ศ.ธรรมทัสสี

เลือกไซต์นี้

รวมหัวข้อ/เกล็ด : สาระ ปกิณกะธรรมะ ที่โดนใจ

คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า

 

ตอนนี้มาว่ากันถึงคาถาพระปัเจกพุทธเจ้า เรื่องนี้มันไม่เรียงตามลำดับนะ ฉันนึกอะไรขึ้นมาได้ฉันก็ว่าดะ คาถาของพระปัจเจกพุทธเจ้านี่หลวงพ่อปานท่านมาเรียนตอนปลายชีวิตของท่าน คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้านี่หลวงพ่อปานไปเรียนกับครูผึ้งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตอนนั้นครูผึ้งเป็นฆราวาส อายุ ๙๙ ปี สมัยนั้นค่าของเงินมันสูง เงิน ๑๐๐ บาทนี่สูงมาก หรือเงิน ๑ บาทนี่สูงมาก ข้าราชการถ้าได้เงินเดือน ๒๐ บาทก็รู้สึกว่าโก้ โก้มากแล้ว นายสิบตรีดูเหมือนจะได้เงินเดือน ๑๖ บาทหรือไงนี่น่ะ นายสิบเกณฑ์ได้เงินเดือน ๘ บาท พลทหารได้เงินเดือน ๔ บาท ร้อยตรีได้เงินเดือนละ ๘๐ บาท แล้วก็ร้อยเอกเต็มขั้นก็ ๑๖๐ บาท นี่ฉันจำได้ จำผิดจำถูกไม่รู้ ค่าของที่ซื้อกัน ก๋วยเตี๋ยว ๒๐ ชาม ๑บาท หรือบางทีก็ ๒ ชาม ๕ สตางค์ แต่ว่าปลาหมึกชิ้นละ ๑ สตางค์ นี่ตอนเป็นนักเรียนฉันไม่ค่อยได้ซื้อหรอก ฉันขโมยเจ๊ก เวลาโรงเรียนปล่อยลงมาก็ซื้อปลาหมึกกันคนละชิ้นสองชิ้นลุ่มลั่มๆ ฉันเข้าไป พอเจ๊กเผลอก็คว้าหมับมากำมือหนึ่ง มาแจกเพื่อนกิน นี่ฉันน่ะระยำไม่ใช่น้อยนะเด็กๆ ก็ตัวดีเหมือนกัน แต่ของใหญ่ไม่เคยลัก ปลาหมึกนี่ชอบลักเพราะชอบกินก็เลยชอบขโมยเขา บาปไม่บาปลุงพุฒิยิ้มแหงเลย ไม่ใช่แหง พอบอกว่ายิ้มแหง ต่อว่าบอกว่าอย่ายิ้มแหงซี ยิ้มก็ยิ้มซี บอกว่าเรื่องไม่บาปไม่มี เอ้า ว่าถึงคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าที่หลวงพ่อปานจะเรียนน่ะ ตอนนั้นไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ไปได้ข่าวว่าอาจารย์ผึ้งนี่น่ะเป็นคนพิเศษ เวลาขอทานมาขอให้คนละ ๑ บาท ๑ บาทสมัยนั้นขอทานยิ้มไปหลายวัน แล้วถ้าใครเขาบอกบุญโกนจุกบวชนาคอะไรก็ตาม แกทำบุญรายละ ๑๐๐ บาท นี่หนักเหลือเกินนะสมัยนั้นเงิน ๑๐๐ บาท เงิน ๒๐๐ บาทนี่ สร้างบ้าน ๒ หลัง มีครัวได้ ๑ หลัง สร้างด้วยไม้ยางนะ เสาไม้แก่น แกช่วยงานรายละ ๑๐๐ บาท นี่ไม่ใช่เงินเล็กน้อย เป็นเงินใหญ่ แล้วก็ต่อมาเป็นยังไง ในเมื่อหลวงพ่อปานทราบข่าวก็ไปขอเรียนกับแก เล่ากันลัดๆนะ แกก็ให้เรียน เมื่อเรียนมาแล้วก็ปรากฏว่ากลับมาที่กรุงเทพฯ มาพักอยู่ที่วัดสระเกศ วัดสระเกศนี่เป็นวัดที่ท่านเคยไปเรียนหนังสืออยู่ มีพวกพ้องมาก กุฏิที่พักก็เป็นกุฏิของหมวดเจิ่น ดูเหมือนว่าจะเป็นคณะ ๙ หรือคณะ ๑๑ จำไม่ได้ จำไม่ได้ชัดนะ คณะ ๘ คณะ ๙ หรือคณะ ๑๑ อะไรนี่จำไม่ได้ชัด ชอบกันมาก ไปพักอยู่ที่นั่น แล้วก็ปรากฏว่าเวลาฉันข้าวมีชาวบ้านในกรุงเทพฯ เขานับถือท่าน พอรู้ว่าท่านมาก็เอาข้าวปลาอาหารไปถวายกันเยอะแยะ ทานบารมีของท่านมีมาก ไม่เหมือนฉัน ระหว่างฉันข้าวท่านก็พูดเรื่องคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าว่า คาถาบทนี้น่ะดีเหลือเกิน ทำให้คนมีลาภสักการ แล้วก็อธิบายถึงครูผึ้งว่า แกเป็นคนแก่แล้วไม่ได้ทำอะไร แต่คนไปบอกงานบอกการแกช่วยรายละ ๑๐๐ บาท ขอทานไปขอแกให้รายละ ๑ บาท ตอนนั้นท่านกล่าวว่านายประยงค์ ตั้งตรงจิตร เจ้าของห้างขายยาตราใบโพธิ์ท่าเตียน เขาเป็นลูกศิษย์ที่เคารพท่านมากเหมือนกัน นั่งอยู่ข้างหลัง ท่านว่าตัวคาถา แกก็จดอยู่ข้างหลัง จดแล้วพอคนอื่นไปหมดท่านพูดให้ฟังถึงคุณสมบัติว่ามีประโยชน์มาก ใครเอาไปเจริญภาวนา คือสวดมนต์คืนละ ๓ จบ หรือ ๕ จบ หรือ ๗ จบ หรือ ๙ จบ อย่างใดอย่างหนึ่ง ลาภสักการจะมีไม่ขาดสาย ถ้าว่าทำเป็นสมาธิได้ละก็ จะเกิดลาภหนัก ท่านว่ายังงั้น นายประยงค์จด แต่ว่าคนอื่นทั้งหมดไม่มีใครสนใจ อันนี้ก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน คนอื่นทั้งหมดที่ฟังแล้วไม่สนใจ มีนายประยงค์คนเดียวสนใจ เวลาคนอื่นไปหมดแล้ว นายประยงค์ ตั้งตรงจิตร ก็เข้าไปหาหลวงพ่อปาน ไปขออนุญาตเรียนคาถาบทนี้ แล้วก็อ่านให้ท่านฟังที่จดว่ามันถูกหรือผิด ท่านก็บอกว่าถูกต้อง แล้วก็ยิ้ม หัวเราะชอบใจบอกว่า เออ พ่อดีใจประยงค์ เอ็งเป็นลูกหัวปี สำหรับคาถาบทนี้เอาไปทำ ถ้าเอ็งทำไม่เกิดผลเพียงใดละก็พ่อจะไม่พิมพ์แจกคนอื่น เอาไปพิสูจน์กัน นี่ท่านใช้บทพิสูจน์ ตอนนี้เมื่อปี ๒๔๘๐ นายห้างประยงค์รู้สึกว่าร่ำรวยมาก มีลาภสักการสูง ค้าขายดีมีทุนรอนมาก ท่านไปที่วัดบางนมโคท่านกล้าพูดบอกว่า ถ้าหลวงพ่อจะทำอะไรก็บอก ผมไม่กลัว เท่าไหร่เท่ากัน เรื่องทำบุญยิ่งทำเงินยิ่งมา ก็เลยถามท่านนายห้างว่า ท่านนายห้างทำยังไงลาภสักการจึงเกิดมาก ท่านก็บอกว่าผมบูชาพระ กลางคืนผมก็บูชา ๙ จบเหมือนกัน แต่ว่าเวลากลับไปจากขายของตอนเย็นรับประทานอาหารแล้ว อาบน้ำอาบท่าเสร็จ ก็เข้าห้องพระทำคาถาบทนี้เป็นพระกรรมฐาน พอตั้งจิตเข้าถึงอุปจารฌานก็เห็นพระสวยสดงดงามมีแสงสว่างเกิดขึ้น ท่านบอกว่าตอนนี้นะขอรับ ทำอะไรมันเป็นเงินเป็นทองไปหมด ที่เขาขายกันขาดทุน ผมก็ขายเข้าก็ได้กำไร คิดว่าจะได้น้อยมันก็ได้มาก บางทีห่อยา แกขายยานี่ ยาทำไว้แล้วพันห่อ เจ้าหน้าที่ขายครบ ๑,๐๐๐ ห่อ เงินก็ได้ครบแล้ว แต่ยายังเหลือ ของก็ขายดีขึ้นเป็นพิเศษ แกบอกว่าสมัยก่อน เดือนไหนถ้าผมมีกำไรสุทธิได้ถึงเดือนละ ๒๐๐ บาท สองผัวเมียนี่นอนไม่หลับขอรับ ดีใจ เวลานี้ถ้าได้ ๒๐๐ บาทนี่ไม่รู้สึกอะไรเลย แสดงว่าแกได้มาก นี่นายประยงค์ ตั้งตรงจิตร เจ้าของห้างขายยาท่าเตียน จังหวัดพระนคร หรือนครหลวงอะไร กรุงเทพธนบุรี แกเป็นคนได้ก่อน แล้วบรรดาลูกหลานที่รัก ถ้าอยากจะรวยก็ทำอย่างนายประยงค์ก็แล้วกันนะ คาถาตามแบบฉบับของท่านมียังไง ระหว่างที่ฉันกำลังพิมพ์ก็ไม่ใช้ถ้อยคำของฉันผสม ลอกเฉพาะถ้อยคำของหลวงพ่อปานอย่างเดียว พิมพ์แจกบรรดาท่านพุทธบริษัท ฉันก็แจกฟรีเหมือนกัน แต่น่ากลัวจะไม่เลี้ยงอะไรหรอก จะเลี้ยงก็เลี้ยงข้าวต้ม เงินที่แจกก็ไม่ใช่เงินของใครนะ เงินของลูกหลานที่ให้ฉันมากินนั่นแหละ ให้ฉันมากินมาใช้ ฉันก็มาพิมพ์คาถาแจกเสียอีกแล้ว โมทนาเสียนะ เราทำให้คนอื่นเขารวย เราก็จะได้รวยตาม เรื่องคาถาหมดไป ทีนี้เรื่องเบ็ดเตล็ด

Comments