เว็ปไซต์เพื่อนที่น่าสนใจ

Facebook

การกลั่นน้ำมันดิบ

การกลั่นน้ำมันดิบ

    
   เนื่องจากในน้ำมันดิบประกอบด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนนับร้อยชนิด จึงไม่สามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ต้องนำไปแยกสารออกจากกันจนใช้ประโยชน์ได้เสียก่อน การแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่างๆ ที่ผสมกันอยู่ในน้ำมันดิบออกจากกัน ใช้วิธีการกลั่นลำดับส่วนในหอกลั่นบรรยากาศ แต่ก่อนนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นต้องแยกน้ำและเกลือแร่ที่ปนอยู่ออกเสียก่อน วิธีการกลั่นก็คือ ให้ความร้อนจนสารในน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดระเหยพร้อมๆ กัน เมื่อไอของสารขึ้นไปบนหอกลั่น ไอของสารแต่ละชนิดจะควบแน่นเป็นส่วนๆ ตามช่วงอุณหภูมิของจุดเดือดที่แตกต่างกัน โดยไอของสารที่มีจุดเดือดต่ำจะไปควบแน่นที่บริเวณส่วนบนของหอกลั่น ส่วนไอของสารที่มีจุดเดือดสูงกว่าจะควบแน่นอยู่ในตำแหน่งที่ตํ่าลงมาตามลำดับ 
     สารประกอบไฮโดรคาร์บอนบางชนิดมีจุดเดือดใกล้เคียงกันมาก จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้ไม่บริสุทธิ์แต่มีสารหลายชนิดปนกันอยู่ ในการกลั่นน้ำมันดิบการเลือกช่วงอุณหภูมิเพื่อเก็บผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของโรงกลั่น ว่าต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่างไรและนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใด

หน่วยต่างๆ ในกระบวนการผลิตปิโตรเลียม

  1. หน่วยกลั่นน้ำมันดิบ (Topping Unit, TPU)
    ทำหน้าที่แยกน้ำมันดิบเป็นน้ำมันกึ่งสำเร็จรูปประเภทต่างๆ ตามคุณสมบัติจุดเดือด
  2. หน่วยแยกแก๊ส (GAS Recovery Unit)
    ทำหน้าที่รวบรวมแก๊สที่เกิดจากกระบวนการกลั่นต่างๆ แล้วแยกออกเป็นแก๊สเชื้อเพลิง แก๊สปิโตรเลียมเหลว หรือ แก๊สหุงต้ม และน้ำมันแนฟทาเบา
  3. หน่วยกำจัดกำมะถันในแก๊สเชื้อเพลิง 
    (Fuel GAS Treating Unit , FGTU)

    ทำหน้าที่กำจัดกำมะถันในแก๊สเชื้อเพลิงโดยใช้สารละลายด่างอ่อน (Amine Solution) เป็นตัวช่วย
  4. หน่วยกำจักแก๊สกำมะถันในแก๊สหุงต้ม
    (LPG Merox Unit, LPGU) 
    ทำหน้าที่เปลี่ยนกำมะถันประเภทเมอร์แคปแทน (Mercaptan) ในแก๊สหุงต้มเหลวให้กลายเป็นไดซัลไฟด์
  5. หน่วยผลิตกำมะถัน (Sulfur Recovery Unit) 
    ทำหน้าที่เปลี่ยนรูปกำมะถันที่แยกจากแก๊สเชื้อเพลิงที่มีกำมะถันเจือปนอยู่ให้เป็นกำมะถันเหลว
  6. หน่วยกำจัดกำมะถันในน้ำมันแนฟทา
    (Naphtha Pretreating Unit, NPU) 
    ทำหน้าที่กำจัดกำมะถันในน้ำมันแนฟทาโดยใช้ความร้อนและตัวเร่งปฎิกิริยา
  7. หน่วยไอโซเมอร์ไรเซชั่น 
    (Light Naphtha Isomerization Unit, LN-ISOU)
    ทำหน้าที่เปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของน้ำมันแนฟทาเบาให้เป็นโครงสร้างที่มีค่าออกเทนสูงขึ้น
  8. หน่วยรีเฟอร์มเมอร์ (Cataltic Reforming Unit, CRU) 
    ทำหน้าที่เปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของน้ำมันแนฟทาหนัก ให้เป็นโครงสร้างที่มีค่าออกเทนสูงขึ้น
  9. หน่วยผลิตน้ำมันเครื่องบิน 
    (Kerosene Treating Unit, KTU) 
    ทำหน้าที่เปลี่ยนกำมะถันประเภทเมอร์แคปแทนในน้ำมันก๊าดให้กลายเป็นไดซัลไฟด์ อีกทั้งปรับสภาพเป็นน้ำมันเครื่องบิน
  10. หน่วยผลิตดีเซลกำมะถันต่ำ
    (GAS Oil Hydrodesuifurization Unit , GO - HDSU)
    ทำหน้าที่กำจัดกำมะถันออกจากน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (High Speed Diesel)

ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

ที่มา : สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). สารและสมบัติของสาร. หน้า 38.

ตารางผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนน้ำมันดิบ

ผลิตภัณฑ์ที่ได้

จุดเดือด (°C)

สถานะ

จำนวน C

การใช้ประโยชน์

แก๊ส
ปิโตรเลียม

< 30

แก๊ส

1 – 4

  • ทำเชื้อเพลิง
  • สารเคมี
  • วัสดุสังเคราะห์

แนฟทา
เบา

0 - 65

เหลว

5 – 6

  • น้ำมันเบนซิน

แนฟทา
หนัก

65 – 170

เหลว

6 – 10

  • น้ำมันเบนซิน
  • สารเคมี

น้ำมัน
ก๊าด

170 – 250

เหลว

10 – 14

  • เชื้อเพลิงในตะเกียง
  • เชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น

น้ำมัน
ดีเซล

250 – 340

เหลว

14– 19

  • เชื้อเพลิง
    เครื่องยนต์ดีเซล 
    สำหรับรถยนต์และเรื่อ

น้ำมัน
หล่อลื่น

340 - 500

เหลวข้น

19 – 35

  • น้ำมันหล่อลื่น

ไข

340 - 500

กึ่งเหลว
กึ่งแข็ง
จนถึงแข็ง

> 35

  • ใช้ทำเทียนไข
  • จาระบี
  • เครื่องสำอาง
  • ผสมในน้ำยาขัดมัน
  • วัตถุดิบผลิตผงซักฟอก

น้ำมันเตา

> 500

เหลวหนืด

> 35

  • เชื้อเพลิงเครื่องจักร

บิทูเมน

> 500

กึ่งเหลว
กึ่งแข็ง
จนถึงแข็ง

> 35

  • ทำวัสดุกันซึม
  • ทำยางมะตอย
ที่มา : สวทช. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้. (2545). หน้า 223.

โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย...มีกี่โรง

    ในประเทศไทยเรามีโรงกลั่นน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ทั้งหมด 7 โรง ด้วยกันได้แก่

  1. โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่
  2. โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์
  3. โรงกลั่นน้ำมันบางจาก
  4. โรงกลั่นน้ำมันระยอง
  5. โรงกลั่นน้ำมันสตาร์ปิโตรเลียม
  6. โรงกลั่นอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคัลไทย
  7. โรงกลั่นระยองเพียวริฟายเออร์
Comments