ความเอื้ออาทรที่ไม่มีวันจางหาย

ช่วงเวลาหนึ่งของเด็กผู้หญิงพลัดถิ่น ที่เข้ามาทำงานที่สนามกอล์ฟครั้งแรก..มาโดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาสมัครงาน..เพียงโทรคุยรายละเอียดกับผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างเท่านั้น..ซึ่งท่านต้องการรับสถาปนิกโครงการ ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางปาเขา ไม่มีแสงสีได้ในระยะเวลานาน ท่านจึงได้เชิญชวนให้มาดูบรรยากาศของที่นั่นก่อนค่อยตัดสินใจ..เสื้อยืดกางเกงยีนส์พร้อมลุยเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนสาวอีกหนึ่งคน..แต่ไม่คาดคิดว่าวันนั้นคือวันที่ต้องสัมภาษณ์งาน..(ก้มลงมองดูการแต่งกายสำหรับสัมภาษณ์งานของตัวเอง..โอ้!! พระเจ้าช่วย)
ด้วยความเอื้ออาทรของคุณเกรียงศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้าง(ซึ่งตอนหลังทุกคนสงสัยว่าตกลงมันเป็นเจ้านายกะลูกน้องหรือพ่อกะลูกเนี่ย!! ทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดง..แต่รักพ่อนะ).."สัมภาษณ์เลยก้อแล้วกันจะได้ไม่เสียเวลาไม่เสียค่ารถหลายรอบ" หลังจากการสัมภาษณ์ยังมิได้ตัดสินใจ ท่านก้อมิได้เร่งรัดใดๆ ด้วยเกรงว่า ผู้หญิงตัวคนเดียวเดินทางมาจากเมืองแห่งแสงสีเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่กลางป่ากลางเขา..จะอยู่ได้สักกี่วัน??..เดินออกจากห้อง ผู้จัดการด้วยอาการ 50/50 ..ทิวทัศน์โดยรอบ..ความงดงามแห่งหุบเขาและหญ้าสีเขียว..เปอร์เซ็นต์เริ่มพุ่งขึ้นเป็น 60 เดินผ่านคลับเฮ้าส์ออกไปในใจ เริ่ม 70 พอก้าวผ่านซุ้มกล้วยไม้ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อจากคลับเฮาส์ไปสู่โรงแรม..ความร่มรื่นสวยงามของพรรณไม้นานาพันธุ์ ความสงบเงียบปราศจากความพลุกพล่านของรถราในเมืองหลวง..วินาทีนั้นเอาเด็กผู้หญิงคนนั้นหันหลังให้ความศิวิไล ของในเมืองมาเลือกป่าเขาร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม.. อ่านต่อ..
Comments