5.บุคคลที่มีชื่อเสียง

                        

                 ร้อยตำรวจเอก ธรณิศ ศรีสุข (แคน-วีรบุรุษผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) ผู้บังคับหมวด (สัญญาบัตร 1) กองร้อยรบพิเศษที่ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

                         เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2007 เวลา 08.40 น. พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา(ปัจจุบันเลื่อนยศเป็น พล.ต.อ.) ผกก.สภ.อ.บันนังสตาจ.ยะลา ได้รับแจ้ง มีเหตุ จนท.ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่บริเวณเนินเนาวรัตน์หรือเนิน 9 ศพ ระหว่างบ้านสายสุราษฏร์-บ้านภักดีหมู่ที่ 3 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา

พท.เกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่าเขาสูง ลาดชัน จนท.เข้าไปด้วยความยากลำบากต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาที ที่จุดเกิดเหตุ พบกำลัง ตำรวจ ตชด.หน่วยรบพิเศษ พลร่มอยู่ในสภาพการเตรียมพร้อม และพบศพ ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข อายุ 30 ปี รอง ผบ.ร้อยรบพิเศษ 1 (รพศ 1) กก.1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ (ตชด.) ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี สภาพศพนอนเสียชีวิตในชุดลายพรางของพลร่มมีแผลถูกยิงที่ใบหน้าและลำตัว จนท.ต้องประสานขอสนับสนุน ฮ.ตำรวจ จากศปก.ตร.เพื่อรับศพกลับมายัง จ.ยะลา

จากการสอบสวนทราบว่า หน่วยรบพิเศษ 1 ตั้งฐานปฏิบัติการที่บ้านสายสุราษฏร์ ขณะเกิดเหตุ ผู้ตายเป็น หน.ชุด นำกำลังจำนวน 12 นายออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยตามปกติเมื่อลาดตระเวนมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายไม่น้อยกว่า 20 คนซุ่มอยู่บนเนินสูงใช้อาวุธสงคราม ทั้ง อาร์ก้า เอ็ม 16 และลูกซอง กราดยิง จนท.จนเกิดการปะทะกันดุเดือดกว่า 20 นาที คนร้ายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่และป่าทึบ หลบหนีไป

หลังเสียงปืนสงบตรวจเคลียร์พื้นที่ พบฝ่าย จนท.เสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้น จนท.คาดว่า คนร้ายได้เฝ้าติดการการเคลื่อนไหวของ จนท.มาโดยตลอด เมื่อสบโอกาส จึงลงมือปฏิบัติการและมุ่งเป้า ที่ หน.ชุด เป็นเป้าแรก

เมื่อเวลา 16.50 น. ที่วัดเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา พล.ต.ท.นิพนธิ์ ศิริวงศ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข รอง ผบ.ร้อย หน่วยรบพิเศษ 1(รพศ 1) กองกำกับการ 1กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ (ตชด.) ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.ยะลา ได้มอบหมายให้นายเดชรัฐ สิมสิริ ปลัดจังหวัดยะลา มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จำนวน 5 แสนบาท

สำหรับ ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข เป็นชาวขอนแก่นโดยกำเนิด เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 38 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 54 เป็นบุตรของ รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีสุข คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น กับนางนิธิวารี ศรีสุข ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว สอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจได้อันดับที่ 1 ของรุ่น เมื่อจบการศึกษา ได้รับการบรรจุเป็น ผู้บังคับหมวดหน่วยรบพิเศษ และเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดเหตุ คนร้ายปล้นอาวุธปืนกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อต้นปี 2547 และหมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่ จ.ปัตตานี นราธิวาส และสุดท้าย ที่ จ.ยะลา เคยปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหลายครั้ง

ทางด้าน ร.ต.อ.นิรุตต์ พร้อมญาติ รอง ผบ.ร้อย ตชด.335 ทำหน้าที่ ผู้บังคับหมวดเฉพาะกิจ ตชด.ที่ 330 ต.สะเอ๊ะ อ.กรงปินังจ.ยะลาซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารและนักเรียนนายร้อยสามพรานรุ่นเดียวกับ ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข รอง ผบ.ร้อย รพ.ศ. 1กก.1กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศตชด.ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ได้กล่าวถึงเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตว่าเป็นคนที่เรียนหนังสือเก่งและมีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามีส่วนร่วมในการนำความสงบกลับคืนสู่พท.3จชต. และได้สมัครลงทำงานในพท.ภาคใต้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อช่วงต้นปี 2547 เป็นต้นมา

ไม่มีใครในรุ่นที่ไม่รู้จัก ธรณิศ หรือแคน เพราะว่าแคนสอบได้ที่ 1 ของนักเรียนเหล่าตำรวจ จึงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก สำหรับตัวเองนั้น ก็เป็นเพื่อนอยู่กองร้อยเดียวกันด้วย ลักษณะนิสัยของแคน เป็นคนที่ชอบช่วยเพื่อนเห็นอกเห็นใจเพื่อน มีลักษณะการเป็นผู้นำซึ่งตนเองจะปรึกษาหารือในเรื่องของภาษาอังกฤษ เนื่องจากแคน เขามีความถนัดในภาษาอังกฤษ เพราะได้มีโอกาสติดตามคุณพ่อไปศึกษาที่แคนาดา แคนเป็นที่รักของเพื่อนๆในรุ่น เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ชอบที่จะฝึกในวิชาอาวุธเป็นพิเศษ

เมื่อเรียนจบแล้ว แคนเป็นคนแรกที่เลือกจะลงใน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนทั้งที่ผลการเรียนของเขาดีมาตลอด ซึ่งสามารถที่จะเลือกลงในสถานีตำรวจนครบาลหรือในเขตเมืองหลวงได้ แต่ก็เลือกที่จะมาอยู่หน่วยพลร่ม ค่ายนเรศวรและมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยประเทศชาติ เมื่อเกิดเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็สมัครลงมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ๆ ในปี 2547 และตั้งแต่นั้นมา ผมและแคนก็จะหมุนเวียนมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แห่งนี้มาโดยตลอดเป็นระยะเวลา 3 ปีรู้สึกเสียใจและเสียดาย ซึ่งผมเห็นว่าบุคลากรผู้นี้จะเป็นผู้ที่สามารถเป็นผู้นำหน่วยของหน่วยตชด.ในอนาคตได้เป็นอย่างดี จึงรู้สึกว่าเป็นการสูญเสียบุคคลที่สำคัญยิ่งในหน่วย สุดท้ายขอฝากให้เพื่อนไปสู่สุคติและขอให้ดวงวิญาณของเพื่อนมาช่วยให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดความสงบสุขโดยเร็ว
 
 
                                                 ภราดร ศรีชาพันธุ์ (ชื่อเล่น บอล, เกิด 14 มิถุนายน พ.ศ. 2522) ฉายา "ซุปเปอร์บอล" เป็นนักเทนนิสชาวไทย และเป็นนักเทนนิสชายชาวเอเชียที่มีอันดับสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยอันดับ 9 ของโลกในปี พ.ศ. 2546
                                                  

ในปี 2547 ภราดรได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการถือธงชาติในกีฬาโอลิมปิก ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ ผลงานในทีมชาติไทยคือ เหรียญทอง ชายเดี่ยว ซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่อินโดนีเซีย, 3 เหรียญทอง ซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่บรูไน, เหรียญทอง ชายคู่ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทย, เหรียญทอง ชายเดี่ยว เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 14 เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้, ทีมชาติไทย ชุดแชมป์ เดวิส คัพ โซนเอเชีย

เดือนมีนาคม 2549 ภราดรสามารถเอาชนะมือวางถึง 4 คน จนเข้าสู่รอบรองชนะเลิศการแข่งขันรายการแปซิฟิกไลฟ์โอเพน ทำให้อันดับโลกที่ตกลงไปที่ 61 ดีดกลับมาอยู่ที่ 38 สูงกว่าอันดับโลกเมื่อสิ้นปี 2548 เล็กน้อย อย่างไรก็ตามภราดรประสบปัญหาเจ็บข้อมือเรื้อรัง จนขณะนี้ (19 มีนาคม 2550) อันดับโลกตกไปอยู่ที่ 83 กลายเป็นมืออันดับสองของไทยตามหลัง ดนัย อุดมโชค ซึ่งอยู่ที่อันดับ 79 และในปี 2550 ภราดรแทบไม่ได้ลงแข่งเทนนิสเลย จนกระทั่งปัจจุบันอันดับได้หล่นลงไปที่ 900 กว่าแล้ว เพราะไม่มีคะแนนสะสม อย่างไรก็ตามภราดรจะได้สิทธิ์ลงแข่งในรายการระดับ ATP 9 รายการในการกลับมาเล่นอีกครั้ง โดยระหว่างพักอาการบาดเจ็บนั้นภราดรรับหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการ เช้านี้...ที่หมอชิต

เดือนตุลาคม 2552 ภราดรสามารถกลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้งในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น 2009 หลังจากห่างหายจากการเล่นเทนนิสไป 2 ปี โดยเล่นประเภทชายคู่ คู่กับ ดนัย อุดมโชค แพ้ตกรอบแรกอย่างหวุดหวิด 1-2 เซต ด้วยคะแนน 6-2, 1-6, 6-10

เดือนมกราคม 2553 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้ง 2 รายการในประเทศไทยและฮ่องกง โดยรายการแรกแข่งเทนนิสนัดพิเศษฉลองครบ 100 ปีหัวหิน "หัวหิน เซ็นเท็นเนียล อินวิเทชั่น" ที่สนามเซ็นเท็นเนียลปาร์ค อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2553 ประเภทคู่ผสม ซึ่งแข่งขันกันเพียงเซตเดียวเท่านั้น โดยภราดร คู่กับ วีนัส วิลเลียมส์ ชนะคู่ของ ดนัย อุดมโชค กับ มาเรีย ชาราโปวา ด้วยคะแนน 7-6 ไทเบรก 8-6 รายการที่ 2 แข่งเทนนิสรายการพิเศษ "ฮ่องกง เทนนิส คลาสสิก 2010" ที่วิคตอเรีย พาร์ค เทนนิส สเตเดี้ยม ฮ่องกง เมื่อวันที่ 6-9 มกราคม 2552 โดยการแข่งขันรายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันประเภททีม ซึ่งประกอบด้วยทีมที่เข้าร่วม 4 ทีม ได้แก่ ทีมเอเชีย แปซิฟิก ประกอบด้วย เจีย เชง, อายูมิ โมริตะ และ ภราดร ศรีชาพันธุ์ ทีมรัสเซีย ประกอบด้วย มาเรีย ชาราโปว่า เวร่า ซโวนาเรว่า และ เยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ทีมอเมริกา ประกอบด้วย วีนัส วิลเลี่ยมส์, จีเซล่า ดุลโก้ และ ไมเคิ่ล ชาง ทีมยุโรป ประกอบด้วย แคโรไลน์ วอซเนี้ยคกี้, วิคตอเรีย อซาเรนก้า และ สเตฟาน เอ็ดเบิร์ก ผลการแข่งขันทีมเอเชีย แปซิฟิกได้รองแชมป์กลุ่มเงิน โดยภราดรลงสนามนัดแรกประเภทเดี่ยวชนะเยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ด้วยคะแนน 6-2, 1-6, 10-4 นัดสองประเภทคู่ผสมคู่กับอายูมิ โมริตะ แพ้ มาเรีย ชาราโปว่า กับ เยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ด้วยคะแนน 4-6, 5-7 นัดสามประเภทเดี่ยวชนะไมเคิ่ล ชาง ด้วยคะแนน 6-4, 2-6, 10-6 นัดสี่ประเภทคู่ผสมคู่กับเจีย เชง แพ้ วีนัส วิลเลี่ยมส์ กับ ไมเคิ่ล ชาง ด้วยคะแนน 6-4, 3-6, 9-11

หลังจากนั้นภราดรได้มีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ บางระจัน 2 และเป็นผู้ปั้นนักกีฬาโครงการ "เดอะสตาร์" ของลอนเทนนิสสมาคมฯ เป็นกัปตันทีมเดวิสคัพให้กับทีมชาติไทยอีกด้วย แต่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2553 ภราดรประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำแขนหัก 2 ข้าง และขาหัก 1 ข้าง ทำให้กระดูกข้อมือทั้ง 2 ข้างเคลื่อน และเท้าซ้ายฉีก ทำให้ภราดรไม่มีความพร้อมที่จะกลับสู่สนามแข่งขันเทนนิสอาชีพได้ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก และประกาศแขวนแร็กเก็ตอย่างเป็นทางการในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ โอเพน 2010[2] โดยปัจจุบันภราดรผันตัวเองมาจับธุรกิจหลายต่อหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ฝึกสอนเทนนิส ร้านอาหาร รวมไปถึง บริษัทผลิตยาสมุนไพรบำรุงกำลังเพศชาย "แมจิก ไอริส"

เดือนตุลาคม 2553 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้งในรายการพิเศษ "เอทีพี แชมเปี้ยนส์ ทัวร์" ที่ศูนย์เทนนิสนานาชาตินครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 21-24 ตุลาคม 2553 ซึ่งเป็นรายการที่ได้เชิญนักเทนนิสอดีตมือ 1 โลก และ นักเทนนิสที่มีชื่อเสียงในอดีตและได้เลิกเล่นเทนนิสไปแล้วมาลงสนามแข่งขัน โดยมีข้อกำหนดว่า นักหวด 6 คน ต้องเคยเป็นมือ 1 โลก, เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลม หรือเป็นแชมป์เดวิส คัพ มาแล้ว ขณะที่อีก 2 คนจะเป็นนักกีฬารับเชิญ ซึ่งรวมถึง"เจ้าบอล" ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตมือ 9 ของโลก และมือ 1 เอเชีย ขวัญใจชาวไทยในครั้งนี้ โดยทั้งสองกลุ่มจะแข่งขันแบบพบกันหมด ผู้ชนะของสองกลุ่มเข้าไปชิงชนะเลิศ และอันดับ 2 ของแต่ละกลุ่มชิงที่ 3 โดยเล่นในระบบ 2 ใน 3 เซต และเซตตัดสินใช้ระบบแชมเปี้ยนไทเบรก ใครถึง 10 แต้มก่อนชนะ ภราดรอยู่กลุ่ม A ลงสนามนัดแรกพบกับ กี ฟอร์เชต์ อดีตมือ 4 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-2 เซต ด้วยคะแนน 4-6, 6-7 (1) นัดสองพบกับ แพช แคช อดีตมือ 4 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายชนะไป 2-1 เซต ด้วยคะแนน 6-4, 5-7, 10-5 นัดสามพบกับ พีท แซมพราส อดีตมือ 1 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-2 เซต ด้วยคะแนน 3-6, 2-6 ได้อันดับ 3 ของกลุ่ม A

เดือนมกราคม 2555 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้งในการแข่งขันเทนนิสการกุศล "เวิลด์ เทนนิส แชริตี้ อินวิเทชั่น" เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ที่สนามเซ็นเทนเนียล ปาร์ค อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555 ชนะ จอห์น อิสเนอร์ (มือ 18 ของโลก) 2-0 เซต ด้วยคะแนน 6-4, 7-5

                                                           เรือเอก สมรักษ์ คำสิงห์ ร.น. คือนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2539
                                                             

ปัจจุบัน สมรักษ์ยังคงมีงานในวงการบันเทิง มีผลงานออกมาเป็นระยะ ๆ ล่าสุด ได้แสดงภาพยนตร์ระดับโลกเรื่อง Fearless ในปี พ.ศ. 2549 โดยบทบาทในเรื่องต้องปะทะกับ หลี่เหลียนเจี๋ย ด้วย มีกิจการของตัวเอง เช่น ร้านหมูกระทะ ชื่อ "สมรักษ์ย่างเกาหลี" ย่านเกษตร-นวมินทร์ และมีค่ายมวยของตนเอง ชื่อค่าย "ส.คำสิงห์"

ด้านชีวิตครอบครัว สมรักษ์แต่งงานกับนางเสาวนีย์ คำสิงห์ ที่รู้จักกันมาตั้งแต่ทั้งคู่ยังเรียนหนังสืออยู่ที่ขอนแก่น โดยทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน

ในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 สมรักษ์ได้เปิดตัวเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกับเพื่อนนักมวยอีก 3 คน ได้แก่ เขาทราย แกแล็คซี่, มนัส บุญจำนงค์ และเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง[1] โดยที่สมรักษ์ลงรับสมัครเลือกตั้งในเขต 10 อำเภอบ้านไผ่[2] จังหวัดขอนแก่น แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง[3]

ในปี พ.ศ. 2552 มีข่าวว่า ฌอง-คล็อด แวน แดมม์ นักแสดงชื่อดังระดับโลกอยากจะชกมวยนัดพิเศษกับสมรักษ์ดูสักครั้ง แต่แล้วการชกในครั้งนี้ก็ได้มีการเลื่อนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงมีแผนการว่าจะย้ายสถานที่ชกจากสหรัฐอเมริกาจากกำหนดเดิมเนื่องจากมีกฎเกณฑ์ที่ไม่เอื้ออำนวย โดยจะย้ายสถานที่แข่งมายังประเทศไทยแทน ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554 [4] แต่แล้วก็เลื่อนไปแข่งขันในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555 แทน[5]

                                                                                          ผลงาน

 

         
Comments