ไผ่

posted Mar 15, 2011, 8:05 AM by Nuttaporn Surapitthayanon   [ updated May 27, 2011, 10:02 PM ]
    มันต้องขึ้นต้นด้วยคำถามนี้อ่ะ ... "ปลูกไผ่พันธุ์ไหนดีวะ" (ขออนุญาติไม่สุภาพนิดนึง ... แต่มันได้อารมณ์นี้เลย ตอนหาข้อมูลเรื่องไผ่อ่ะ)

    ทำไมน่ะเหรอ ... โห .. ไผ่มันมีตั้งกี่ชนิด กี่ประเภท ไหนจะปลูกเอาต้น เอาหน่อ ฯลฯ บอกได้คำเดียวว่า "มึน"

    มันก็ต้องกลับมาสรุปกันก่อนว่าเราจะปลูกไผ่ทำอะไรบ้าง ... ที่แน่ๆ ก็มี 2 อย่างล่ะ
      1. เอาลำไผ่มาใช้ในการก่อสร้าง + ค้ำยัน เพราะจะปลูกกล้วย
          - ไผ่รวก
      2. เอาหน่อมากิน -- มันมีแบบกินสด กับเอาไปดอง ขอกินสดละกัน ของดองไม่ดีต่อสุขภาพ !!
         - ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง  ต้นละ 100 -- ออกหน่อตลอดปีเป็นไผ่ทะวาย  แต่ต้องมีน้ำในช่วงฝนไม่ตก
         - ไผ่หวานเพชรล้านนา  ต้นละ 500
         - ไผ่หวานเพชรภูเรือ
         - ไผ่ซางหวาน
         - ไผ่กิงซุง หรือ ไผ่ตงลืมแล้ง - มีรสขมเมื่อชิมดิม ต้องต้มน้ำถึงจะเอามาแกง หน่อใหญ่แต่ขมฝาดทำอาหารพื้นบ้านดี
         - ไผ่หม่าจู -- ใบใหญ่ ใช้ห่อขนมได้   

 ไผ่บงหวานทนแล้งได้ดีครับ  รอฝนอย่างเดียวได้  แต่ก็จะได้หน่อแตหน้าฝน  ไผ่ตงลืมแล้งก็ทนแล้งได้ดีเช่นกัน  ควรจะปลูกทั้งสองอย่าง  เพราะจะได้มีให้ลูกค้าที่ชอบทั้งขมและหวาน  รับได้หมดครับ  ไผ่บงหวานหน่อเล็กแต่หวานแม้ดิบทำอาหารได้มากชนิด  ส่วนไผ่ตงลืมแล้งหน่อใหญ่แต่ขมฝาดทำอาหารพื้นบ้านดีครับ


ไผ่ตัดลำ

ไผ่กินหน่อ
    เท่าที่อ่านๆ มา เค้าว่า ไผ่บงหวานน่าจะเวิร์กสุด (มั้ง)

1. ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง 


ประวัติและความเป็นมา
เดิมทีเมื่อ ปีพ.ศ. 2544 ทางสวนตั้งใจปลูกพืชผักและผลไม้ไว้หลายชนิดเพื่อขายเป็นรายได้ให้กับทางสวน หนึ่งในชนิดพืชที่ปลูกคือไผ่บงหวานซึ่งซื้อสายพันธุ์มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ปลูกได้หนึ่งไร่สองงาน พอถึงตอนเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่ปลูก ปรากฏว่าหน่อไผ่บงหวานที่ขุดไปทดลองขายในตลาดใกล้บ้านมีลูกค้าสนใจซื้อไปรับประทานจนไม่พอขาย ก็เลยไปหาซื้อพันธุ์มาปลูกเพิ่มอีกในปีพ.ศ. 2549 โดยครั้งนี้ได้ทราบข้อมูลจากลูกค้าบางคนว่าที่จังหวัดเลยก็มีสายพันธุ์ลักษณะเช่นนี้ จึงเดินทางไปที่จังหวัดเลย และได้ซื้อพันธุ์ไผ่บงหวานมาจากเขตอำเภอภูเรือมาส่วนหนึ่ง เมื่อนำมาปลูกแล้วก็ยังมีพื้นที่เหลือ จึงกลับไปหาซื้ออีกครั้ง แต่เที่ยวนี้ไปได้เมล็ดไผ่บงหวานที่กำลังตายขุ๋ยจากบ้านชาวบ้านในเขตอำเภอด่านซ้ายกลับมาเพาะที่สวน และนำลงไปปลูกจนเต็มพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่นอกจากนี้ยังมีญาติพี่น้องเริ่มปลูกตาม รวมมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 33 ไร่ ในสวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งพบว่าต้นที่ปลูกจากเมล็ดมีหลายลักษณะ กระจายอยู่ พบต้นไผ่บงหวานที่มีลักษณะรสชาติขมประมาณ 0.5% ทางสวนได้ทำการขุดทิ้งทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบต้นที่มีลักษณะทั้งหน่อเล็กและหน่อใหญ่ปะปนกันอยู่ ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาในการคัดให้ได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะดีไว้ต่อไป

ลักษณะเด่นของไผ่บงหวานเพชรผึ้ง
หน่อที่เกิดจากต้นที่โตเต็มที่แล้วมีน้ำหนัก 500 กรัมขึ้นไป หน่อมีลักษณะอวบอ้วน ออกหน่อดกและออกได้เรื่อยๆทั้งปีถ้ามีระบบการจัดการน้ำที่ดี ลำต้นโตเต็มที่สูงประมาณ 7-10 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นประมาณ 2-3 นิ้ว หน่อไผ่มีรสชาติไม่ขม เมื่อชิมตอนดิบๆสดๆจะออกรสหวานนิดๆ นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น หน่อบงหวานผัดน้ำมันหอย, หน่อบงหวานผัดกุ้ง, หน่อบงหวานต้มจืดกระดูกหมู, ใส่แกงเผ็ด, ใส่แกงเขียวหวาน, ทำส้มตำหน่อบงหวาน, ใส่ร่วมกับผักสลัด, ผัดผักรวมมิตร, ต้มจิ้มน้ำพริก เมนูนี้เวลาต้มหน่อบงหวานเมื่อใกล้จะสุกจะได้กลิ่นหอมเหมือนข้าวโพดสวิทต้ม หรือจะนำไปแกงเปรอะเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆก็ได้ แต่มีเทคนิคอยู่ที่ต้องเตรียมตั้งเครื่องปรุงให้น้ำเดือดไปก่อนแล้วจึงค่อยใส่หน่อไผ่บงหวานทีหลัง ทิ้งให้น้ำเดือดต่อไปไม่เกิน 5-7 นาทีก็นำไปรับประทานได้เลยไม่ต้องต้มน้ำทิ้ง หรือต้มนานๆเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆ จากข้อมูลที่ลูกค้านำไปรับประทานปรากฏว่าคนที่เป็นโรคข้อทานหน่อไผ่ไม่ได้ พอรับประทานหน่อไผ่บงหวานแล้วไม่ปวดข้อเหมือนรับประทานหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆ นอกจากลูกค้าจะซื้อไปรับประทานเองแล้วยังเป็นของฝากที่ผู้รับพอใจและผู้ฝากภูมิใจ

   ไผ่บงหวานในปีแรกยังเล็กอยู่แต่ก็สามารถเก็บหน่อได้เลย
     -ปีที่  1  เก็บได้  5  กก.ต่อกอต่อปี  หนึ่งไร่มี  200 กอ  ได้  1,000กก.
     -ปีที่  2  เก็บได้ 10  กก.ต่อกอต่อปี  หนึ่งไร่มี  200 กอ ได้  2,000 กก.
     -ปีที่  3  เก็บได้  15  กก.ต่อกอต่อปี ขึ้นไปหนึ่งไร่มี 200 กอ ได้เกิน  2,000 กก.

ลักษณะด้อยของไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง
เนื่องจากเป็นไผ่ที่ออกหน่อดกจึงทำให้แขนงก็ออกดกไปด้วย จึงต้องหมั่นแต่งแขนงเดือนละครั้ง แต่ต้นไหนที่ตัดแขนงไปแล้วก็ไม่ต้องตัดซ้ำ นอกจากนี้ยังเป็นไผ่ที่มีใบมาก ทำให้ลำต้นโน้มเอียงในฤดูที่ลมแรง ต้องคอยนำเชือกมัดรอบลำต้นเพื่อไม่ให้โน้มเอนลง

การขยายพันธุ์
ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งขยายพันธุ์ด้วยการเพาะจากเมล็ดและขุดแยกเหง้า ถ้าปลูกด้วยเมล็ด  จะใช้เวลา  3  ปีถึงจะได้หน่อ  ถ้าปลูกด้วยเหง้าที่เพาะจากเมล็ดจะใช้เวลา   1  ปีเก็บหน่อได้

ถ้าทำการขยายพันธุ์ด้วยการใช้เหง้าจะให้ผลผลิตเร็วกว่า  แต่ต้องขยายพันธุ์จากต้นที่รู้อายุ   ส่วนการใช้เมล็ด  จะให้หน่อช้ามาก  เพราะต้องสร้างลำจากใบเล็ก  1  ใบเมื่อแรกเกิด  กว่าจะได้ลำใหญ่ที่ให้หน่อได้ใช้เวลาถึง   3  ปี  แต่มีข้อดีตรงที่ได้อายุใหม่อยู่ได้อีกนาน   และอาจกลายพันธุ์ในทางที่ดีกว่าต้นแม่ได้  หรืออาจจะแน่ลงได้   ส่วนการตอนหรือชำจะไม่ได้ผลเลย

การปลูกและดูแลรักษาไผ่บงหวาน
สำหรับเกษตรกรที่จะเริ่มต้นปลูกไผ่บงเป็นอาชีพเสริมคุณลำพึงแนะนำให้เริ่มต้นปลูกไผ่บงหวานในพื้นที่ 1 งาน ประมาณ 50 ต้น 1 กอหลังจากแยกเหง้ารากแย่งได้ราว 3-4 ต้นปลูกไปได้ 6 เดือนใช้งอบขุดแซะได้ง่าย รากไม่ใหญ่มากนัก เป็นรากฝอยแผ่กระจายแค่ผิวดิน

พื้นที่ 1 ไร่ปลูกไผ่บงหวานได้ 400 กอ คุณวรรณบดีแนะนำว่าการปลูกไผ่บงหวานนั้น ให้ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 2 เมตร ระหว่างแถว 4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 200 ต้น ที่ให้เว้นระยะระหว่างแถวให้กว้างเพื่อให้เกษตรกรเข้าไปทำงานได้สะดวก เช่นนำขี้เถ้าแกลบเข้าไปใส่ได้ง่าย สำหรับการปลูกก็ไม่ยุ่งยากขุดหลุมปลูกขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเก่าหลังปลูกเสร็จรดน้ำให้ชุ่ม คุณวรรณบดียังบอกถึงเคล็ดลับในการปลูกไผ่บงหวานให้ได้ผลผลิตดี ดังนี้ ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนแนะนำให้ปลูกเสมอกับดินเดิมหรือขุดหลุมเป็นแอ่งกระทะ

การดูแลรักษา
หลังจากปลูกไผ่บงหวานเสร็จจะต้องหมั่นตัดหญ้า ที่สวนไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งจะมีการให้ปุ๋ยและให้น้ำเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ปุ๋ยคอกจะใช้ได้ทั้งขี้วัวเก่าหรือขี้ไก่หรือแม้แต่เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรใช้ได้หมด เช่น ซังข้าวโพด, กากอ้อย, เปลือกถั่วต่างๆ,กากยาสูบ,ขี้เถ้าแกลบ สิ่งที่มาความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติเป็นประจำทุกเดือนคือ จะต้องมีการสางลำไผ่ขนาดเล็กที่แตกมาจากตาหน่อเก่าหรือแตกมาจากตาบนลำไผ่เดิมออกโดยใช้มีดพร้าสับออกเลยเพื่อให้ข้างล่างโล่งให้ใบไผ่อยู่ส่วนบนเท่านั้น เกษตรที่ปลูกไผ่บงหวานใหม่ๆจะมีหน่อเกิดขึ้นข้างในประมาณ 5-6 หน่อ ให้ขุดหน่อข้างในไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ ส่วนหน่อที่ออกมานอกกอสามารถเก็บขายได้ พอเมื่อเข้าฝนก็ต้องปล่อยให้หน่อออกกอโตให้มันขึ้นเป็นลำไผ่

การให้น้ำ
ให้น้ำด้วยการขังให้ท่วมแปลงแล้วปล่อยให้แห้งภายใน หนึ่งวัน หรือให้ด้วยระบบสปริงเกอร์ก็ได้ ซึ่งการให้ด้วยระบบสปริงเกอร์ จะช่วยทำให้ได้ไนโตรเจนในอากาศเพิ่ม ทำให้ไผ่ออกหน่อดกมากขึ้น ช่วงนอกฤดู ควรให้น้ำ 3-4 วันต่อครั้ง ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน การให้น้ำควรดูตามสภาพอากาศ ถ้าฝนตกเรื่อยๆ ดินชื้นตลอดไม่ต้องให้น้ำ ถ้าฝนขาดช่วง สังเกตว่าดินแห้งก็ค่อยให้น้ำ

การให้ปุ๋ย
ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเช่น มูลวัว มูลควาย มูลไก่ มูลหมู และวัสดุที่เหลือจากภาคเกษตรกรรมเช่นฟางข้าว ซังข้าวโพด แกลบ ขี้เถ้า กากถั่วเหลือง เป็นต้น ใส่ที่โคนไผ่กอละ หนึ่งกระสอบปุ๋ย หรือประมาณ 30 กิโลกรัม ปีละ 2 ครั้ง ใส่ช่วงเดือนธันวาคมก่อนให้น้ำและใส่เดือน พฤษภาคม ส่วนทางสวนใช้ปุ๋ยหมักจากกากยาสูบ ที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานยาสูบและขี้เถ้าจากการเผากากอ้อยที่หีบแล้ว ที่ทางโรงงานน้ำตาลใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาเตาต้มน้ำเพื่อทำอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายมาเป็นวัสดุใส่โคนไผ่ เพื่อช่วยในการอุ้มน้ำให้มีความชุ่มชื้น และช่วยทำให้ดินร่วนซุย สามารถแทงหน่อออกมาง่าย

การใช้ฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ออกหน่อดกในช่วงนอกฤดู
ทางสวนใช้ไคโตซานผสมจิบเบอริลินฉีดพ่นที่ใบและราดรอบๆโคนทุกๆ 7-10 วัน

การดูแลจัดการ
ใน 1 ปีต้องตัดแต่งต้นเก่าแก่ออกปีละ 1 ครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยนำไปใช้ทำไม้ค้ำยันผลไม้และผักในสวน หรือจะนำไปใช้เผาถ่านไม้ไผ่ไว้ใช้ในครัวเรือน เหลือก็ขายมีรายได้เพิ่มอีกทาง ส่วนเศษใบเศษกิ่งไผ่ก็ทิ้งไว้ในแปลงปล่อยให้จุลินทรีย์ย่อยสลาย กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไผ่ต่อไป นอกจากตัดแต่งต้นเก่าออกปีละครั้งแล้ว ช่วงเวลาฤดูฝนเป็นช่วงที่ต้องปล่อยให้หน่อไผ่ที่แทงออกห่างกอขึ้นลำ โดยกอหนึ่งจะปล่อยให้ขึ้นลำประมาณ 8-12 ลำ เพื่อเป็นลำแม่ที่จะให้หน่อในฤดูถัดไป ลำที่ปล่อยขึ้นใหม่จะมีแขนงออกตามข้อ ต้องคอยตัดแขนงทิ้ง แขนงที่อ่อนสามารถนำไปรับประทานได้ ในช่วงนอกฤดู แขนงจะไม่ออกเพราะหน่อไผ่ที่ออกมาจะถูกขุดขายตลอด ยิ่งขุดยิ่งออกมาเรื่อยๆ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงนาทีทอง ของคนที่ฝากปากท้องไว้กับไผ่ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกคบกับไผ่พันธุ์ไหน ไผ่บงหวานจะเก็บผลผลิตได้ 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ต่อวัน ช่วงนอกฤดูตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ทางสวนจะขายกิโลกรัมละ 50 บาท ช่วงในฤดูตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ทางสวนขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท รายได้เฉลี่ยของไผ่บงหวานอยู่ที่ 75,000 บาท ต่อไร่ต่อปี จากการที่ทางสวนได้เก็บข้อมูลไผ่บงหวาน เมื่อเปรียบเทียบกับไผ่สายพันธุ์อื่นๆ จะพบว่าไผ่บงหวานจะออกหน่อง่าย ออกได้เรื่อยๆทั้งปี ระยะเวลาที่หน่อโตพอที่จะขุดได้ใช้เวลาเพียง 2-3 วัน ในช่วงนอกฤดูจะออกหน่อดก แต่ในช่วงฤดูฝนก็ต้องปล่อยให้ขึ้นลำไปบ้าง จึงเก็บผลผลิตได้น้อยกว่าในช่วงนอกฤดู ในช่วงฤดูฝนเมื่อหน่อไผ่ธรรมชาติออกมา ทางสวนก็ยังขายหน่อได้ แม้จะได้ราคาไม่สูงมากเหมือนในช่วงนอกฤดู แต่เมื่อเทียบกับการไม่ต้องมีต้นทุนเรื่องน้ำเพราะส่วนมากจะอาศัยน้ำฝน ซึ่งก็ถือว่าพอใช้ได้ ถ้าเป็นไผ่สายพันธุ์อื่นๆจะมีปัญหาการขายในช่วงฤดูฝน

ตลาดของไผ่บงหวาน
หน่อไผ่บงหวานมีน้ำหนักเฉลี่ย 1-10 หน่อต่อกิโลกรัม คุณลำพึงบอกว่า  โดยทั่วไปแล้วตลาดมีความต้องการหน่อไม้ไผ่บงหวานที่มีขนาดนำหนักของหน่อ 6-8 หน่อต่อกิโลกรัม เนื่องจากเมื่อซื้อเป็นของฝากแล้วจะดูน่าซื้อคือขนาดไม่เล็กเกินไปคุณลำพึงยังบอกว่าหน่อไม้ไผ่บงหวานมีคุณภาพและรสชาติดีที่สุดเมื่อนำมาบริโภคสดๆ และเร็วที่สุด ถ้าปล่อยทิ้งไว้หลายวันความหวานจะลดลงเช่นเดียวกับข้าวโพดหวาน ดังนั้นการเก็บหน่อไม้ของคุณลำพึงจะมีการขุดขายวันต่อวัน ถึงแม้จะเก็บไว้ในตู้เย็นความหวานก็จะลดลง แต่ถ้าจะเก็บไว้บริโภคนานวันควรจะต้มให้สุกแล้วนำมาแช่แข็งจะดีกว่า

** ปัจจุบันในการส่งขายหน่อไผ่บงหวานของสวนเพชรน้ำผึ้ง จะเก็บในช่วงเวลาเช้า พอช่วงสายๆจะมีพ่อค้ามารับซื้อและตีรถเข้ากรุงเทพมหานครให้ทันเย็น จะขายต่อทันที จะทำให้ยังคงสภาพความหวานไว้ได้ ในขณะที่ถ้าเป็นพันธุ์ที่หน่อมีรสชาติขม ปล่อยทิ้งไว้ข้ามวันจะยิ่งขมขึ้นและเนื้อของหน่อจะแข็ง

Note

    ไม่ว่าปลูกพันธุ์ไหนก็จะต้องมีการดูแลและตัดแต่งกิ่งด้วยนะ มิฉะนั้นจะเป็นเช่นนี้






















2. ไผ่หวานเพชรล้านนา


  
หน่อมีสีเขียวขนสีดำปกคลุม  รสชาติหวานกรอบนิ่มกว่าหนองโดน  และหน่อใหญ่กว่าหนองโดนและบงหวานเพชรเมืองแพร่  ทดสอบอยู่พบว่าออกหน่อทะวายได้ดีกว่าเพชรภูเรือ  หน่อดก  แม้ในฤดูแล้ง

 สายพันธุ์ที่ดิบรสชาติหวานแบบมันแกวลาว  หน่อใหญ่กว่าไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง  นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน  ต้มกระดูกหมู   ผัดน้ำมันหอย  ชุบแป้งทอด  และอบแห้งดี

ได้สายพันธุ์มาจากประเทศจีน  เป็นไผ่หวานที่ทานดิบไม่มีรสขื่นรสขมได้เช่นเดียวกับไผ่บงหวานแต่มีหน่อที่ใหญ่กว่าคือ  หน่อละ  500-1,000  กรัม




3. ไผ่หวานเพชรภูเรือ


 ทานดิบหวาน  ทำอาหารแทนยอดมะพร้าว  และผักได้  ขนาดหน่อใหญ่กว่าเพชรน้ำผึ้ง  ไผ่หวานเพชรล้านนา

















แหล่งอ้างอิง
สวนคุณไผ่หวาน @ แพร่ 

สวนไผ่ นานาพันธุ์ หนองชะอม ปราจีนบุรี www.nanaphanmai.com 087-7816752,082-7040245
กิมซุง 40



ข้อมูลศึกษาดูงาน
สวนไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง คุณไผ่หวาน 
เลขที่  91  หมู่  4  ต.แม่จั๊วะ  อ.เด่นชัย  จ.แพร่ โทร.  083-266-3096 http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=1081.0

สวนไผ่ท่าผา @ ลำปาง ครูซอส 081-952 6331
415 ม.4 ซ.3 ต.ท่าผา อ.เกาะคา จ. ลำปาง 52130 อยู่ใกล้พระธาตุลำปางหลวง http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=4292.0


ยังไม่ว่างเข้าไปอ่าน
Comments