ศ.ธรรมทัสสี

เลือกไซต์นี้

รวมหัวข้อ/เกล็ด : สาระ ปกิณกะธรรมะ ที่โดนใจ

จริยาพระโพธิสัตว์

 
ปฏิปทาพระโพธิสัตว์
 
 (คัดลอกบางตอนจากหนังสืออนุสติ หน้า ๑๑๕)
 
 
...สำหรับท่านที่บำเพ็ญตนซึ่งปารถนาเป็น พระโพธิสัตว์ ปรารถนาพุทธภูมิ คนที่ปรารถนาพุทธภูมินี่ ต้องสร้างกำลังใจให้ถูกต้อง มิฉะนั้นการก้าวเข้าสู่ฐานะพุทธภูมิจะไม่มีผล

     สำหรับท่านที่ปรารถนาเป็นพุทธภูมิ เป็นของดี แต่ต้องทำความ
รู้สึกไว้ว่า เราปฏิบัตินี้เพื่อประโยชน์แก่ชาวโลก เราต้องการรื้อสัตว์ขนสัตว์ที่มีความทุกข์ให้มีความสุข

     ฉะนั้นขณะใดที่กำลังใจปรารถนาพุทธภูมิ
จิตต้องคิดเสมอว่า ทุกข์ของตนไม่มีความหมาย แต่ทุกข์ของชาวประชาทั้งหลายเป็นภาระของเรา เขาทำกำลังใจกันแบบนี้
หมายความว่า เราจะทุกข์แค่ไหนนั้นมันเป็นเรื่องของเรา ไม่มีความสำคัญ จิตของเรานั้นเราคิดว่า เราจะพ้นทุกข์ได้เพราะว่า เราช่วยเหลือความสุขแก่บรรดาประชาชนที่มีความทุกข์ ถ้าเราเปลื้องความทุกข์ของเขาได้ เราก็เป็นคนหมดทุกข์ เราสร้างให้เขาเป็นคนมีความสุขได้ เราก็เป็นคนมีความสุข จิตของพระโพธิสัตว์มีอารมณ์อย่างนี้ แต่ทว่าให้เป็นไปตามบารมี

    เพราะว่าบารมีของพระโพธิสัตว์นั้น ถึงแม้จะเป็น การเริ่มต้น แห่งการปรารถนาพุทธภูมิ กำลังใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตาปราณี ก็จะมีบริษัทมาก จะมีพวกมาก จะมีบริวารมาก การมีพวกมาก การมีลูกน้องมาก การมีบริวารมาก เป็นการฝึกกำลังใจของนักปฏิบัติเพื่อพุทธภูมิ เพื่อจะได้ซ้อมกำลังใจของเราว่า เรามีความหนักแน่นเพียงใด ถ้าจิตใจของเรามีความท้อถอย นั่นหมายความว่ากำลังใจการจะก้าวเข้าไปหาพุทธภูมิยังมีกำลังอ่อนมาก นักปรารถนาพุทธภูมิจะต้องมีทั้ง ขันติ และก็ โสรัจจะ

๑. ขันติ:   มีความอดทนต่อความยากลำบากทุกประการ  เพื่อความสุขของปวงชน

. โสรัจจะ:  ถึงแม้จะกระทบกระทั่งที่ทำใจให้ตนไม่สบายเพียงใดก็ตาม ก็ทำหน้าแชมชื่นไว้เสมอ

     นี่เป็นก้าวแรก สำหรับพุทธภูมิ ท่านผู้ปรารถนาพระโพธิญาณ  แต่ทว่ากำลังใจอีกส่วนหนึ่งที่จะละเว้นไม่ได้นั่นคือ พระนิพพาน จงอย่าคิดว่า ถ้าจิตเราเกาะพระนิพพานแล้วความเป็นพุทธภูมิจะหายไป ถ้ามีอารมณ์อย่างนี้ต้องถือว่าเป็นผู้มีกำลังใจต่ำ ก้าวไม่ถึงความสำคัญของพุทธภูมิ

     พุทธภูมิ: จะต้องมีความรู้สึกอยู่เสมอว่า  เราเป็นผู้ต้องการพระนิพพาน  อารมณ์ใดที่องค์สมเด็จพระพิชิตมารทรงแนะนำในด้านวิปัสสนาญาณ  ต้องเกาะให้ติด  และมีกำลังใจใช้ปัญญาพิจารณาไว้เสมอ  เพื่อความสุขของจิตเพื่อปัญญาเลิศ  นอกจากนั้นแล้วก็มีจิตตั้งไว้เสมอว่า  ถ้าหากจิตของเราบริสุทธิ์ผุดผ่องเมื่อไร  เมื่อนั้นบารมีของเรานี้ไซร้จะเข้าเต็มเปี่ยมในขั้นพุทธวิสัย  ชื่อว่าการปรารถนาพระโพธิญาณของเรานี้เข้าถึงแน่ แต่ว่าการจะเข้าพระนิพพานคนเดียวเราไม่เข้า มองใจเข้าไว้ว่า บุคคลใดที่มีความทุกข์ ในโลกที่ยังมีความฉลาดไม่พอ บุคคลนั้นเราเองจะเป็นผู้อุ้มเขาไปสู่แดนเอกันตบรมสุข คือ พระนิพพาน

     อันนี้เป็นกำลังใจของท่านที่ปรารถนาพระโพธิญาณ

(ถ้าจำไม่ผิดหลวงพ่อเคยบอกว่า พระโพธิสัตว์ ที่บารมีเต็มอารมณ์จะเทียบเท่าพระอรหันต์ปกติ และท่านที่ลาพุทธภูมิจะลาช่วงบารมีใกล้เต็มเพราะเหตุตามที่หลวงพ่อแนะนำข้างต้น)
 
Comments