ทับทิม (Pomegranate)

 

 

ประโยชน์ของผลทับทิม (Pomegranate)



ทับทิม (Pomegranate)

ทับทิมเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดจากแถบประเทศอิหร่านถึงตอนเหนือของประเทศอินเดีย และได้รับการขยายพันธุ์ไปทั่วแถบเมดิเตอร์เรเนียนตั้งแต่สมัยโบราณกาล ปัจจุบันมีการเพาะปลูกอย่างกว้างขวางทั่วประเทศอินเดีย แอฟริกา สหรัฐอเมริกา และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ผลทับทิมถูกนำมาประกอบอาหารจำนวนมาก เช่น สลัด ,อาหารหวานบางชนิด, น้ำผลไม้, ไวน์ผลไม้ ปัจจุบันมีการจำหน่ายเป็นอาหารเสริม ส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เนื่องจากให้คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซี และโฟลิค แอซิด(folic acid) และสารสกัดบางชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ



สารสกัดน้ำทับทิม โดยเฉพาะสารกลุ่มโพลีฟีนอล(Polyphenols)ได้รับความสนใจศึกษาวิจัยอย่างมาก เนื่องจากพบว่าให้ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างแรงจึงมีการศึกษาถึงผลประโยชน์นี้ต่อปัญหาสุขภาพต่างๆ และผลการวิจัยสนับสนุนว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ยับยั้งปฏิกิริยา Lipid peroxidation ช่วยลดการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว(artherosclerosis) ลดไขมันโคเลสเตอรอลในเลือด  ซึ่งลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้, ช่วยต้านการเกิดมะเร็งและมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการรักษามะเร็ง บางชนิดได้อีกด้วย เช่น ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งปอด ลดการเจริญของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก สารสกัดที่ได้รับความสนใจได้แก่ Punicalagin, ellagitannin, ellagic acid ซึ่งนอกจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังพบว่า ellagic acid มีผลยับยั้งการสร้างเม็ดสี ทำให้สีผิวที่เข้มขึ้นจากการกระตุ้นโดยรังสี UV ขาวขึ้นได้ โดยลดการทำงานของเอ็นไซม์ไทโรซิเนส(tyrosinase) ในด้านเวชสำอางมีการศึกษาพบว่าสารสกัดจากน้ำทับทิม และเปลือกทับทิม มีผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ส่งเสริมการซ่อมแซม, สร้างเซลล์ใหม่ในชั้นหนังแท้ และสารสกัดจากเมล็ดทับทิมช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในชั้นหนังกำพร้า สารสกัดจากทับทิมจึงได้รับความสนใจสำหรับการบำรุงผิวอีกด้วย

อ้างอิง  ::

 

1.Seeram NP, et.al.In vitro antiproliferative, apoptotic and antioxidant activities of punicalagin, ellagic acid and a total pomegranate tannin extract are enhanced in combination with other polyphenols as found in pomegranate juice.J Nutr Biochem.2005 Jun;16(6):360-7.

2.de Nigris F, et.al.Effect of pomegranate fruit extract rich in punicalagin on oxidation-sensitive genes and eNOS activity at sites of perturbed shear stress and atherogenesis.Cardiovasc Res.2007 Jan 15;73(2):414-23.

3.Esmaillzadeh A, et.al.Concentrated pomegranate juice improves lipid profiles in diabetic patients with hyperlipidemia.J Med Food.2004 Fall;7(3):305-8.

4.Esmaillzadeh A, et.al.Cholesterol-lowering effect of concentrated pomegranate juice consumption in type II diabetic patients with hyperlipidemia.Int J Vitam Nutr Res.2006 May;76(3):147-51.

5.Lansky EP, Newman RA.Punica granatum(pomegranate) and its potential for prevention and treatment of inflammation and cancer.J Ethnopharmacol.2007 Jan 19;109(2):177-206.

6.Khan N, Afaq F, Kweon MH, Kim K, Mukhtar H.Oral consumption of pomegranate fruit extract inhibits growth and progression of primary lung tumors in mice.Cancer Res.2007 Apr 1;67(7):3475-82.

7.Malik A, Mukhtar H.Prostate cancer prevention through pomegranate fruit.Cell Cycle.2006 Feb;5(4):371-3.

8.Shimogaki, Tanaka, Tamai&Masuda.In vitro and in vivo evaluation of ellagic acid on melanogenesis inhibition.International Journal of Cosmetic Science.2000 Aug;22(4):291-303.

9.Kasai K, et.al.Effect of oral administration of ellagic acid-rich pomegranate extract on ultraviolet-induced pigmentation in the human skin.J Nutr Sci Vitaminol(Tokyo).2006 Oct;52(5):383-8.

10.Yoshimura M, et.al.Inhibitory effect of an ellagic acid-rich pomegranate extract on tyrosinase activity and ultraviolet-induced pigmentation.Biosci Biotechnol Biochem.2005 Dec;69(12):2368-73.

11.Aslan MN, Lansky EP, Varani J.Pomegranate as a cosmeceutical source: pomegranate fractions promote proliferation and procollagen synthesis and inhibit matrix metalloproteinase-1 production in human skin cells.J Ethnopharmacol.2006 Feb 20;103(3):311-8.

12. http://encyclopedia.thefreedictionary.com/pomegranate

 
 
 ทับทิม (ผลไม้)
 

 

ทับทิม (punica) ชื่อท้องถิ่น เซี๊ยะลิ้ว, พิลา, พิลาขาว, มะก่องแก้ว, มะเก๊าะ, หมากจัง เป็นไม้ผลขนาดเล็ก มีขนาดประมาณ 5-8 เมตร

ทับทิมมีถิ่นกำเนิดจากตะวันออกของประเทศอิหร่าน ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถานและทางตอนเหนือของเทือกเขาหิมาลัย ทับทิมจึงชอบอากาศหนาวเย็นและอยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะอย่างน้อย 300 เมตร ยิ่งอากาศหนาวเนื้อทับทิมจะมีสีแดงเข้มมากขึ้น

 

ประโยชน์

 

ผลทับทิมใช้รับประทานเป็นผลไม้มีรสหวานหรือเปรี้ยวอมหวานทับทิมเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ น้ำทับทิมมีวิตามินซีสูงและยังมีสารเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่สูงเหมาะสำหรับการดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

น้ำทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดและมีประสิทธิภาพสูงมากสามารถลดภาวะการแข็งตัวของเลือดจากไขมันในเลือดสูง บรรเทาโรคโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มพลังและความงาม ดื่มน้ำทับทิมคั้นวันละแก้วจะช่วยส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดงและช่วยเสริมสุขภาพของหัวใจให้ดีขึ้น

เปลือกทับทิมรักษาโรคท้องเดินและโรคบิด

 

เปลือกทับทิม

 

จากการศึกษาวิจัยพบว่าในเปลือกทับทิมมีสารในกลุ่มแทนนินสูง 22-25% โดยประกอบด้วยสารแทนนินในกลุ่ม มี Gallotannin เปลือกทับทิมตากแห้งใช้เป็นยาแก้ท้องเดินและโรคบิดได้[ต้องการอ้างอิง] นอกจากนี้ยังพบสารแทนนินในกลุ่ม Ellagictannin ในปริมาณสูงสารในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่ดี โดยมีสรรพคุณลดอาการอักเสบ ทั้งยังมีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งกว่า 13 ชนิด ไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้น เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งลำไส้ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังพบว่ามีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์มะเร็งหลอดอาหาร และลำไส้ใหญ่ ซึ่งพบว่าการให้กรดเอลลาจิกกับสัตว์ทดลอง สารดังกล่าวจะไปเร่งการเจริญของเซลล์มะเร็งแบบอะมอพโดซีส (Amoptosis) ทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายโดยกลไกการแตกตัวของตัวมันเองได้

 

ความเชื่อ

 

ทับทิมเป็นผลไม้มงคลของจีน กิ่งใบทับทิมเป็นใบไม้สิริมงคลที่ใช้ทุกงานที่มีน้ำมนต์ประกอบพิธี โดยจะใช้พรมน้ำมนต์และ มีไว้ติดตัวเพื่อคุ้มครองกันภัย มีเรื่องเล่าว่า เพราะเป็นพันธุ์ไม้ที่ถูกนำมาเผยแพร่ในเมืองจีนพร้อมกับ พระพุทธศาสนา ซึ่งประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า " พระถังซัมจั๋ง " ได้ไปอาราธนาพระไตรปิฎกที่อินเดีย ท่านได้นำพันธุ์ไม้ต่างๆ มาด้วย และหนึ่งในนั้นก็คือทับทิม ด้วยความที่ทับทิมมีเมล็ดมาก จึงสื่อความหมายถึงการ ให้มีลูกชายมากๆ

 

 อ้างอิง

  1. ^ http://www.ocanihao.com/interest10.html
  • หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2550
 
 
กลุ่มยาแก้บิด ท้องเดิน ท้องร่วง โรคกระเพาะ

ทับทิม




ชื่อวิทยาศาสตร์ : Punica granatum L.

ชื่อสามัญ : Pomegranate , Punica apple

วงศ์ : Punicaceae

ชื่ออื่น : พิลา (หนองคาย) พิลาขาว มะก่องแก้ว (น่าน) มะเก๊าะ (เหนือ) หมากจัง (แม่ฮ่องสอน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้น หรือพรรณไม้พุ่ม ขนาดเล็ก ลักษณะผิวเปลือกลำต้นเป็นสีเทา ส่วนที่เป็นกิ่งหรือยอดอ่อนจะเป็นเหลี่ยม หรือ มีหนามแหลมยาวขึ้น ใบ ใบมีลักษณะเป็นรูปยาวรี โคนใบมน แคบ ส่วนปลายใบเรียวแหลมสั้น ผิวหลังใบ เกลี้ยงเป็นมัน ใต้ท้องใบจะเห็นเส้นใบได้ชัด ขนาดของใบกว้างประมาณ 1 - 1.8 ซม. ยาว ประมาณ 2.5 - 6 ซม. ดอก ดอกออกเป็นช่อ หรืออาจจะเป็น ดอกเดียว ในบริเวณปลายยอด หรือง่ามกิ่ง ลักษณะของดอกมีเป็น สีส้ม สีขาว หรือสีแดง ดอกหนึ่งมีกลีบดอกประมาณ 6 กลีบ ปลายกลีบ ดอกจะแยกออกจากกัน ตรงกลางดอกมีเกสร ตัวเมีย และตัวผู้ซึ่งมีอับเรณูเป็นสีเหลือง ขนาดของดอกบานเต็มที่มีเส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 2 - 3 ซม. ผลมีลักษณะเป็นรูปค่อนข้าง กลม ผิวเปลือกนอกหนาเกลี้ยง ผลเมื่อแก่หรือ สุกเต็มที่มีสีเหลืองปนแดง และลักษณะของผล จะแตก หรืออ้างออก ข้างในผลก็จะมีเมล็ดเป็น จำนวนมาก เป็นรูปเหลี่ยม มีสีชมพูสด ดอก ดอกออกเป็นช่อ หรืออาจจะเป็น ดอกเดียว ในบริเวณปลายยอด หรือง่ามกิ่ง ลักษณะของดอกมีเป็น สีส้ม สีขาว หรือสีแดง ดอกหนึ่งมีกลีบดอกประมาณ 6 กลีบ ปลายกลีบ ดอกจะแยกออกจากกัน ตรงกลางดอกมีเกสร ตัวเมีย และตัวผู้ซึ่งมีอับเรณูเป็นสีเหลือง ขนาดของดอกบานเต็มที่มีเส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 2 - 3 ซม. ผลมีลักษณะเป็นรูปค่อนข้าง กลม ผิวเปลือกนอกหนาเกลี้ยง ผลเมื่อแก่หรือ สุกเต็มที่มีสีเหลืองปนแดง และลักษณะของผล จะแตก หรืออ้างออก ข้างในผลก็จะมีเมล็ดเป็น จำนวนมาก เป็นรูปเหลี่ยม มีสีชมพูสด
ส่วนที่ใช้ : ใบ ดอก เปลือกผลแห้ง เปลือกต้นและเปลือกราก เมล็ด

สรรพคุณ :
ใบ - อมกลั้วคอ ทำยาล้างตา

ดอก - ใช้ห้ามเลือด

เปลือกและผลแห้ง
- เป็นยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน แก้บิด
- แก้โรคลักกะปิดลักกะเปิด

เปลือกต้นและเปลือกราก
- ใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืด , พยาธิตัวกลม

เมล็ด - แก้โรคลักกะปิดลักกะเปิด

วิธีและปริมาณที่ใช้

ถ่ายพยาธิตัวตืดและพยาธิตัวกลม ได้ผลดี
ใช้เปลือกสดของราก , ต้น ที่เก็บใหม่ๆ 60 กรัม หรือประมาณ 1/2 กำมือ เติมกานพลูหรือกระวานลงไปเล็กน้อย เพื่อแต่งรส ต้มกับน้ำ 3 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (30 ซี.ซี.) หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง รับประทานยาถ่าย เช่น ดีเกลือ 2 ช้อนโต๊ะตาม ควรอดอาหารก่อนรับประทานยา


ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน (ไม่ใช่บิด หรือ อหิวาตกโรค)
ใช้เปลือกผล ตากแดดให้แห้ง ประมาณ 1/4 ของผล ฝนกับน้ำฝนหรือน้ำปูนใสให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง หรือต้มกับน้ำปูนใส แล้วดื่มน้ำที่ต้มก็ได้


บิด (มีอาการปวดเบ่ง และมีมูก หรืออาจมีเลือดด้วย)
ใช้เปลือกผลแห้งของทับทิม ครั้งละ 1 กำมือ (3-5 กรัม) ต้มกับน้ำ ดื่มวันละ 2 ครั้ง อาจใช้กานพลูหรืออบเชยแต่งกลิ่นให้น่าดื่มก็ได้

สารเคมี
เปลือกผลมีรสฝาด เนื่องจากมี tannin 22-25% gallotannic acid สารสีเขียวอมเหลือง รากมีสารอัลคาลอยด์ ชื่อ pelletierine และอนุพันธ์ของ pelletierine
คุณค่าด้านอาหาร
ทับทิมใช้รับประทานเป็นผลไม้รสหวาน หรือเปรี้ยวหวาน มีวิตามินซี และแร่ธาตุหลายตัว ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และบำรุงฟันให้แข็งแรง





 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

  •  

 
 
 
 
Comments