พุทธานุสสติกรรมฐาน ง่าย มีแต่กำไร ใกล้นิพพานที่้สุด : พระรัตนตรัย ปกิณกะ ธรรมะโดนใจ นานาสาระ

ไปหน้าเว็บ ศ.ธรรมทัสสี : พุทธธรรม นำไทย

ติดต่อ  S.TAVATAP@GMAIL.COM

S.TUMATASSI@GMAIL.COM


094 993 0985


 
 

 
"ธรรมะ" คือ "คุณากร" 
 (ความดีแท้ ที่จัดระเบียบ-ระบบ ดีแล้ว คือ "ทศบารมี" อันเป็นแหล่งที่มาและเป็นศูนย์กลางแห่งความสุข ยิ่งปฏิบัติสะสมไว้มาก ยิ่งมีความสุขมาก
 
ธรรมะ >> สร้าง : พระพุทธเจ้าทั้งปวง พระอริยะเจ้าทั้งหลาย พรหมสมบัติที่ยิ่ง สวรรค์สมบัติที่ยิ่ง  มนุษย์สมบัติที่ยิ่ง คุณสมบัติวิเศษยิ่งทั้งปวง
 
"ธรรมะจึงเป็น "อภิมหาอมตะแก้วสารพัดนึก" ที่วิเศษยิ่งเหนืออื่นใดในไตรภพ เหตุฉะนี้  "ธรรมทานจึงชนะทานทั้งปวง" เพราะ...
หากไม่รู้ธรรมะย่อมไม่รู้จักบุญ-บาป และย่อมไม่รู้มีหลักเกณฑ์ ในการสร้างบุญ-ละบาป ดังนี้แล
 
 

พุทธบูชา มหาเตชะวันโต
 
 
 
 
ภาพนิมิตพุทธานสสติกรรมฐาน จาก "พระเครื่อง" 
 
ที่เข้าถึงอารมณ์ และทรงสมาธิ ได้ง่ายมั่นคงที่สุด
 
แม้นบางครั้งอานุภาพพระจะเจาะผ่านกำแพงกรรมช่วยเราไม่ได้ แต่เราก็ได้อานิสงส์ติดตัวทุกครั้งที่นึกถึง และอาราธนา
 
 ถือเป็นอุบายธรรมอันแยบยล ที่มาพร้อมพุทธานุภาพอันอัปมาโน และรับการสงเคราะห์ และได้อานิสงส์ ไปพร้อมๆ กัน
 
 ---------------------------------------
ขอบคุณ ภาพพุทธานุสสติ พระสมเด็จคำข้าว-พระสมเด็จหางหมาก จาก : Praloungpor.blogspot.com  

พระเครื่องที่เราเคารพบูชา ทำให้เราเข้าถึงพทธานุสสติได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมาก แม้ผู้นั้นจะไม่สนใจธรรมะเลย
เราจะได้รับทั้งอานุภาพสงเคราะห์ และอานิสงส์สะสมทุกครั้งที่เราบูชา นึกถึงด้วยความเคารพ
  
 
 
  
 

     วิธีการปลุกพระ ปลุกผ้ายันต์ และวัตถุมงคลต่างๆ ถ้าพระที่เข้าขั้นที่เรียกว่าได้ ทิพยจักขุญาน โดยมากเขาไม่ทำเองนะ เขาเที่ยววานพระมาทำ พระพุทธเจ้าบ้าง พระปัจเจกพุทธเจ้าบ้าง พระอริยสงฆ์บ้าง เทวดาบ้าง พรหมบ้าง อันนี้ก็สบายดี แต่หากว่าถ้าทำเองไม่นานมันก็เจ๊ง ตัวเองยังคุ้มครองตัวเองไม่ค่อยได้ คนมันก็ตายนี่ แล้วมันจะไปคุ้มครองความตายของใครเค้าได้ วิธีทำฉันก็บวงสรวงชุมนุมเทวดา อาราธนาบารมีพระทั้งหมด ตั้งแต่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยสาวกทั้งหมด ตั้งแต่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยสาวกทั้งหมด พรหมทั้งหมด เทวดาทั้งหมด ครูอาจารย์ทั้งหมด ฉันยกยอดเลย ยกยอดในเมื่ออาราธนาก็เห็นท่านมากันครบถ้วน แล้วมาทำกัน เมื่อท่านบอกว่าไม่มีอะไรจะบรรจุแล้ว เต็มแล้ว ฉันก็เลิก จงจำไว้นะ การที่เราจะเสกพระเสกยันต์อะไรต่ออะไรนี่นะ ถ้าเสกด้วยอำนาจกำลังของเราล่ะก็ ไม่ช้ามันก็เสื่อม เราน่ะมันดีแค่ไหน การเสกว่าคาถาต่างๆ นี่ก็เป็นการอาราธนาบารมีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือเทวดา หรือพรหมมาช่วย แต่ว่าคาถาบางอย่างก็จะว่าแต่เฉพาะบางจุด 

       การเสกพระเสกเจ้า หรือผ้ายันต์เสก อะไรต่ออะไรพวกนี้ ถ้าเราเอาตัวของเราออกเสีย เราไม่เข้าไปยุ่ง แต่อาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยสาวกทั้งหมด พรหมหรือเทวดาทั้งหมดท่านมาช่วย ท่านทำประเดี๋ยวเดียวสองสามนาทีมันก็เสร็จ ดีกว่าเราทำ ๑,๐๐๐ ปี แล้วจะเอาอะไรบ้างก็อาราธนาบอกท่าน บอกว่าขอให้ได้อย่างนั้นอย่างนี้ แต่อย่าลืมนะ ถ้าใช้ในทางทุจริตหรือกฏของกรรมบังคับ ไม่มีอะไรที่จะคุ้มครองใครได้ ถ้าหากว่าใครเลวอยู่แล้วก็คอยพยุงๆ ให้เลวน้อยลงไปนึดหนึ่งได้ ถ้าใครดีขึ้นมาหน่ยก็พยุงให้ดีมากได้ นี่เป็นกฏของอำนาจ พุทธบารมี ธรรมบารมี สังฆบารมี และพรหมและเทวดาทั้งหลาย การทำตัวเป็นคนเก่งเองน่ะ มันใช้ไม่ได้ มันต้องให้พระท่านเก่งซี พระพุทธท่านเก่ง พระธรรมท่านเก่ง พระสงฆ์ท่านเก่ง พรหมท่านเก่ง เทวดาท่านเก่ง ของที่เราทำจะตามไปคุ้มครองชาวบ้านชาวเมืองได้ยังไงทุกคน ถ้าหากพระก็ดี พรหมก็ดี เทวดาก็ดี ท่านช่วยคุ้มครอง ท่านก็มองเห็นได้ถนัด สงเคราะห์เขาได้โดยสะดวก

      พระของฉัน หรือของๆที่ฉันออกแจกก็ ตาม ฉันไม่เคยบอกว่าของๆฉันเป็นของคงกระพันชาตรี อันนี้ต้องจำกันไว้ด้วย ใครที่รับของๆฉัน แล้วจงทราบว่า ฉันไม่เคยรับรองเรื่องคงกระพันชาตรีเพราะเรื่องนี้ถ้าใครรับรองคนนั้นก็โง่ มันเป็นกฏของกรรม คนที่เหนียวๆ ยิงไม่ออกฟันไม่เข้า แต่ก็ทะลุทุกราย ถ้ากรรมชั่วมันเข้ามาถึงแล้ว กรรมใดที่เป็นบาปมันก็เปิดโอกาสให้คนหนังเหนียวนี่ตายเพราะอาวุธนับไม่ถ้วน

       ความมุ่งหมายในการใช้พระคล้องคอ โดยมาพวกเรามักเข้าใจผิดกัน ที่พระท่านทำไว้ให้คล้องคอ ก็หมายถึงว่า บุคคลที่มีใจเคารพในพระพุทธเจ้า มีใจเคารพในพระธรรม มีใจเคารพในพระอริยสงฆ์ แต่ทว่ามีกำลังใจในการเข้าถึงพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการยังอ่อนอยู่ ฉะนั้น จึงได้ทำรูปเปรียบของพระพุทธเจ้าก็ดี รูปเปรียบเทียบของพระสงฆ์องค์ใดองค์หนึ่งก็ดี ที่เป็นที่เคารพนับถือห้อยคอไว้ ถ้าหากว่าเรานึกถึงพระท่านไม่ออก จะได้นำพระขึ้นมาดู รูปนี้เป็นรูปขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงแนะนำให้เราปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามระบอบแห่งความดีที่เรียกว่า พระธรรมวินัย

       นี่คือความเป็นจริงเป็นความมุ่งหมายของผู้ทำต้องการอย่างนั้น หมายความว่าคนที่มีพระห้อยคอ ควรจะทำใจอย่างพระหรือมิฉะนั้นคนที่มีพระห้อยคอ ก็ควรที่จะทำตามพระแนะนำ ให้ปฏิบัตดี ปฏิบัติชอบ แต่พวกเราก็กลับมาพลิกแพลงเสีย เอาพระไปตีกับชาวบ้านเขา ไปยุให้พระตีกัน

      พระที่นำมาห้อยคอนี่ พระท่านทำขึ้นมาก็ด้วยอาศัยอำนาจของพระพุทธานุภาพนะ อำนาจของพระพุทธานุภาพนี่สามารถที่จะช่วยคนที่ยังไม่ถึงอายุขัยให้พ้นจาก อันตรายได้ ที่เรียกว่า "พระเครื่อง" อันนี้ใช้ได้ แต่ถ้าหากจะเรียก "เครื่องรางของขลัง" อันนี้ใช้ไม่ได้ พระทุกองค์ท่านทำมาไม่ใช่ของขลังท่านทำมาด้วย วิธีที่เรียกว่า พุทธศาสตร์ ไม่ใช่ ไสยศาสตร์ พุทธศาสตร์กับไสยศาสตร์มีค่าต่างกัน

       พวกของขลังนี่เป็นไสยศาสตร์ เขาทำมาเพื่อขาย สำหรับ พุทธศาสตร์ เขาทำเพื่อการสงเคราะห์ เพื่อให้บุคคลที่มีพระประเภทนี้ไว้ ถ้ามีจิตใจเคารพในคุณพระรัตนตรัย ถ้าไม่ถึงอายุขัย ถ้าอันตรายของชีวิตพึงจะเกิดขึ้น ก็สามารถปลอดภัยจากอันตรายนั้นได้



จาก หนังสือสมบัติพ่อให้
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (ฤาษี ลิงดำ)



  
 

"ขอทุกท่านที่มีเจตนาดี รวบรวมคำสอนของสมเด็จพระชินวรเพื่อสาธารณะประโยชน์ มิได้หวังผลตอบแทนเป็นวัตถุ

จงบรรลุผลที่ท่านทุกคนตั้งใจ จงทุกประการ"

 

พระมหาวีระ ถาวโร (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน) 




ลิ๊ง ภาพสังฆานุสสติ (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)


 

เนื้อหาตัวอย่างสู่หน้าธรรมะโดนใจ (วีดิทัศน์-เสียง-อ่าน)

ขอบพระคุณ และอนุโมทนาอย่างสูง ท่านที่เมตตาโพสธรรมทานเป็นวีดิทัศน์-เสียงลงในยูทูป

ที่ได้นำมาเผยแพร่ในเว็บนี้


คลิกตรงนี้เพื่อ ดู ฟัง วีดิทัศน์-เสียงธรรมของหลวงพ่อหมวดอื่นๆ
 
พระพุทธชินราช
ณ วิหาร ๑๐๐ เมตร วัดท่าซุง
จ.อุทัยธานี
 
พระสมเด็จคำข้าว
(จำลองจาก พระชินราชวิหารที่ ๑๐๐ เมตร วัดท่าซุง)
 
พระยืน ๓๐ ศอก
(ลพ.เงินไหลมา เทมา)
 
 พระสมเด็จหางหมาก
(จำลองจากพระยืน ๓๐ ศอก)
 
พระสมเด็จหางหมาก รุ่นพิเศษ
 
พระคำข้าว รุ่นปืนแตก
 
พระมหาวีระ ถาวโร
 
 ลป. แหวน สุจิณโณ
 
 ลป. สี ฉันทฺสิริ
 
 ลป. บุดดา ถาวโร
 
 ลป. คำแสนใหญ่
 
 บป. คำแสนเล็ก
 
ลป. ชุ่ม โพธิโก
 
 ลป. ครูบาบุญทึม
 
ลป. ครูบาอินทฺจักร รักษา
 
ลป. ครูบาพรหมจักร รักษา
 
ลป. สิม พุทธาจาโร
 
ลป. ชัยยะ วงศาพัฒนา
 
ลป. ครูบาธรรมชัย
 
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปลื้ม)
วัดสามพระยา
 
สมเด็จพระพุฒธาจารย์ (เกี่ยว)
วัดสระเกศราชวรวิหาร
  
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน)
วัดราชผาติการาม
 
ลป.ติ้อ อจลฺธมฺโม วัดป่าอรัญวิเวก
 
 
ลป.จาม มหาปุญโญ วัดป่าวิเวกพัฒนา
 
ลป. หล้า (ตาทิพย์) วัดป่าตึง
 
 ลพ. ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร
 
หลวงน้า มหาอำพัน วัดเทพศิรินทร์
 
ลป.ดู่ วัดสระแก จ.พระนครศรีอยุธยา
 
บุญที่ทำให้เกิดมาเป็นคนสวยทุกชาติ

 

...ทำไมพระนางรูปนันทาจึงสวยมาก ตอนนี้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในที่บางตอน ท่านกล่าวว่า พระนางรูปนันทาเป็นคนในตระกูลศากยราช เกิดในตระกูลของเจ้าก็จริงแหล่ แต่ทว่าเป็นเจ้าที่มีความสวยงดงามเป็นกรณีพิเศษ ไม่มีหญิงใดในกรุงกบิลพัสดุ์มหานครจะสวยเท่าพระนางรูปนันทา...

 

...ทุกชาติที่เกิดเป็นมนุษย์ เวลาที่เธอจะทำบุญ ทำทาน ภาชนะทุกอย่างต้องสะอาดหมด ตั้งแต่สมัยเป็นคนยากจนก็ตามที ภาชนะมันอาจจะไม่ดีเท่าชาวบ้านเขา แต่ว่าการทำความสะอาดภาชนะที่จะไปทำบุญต้องสะอาด ถ้าไม่สะอาดเธอไม่ทำ ต่อมาจนกระทั่งเป็นลูกเศรษฐี หรือลูกกษัตริย์ มาก็หลายวาระ เวลาที่จัดภัตตาหารไปถวายพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ภาชนะทุกอย่างเธอต้องล้างเอง ต้องเช็ดเอง ต้องทำเองทุกอย่างจนกระทั่งเป็นที่พอใจ องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า อาศัยที่รูปนันทาเป็นคนชอบความสะอาด รักความสะอาด เวลาให้ทานหรือบำเพ็ญกองการกุศล เหตุนี้เป็นปัจจัยให้รูปนันทาเป็นคนสวยทุกชาติ มาชาติสุดท้ายนี่เป็นคนสวยที่สุด แต่ว่าไอ้ความสวยก็อยู่ไม่ได้นาน (อ่านทั้งหมด)


  

ทำบุญ เพียงฉลาดตั้งเจตนาให้ถูก ก็จะได้อานิสงสงส์มหาศาล

 

...ฯลฯ สำหรับบรรดาท่านผู้ไม่ใช่บิดามารดาของบุตรกุลธิดาที่อุปสมบทบรรพชาในพระพุทธศาสนา เป็นผู้ช่วยในการบวช นี่หมายความว่า เวลาเขาจะบวชพระครั้งหนึ่ง เราทราบเข้าก็ไปบำเพ็ญกุศลร่วมกับเข้าด้วยจตุปัจจัยมากบ้าง น้อยบ้าง ให้สิ่งของบ้าง ช่วยขวยขวายในกิจการงานในการที่จะอุปสมบทบ้าง หมายความว่า เขาจะบวชลูกบวชหลานของเขา เราไม่มีลูกหลานจะบวช เขามาบอกบุญมาหรือไม่บอกบุญก็ตาม เอาจตุปัจจัยบ้าง เอาของที่จะพึ่งจะใช้ในงานบ้าง ไปช่วยในงานด้วยความเลื่อมใส ถ้าไม่มีจตุปัจจัย ไม่มีของ ก็เอากายไปช่วย ช่วยขวนขวายในกิจการงาน อย่างนี้องค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดากล่าวว่าท่านผู้นั้นจะมีอานิสงส์เสวยความสุขอยู่บนสวรรค์ หรือในพรหมโลก คนละ ๘ กัป

 

แต่ถ้าหากเป็นคนฉลาด อย่างเช่นเขาบวชพระกัน ๔๒ องค์ เราก็ช่วยกันบำเพ็ญกุศลช่วยในการ บวชพระ ไม่เจาะจงท่านผู้ใดผู้หนึ่ง เรียกว่าช่วยหมดทั้ง ๔๒ องค์ ก็ต้องเอา ๔๒ ตั้งเอา ๘ คูณนี่เป็นอันว่า...อานิสงส์ที่ที่จะพึงได้ในการอุปสมบทบรรพาชากุลบุตรกุลธิดาในพระพุทธศาสนาสำหรับผู้ช่วยงาน แต่สำหรับท่านผู้เป็น เจ้าภาพ ในฐานะคนที่บวชไม่ได้เป็นบุตรของเรา แต่ว่าเป็นผู้จัดการขวยขวายในการอุปสมบทบรรพชาให้ อันนี้องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดากล่าวว่า ท่านผู้จัดการบวชจะ ได้อานิสงส์ ๑๒ กัป จะมีผลหลั่นซึ่งกันและกัน (อ่านต่อ)

 
 

 
 

หลวงพ่อปานชำระหนี้สงฆ์

 

...ทรัพย์สินที่เขาสร้างไว้ในวัด เขาไม่ได้สร้างให้พระองค์ใดองค์หนึ่ง เขาสร้างถวายพระพุทธเจ้า คำว่า ของสงฆ์ นี่น่ะต้องหมายถึงพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เป็นของส่วนกลาง ไม่มีใครหรอกที่จะมาถือสิทธิว่า เป็นของฉัน จะเป็นสมภารองค์ไหน สมเด็จองค์ไหน เจ้าคณะองค์ไหน พระสังฆราชองค์ไหนก็ตาม จะมาชี้ว่า สมบัติของสงฆ์ที่เป็นของฉัน เป็นของส่วนตัว นี่ลงนรกหมด...

 

...ของในวัด ถ้าพระองค์ไหนปลูกไว้ ถึงเขาสึกแล้วก็ตาม เขาตายแล้วก็ตาม ของเหล่านั้นเป็น ของสงฆ์ ถ้าหากว่าเจ้าของยังบวชอยู่ มีอำนาจให้ใครได้ กินเองได้ ถ้าว่าเขาตาย เขาสึกไปแล้ว พระองค์ใดองค์หนึ่งจะถือเป็นทายาท กินใช้เองน่ะไม่ได้ เพราะเป็นของสงฆ์เสียแล้ว เหมือนของหลวง เวลาจะกินจะใช้ต้องประชุมสงฆ์กัน สงฆ์ทั้งหมดต้องประชุมอนุมัติ ว่าเราจะกินจะใช้ของประเภทนี้ด้วยวิธีการอย่างไร...

 

...หลวงพ่อปานซื้อ ซื้อแบบไหน ท่านบอกว่า ต้นไม้ก็ดี ต้นเล็ก ๆ ไม่ใช่โค่นต้นใหญ่ เช่น ไม้ลำหรือว่าหน่อไม้บางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด เป็นส่วนเล็กส่วนน้อย หรือว่าลูกไม้ก็ตาม ดอกไม้ก็ตาม ถ้ามีใครจะเด็ดเอาไปดม เอาไปบูชาพระ จะเอาไปกินเอาหน่อไม้ไปกิน เป็นบางส่วนหรือลำไม้บ้าง มีคนมาลักไม้บ่อย ๆ ที่หลังวัด เขาเคยมาตัดลำไม้บ่อย ๆ สมัยนั้นมีกอไผ่มาก ท่านบอกว่าส่วนเล็กน้อยประเภทนี้ฉันขอซื้อ ขอซื้อสงฆ์ด้วยจำนวน ๑๐๐ บาท เพื่อเป็นการป้องกันโทษของบุคคลผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ พระสงฆ์ก็สาธุ... คลิกอ่านรายละเอียด

 
 
การเจริญพระกรรมฐานจากเสียงเพลง

 

...ฯลฯ ฟังเพลงที่ชอบใจ หรือไม่ชอบใจก็ตามที ตั้งใจฟังมันจนจบ เอาจิตจับไว้เสมอว่า เพลงนี้มีลีลาเป็นอย่างไร มีเสียงสูง มีเสียงต่ำ มีเสียงเบส เสียงแหลม แล้วก็การดีดสีตีเป่าทุกจังหวะการตีทุกครั้ง เราจะไม่ยอมให้เสียงนี้ขาดไปจากหู ใจจะตามรู้เสียงเพลงอยู่ตลอดเวลา แล้วเวลานั้น เราจะไม่ยอมให้อารมณ์อื่นเข้ามาคิด ไม่ยอมให้อารมณ์อื่นเข้ามาแทรกจิต จิตจับอยู่เฉพาะเสียงเพลงอย่างเดียว...

 

- พอจิตจับอยู่เฉพาะเสียงเพลงอย่างเดียว อย่างนี้จะเป็น สติ คือ เป็นการรวบรวมกำลังใจ ให้จับอยู่กับกระแสของเพลง และเสียงของเพลง ตอนนี้เมื่อจับเสียงเพลงได้ตลอดจนไม่ขาดสาย ก็แสดงว่าจิตของเราเป็น สมาธิ ตัวสติใช้ได้!!!

- ทีนี้มาถึง สัมปชัญญะ ต้องรู้ว่าเสียงเพลงที่ออกมาเป็นเสียงหนัก หรือเสียงเบา เสียงทุ้มหรือเสียงแหลม ช่วงจังหวะสั้น หรือยาว อย่างนี้เป็น สัมปชัญญะ ตั้งอารมณ์จิตให้มันตรงอยู่เฉพาะเสียงเพลงดังที่กล่าวมาอย่างนี้เป็น สมถะภาวนา... (อ่าน หรือ ฟังให้ครบ)


 

เกร็ดความรู้ย้ำความจำ

จากหนังสือ พ่อสอนลูก หน้า ๓๑๓ ๓๑๔

 

นะมะพะธะนะมะแปลว่า นมัสการพะธะแปลว่า พระพุทธเจ้า นะมะ พะธะ แปลว่า ไหว้พระพุทธเจ้า นะมะพะธะ ที่เขาแปลว่า ธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เขาไม่ได้ภาวนา เขาพิจารณานะ คำว่า นะมะ พะธะที่ท่านบอกมาจริงๆ บอกว่าไม่ใช่ธาตุ ๔ เป็นการนมัสการพระพุทธเจ้า เป็น พุทธานุสสติกรรมฐาน

 

สัมปจิตฉามิ ความจริง สัมปจิตฉามินี่เป็น พุทธานุสสติกรรมฐาน เพราะคาถา ๒ บทนี้ (พุทโธและ สัมจิตฉามิ”) พระพุทธเจ้าบอกเอง จะเป็นอะไรก็ตาม ภาวนาอย่างไรก็ตาม ถ้านึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน ก็เป็น พุทธานุสสติกรรมฐาน ทั้งนั้น ยามปกติภาวนาว่า พุทโธ สบายใจแล้วค่อยต่อด้วย สัมปจิตฉามิ ก็ได้

สัมปจิตฉามิ ท่องเข้าไปเถอะ ชาติก่อนทรงอภิญญา หรือไม่ก็ตาม ภาวนาไปๆ อภิญญาก็มา อภิญญานี่เก่าไม่มี ทำใหม่เกิดได้ ในครัวข้าวสุกไม่มีเราหาใหม่ได้นะ...ภาวนาไปเถอะ อย่าลืมขึ้น พุทโธ เสียก่อน คาถาที่พระพุทธเจ้าบอกพอจิตสบายก็ต่อเลย คือวันเวลาใกล้เข้ามาแล้ว ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เข้าเขตอภิญญาจะมา ต้องเพาะกำลังใจไปก่อน คำว่า มา หมายความว่า กำลังจิตคนจะเข้าถึงความเข้มข้น ต้องทำก่อน ถ้าทำเวลานั้นก็ช้าไป ต้องทำเรื่อยๆ ไปนะ

แล้วก็ สัมปจิตฉามิ เป็น คาถาผลัก ผลักทุกอย่าง เหตุร้ายใดๆ ที่จะเข้ามาหาเรา จะถูกผลักไปหาเจ้าของ แต่เราไม่ยอมรับ ไม่ใช่บาป

 อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่มะอะอุนี้เถิดห ลวงพ่อปานท่าน ปลุกของทุกอย่าง คือว่าของที่เขาเสกมาแล้ว เวลาคล้องคอให้นึกถึงพระพุทธเจ้า ตั้งนโม ๓ จบ แล้วว่าคาถาบทนี้ ท่านใช้แบบนั้นนะ


 
 

 

...ฯลฯ สัมพเกษี เตือนบริษัทและลูกหลานของเธออย่างนี้นะว่า ให้ทุกคนรู้ตัวว่า มีวิมานอยู่บนสวรรค์ชั้นกามาวจรแล้ว เมื่อเวลาเขาทำความชั่วมาก็ช่างเถิด เวลาก่อนจะนอนให้นึกถึงความดีที่ทำไว้ ขึ้นชื่อว่าความชั่วทั้งหลายปล่อยมันไป คิดนึกถึงแต่ความดี แล้วเอาใจนี่จับไว้ว่า นี่เรามีวิมานแก้ว ๗ ประการไว้บนสวรรค์ชั้นกามาวจรแล้ว เวลาเราจะตายเราจะไปอยู่วิมานนั้น

 

ถ้าเวลาป่วยไข้ไม่สบายไม่ต้องเอาอะไร นึกถึงคุณพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จะนึกถึงพระพุทธก็ได้ พระธรรมก็ได้ พระสงฆ์ก็ได้ สิ่งก่อสร้างก็ได้อย่างใดอย่างหนึ่งไวในใจ แล้วตั้งใจว่า เราจะไปอยู่วิมานของเราที่มีอยู่แล้ว ตั้งใจเพียงเท่านี้นะ ถ้าตายเขาจะถึงสวรรค์ชั้นกามาวจรทันที...(อ่านทั้งหมด)

 

 
วิธีทำให้บุญรวมตัวก่อนตาย

"...ถ้าป่วยใหม่ๆ อาตมาแนะนำให้ทำดังนี้คือ...

 

๑) ให้นำพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร พร้อมอาหารและของใช้ที่จำเป็น นำไปให้ผู้ป่วยเห็นและให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า...

"ของทั้งหมดนี้ขอถวายเป็นสังฆทานแก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญทั้งหมดนี้ให้เจ้ากรรมนายเวรของผู้ป่วยได้โมทนาและอโหสิกรรมให้ผู้ป่วยด้วย"

แล้วญาติก็นำของทั้งหมดไปถวายพระเป็นสังฆทาน จิตใจของผู้ป่วยจะได้สบายเพราะได้เห็นพระพุทธรูปและได้ทำบุญ

๒) ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีก ก็ควรนำเงินจะมากหรือน้อยตามแต่ศรัทธา ให้ผู้ป่วยถือเงินไว้และให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า...

"เงินจำนวนนี้ขอถวายชำระหนี้สงฆ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าเคยไปหยิบหรือนำของสงฆ์มาโดยเจตนาหรือไม่ได้เจตนาก็ตาม"  คลิกอ่านรายละเอียด

 

  

คนก่อนจะตายต้องเห็นนิมิตก่อน.

 

.."คนก่อนจะตายต้องเห็นนิมิต" สมัยหลวงพ่อปาน ท่านก็เขียนไว้ ท่านบอกว่าลอกมาจากตำรับตำรา ท่านบอกว่า คนก่อนจะตายต้องเห็นนิมิต คือ

๑) เวลาก่อนจะตาย ถ้าเห็นไฟ กองไฟ หรือดวงไฟ แสดงว่าคนนั้นตายแล้วตรงไปนรกทันที ไม่ผ่านสำนักพระยายมราช

๒) เวลาก่อนจะตาย ถ้าเห็นป่า จะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน

๓) เวลาก่อนจะตาย ถ้าเห็นก้อนเนื้อ จะเกิดเป็นคน

๔) เวลาก่อนจะตาย ถ้าเห็นสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล เช่น..ของที่เราเคยให้ทาน หรือวัดที่เราเคยทำบุญ พระที่เราเคยไหว้จะเป็นพระพุทธรูปก็ตาม พระสงฆ์ก็ตาม เป็นอันว่าสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลอย่างนี้ ก็จะไปเกิดบนสวรรค์คือไปสู่สุคติ คลิกอ่านต่อ

 

 
 

อานิสงส์สร้างพระพุทธรูปชำระหนี้สงฆ์

 

...ฯลฯ ท่านบอกว่า เมื่อคืนนี้ มีพระมาบอกว่า ถ้าจะชำระให้หมดได้ต้องสร้างพระพุทธรูปชำระหนี้สงฆ์ หน้าตัก ๔ ศอก โตกว่าได้ แต่เล็กกว่านั้นไม่ได้ แล้วอุทิศถวายสงฆ์ไป เป็นการชำระหนี้สงฆ์ที่เคยติดค้างมาในชาติก่อน ท่านบอกว่า ถ้าอย่างนี้ พระท่านบอกนะ เป็นการชำระหนี้สงฆ์เสร็จ ไม่เป็นหนี้ติดค้างกัน... แล้วท้าวเวสสุวัณท่านอธิบายบอกว่า

 

คนที่สร้างพระชำระหนี้สงฆ์ คือ พระพุทธรูปหน้าตัก ๔ ศอก แล้วชำระหนี้ของสงฆ์ที่เคยเป็นหนี้มาในกาลก่อน บุญมหาศาลมาก คนนี้มีอานุภาพคล้าย ๆ กับ พระโสดาบัน นั่นคือ ไม่ใช่เหมือนพระโสดาบัน คล้ายกันพระโสดาบันท่านตายไม่ตกนรกฉันใด คนที่สร้างพระพุทธรูปขนาดนี้แล้ว กำลังใจมีปีติมาก ตายชาตินี้ไม่ลงนรก แต่ว่าชาติต่อไปถ้าเกิดทำกรรมใหญ่ คือ บาปใหม่ นี่จะลงนรกได้ แต่พระโสดาบันไม่ลงนรกต่อไป ขึ้นชื่อว่า เป็นการยันตนเองไม่ให้ลงนรกชาตินี้ไว้ได้ ถ้าชาติต่อไปได้มีโอกาสพบองค์สมเด็จพระจอมไตร หรือพระอรหันต์ ได้ฟังเทศน์แล้ว ก็สามารถจะต่อเดินทางไปได้ ไม่ลงนรกต่อไป ก็รวมความแล้วเป็นอันว่า เมื่อท่านบอกอย่างนี้แล้ว ท่านก็หายไป

 

จับใจความได้ว่า คนที่สร้างพระชำระหนี้สงฆ์ และชำระแล้ว เป็นอันว่าชาตินี้ลงนรกยาก เพราะกำลังปีติที่สร้างพระใหญ่ ปีติจะฟูอยู่ในใจ ภาพพระจะดำรงใจ เวลาใกล้จะตาย จะนิมิต คือ พระพุทธรูป โปรดอ่านต่อ

 

หมายเหตุ : การสร้างพระพุทธรูปชำระหนี้สงฆ์หน้าตักตั้งแต่ ๔ ศอกขึ้นไป หาก ไม่ปิดทองจะชำระได้หมดสิ้นเฉพาะคนสร้างเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่หากปิดทองมีคณะร่วมด้วยจะสามารถชำระได้หมดทุกคน.. คลิกอ่านต่อ


 
 
อานิสงส์ทำบุญด้วยทองคำ
 

...ฯลฯ วันหนึ่ง หลวงพ่อเข้านิโรธสมาบัติ ตอนนั้นท่านป่วยมาก อาตมาไปนอนเฝ้ากับพระประทีป ตอนตีสองท่านตื่นขึ้นมา จะประคองท่านเข้าห้องน้ำ

 

ท่านก็บอกว่า วันนี้ไม่ได้นอนเลย พระพุทธเจ้ามาบอกให้เข้านิโรธสมาบัติตั้งแต่ค่ำ ต่อไปจะสร้างปราสาททองคำไว้เก็บพระพุทธเจ้านะ
 
ก็ถามว่า หลวงพ่อสร้างไว้ตรงไหนครับ "โรงอิฐ" ต่อจากนั้นท่านก็มาสายลมอีก ๒ เที่ยว ก็ไม่เห็นท่านพูดเรื่องนี้ เราก็นึกเอ..ท่านจะสร้างจริงหรือเปล่าหนอ ปราสาทนี่คงจะแพงนะ ก็เลยมาเล่าให้พระสุจริตฟัง พระสุจริตก็บอกว่าจริง ท่านเคยมาตรวจงานแล้วก็ชี้ไปที่ "โรงอิฐ" บอกว่าจะสร้างที่เก็บพระพุทธรูป
 
ตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะทำหรอก เพราะมันหนัก แต่พอไปพูดกับผู้ใหญ่ ก็มีหลายคนบอกว่าต้องทำๆ เขาบอกแล้วก็ไป แต่ทุกข์มันอยู่ที่เรา ไอ้เราก็แบกซิ ไอ้นี่ไม่เสร็จ ไอ้นั่นไม่เสร็จทุกข์จังเลย ก็ขอเก็บไว้ก่อน เอาไว้ท้ายๆ ถึงจะทำ พูดไปก็จะทำให้คนแบกภาระไปด้วย
 
อย่างหลวงพ่อสร้าง วิหาร ๑๐๐ เมตร พระก็บอกทำทีละหน่อยๆ มันก้ไม่หนัก ก็มีงานขึ้นใหญ่ๆ อยู่ ๒ ชิ้น คือ "ปราสาททอง" กับ"โบสถ์ทองคำ" โบสถ์ทองคำ คือ ปิดทองคำเปลว เรื่องนี้เคยพูดกับหลวงพ่อเหมือนกัน"หลวงพ่อครับ ใช้โมเสทสีทองซิครับ ทนครับ ฝนตกก็ไม่ลอก" เรานึกว่าดี
 
หลวงพ่อบอก "ฉันรู้ แต่พระพุทธเจ้าท่านไม่ยอม อานิสงส์ไม่เหมือนกันคุณ อานิสงส์บูชาด้วยทองคำ เกิดกี่ชาติก็ไม่มีความยากจนเข็ญใจ"
 
ดูตัวอย่างท่าน เมณทกเศรษฐี เอา ทองคำเปลวไปปิดที่ฐานส้วมแล้วอธิษฐาน เกิดมาชาติหนึ่งมีความร่ำรวยมาก นั่น แผ่นเดียวนะนี่เราปิดเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน แล้วก็ปิดที่ โบสถ์ เป็นที่เกิดของพระ จะเป็นพระได้ต้องบวชในโบสถ์ ไปบวชกลางทุ่งนาไม่ได้ ฉะนั้นจึงมีอานิสงส์มาก สังเกตุหลวงพ่อพระพุทธรูปท่านปิดทองทุกองค์(อ่านทั้งหมด)
ลพ. สุ่น วัดบางปลาหมอ
 
 ลพ.ปาน วัดบางนมโค
 
 
 ลพ.อยู่ (พระครูรัตนาภิรมณ์)
วัดบ้านแพน
 
ลพ. สังข์ (พระครูอุดมสมาจารย์)
วัดน้ำเต้า 
 
 ลพ.เล็ก วัดบางนมโค
 
ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก
 
ลพ. โหน่ง วัดคลองมะดัน
 
 ลพ. เรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ
 
 
ลพ. ปั้น วัดพิกุล
 
 
ลพ. จีน วัดเจ้าเจ็ดใน
 
ลพ. เนียม วัดน้อย
  
 ลพ. พริ้ง วัดมะกอก
 
 ลพ. นาค วัดระฆัง
 
สมเด็จพุฒธาจารย์ (นวม)
วัดปทุมคงคา 
 
 ลพ. สด วัดปากน้ำภาษีเจริญ
 
พระครูสุวรรณพิทักบรรพรรต
วัดสระเกศ
 

SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser
หน้าเว็บย่อย (25): ดูทั้งหมด
Comments