ประวัติ ดอกอ้อ ทุ่งทอง

 
 
อกหักวันแห่เทียน
เบอร์โทรเจ้าชู้

ดอกไม้จากผองศิษย์

ด้วยรักแด่ครูสลา
หนุ่มบ้านเฮา สาวโรงงาน
เพลงรักกราบตักแม่

ม่วนรวมมิตร ฮิตซอดแจ้ง

ของ ศิริพร อำไพพงษ์
ในเพลง ไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้
 
สองศรีพี่น้อง ดอกอ้อ ทุ่งทอง และน้อง ก้านตอง ทุ่งเงิน ได้ในอัลบั้มชุด "ม่วนรวมมิตร ฮิตซอดแจ้ง" ของพี่นาง ศิริพร อำไพพงษ์ ในเพลง ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ ในเวอร์ชั่น เซิ้ง
 
 
 
::::::: บนเส้นทางแห่งชีวิตที่ไม่อาจลิขิตได้ ความยากจนของครอบครัวทำให้หลายคนต้องเจอกับอุปสรรคมาตั้งแต่เกิด ดังเช่นศิลปินลูกทุ่งสาว “ ดอกอ้อ ทุ่งทอง” ผู้ที่อยู่กับความจนอย่างที่หัวใจของเธอไม่ปรารถนา แต่ปัญหาทางฐานะกลับเป็นวัคซีนที่ทำให้ดอกอ้อต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ กระทั่งประสบความสำเร็จได้เป็นนักร้องสังกัดแกรมมี่โกลด์ ผ่านผลงานเพลงมาถึงปัจจุบันเป็นชุดที่สองแล้ว จากอัลบั้มแรก “ อกหักวันแห่เทียน” ที่พลิกผันชีวิตดอกอ้อ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงลูกทุ่ง จนถึงอัลบั้มชุดที่สอง “เบอร์โทรเจ้าชู้” และอัลบั้มล่าสุด “ หนุ่มบ้านเฮาสาวโรงงาน” ที่ร้องคู่กับ ศร สินชัย เป็นครั้งแรก
::::::: ดอกอ้อ ทุ่งทอง เมื่อราว 20 ปีก่อน เธอคือ เด็กหญิง บุปผา บุญมี วัย 8 ขวบ ที่ถือกำเนิด ณ หมู่บ้านเล็กๆ ใน ต.โนนค้อ อ.บุญฑริก จ. อุบลราชธานี แม้จะอยู่ในช่วงวัยเด็กที่กำลังเจริญเติบโตและต้องการพักผ่อน แต่ด้วยความที่ถือกำเนิดในครอบครัวที่ยากจน จึงต้องทำงานหาบเหงื่อต่างน้ำราวกับผู้ใหญ่ เริ่มที่กิจวัตรประจำวันงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการหุงหาอาหาร ปัดกวาด เช็ดถูบ้าน ดอกอ้อ ลงมือทำโดยไม่เคยบ่น และยังต้องเดินทางรับจ้างหาบน้ำจากลำห้วยราว 10 กิโลเมตร เพื่อแลกกับงินเพียงไม่เกินวันละ 50 บาท เสร็จจากหาบน้ำก็ต้องเก็บผัก ดอกเห็ด และ หอย ตามท้องไร่ท้องนามาขาย หรือ ถ้าสบโอกาสเจอขวดน้ำเปล่าที่ใช้หมด ถูกโยนทิ้งเธอก็จะเก็บมาขาย สารพัดที่จะทำเพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว ด้วยจิตสำนึกอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นพี่คนโต ถือว่าเป็นเสาหลักรองจากพ่อแม่ ที่ต้องดูแลน้องสาวและนองชายอีก 4 คน พอถึงหน้านาก็หารายได้จากการรับจ้างถอนต้นกล้าข้าว มัดละบาท ตกเฉลี่ยได้วันละ 100 บาท
 
 
 
 
ดังสุภาสิตที่ว่าอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น ดอกอ้อจะช่วยทำทุกอย่างที่จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวพ่อแม่บุญธรรม โดยเช้าตรู่ของทุกวันจะต้องเตรียมหุงหาอาหาร และ จัดเตรียมร้านขายก๋วยเตี๋ยวของพ่อบุญธรรม ซึ่งขณะพักกลางวันตอนเรียนยังแวะกลับบ้านเพื่อมาช่วยขายด้วย รวมทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ของทุกคนในครอบครัว ยังนำไปซักที่บ่อน้ำบาดาลต้องเดินเท้าไปไกลเป็นกิโลฯ ด้วยจิตสำนึกที่เธอเปิดใจว่าเพราะไม่อยากสร้างความลำบากให้กับพ่อแม่บุญธรรม ท่านคือผู้ที่มีพระคุณอุปการะให้มีอนาคตทางการศึกษาให้ดีขึ้น บ่อยครั้งที่ดอกอ้อปฏิเสธความช่วยเหลือจากพ่อแม่บุญธรรมที่หยิบยื่นให้ในเรื่องอื่นๆ เช่นการซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ เพราะรู้ดีว่าท่านยังมีลูกในไส้ที่ต้องเลี้ยงดู ดอกอ้อจึงได้ใส่แต่เสื้อผ้าตัวเก่า
:::::ภายหลังพอที่จะมีเงินเรียนต่อ จึงส่งตัวเองเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนาส่วงวิทยาคม และได้อยู่กับคณะหมอลำของโรงเรียน แต่ชีวิตก็ไม่ได้สุขสบายขึ้น รายได้จากการอยู่คณะหมอลำไม่พอรายจ่ายในชีวิตประจำวันที่ตัวเองแบกรับอยู่ และบ่อยครั้งที่ต้องทำงานจนแทบไม่มีเวลานอนจนครูในโรงเรียนเห็นดอกอ้อนั่งหลับจากความอ่อนเพลียเดินสายกับคณะหมอลำและยังต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อหุงหาอาหารให้กับปู่และย่าของพ่อบุญธรรมที่ตัวเองอาศัยบ้านอยู่ เวลาที่เหลืออันน้อยนิดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ไหนที่ไม่มีงาน วันศุกร์หลังเลิกเรียนและซ้อมรำตอนค่ำ ดอกอ้อจะไม่ลืมกลับบ้านเกิดไปเยี่ยมพ่อแม่ที่อยู่ต่างอำเภอราว 80 กิโลฯ พร้อมกับนำเงินที่สะสมได้อันน้อยนิดไปช่วยเหลือที่บ้าน บางครั้งไม่มีเงินค่ารถกลับบ้านก็ต้องโบกรถตามข้างทาง
นาข้าวที่ต้องเช่าและน้องที่มักจะเจ็บออดแอดเป็นประจำ ทำให้พ่อของดอกอ้อต้องแบกไข่ไก่ที่รับซื้อมาไปหาบปิ้งขายตามโรงงานในกรุงเทพฯ จนบ่าของพ่อเป็นรอยช้ำ ซึ่งคราใดที่เธอพูดถึงเรื่องนี้จะต้องหลุดน้ำตาออกมาทุกครั้ง พร้อมทั้งทั้งตัดพ้อตัวเองที่ไม่อาจทำให้พ่ออยู่อย่างสุขสบายได้
:::::::แต่สิ่งที่ทำให้ดอกอ้อคลายความโศกเศร้าได้บ้างก็คือความภูมิใจที่ตนเองได้ทุนเรียนดีและยังเป็นนักเรียนดีเด่นที่ทำให้กับโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆรวมถึงกิจกรรมแสดงละครและอ่านกลอนหน้าเวที
 

 

เกียรติบัตรและรางวัลที่ผ่านมาในชีวิตสมัยตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนจึงถูกเก็บไว้เพื่อย้ำเตือนความทรงจำเสมอ และยังเคยได้ทุนการศึกษาจาก ฯพณฯ ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้นอีกด้วย

:::::::ด้วยความสามารถในการร้องลำหน้าเวทีที่มีรางวัลเป็นเครื่องการันตรี ทำให้ดอกอ้อได้โควตาเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในคณะศิลปะศาสตร์เอกดนตรีและนาฏศิลป์ พร้อมกับได้ร่วมกับคณะวงโปงลางของมหาวิทยาลัยแต่ความยากจนก็เล่นงานเธออีกครั้งแม้จะได้ทุนเรียนต่อฟรีแต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทั้งค่าเช่าหอพักและค่าเครื่องแต่งกาย จำต้องแบกภาระเองทุกอย่าง ดอกอ้อจึงตัดสินใจละทิ้งการเรียนอย่างน่าเสียดาย โดยคิดว่ายอมละการเรียนเพื่อหาเงินส่งน้องเรียนต่อและช่วยเหลือพ่อแม่ที่ยังลำบาก ดีกว่าต้องไปรบกวนเอาเงินของครอบครัวมาช่วยเหลือการเรียนของตนเอง

 

:::::ชีวิตพลิกผลันเมื่ออยู่มาวันหนึ่ง ดอกอ้อไปขายเสื้อผ้า แล้วลูกค้าของเธอชักชวนให้ไปขายประกันชีวิตด้วยกัน อย่างไม่มีอะไรจะสูญเสีย เพราะงานนี้แทบไม่ต้องลงทุนอะไร ทั้งค่าสมัครและค่าที่พักคนชักชวนออกให้หมด หลังขายประกันได้ระยะหนึ่งรายได้ที่เริ่มงอกเงยขึ้น พอที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นมาบ้าง แต่ด้วยใจรักในอาชีพร้องรำ จึงยังไม่ทิ้งงานเดินสายไปกับคณะหมอลำที่ตนเรียนสมัยมัธยม และบางครั้งนึกสนุกก้ไปประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ จึงได้เจอกับนักแต่งเพลงมือทอง “ ครูสลา คุณวุฒิ “ ที่เป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด ครูสลาทาบทามให้ดอกอ้อไปเทสต์เสียงที่แกรมมี่โกลด์ แต่ด้วยความประหม่าในครั้งนั้น เสียงร้องจึงไม่ได้มาตรฐานที่ทีมงานต้องการ และต้องกลับมาซ้อมร้องเพื่อรอโอกาสไปเทสต์เสียงใหม่
อีกครั้ง
:::::::ระหว่างที่รอเทสต์เสียงใหม่ ดอกอ้อได้พบกับนักจัดรายการวิทยุที่จังหวัดอุบลฯ ที่ชื่ออนุชิต และนักแต่งเพลง อาจารย์สุดโก้ เจียระไน ซึ่งทั้งสองท่านให้การชี้แนะเรื่องการร้องเพลงจนมีวิธีการร้องที่ดีขึ้น ท่านทั้งสองยังทำเดโมตัวอย่างเสียงร้องไปนำเสนอกับแกรมมี่โกลด์ อีกครั้งหนึ่ง ครวนี้เลยได้ทำอัลบั้มสมใจในชุด “ อกหักวันแห่เทียน ” และผลงานล่าสุด“ เบอร์โทรเจ้าชู้ ” ที่วางแผงในปีนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่เป็นเรื่องที่หน้าเศร้า หลังจากออกอัลบั้มชุดแรกของดอกอ้อไม่กี่เดือน พ่อก็ต้องมาจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เสาหลักของครอบครัวพังคลืนลงมาโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว เพราะพ่อคือที่ปรึกษาของดอกอ้อมาโดยตลอด
:::::ความสะเทือนใจผนวกกับความเหนื่อล้าจากการทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือครอบครัว จนบางครั้งกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่ไม่อยากให้แม่และน้องเห็นความอ่อนแอ จึงต้องถีบจักรยานไปร้องที่อื่น
การได้เป็นนักร้องที่มีผลงานอัลบั้มของตนเองในค่ายเพลงที่มีมาตรฐาน ซึ่งแน่นอนชีวิตย่อมมีความสุขสบายขึ้น แต่ความสุขตามความหมายของดอกอ้อทุกวันนี้ คือที่บ้านได้ปูหลังคาใหม่ ไม่ต้องนอนหลบน้ำฝนที่หยดจากหลังคารั่วอีกต่อไป และที่พื้นใต้ถุนของบ้านก็ได้ปูซีเมนต์ ไม่ได้ร่ำรวยเงินถุงเงินถังอย่างคนมีเงินเลยแม้แต่น้อย และที่ฟังแล้วน่าสะเทือนใจก็คือบ้านของดอกอ้อพึ่งมีส้วมเพียงไม่กี่ปีนี่เอง ทั้งที่บ้านอื่นในระแวกเดียวกันมีครบกันทุกบ้านแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวของเธอต้องใช้ห้องน้ำตามธรรมชาติเป็นที่ปลดทุกข์
แม้วันนี้ดอกอ้อจะรู้สึกเสียใจที่พ่อต้องมาจากไปในวันที่เธอพึ่งก้าวเข้าสู่ความสำเร็จของชีวิต แต่ในความเสียใจนั้น ก็ยังแฝงความภูมิใจอยู่ลึกๆ ที่ตัวเองสามารถสู้ชีวิตจากคนที่ติดดินแทบไม่มีอะไรเลย จนมีทุกอย่างเทียบชั้นกับคนปกติในสังคม และทุกวันนี้ยังได้กำลังใจจากแม่และน้องที่เปรียบเสมือนโอสถ์ให้มีแรงสู้ต่อไป โดยเฉพาะเรื่องการศึกาที่ตัวเองเคยพลาดโอกาสมาแล้ว
:::::::ถึงตอนนี้ดอกอ้อจึงตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญญาตรีอีกครั้งที่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)
เรื่องราวทั้งหมดเป็นอีกบทละครในชีวิตจริง ของผู้หญิงตัวเล็กๆที่ชื่อ "ดอกอ้อ ทุ่งทอง"

 

ถ้วยรางวัล และ ประกาศนียบัตร ของ ดอกอ้อ ทุ่งทอง

 

 


xcups_cers.jpg

cer_1.jpg

cer_2.jpg

cer_3.jpg

cer_4.jpg

cer_5.jpg

cer_6.jpg

cer_7.jpg

cup_1.jpg

cup_2.jpg

cup_3.jpg

cup_4.jpg

cup_5.jpg

cup_6.jpg

cup_7.jpg

cup_8.jpg

cup_9.jpg

ข้อมูลจาก ดอกอ้อแฟนคลับ

 
ชื่อจริง : นางสาวบุปผา บุญมี
บ้านเกิด : บ้านเลขที่ 53 หมู่ 1 บ้านโนนค้อ ตำบลโนนค้อ อำเภอบุณฑริก จ. อุบลราชธานี
บิดา :.นายสง่า บุญมี (เสียชีวิตเมื่อปี 26 ตุลาคม 2546)
มารดา : นางสำราญ บุญมี
พี่น้อง : มีพี่น้อง 5 คน เป็นคนโตของครอบครัว มีน้องสาว 2 คน น้องชาย 2 คน
การศึกษา
- ระดับประถมศึกษา : โรงเรียนบ้านโนนค้อ ตำบลโนนค้อ อำเภอบุณฑริก จ. อุบลราชธานี
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนนาส่วงวิทยา อำเภอเดชอุดม จ. อุบลราชธานี
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย : โรงเรียนนาส่วงวิทยา อำเภอเดชอุดม จ. อุบลราชธานี
 
 
 

 

 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่เป็นเรื่องที่หน้าเศร้า หลังจากออกอัลบั้มชุดแรกของดอกอ้อไม่กี่เดือน พ่อก็ต้องมาจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เสาหลักของครอบครัวพังคลืนลงมาโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว เพราะพ่อคือที่ปรึกษาของดอกอ้อมาโดยตลอด
:::::ความสะเทือนใจผนวกกับความเหนื่อล้าจากการทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือครอบครัว จนบางครั้งกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่ไม่อยากให้แม่และน้องเห็นความอ่อนแอ จึงต้องถีบจักรยานไปร้องที่อื่น
การได้เป็นนักร้องที่มีผลงานอัลบั้มของตนเองในค่ายเพลงที่มีมาตรฐาน ซึ่งแน่นอนชีวิตย่อมมีความสุขสบายขึ้น แต่ความสุขตามความหมายของดอกอ้อทุกวันนี้ คือที่บ้านได้ปูหลังคาใหม่ ไม่ต้องนอนหลบน้ำฝนที่หยดจากหลังคารั่วอีกต่อไป และที่พื้นใต้ถุนของบ้านก็ได้ปูซีเมนต์ ไม่ได้ร่ำรวยเงินถุงเงินถังอย่างคนมีเงินเลยแม้แต่น้อย และที่ฟังแล้วน่าสะเทือนใจก็คือบ้านของดอกอ้อพึ่งมีส้วมเพียงไม่กี่ปีนี่เอง ทั้งที่บ้านอื่นในระแวกเดียวกันมีครบกันทุกบ้านแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวของเธอต้องใช้ห้องน้ำตามธรรมชาติเป็นที่ปลดทุกข์
แม้วันนี้ดอกอ้อจะรู้สึกเสียใจที่พ่อต้องมาจากไปในวันที่เธอพึ่งก้าวเข้าสู่ความสำเร็จของชีวิต แต่ในความเสียใจนั้น ก็ยังแฝงความภูมิใจอยู่ลึกๆ ที่ตัวเองสามารถสู้ชีวิตจากคนที่ติดดินแทบไม่มีอะไรเลย จนมีทุกอย่างเทียบชั้นกับคนปกติในสังคม และทุกวันนี้ยังได้กำลังใจจากแม่และน้องที่เปรียบเสมือนโอสถ์ให้มีแรงสู้ต่อไป โดยเฉพาะเรื่องการศึกาที่ตัวเองเคยพลาดโอกาสมาแล้ว
:::::::ถึงตอนนี้ดอกอ้อจึงตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญญาตรีอีกครั้งที่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)
เรื่องราวทั้งหมดเป็นอีกบทละครในชีวิตจริง ของผู้หญิงตัวเล็กๆที่ชื่อ "ดอกอ้อ ทุ่งทอง"

 

ถ้วยรางวัล และ ประกาศนียบัตร ของ ดอกอ้อ ทุ่งทอง

 

 


xcups_cers.jpg

cer_1.jpg

cer_2.jpg

cer_3.jpg

cer_4.jpg

cer_5.jpg

cer_6.jpg

cer_7.jpg

cup_1.jpg

cup_2.jpg

cup_3.jpg

cup_4.jpg

cup_5.jpg

cup_6.jpg

cup_7.jpg

cup_8.jpg

cup_9.jpg
ข้อมูลจาก ดอกอ้อแฟนคลับ
Comments