เริ่มต้น AutoCAD ง่ายกว่าที่คิด


 
          การเขียนแบบใช้เป็นภาษาสากล เป็นระบบสร้างภาพเพื่อถ่ายทอดแบบที่อยู่ใน ความคิด หรือเพื่อช่วยเสริมให้การใช้คู่มือแนะนำการประกอบติดตั้งมีความถูกต้องแม่นยำ
งานเขียนแบบมีบทบาทสำคัญมาแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน อาชีพงานเขียนแบบได้แตกแขนง ออกไปอย่างมากมาย จนสามารถกำหนดเป็นลักษณะวิชาชีพงานเขียนแบบได้ ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของเราเอง ที่เริ่มต้นจาก เขียนแบบ สถาปัตยกรรม คือเขียนแบบบ้านนั่นเอง..แต่พลิกผันมาทำงานเขียนแบบ วิศวกรรม ซึ่ง ก้ออาศัยพื้นฐานการเขียนแบบเดียวกัน 
          ฉะนั้น เราจึงสรุปได้ว่า ถ้ามีพื้นความรู้ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เขียนแบบด้วยมือได้ อ่านแบบออก  AutoCAD ง่ายนิดเดียว  (คำว่าง่ายในความหมายของ "THeGaNG" มิได้หมายถึงง่ายสำหรับทุกคน หรือบุคคลทั่วไปนะคะ..)
 
ที่บอกว่าง่าย..ไม่ใช่ว่าเราเก่งนะ..
เพียงแต่ พยายามจะหาวิธี หรือเทคนิดเล็กๆ น้อยๆ ให้เพื่อนๆ สามารถเริ่มต้นเรียนรู้จากความเข้าใจ..มากกว่าท่องจำ..อะไรก้อตามที่เกิดจากความเข้าใจจะง่ายเสมอ..
 
ก่อนอื่น ต้องรู้จัก หลักการของ โปรแกรม Auto Cad
AutoCAD เป็น โปรแกรมไว้สำหรับเขียนแบบนั่นแหละ เปรียบเทียบกับการเขียนด้วยมือ ตรงที่
 
  •  ดินสอขีดเส้น ปากกา ก็คือ เครื่องมือขีดเส้น เปรียบได้กับคำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในการเขียนรูปที่เป็น เส้นตรง
  •  วงเวียน ก็คือ เครื่องมือเขียน วงกลมกับ เส้นโค้ง เปรียบได้กับคำสั่ง ที่ใช้ในการเขียน วงกลมและเส้นโค้ง
  •  ยางลบ ก็คือ ปุ่ม delete กับ เครื่องมือ ตัดเส้นที่วิ่งตัดกัน
  •  ไม้ที หรือ T-Slide เซต สเกล  ก็คือ การพิมพ์ตัวเลขเพื่อบอกระยะ

เดี๋ยวเราจะเริ่มต้นด้วยคำสั่งง่ายๆ ที่ใช้มากๆในการทำงานจริงก่อนนะคะ...อาจข้ามบางคำสั่งที่คุณเห็นในเมนู ซึ่งนั่นหมายความว่าคำสั่งต่างๆ เหล่านั้น เป็นคำสั่งขั้น  Advance ซึ่งยังไม่ควรเรียนในเบื้องต้นเพราะจะทำให้คุณสับสน..เอาเริ่มต้นแบบง่ายๆ ให้คุณคุ้นเคยกับมันก่อนแล้ว คุณจะค่อยๆหาคำตอบในเรื่องที่ยากขึ้นได้ด้วยตัวของคุณเอง..

เริ่มด้วยการเรียนรู้เรื่อง "คำสั่งที่ใช้ในการเขียนแบบ"

เราสามารถเรียกคำสั่งมาใช้งานได้สองวิธี คือ เรียกจากเมนูบาร์ หรือ Icon ลัดที่หน้าจอและ อีกแบบคือเรียกใช้โดยการพิมพ์คำสั่ง ที่ช่อง Command: ด้านล่างของจอ

กลุ่มคำสั่งพื้นฐานที่ควรรู้จัก
  กลุ่มคำสั่ง Draw
    line      เขียนเส้นตรง
    pline     เขียนเส้นตรงและเส้นโค้งแบบต่อเนื่อง
    arc     เขียนเส้นโค้ง
    circle     เขียนวงกลม
    rectangle     เขียนรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
    ellipse        เขียนรูปวงรี
    polygon    เขียนรูปหลายเหลี่ยม
    
กลุ่มคำสั่ง Modify
    copy     ก๊อบปีหรือ สร้างสำเนา     
    move     ย้าย
    mirror    ก๊อบปี้แบบสะท้อน (เหมือนกระจกเงา)
    array     ก๊อบปี้แบบจัดเรียง
    rotate    หมุน
    offset    ก๊อบปี้แบบคู่ขนาน
    fillet      ต่อเส้นให้บรรจบกัน
    trim      ตัดเส้น 
    entend  ต่อเส้น
 
  นอกจากนี้ คำสั่งที่ใช้กันบ่อยๆ ดังนี้
 
    strech    การยืดและหดเส้นครับ 
    undo      คือการยกเลิกคำสั่งที่ทำก่อนหน้า
    scale     คือการปรับเปลี่ยนสเกลของชิ้นงาน หรือตัวหนังสือ
    object snap คือตัวช่วยในการเขียนแบบเพื่อให้ง่ายดายและแม่นยำยิ่งขึ้น   ดังตัวอย่างในภาพ
       
   แป้นลัด ที่สำคัญ ควรรู้จัก..
    F1    help  โหมดช่วยเหลือ
    F2    text windows โหมดแสดงคำสั่ง  
    F3    Osnap on/off โหมดคำสั่งช่วยในการเขียนแบบ
    F7    grid on/off  แสดง แนวพิกัดคล้าย ๆ สมุดตารางกราฟ
    F8    ortho on/off  บังคับเส้นให้อยู่ในแนว แกน X,Y หรือ องศา 0,90,180,270 เท่านั้น
    F9    snap on/off  ตั้งค่าการก้าวกระโดดของตำแหน่งพิกัดเส้น
    
เมื่อเรารู้จักคำสั่งที่จำเป็นต้องใช้กันแล้ว..เราก้อสามารถเริ่มต้นเขียนแบบกันได้ง่ายๆ....โดยจะอ่านรายละเอียดแต่ละคำสั่ง ตอนนี้มาลองทำแบบฝึกหัดกันนะคะ..
 
 
 มีข้อสงสัยอะไรถามเพิ่มเติมมาได้นะคะ..จะหาคำตอบมาให้..
 
เชิญเขียนฝากข้อความจ้า
 
 *** เพิ่งนึกได้  มีเพื่อนๆ หลายคนที่เคยเรียนกันมาในชั้นเรียนแต่ไม่ค่อยเคยได้ใช้งาน..พอวันหนึ่งต้องใช่ เช่น ใช้ในการสัมภาษณ์งาน หรือเริ่มต้นงานใหม่..ต่างๆ นานา แต่เริ่มต้นไม่ถูก บ้างก้อนั่งงมกับการเซ็ต limits (ตั้งค่าหน้ากระดาษ) บ้างก้อ layer หรือ วุ่นอยู่กับหน้า LayOut...ขอไขข้อข้องใจไว้ให้ตรงนี้เลยนะคะ....
       เพื่อนๆ ที่กำลังสับสนกับเรื่องดังกล่าว..ขอบอกว่า อย่าหลงประเด็น..หน้าจอมีสองโหมด ผู้เริ่มต้นทั้งหลาย ไม่ต้องไปสนใจ โหมด LayOut เลยนะคะ อันนัั้น ขัั้นเทพเขาใช้งาน เพราะมันไว้ใช้จัดหน้ากระดาษปริ๊น..ซึ่งมันยากมากมายสำหรับผู้เริ่มต้นที่จะสามารถทำความเข้าใจกับมันได้..
       ให้เพื่อนๆ สนใจเฉพาะโหมด Model เท่านั้น!!!!  เริ่่มต้นด้วยการ เซ็ตเลเยอร์ก้อได้..เพื่อเป็นประโยชน์ในการสั่งปริ๊นท์หรือแก้ไขงานในอนาคต (หรือหากนำไปใช้ตอนสัมภาษณ์งานที่ต้องการความรวดเร็วไม่จำเป็นต้องเซ็ตเพราะเรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ณ เวลานั้น)  ขั้นต่อไปคือการเลือกหน่วยสำหรับการทำงาน..ไม่ต้องซีเรียสเรื่องสเกลใดใดทั้งสิ้น เลยนะคะตรงนี้..ขอบอกว่า ให้เพื่อนๆ มองดูชิ้นงานของตนว่าเราใช้หน่วยอะไร..แต่ไม่ต้องแปลงใดใดทั้งสิ้น...1:1 unit หมายความว่า เขียนใน สเกล 1:1 เช่น..
งานสถาปัตยกรรม เวลาเราเขียนแบบบ้าน..หน่วยที่ใช้ คือ เมตร  1: 1 ของเพื่อนๆ คือ 1 unit = 1เมตร  ครึ่งเมตร เราเรียก 0.50 ม. อยู่แล้ว ใช้ระยะ 0.5 ได้เลย..ตรงนี้ เพื่อความง่ายไม่ต้องนั่งเทียบหาค่า ง่ายในการใส่ Diamension อีกทั้ง มีประโยชน์ เราสามารถ เช็คขนาดพื้นที่ด้วยคำสั่ง Area ได้เลย(แล้วจะแนะให้ในบทต่อๆ ไป)
งานวิศวกรรม เราใช้ หน่วยเป็น มิลลิเมตร ดังนั้นเพื่อนๆ ก้อ ให้ 1 หน่วยของเพื่อนๆ = 1 มิลลิเมตร..เวลาเราใส่ diamension ไม่ต้องเซ็ตอะไรมาก..ก้อใช้ได้เลย สะดวกรวดเร็ว..
ส่วนเรื่องการปริ๊นท์งาน เราก้อทำจากในโหมด โมเดลได้เลย ไม่ต้อง หวังพึ่ง layout ให้ยุ่งยาก..แล้วจะบอกทีหลังนะคะ..
 
 

กลับไปเฮฮาที่หน้าเดิม...

 

ที่ะไไตล์เดอะก๊ค์

วันวาน...

 

วันวาน..ไทยแลนด์..


 
 
Comments