วิหารทานสร้างด้วยทอง-แก้ว

 
     วันหนึ่ง หลวงพ่อเข้านิโรธสมาบัติ ตอนนั้นท่านป่วยมาก อาตมาไปนอนเฝ้ากับพระประทีป ตอนตีสองท่านตื่นขึ้นมา จะประคองท่านเข้าห้องน้ำ ท่านก็บอกว่า วันนี้ไม่ได้นอนเลย พระพุทธเจ้ามาบอกให้เข้านิโรธสมาบัติตั้งแต่ค่ำ ต่อไปจะสร้างปราสาททองคำไว้เก็บพระพุทธเจ้านะ ก็ถามว่า หลวงพ่อสร้างไว้ตรงไหนครับ "โรงอิฐ"
 
     ต่อจากนั้นท่านก็มาสายลมอีก ๒ เที่ยว ก็ไม่เห็นท่านพูดเรื่องนี้ เราก็นึกเอ..ท่านจะสร้างจริงหรือเปล่าหนอ ปราสาทนี่คงจะแพงนะ ก้เลยมาเล่าให้พระสุจริตฟัง พระสุจริตก็บอกว่าจริง ท่านเคยมาตรวจงานแล้วก็ชี้ไปที่ "โรงอิฐ" บอกว่า จะสร้างที่เก็บพระพุทธรูป
 
     ตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะทำหรอก เพราะมันหนัก แต่พอไปพูดกับผู้ใหญ่ ก็มีหลายคนบอกว่าต้องทำๆ  เขาบอกแล้วก็ไป แต่ทุกข์มันอยู่ที่เรา ไอ้เราก็แบกซิ ไอ้นี่ไม่เสร็จ ไอ้นั่นไม่เสร็จทุกข์จังเลย ก็ขอเก็บไว้ก่อน เอาไว้ท้ายๆ ถึงจะทำ พูดไปก็จะทำให้คนแบกภาระไปด้วย
 
     อย่างหลวงพ่อสร้าง วิหาร ๑๐๐ เมตร พระก็บอกทำทีละหน่อยๆ มันก้ไม่หนัก ก็มีงานขึ้นใหญ่ๆ อยู่ ๒ ชิ้น คือ "ปราสาททอง" กับ "โบสถ์ทองคำ" โบสถ์ทองคำ คือ ปิดทองคำเปลว เรื่องนี้เคยพูดกับหลวงพ่อเหมือนกัน
 
     "หลวงพ่อครับ ใช้โมเสทสีทองซิครับ ทนครับ ฝนตกก็ไม่ลอก" เรานึกว่าดี
 
     หลวงพ่อบอก  "ฉันรู้ แต่พระพุทธเจ้าท่านไม่ยอม อานิสงส์ไม่เหมือนกันคุณ อานิสงส์บูชาด้วยทองคำ เกิดกี่ชาติก็ไม่มีความยากจนเข็ญใจ"
 
     ดูตัวอย่างท่าน เมณทกเศรษฐี เอา ทองคำเปลว ไปปิดที่ฐานส้วมแล้วอธิษฐาน เกิดมาชาติหนึ่งมีความร่ำรวยมาก นั่น แผ่นเดียวนะ นี่เราปิดเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน แล้วก็ปิดที่ โบสถ์ เป็นที่เกิดของพระ จะเป็นพระได้ต้องบวชในโบสถ์ ไปบวชกลางทุ่งนาไม่ได้ ฉะนั้นจึงมีอานิสงส์มาก สังเกตุหลวงพ่อพระพุทธรูปท่านปิดทองทุกองค์
 
(คัดลอกบางตอนจาก หนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๔๕ หน้า ๗๔ มีนาคม ๒๕๓๖)
 
 

   ...ทำบุญด้วยเงินน้อยๆ...ฯลฯ การทำบุญวิหารทานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเคยทำบุญร่วมไปกับวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร ของ วัดท่าซุง...ทำน้อยเกินไปไม่ถึงหมื่นบาท คนอื่นเขาทำเป็นแสนๆ แสดงว่าอานิสงส์ที่ได้คงจะน้อยกว่าเขามาก?? อยากทำต่อไปอีกแต่ว่าเงินไม่สะดวกเลย...
 
     หลวงพ่อ :  ตายไปก็มี วิมานแก้ว เหมือนกันแต่หลังเล็กหน่อย...วิมานเหมือนกัน ถ้าตายไปเกิดเป็นคนก็จะมี ปราสาทแก้ว ๗ ประการ อย่าง โชติกเศรษฐี หลังนั้นสร้าง แบบโชติกเศรษฐีเขาสร้าง...
 
     คือว่าพระพุทธเจ้าท่านสั่งน่ะสัดส่วนต่างๆ นี่สั่งหมดฉันไม่ต้องคิดอะไรเลย จะเอาแบบไหนท่านสั่งแต่ผู้เดียว ...เวลาสั่งมีภาพแสดงให้เห็น..ดีไซน์แบบออกมา พุทธแบบ ถึงได้สวยใหญ่...ที่ วัดท่าซุงนี่ส่วนมากจะเป็นแบบของพระพุทธเจ้า ตั้งปี ๒๑ เป็นพุทธแบบเพราะตอนนั้นฉันเลิกสร้าง แต่ท่านให้สร้างต่อ บอกท่านว่าการเงินไม่มี ท่านบอกไม่เป็นไรฉันจะหาเอง"
 
     ตั้งแต่ปี ๒๑ เป็นต้นมา ใครทำบุญถือว่าทำบุญตรงกับพระพุทธเจ้า เพราะเป็นงานของพระองค์ท่าน ท่านหาสตางค์ให้ด้วยจะโกงก็ไม่ได้นะ รู้ด้วยอย่างมาที่นี่ (ซอยสายลม) จะได้เท่าไหร่ท่านบอกว่าเสร็จ หมายความว่ายอดเท่าไหร่เมื่อเสร็จงานต้องนับ นับแล้วต้องได้เท่านั้น ถ้าน้อยกว่า โกง! จะมีงานทุกงานท่านจะบอกยอดก่อนมีเงินน้อยยากทำบุญ
 
 
วิมานของอานิสงส์การสร้างวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร
 
...ฯลฯ ท่านก็ชี้ให้ดูวิมาน ข้างหน้าวิมานของท่าน ด้านทิศตะวันออกว่า ดูวิมานหลังนั้นวิมานของเขาใหญ่โตมาก บริวารก็มาก แพรวพราวเป็นระยับสวยสดงดงาม นั่นเขามีทั้ง สังฆทาน และ วิหารทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดูวิมานข้างขวาของลุง กลุ่มวิมานข้างขวา เป็นกลุ่มใหญ่ กลุ่มวิมานนี้ทั้งหมดใสสะอาด แพรวพราวเป็นระยับ เป็นแก้วทั้งหลังเป็นกลุ่มใหญ่เป็นวิมาน ๓ ยอด มีมณฑป และมีวิมานย่อม ๆ อยู่หัวกับท้าย และสวยสดงดงามมาก เป็นวิมานมาก หลายจำนวน ไม่จำกัด นับไม่ได้

     จุไรก็ถามว่า นั่นวิมานของใครเจ้าคะ ท่านสุปปติฏฐิตเทพบุตร ก็บอกว่า นั่นเป็นวิมานกลุ่มบุคคลที่สร้างวิหาร ๑๐๐ เมตร กับมณฑป ๒ หลัง ด้านหน้า ฉะนั้น จึงปรากฏเป็นวิมานแบบเดียวกัน สีแบบเดียวกัน ขาวใสเป็นแก้ว แพรวพราวเป็นระยับ ข้างในก็มีไฟสว่าง ข้างนอกก็มีไฟสว่าง ข้างในสวยสดงดงามมาก ความสว่างแพรวพราวพื้นที่เดินก็เป็นแก้ว เป็นเงิน เป็นทอง แล้วก็มีรั้วรอบขอบชิดถึง ๓ ชั้น ต่างกับวิมานทั้งหมด จุไรก็ถามว่า วิมานเหล่านี้ มีเจ้าของแล้วหรือยัง ท่านบอก บางหลังมีเจ้าของแล้ว บางหลังวิมานกำลังคอยเจ้าของอยู่...

 (คัดลอกเฉพาะบางตอนที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อกระทู้ จากหนังสืออ่านเล่น เล่ม ๑๐ เรื่องไปเป็นเทวดาไม่ต้องลงทุน ๒ ย่อหน้าสุดท้าย)
Comments