การเลี้ยงกระรอกแสนรักของฉัน

 
  การเลี้ยงกระรอกแสนรักของฉันและของเพื่อนๆ
กระรอกเป็นสัตว์ป่าตัวเล็ก ๆ ขนยาวปานกลางนะ หางมีลักษณะเป็นพวงมีหลากหลายรูปแบบมากๆแล้วแต่สายพันธุ์ที่เพื่อนๆเลี้ยงนะครับหน้าตาของกระรอกน้อยจะออกบ๊องแบ๊วหน่อย แบบน่ารักนะครับผมว่า อันนี้แล้วแต่คนชอบแล้วกันนะครับนะครับ นานาจิตตังไม่ว่ากันก็แล้วกัน การเลี้ยงกระรอกให้เชื่องนั้นสามารถทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นนะครับ แต่คุณคงไม่คาดหวังการทำให้เขาเชื่องเหมือนสุนัข เพราะเป็นไปไม่ได้เลยทำไมถึงชอบเลี้ยงกระรอก
  หน้าตาน่ารักดี เป็นสัตว์ขนาดเล็ก ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยมาก ราคาซื้อขายไม่แพงมากนัก ในปัจจุบันในท้องตลาด ราคาจะอยู่ที่ 400-900บาทเท่านั้รเอง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และขนาดครับ กรงสำหรับการเลี้ยงกระรอกก็ราคาประมาณ 100 บาท เท่านั้นเองครับ อาหารสำหรับการเลี้ยกระรอกก็สามารถหาได้ง่ายทั่วไปเลยครับ เพราะเค้ากินเกือบทุกอย่างครับทั้งผักและผลไม้
ใครเหมาะที่จะเป็นผู้ทำการเลี้ยงกระรอกบ้าง
 คนที่จะทำการเลี้ยงกระรอกต้องมีใจรักจริง ๆ ครับ เพราะมันเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องประคมประหงมพอสมควรในช่วงอ่อน ๆ นะครับ ต้องมีเวลาให้เป็นพิเศษถึงจะเชื่องได้ ต้องเป็นคนใจเย็น เป็นคนใจเย็น และยอมรับความเจ็บปวดได้ เพราะคุณต้องมีโอกาสโดนกัด โดนข่วนบ้าง นะครับใครที่ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ประเภทนี้
  เด็กเล็ก ๆ ไม่เหมาะสำหรับการเลี้ยงกระรอกนะครับ เพราะเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่บอบบางมากๆ การกระทำ การเล่นที่รุนแรงของเด็กๆอาจจะทำให้กระรอกกัดได้ หรืออาจทำให้กระรอกตายก็ได้นะครับ โดยเฉพาะกระรอกตอนที่ยังเล็ก ๆและคนที่คิดจะทำการเลี้ยงกระรอกไว้กอดรัดฟัดเหวี่ยง เพราะเค้าเป็นสัตว์ที่ซุกซนปราดเปรียวยิ่งนัก ไม่เหมือนหมาแมวครับนะครับ
การเลี้ยกระรอกวัยไหนที่ควรเลี้ยงควรหาซื้อกระรอกในวัยไม่เกิน 1 เดือนครับ 3 สัปดาห์น่าจะดีที่สุด แต่อย่าไปซื้อที่ยังไม่ลืมตานะครับ เพราะโอกาสรอดมีน้อย
  การเลี้ยงกระรอกแต่วัยน้อย ๆ โอกาสเชื่องมีสูงกว่าและจะไม่กัดคุณแน่นอน(อาจจะมีงับคุณบ้างเมื่อไม่สบอารมณ์เท่านั้นเองอิอิ)กระรอกเมื่อคุณซื้อตัวโตมาก ๆ แม้จะดูเชื่อง จับเล่นได้เมื่ออยู่ที่ร้าน แต่เมื่อคุณนำมาเลี้ยงจริงโอกาสเจ็บตัวสูงมากนะครับครับ ยังงัยก็ต้องโดน คุณต้องยอมรับให้ได้นะครับ และขอบอกว่าเจ็บสุด ๆ ครับ คุณลองดูฟันเค้าสิครับ หากขยับบนมือ
คุณสุดลิ่มจะเป็นอย่างไร แต่ผมชินแล้วครับโรคส่วนใหญ่ของเจ้าตัวน้อยนั้นส่วนมากจะเป็นโรคหวัดเลยครับ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดเมื่่อตัวน้อย ๆ จากการโดยลม หรือ เครื่่องปรับอากาศ
โรคท้องเสีย อันนี้ส่วนใหญ่จะเกิดตอนเล็ก ๆ เช่นกัน โดยจะเกิดจากการให้นมที่เหลวเกินไป ต้องปรับวิธีการชงนมใหม่ให้ข้นมากขึ้นกว่าเดิม
  โรคผิวหนัง อันนี้มาตอนโตครับ โดยแยกเป็นส่วนที่เกิดจากเชื้อรา และเกิดจากอาการคัน ซึ่งผมแนะนำให้พบแพทย์เป็นการด่วนเลยนะครับ (สำหรับผม ๆ ว่าเกิดจากอาการคันจะน่ากลัวกว่าเพราะเค้าจะแทะหางตัวเองจนร่วงหมดและมี เลือดด้วยครับ โอกาสหายนะมี แต่หางที่เสียเลือดไปมากจะขาดครับ......อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงของผมเองเลย กับการเลี้ยงกระรอกเจ้า "ดิงด้า" ตัวสีแดงที่เป็นเบคกราวน์ นี่ละครับ เพราะเจ้านี้แทะหางตัวเองจนถึงเลือดไหล แต่ผมดันอวดรู้ซื้อยาคนมาทาให้เขาซะผันแผลซะเรียบร้อย แต่เอาไม่อยู่ครับเพราะเค้ายังแทะต่อ จนต้องพาไปพบคุณหมดที่คลีนิคตรงแถวประชาชื่น ขอบอกว่าที่นี่คุณหมอเก่งครับสำหรับการเลี้ยกระรอกคือจากที่คุยแล้วรู้เลยว่าคุณหมอ รู้จริง เคยผ่านเคชของกระรอกมาพอสมควร ผมว่าดีกว่า รพ.สัตว์เกษตร อีกนะครับ เพราะที่นั่นเหมือนที่ศึกษายังงัยไม่รู้ของผมไปตายที่นั่น 2 ตัว แต่อาจสุดวิสัยก็ได้แต่ผมว่าเหมือนหมอไม่เคยรักษากระรอกอะ เอาของเราเป็นกรณีศึกษา นักศึกษามาดูกันเต็มเลย สู้คลีนิคไม่ได้เลย ดูจากเทคนิคการจับกระรอกแล้วรู้เลยว่าหมอและผู้ช่วยเก่งจริง เอาเหอะว่ากันของเราดีกว่า กลับมาไม่กี่วันก็หายครับ แต่เสียหางไปกว่าครึ่ง เสียหายครับแต่ก็เป็ครู.. )ระวัง!
  เจ้าตัวเล็กมีจุดอ่อนที่บริเวณคอ หากได้รับการกระแทก กระทบกระเทือนส่งผลให้ถึงตายได้เลย การจับโดยการบีบช่วงต้นคอหากไม่ถูกต้องเค้าจะขาดอากาศและตายใน 2-3 นาทีแค่นั้นเอง ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยว่าเจ้าตัวเล็กที่ตกจากต้นไม้ระดับตึก 3-4 ชั้นได้สบาย จะตายได้ง่าย ๆ แบบนี้

    อาหารสำหรับการเลี้ยงกระรอกขณะยังเป็นตัวเล็ก
เมื่อพ้นวัยทารก ประมาณเดือนครุึ่ง มีฟันพอสมควรเริ่มให้แทะกล้วยก่อนเลยครับ ควบคู่ไปกับซีรีเล็กซ์ เมื่อเค้าทานผลไม้ได้เยอะขึ้นค่อยให้ผลไม้เป็นการถาวร โดยควรให้ผลไม้ที่หลากหลายครับ เพราะจะทานได้เยอะและมีคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วนกว่าทานอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะ แต่ไม่ยุ่งยากครับเพราะเค้าทานได้ทุกอย่างครับผักยังท่านได้เลย ถ้่ว คะน้า แตงกวา ฯลฯเจ้ากระรอกน้อยเล็บย้าว...ยาวกระรอกเล็บยาว ข่วนเจ็บ ทำให้เราเกิดเป็นแผลได้ ควรตัดเล็บเป็นอย่างยิ่งครับ เราสร้างความคุ้นเคยการตัดได้โดยตัดแต่ตอนเล็ก ๆ เลย ก็พอตอนทานผลไม้ได้ก็เริ่มตัดเล็บได้แล้วครับ ตัดส่วนปลายที่เป็นขอบขาวนะครับระวังการตัดโดนเนื้อถึงเลือดครับส่งสารเค้า ผมตัดประมาณ 3 วัน ครั้ง ลืมบอกไปแรก ๆ ยากครับ ต้องใจเย็นค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มที่วางไว้บนหัวเขาเราและทำแบบเดิมทุกครั้งไป
 
  การเลี้ยงกระรอก ตอนที่ 2
 
   การเจริญเติบโต ..วัยเจริญเติบโตของ การเลี้ยงกระรอก จะแตกต่างกันไปออกไป แล้วแต่สายพันธุ์ที่เราต้องการเลี้ยงกระรอก จะเริ่มตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 2 ปี ระยะเวลาตั้งท้องประมาณ 20-40 วัน จำนวนลูกไม่แน่นอน แต่โดยส่วนใหญ่ประมาณ 1-2 ตัว อายุขัยอาจจะสามารถยาวนานได้ถึง 10 ปี หรือ มากกว่า ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

   การเลี้ยงกระรอก .. ลูกกระรอกจะเลี้ยงค่อนข้างยากเนื่องจาก ผู้ขายมักจะนำมาจากแม่ในธรรมชาติ มากกว่าที่จะมีการเลี้ยงกระรอกขึ้น มาเอง ดังนั้นจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพพอสมควร เพราะไม่ได้รับน้ำนมแม่มาอย่างเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้การเลี้ยงกระรอกที่เล็กเกินไป ลูกกระรอกที่ยังไม่ลืมตาต้องมีการกระตุ้นให้ตาเปิดโดยใช้สำลี ชุบน้ำหมาดเช็ดที่ตามทุกวัน นอกจากนี้ต้องเช็ดที่ก้นด้วยเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย ของลูกกระรอก ครับ

   อาหารที่ควรให้กับลูกกระรอกลูก .. ลูกกระรอกที่ยังไม่หย่านมแม่จำเป็นต้องกินน้ำนม น้ำนมส่วนใหญ่ที่ให้กินจะเป็นนมผงสำหรับเด็กแรกเกิด หรือนมผงสำหรับเลี้ยงลูกสุนัข นอกจากนี้อาจให้เป็นนมถั่วเหลืองได้บ้างถ้าหาน้ำนมที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้จริงๆ การชงนม ให้กับลูกกระรอก ต้องชงใหม่ทุกครั้งนะครับ และไม่ให้นมที่ร้อนเกินไปแก่ลูกกระรอก การชงนมไม่ควรให้เข้มข้นเกินไปเพราะจะกินยาก และทำให้เกิดการท้องอืด หรือท้องเสียได้ การป้อน นมนิยมใช้กระบอกฉีดยาขนาดเล็กค่อยๆหยอดให้กิน อย่าให้เร็วหรือมากเกินไปในแต่ละครั้ง เพราะอาจทำให้สำลักได้ซึ่งจะส่งผลให้ลูกกระรอกเป็นปอดบวมได้ ลูกกระรอกควรได้กินนมประมาณ 5 ครั้งต่อหนึ่งวัน ในแต่ละครั้งไม่ควรให้จนอิ่มเกินไปเพราะจะทำให้ท้องอืดได้

   ที่อยู่ของลูกกระรอก .. ลูกกระรอกต้องการความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต ดังนั้นการเลี้ยงกระรอก ที่อยู่ของมันควรจะปราศจากลมพัด อากาศอบอุ่น ควรมีการตั้งหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ลูกกระรอก มีผ้าเพื่อให้ลูกกระรอกซุกตัว และปลอดภัยจากสัตว์อื่นรวมทั้ง เด็กที่อาจจะเข้ามารบกวน และทำอันตรายแก่ลูกกระรอกได้

   การหย่านมของการเลี้ยงกระรอก .. ควรเริ่มให้อาหารอ่อนเมื่อเมื่อลูกกระรอกอายุประมาณ 2-3 เดือน แต่คนเลี้ยงไม่นิยมหย่า นมลูกกระรอกเนื่องจากสามารถให้นม เป็นอาหารลูกกระรอก ที่โตได้เช่นกัน จริงๆแล้วควรฝึกให้ลูกกระรอกเริ่มกินผลไม้ ผัก ใบไม้เป็นหลัก และให้นมเป็นอาหารเสริม เพราะจะช่วยให้กระรอกมีร่างกายที่แข็งแรงมากกว่า

   การอาบน้ำกระรอก .. ผู้เลี้ยงบางท่านชอบอาบน้ำให้กระรอก ซึ่งสามารถทำได้ แต่ควรจะเช็ดตัว และทำให้กระรอกตัวแห้งโดยเร็วเพื่อไม่ให้เป็นปอดบวม การอาบน้ำทำได้โดยใช้น้ำเปล่าอาบ หากจำเป็นต้องใช้แชมพูให้ใช้แชมพูของสุนัขที่อ่อนที่สุด โดยนำไปละลายน้ำให้เจือจางอีก 3-4 เท่า ก่อนอาบน้ำให้แก่การเลี้ยงกระรอก

   โรคและการเจ็บป่วยของลูกกระรอก .. • ท้องเสีย ลูกกระรอกต้องการความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต ดังนั้นที่อยู่ของมันควรจะปราศจากลมพัด อากาศอบอุ่น ควรมีการตั้งหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ลูกกระรอก มีผ้าเพื่อให้ลูกกระรอกซุกตัวเพื่อให้เกิดความอบอุ่น และปลอดภัยจากสัตว์อื่นรวมทั้ง เด็กที่อาจจะเข้ามารบกวน และอันตรายแก่ลูกกระรอกได้ • ปอดบวม อาการที่พบคือ หายใจลำบาก หอบ มีน้ำมูก ไอ เบื่ออาหาร เป็นต้น สาเหตุมักเกิดจาก อากาศเย็นเกินไป การอาบน้ำ ความเครียดจากการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนอาหาร โรคนี้มักจะทำให้กระรอกเสียชีวิตได้ การรักษา มักจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา รวมทั้งต้องมีการป้อนอาหารเพื่อไม่ให้กระรอกขาดอาหารมากเกินไปด้วย การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ยาวนานเกินไปอาจส่งผลให้กระรอกท้องเสียได้ ถ้าเกิดอาการท้องเสียหลังจากรักษาปอดบวมหายแล้ว ให้ป้อนโยเกิร์ตเป็นอาหารแก่กระรอกเพื่อเป็นการเพิ่มแบคทีเรียที่เป็น ประโยชน์ต่อร่างกาย ลดอาการท้องเสียได้ การเลี้ยงกระรอกก็มีเพียงท่านี้เองครับ ลองดูนะครับ
 
Comments