ประวติมะละกอฮอลแลนด์

                                         ประวัติขอมะละกอฮอลแลนด์


                 ที่ทำงานผม (ม.กรุงเทพ) ได้เชิญวิทยากรจาก อ.กำแพงแสนจ.นครปฐม มาบรรยายเรื่อง"ข้าวดีด"(จะเขียนเรื่องนี้ใน entry ถัดๆไปครับ) เพื่อเป็นการบริการวิชาการเพื่อสังคม โดยได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้เรื่องข้าว มาพูดคุยกับชาวนาที่ "ชุมชนคลองสี่" หมู่ 10 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 

แต่ก่อนที่จะเข้าวงสนทนากับชาวนาเรื่อง "ข้าวดีด" ผมในฐานะผู้สังเกตุการณ์ได้ต้อนรับและพูดคุยกับวิทยากรเรื่องทั่วๆ ไป และบังเอิญได้คุยกันถึงเรื่องมะละกอ ซึ่งทำให้ทราบว่า ท่านผู้นี้ได้เพาะมะละกอพันธุ์หนึ่งขึ้นมาเป็นคนแรก ซึ่งก็คือ "พันธุ์ฮอลล์แลนด์"

ซึ่งผมก็มีความสงสัยเหมือนกันว่า ทำไม? มะละกอพันธุ์นี้ ดั้น....มาปลูกในประเทศไทยเป็นต้นแรก ทั้งๆ ที่ประเทศฮอลแลนด์ เป็นประเทศหนาวและไม่สามารถปลูกมะละกอได้สักต้น

ผู้ที่จะให้คำตอบนี้ได้ คือผู้ที่เพาะมะละกอพันธุ์นี้ ขึ้นมาเป็นคนแรก
                ท่านผู้นี้มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน นามว่า "ผู้ใหญ่สุธรรม จันทร์อ่อน" อยู่ที่ ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ท่านได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ปี พ.ศ.2553 มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์ เรื่องราวของการพูดคุย ได้เริ่มต้นที่    ผู้ใหญ่ฯ ได้เมล็ดมะกอพันธุ์พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโกชื่อ "พันธุ์เรด มาร์ทาดอร์ (Red Matador)" จากเจ้าของธุรกิจที่ซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์จากศูนย์การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ฯ ที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศฮอลแลนด์และได้ซื้อมะละกอพันธุ์เรด มาร์ทาดอร์ มาทานจากซุปเปอร์มาร์เก็ต มะละกอนี้นำเข้าจากประเทศเม็กซิโก 

โดยเจ้าของธุรกิจท่านนี้ได้นำมะละกอลูกดังกล่าวกลับมาฝากให้ผู้ใหญ่ฯ ลองใช้เมล็ดที่ทานเนื้อแล้วนำมาเพาะในเมืองไทย ดูว่าจะขึ้นหรือไม่?? เพราะติดใจในรสชาติที่อร่อยและหวานของเจ้าเรด มาร์ทาดอร์



การปลูกในเมืองไทย


มื่อได้เมล็ดมะละกอพันธ์เรด มาร์ทาดอร์ ประมาณ 30-40 เมล็ดมาแล้ว ท่านผู้ใหญ่ฯ ก็ลองปลูก แต่ครั้งแรกปลูกไม่ขึ้นเลย และเหลือเมล็ดพันธ์อีกแค่ 2 เมล็ด

ผู้ใหญ่ฯ ก็ลองนำเมล็ดพันธ์ 2 เมล็ดนี้ไปใส่ในช่อง Freeze ของตู้เย็น เก็บไว้ประมาณ 2-3 วัน จากนั้น ลองนำไปปลูกใหม่ ปรากฎว่าคราวนี้ประสบความสำเร็จ เมล็ดมะละกอพันธ์เรด มาร์ทาดอร์สามารถปลูกขึ้นทั้ง 2 ต้น

 


การผสมพันธ์ข้ามสายพันธ์  

    

เนื่องจากผู้ใหญ่ฯ ชอบทางด้านการเกษตร จึงได้ลองนำเกสรของมะละกอพันธุ์เรด มาร์ทาดอร์ 2 ต้นไปผสมข้ามสายพันธ์กับมะละกอพันธุ์ที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย นั่นคือ "พันธุ์แขกดำ"

                   

และประสบความสำเร็จได้พันธ์มะละกอใหม่ขึ้นมา รูปร่างกระทัดรัด ไม่ยาวเหมือนแขกดำ แต่มีความหวานและอร่อยเหมือนพันธ์เรด มาร์ทาดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใหญ่ฯ ยังปลูกแบบเกษตรอินทรีย์อีกด้วย ทำให้มีความมั่นใจว่า เป็นมะละกอที่ปลูกไม่ใช้สารเคมี ปลอดภัยกับผู้บริโภค 

 

  การตั้งชื่อครั้งแรก 

              ผู้ใหญ่สุธรรม ได้ตั้งชื่อมะละกอพันธ์ใหม่นี้ตามวัดชื่อ "วัดปลักไม้ลาย"ที่ท่านได้อาศัยอยู่ใกล้ๆ จึงเรียกพันธุ์มะละกอใหม่นี้ว่า "พันธุ์ปลักไม้ลาย" และได้จดอนุสิทธิบัตรแล้ว

หน้าตาของมะละกอพันธุ์ปลักไม้ลาย

 


มะละกอพันธุ์นี้จะนิยมทานแบบสุกครับ...

 

 

 การเปลี่ยนชื่อ


ผู้ใหญ่ฯ ได้นำมะละกอให้คนรู้จักทาน ต่างก็ชื่นชอบเพราะมีความหวานและอร่อย คนรู้จักจึงถามว่าเป็นพันธุ์อะไร ผู้ใหญ่ฯ บอกว่าเป็นพันธุ์ปลักไม้ลาย คนเหล่านั้น บอกว่า

"ทำไม?? ตั้งชื่อว่า "พันธุ์ปลักไม้ลาย" เชยจังเลย"

                ผู้ใหญ่ฯ ก็เลยมานั่งคิดว่า จะเปลี่ยนเป็นชื่ออะไรดี?? เอาอย่างนี้ล่ะกัน เพื่อไม่ให้ชื่อเชยเกินไป จึงขอเรียกตามแหล่งที่เมล็ดพันธุ์ได้เดินทางมา ก็คือประเทศฮอลแลนด์ ดังนั้น มะละกอ "พันธุ์ปลักไม้ลาย" จึงเปลี่ยนชื่อ และคนเรียกติดปากมาจนถึงทุกวันนี้ว่าเป็น..."พันธุ์ฮอลแลนด์"นี่คือเหตุผลว่า ทำไม? ประเทศฮอลแลนด์ไม่มีมะละกอสักต้น จึงมี "มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์" มาปลูกในประเทศไทยเป็นต้นแรก

 



Comments