เรียนอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ โดย นพ.รุ่งโรจน์  มหาชัยเอกอารีย์ 

 


แหล่งรวมข้อมูลจากเพื่อนนักศึกษาเ้่พื่อนักศึกษานิติมสธ.


      บทความของนายแพทย์รุ่งโรจน์  มหาชัยเอกอารีย์   นิติศาสตรบัณฑิต  เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง  เกรด ๔.๐๐ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้รับราชทานปริญญาบัตร มกราคม ๒๕๕๑  สำเร็จการศึกษาเนติบัณฑิตไทย  โดยสอบได้เนติบัณฑิต เป็นอันดับที่สอง  ด้วยคะแนน ๓๐๘ (ลำดับที่หนึ่งได้คะแนน ๓๐๙ คะแนน)
 

 ___________________________

     ผมได้อ่านบทความหนึ่งในวารสารสุโขทัยธรรมาธิราช ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๑  เดือนมิถุนาย ๒๕๕๑ ซึ่งประทับใจมาก อยากให้เพื่อนๆได้อ่านเป็น แนวทางในการเรียน

     และต้องขออนุญาตมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

                                                                       ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
 อนุสรณ์  อาจทวีกุล

___________________________

Folderรวมข้อสอบเก่า
Folder
รวมสรุปย่อ นิติ 

  • แยกรายวิชา
  • Folderกม.เบื้องต้น
  • Folderกม.อาญา 1
  • Folderกม.อาญา 2
  • Folderกม.แพ่ง 1
  • Folderกม.แพ่ง 2
  • Folderกม.แพ่ง 3
  • Folderกม.พาณิชย์ 1
  • Folderกม.พาณิชย์ 2
  • Folderกม.พาณิชย์ 3
  • http://s.scribd.com/images/minis_silk/folder.gif?1226117855กม.พาณิชย์ 4
  • Folderกม.สบัญญัติ 1
  • Folderกม.สบัญญัติ 2
  • Folderกม.สบัญญัติ 3
  • Folderกม.มหาชน
  • Folderกม.ทรัพย์สิน
  • Folderกม.ระหว่างประเทศ
  • Folderกม.ประสบการณ์
    __________________
  • Folderกม.ภาษีอากร
  • Folderกม.แรงงาน __________________ 
  • Folderปกิณณะ กม.
  • Folderมาตราที่ควรดู
    __________________ 
  • Folderกระดานสนทนา
    Folderก๊วนกฎหมาย
    __________________ 
    Folderผู้จัดทำ
    Folderติดต่อสอบถาม



    ฝากข้อความ




    มีคนหลงเข้ามาดูดทั้งหมด
    Free Counters
    (เริ่มนับตั้งแต่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)













    สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 2



    รายการถ่ายทอดสด





    http://www.watkungtaphao.ob.tc/index.php_files1/index.gif.

    ตรวจสอบกฎหมายแก้ไขใหม่

    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/RKJ/images/head_lastest.gif

  • เรื่อง เรียนอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ

    การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  มีความแตกต่างจากการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยอื่นๆ  คือนักศึกษา มสธ.  ต้องศึกษาด้วยตนเองเป็นหลัก  การเรียนในห้องเรียนเป็นรอง  แต่ก็มีความสำคัญ  เพราะวิชานิติศาสตร์เป็นวิชาที่อาศัยการคิดวิเคาะห์  หาเหตุผล  จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระหว่างอาจารย์กับศึกษา  หรือระหว่างนักศึกษาด้วยกันกันเอง  แล้วเราควรจะทำอย่างไรเพื่อให้เรียนจบภายในกรอบเวลาที่กำหนด   มีความรู้เพื่อนำไปใช้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น  หรือการทำงานได้อย่างถูกต้อง

              ปัจจัยที่ทำให้ประสบผลสำเร็จในด้านการเรียน  มีดังนี้

    ๑.      ปัจจัยภายในตัวของเราเอง

                ๑.๑  การวางเป้าหมายของการเรียน  เราต้องวางเป้าหมายของการเรียนว่าต้องการเรียนนิติศาสตร์เพื่ออะไร   แต่ละคนย่อมมีเป้าหมายแตกต่างกัน    บางคนต้องการเรียนเพื่อรู้จะใช้ทำงานได้  บางคนต้องการเรียนเพื่อใช้ประกอบวิชาชีพ  บางคนต้องการเรียนเพื่อให้ได้ชื่อว่าจบปริญญาตรี  หรือบางคนต้องการเรียนเพื่อใช้ปรับคุณวุฒิในการทำงาน  เป้าหมายที่แตกต่างกันเช่นนี้ทำให้ความพยายามในการเรียนแตกต่างกัน  และทำให้โอกาสในการประสบผลสำเร็จในการเรียนแตกต่างกันด้วย  ขอแนะนำให้วางเป้าหมายในระดับที่สูงกว่าเพื่อให้เกิดแรงขับและมีความพยายามมากขึ้น  โอกาสประสบความสำเร็จในด้านการเรียนมากขึ้น

                            ๑.๒  การวางแผนในด้านกรอบเวลาของการเรียน  ข้อจำกัดของ มสธ.  คือนักศึกษาลงทะเบียนเรียนในภาคปกติได้ไม่เกินภาคเรียนละ ๓ วิชา   บางชุดวิชา มีเวลาสอบตรงกัน  ซึ่งลงทะเบียนในชุดที่มีเวลาตรงกันไม่ได้  และมีบางชุดวิชาที่เปิดภาคปกติเพียงปีละ ๑ ครั้ง  เช่น  กฎหมายพาณิชย์ ๑-๔  ทำให้การเลือกลงทะเบียนในแต่ละภาคยากพอสมควร  อาจจะมีผลให้เรียนไม่จบภายในกรอบเวลาที่เรากำหนดไว้

                            ทางแก้คือ  วางแผนการลงทะเบียนล่วงหน้าไว้ตลอดหลักสูตร ว่าเราจะเรียนวิชานี้ในเทอมที่เท่าไร  โดยอาศัยตารางสอบในปีก่อน  เพื่อดูว่าวิชาที่เลือกไว้  สอบไม่ตรงกัน

                            ข้อดีของวิธีนี้ คือ  สามารถจัดชุดวิชาที่ทำความเข้าใจได้ยากมาปนกับชุดวิชาที่ทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า สะดวกในการเตรียมตัวสอบ  และการที่เราลงทะเบียนเร็ว  ทางมหาวิทยาลัยก็จัดส่งเอกสารประกอบชุดวิชาให้เราได้เร็ว  ทำให้มีช่วงเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น  เช่น   เรารู้ว่าเทอมนี้เราจะลงทะเบียนเรียนวิชากฎหมายพาณิชย์ ๓ ,พาณิชย์ ๔, กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน  ก็ลงทะเบียนเรียนให้เร็วที่สุด  ผลดีของการลงทะเบียนเร็วคือ  ทางมหาวิทยาลัยจะจัดส่งเอกสารให้เร็วด้วย  โดยจะได้รับเอกสารประมาณปลายเดือนตุลาคม ทำให้นักศึกษามีเวลาศึกษาเอกสารการสอนนานถึง ๖ เดือน  ก่อนจะสอบในเดือนเมษายนของปีถัดไป    แต่ถ้าหากไม่รู้ว่าจะลงทะเบียนเรียนวิชาอะไร  และลงทะเบียนช้า  ทางมหาวิทยาลัยจัดส่งเอกสารให้เดือนธันวาคม  เท่ากับเสียโอกาสไป ๒ เดือนแล้ว

                            วิธีนี้จะได้ผลดีในกรณีที่ไม่มีการสอบตก หรือสอบตกแต่สอบซ่อมผ่าน  ฉะนั้นต้องตั้งใจเรียน  พยายามไม่สอบตก  หากทำได้ตามแผนนี้เราก็จะเรียนจบได้ภายในกรอบเวลาที่เรากำหนดไว้

                            ส่วนการลงทะเบียนเรียนภาคพิเศษ  อาจเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เรียนจบเร็วขึ้น  หรือเป็นทางแก้ในกรณีที่สอบตกแล้วสอบซ่อมไม่ผ่าน  แต่ต้องให้เวลากับการเรียนเพิ่มมากขึ้น  เช่น  สอบภาคพิเศษ เดือนสิงหาคม ๑ ชุดวิชา  และสอบภาคปกติเดือน ตุลาคมอีก ๓ ชุดวิชา  เท่ากับในช่วง ๖ เดือน(พ.ค. – ต.ค.) สอบถึง ๔ ชุดวิชา  จึงต้องมีความพยายามมากขึ้น

                            สำหรับโครงการสัมฤทธิบัตร  ซึ่งสามารถโอนชุดวิชาเข้ามาในภาคปกติได้นั้น  ก็เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เรียนจบเร็วขึ้น  แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีโอกาสจะได้เกียรตินิยม  เพราะการโอนชุดวิชาเช่นนี้ ทำให้ไม่มีสิทธิได้เกียรตินิยม  แม้ว่าเกรดเฉลี่ยจะถึงเกณฑ์จะถึงเกณฑ์ก็ตาม

                            ๑.๓  ความมีวินัยในการเรียน  เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก  ต้องจัดเวลาไว้โดยเฉพาะเพื่อการเรียนไม่ใช่รอให้ว่างก่อนแล้วค่อยเรียน  สำหรับเวลาที่จัดไว้ขึ้นกับผู้เรียนแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปตามภาระหน้าที่การงาน  ขอแนะนำให้จัดเวลาไว้ ๓-๔ ชั่วโมงต่อวัน  และควรเป็นเวลาช่วงเดียวกันทุกวัน  เมื่อกำหนดช่วงเวลาได้แล้ว   ต้องตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง   กำจัดสิ่งที่รบกวนการเรียนออกไป  และอดทนควบคุมตนเองให้มีสมาธิให้ได้  ในช่วง ๑ เดือนแรก   อาจจะทำได้ยาก  แต่ต่อมาจะรู้สึกคุ้นเคยจนกระทั้งถ้าวันใดไม่ได้อ่านหนังสือจะรู้สึกหงุดหงิดเหมือนขาดสิ่งสำคัญไปอย่างหนึ่ง   หากทำเช่นนี้ได้  จะให้เวลาเรียน ๑ ชุดวิชาภายใน  ๑ เดือน  แล้วแบ่งเวลา ๓ เดือนแรก (พ.ค.-ก.ค.) ยังไม่มีการสอนเสริม  อ่านจบครบ ๓ ชุดวิชา  ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. อ่านทบทวนให้สอดคล้องกับการสอนเสริม เดือนตุลาคม  เตรียมตัวสอบเอาข้อสอบเก่ามาทำ  เท่ากับอ่านหนังสือชุดวิชาละ ๒ รอบ บางครั้งได้อ่านถึง ๓ รอบ

                            ๑.๔  การศึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือจากตำราของ มสธ.  จุดเด่นของตำราของ มสธ.  คือ มีความละเอียดในเนื้อหา  แต่จุดด้อยคือ  ปรับปรุงเนื้อหาไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ  ซึ่งเห็นได้ชัดในชุดวิชากฎหมายมหาชน  กฎหมายวิธีสบัญญัติ ๒(ปัจจุบันได้ปรับปรุงใหม่แล้ว)  ผู้เรียนต้องศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือกฎหมายอื่นด้วย  มิฉะนั้นจะตามกฎหมายใหม่ไม่ทัน

                ๒.  ปัจจัยภายนอก

                            ๒.๑  สิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเรียน  เช่น ความสงบเงียบ  การไม่ถูกรบกวนจากคนรอบข้าง  โทรทัศน์  โทรศัพท์  ควรจัดมุมการเรียนไว้โดยเฉพาะ

                            ๒.๒  การจัดช่วงเวลาให้เหมาะสมต่อการเรียน  ต้องไม่ให้กระทบกับการทำงาน  และการให้เวลากับครอบครัว

                ๓.  ปัจจัยส่งเสริมการเรียน

                            ๓.๑   การสอนเสริม  เป็นสิ่งสำคัญมาก  เพราะวิชานิติศาสตร์เป็นวิชาที่ใช้เหตุผล  แนวคิดของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน   การสอนเสริมเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็น  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน  และอาจารย์จะอธิบายให้ชัดเจนมากขึ้น  การไปเรียนสอนเสริม  ผู้เรียนต้องเตรียมตัวโดยอ่านหนังสือให้จบอย่างน้อย ๑ รอบก่อนไปเรียน  หากจัดเวลาอ่านหนังสือได้วันละ  ๓-๔ ชั่วโมงดังกล่าวมาแล้ว  จะอ่านหนังสือได้ ๒ รอบก่อนไปเรียนด้วยซ้ำ  แนะนำให้จดคำถามที่เราสงสัยไว้ถามอาจารย์  และทำความรู้จักกับเพื่อนๆ  ที่ไปเรียน เพื่อจัดกลุ่มติวกันเองต่อไป

                            ๓.๒  ข้อสอบเก่า  ช่วยได้มากในการเตรียมสอบเดือนสุดท้าย (เดือนตุลาคม)  นำมาหัดทำโดยการลงมือเขียนตอบเสมือนว่าตนยู่ในห้องสอบ  ช่วงแรกๆ เปิดตัวบทช่วยได้  อาจใช้เวลาทำข้อสอบอัตนัยข้อละ ๔๕ นาทีในข้อแรกๆ ของการฝึก   ต่อมาเขียนให้กระชับขึ้นไม่วกวนไปมา  ต้องใช้ถ้อยคำในตัวบท  ใช้ภาษาหนังสือ  ไม่ใช่ภาษาพูด    ถัดไป เขียนตอบโดยไม่ดูตัวบท  พยายามฝึกไปเรื่อยๆ   จนใช้เวลาข้อหนึ่งไม่เกิน ๒๐ นาที ถือว่าใช้ได้  ที่สำคัญคือ  ต้องลงมือเขียนจริงๆ ไม่ใช่นึกคิดเอาในใจว่าตอบอย่างนี้อย่างนั้นโดยไม่เขียน   การสอบในระดับที่สูงขึ้นไปจะไม่ลำบาก

                            ๓.๓  การจัดกลุ่มติว  แนะนำให้จับกลุ่มติว  กลุ่มละ ๕-๗ กำลังเหมาะ ผู้ที่เป็นติวเตอร์จะต้องอ่านหนังสือให้รู้จริง  มีความแม่นยำ  และต้องมีเทคนิคการถ่ายทอดที่ดี  ติวเตอร์จะได้ประโยชน์ในการติว คือ  ได้ประเมินตนเองว่าเข้าใจจริงหรือไม่  อธิบายแล้ว ผู้อื่นเข้าใจหรือไม่  ถ้าทำได  จะเสริมความมั่นใจในการสอบ ถ้ายังติดๆ ขัดๆ  อยู่จะได้รู้จุดบอดของตัวเองแล้วไปแก้ไข  ส่วนเพื่อนๆ ในกลุ่มติว  ก็ได้รับความรู้  บางคนบอกว่า “มาติวได้ความรู้มากกว่าอ่านเอง”  ก็มีปัจจัยทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผู้เขียนใช้  และประสบผลสำเร็จในการเรียน  ยังมีอีกหลายๆวิธีซึ่งต้องปรับไปตามสภาพของแต่ะละคน  ที่สำคัญคือต้องอดทน  อย่าท้อแท้ต่อการเรียน  ให้มองความสำเร็จในอนาคตมาเป็นกำลังใจให้ตัวเอง

     ---------------------------------------------------------------------------------------

    ที่มา http://www.stou.ac.th/forum/display_topic_threads.asp?ForumID=9&TopicID=29669&PagePosition=2