ป.2-4-5ม.1-2ใช้ข้อสอบกลางปี57 สพฐ.อ้างเปิดเวทีรับฟังคิดเห็นแล้ว หวังวัดผลคุณภาพศึกษา

โพสต์1 ธ.ค. 2556 00:58โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต 1 ธ.ค. 2556 00:58 ]

สพฐ.สรุปใช้ข้อสอบกลางชั้น ป.2, ป.4, ป.5, ม.1 และ ม.2 วัดระดับคุณภาพการศึกษาไทย เริ่มปี 2557 อ้างเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น นักวิชาการ ผู้บริหาร ครู นักเรียนแล้ว "อภิชาติ" ชี้ส่วนปี 58 จะใช้สัดส่วน 50:50 แล้วนำ 2 ปีเปรียบเทียบกันก่อนสรุปควรใช้สัดส่วนเท่าไหร่
นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดทดสอบวัดผลกลาง ตามนโยบายของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ว่า จากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักวิชาการ ผู้บริหาร ครูอาจารย์ นักเรียน และผู้ปกครอง ได้ข้อสรุปว่า จะมีการจัดสอบวัดผลกลางในระดับชั้น ป.2, ป.4, ป.5, ม.1 และ ม.2 เนื่องจากปัจจุบันไม่มีการทดสอบกลางที่เป็นมาตรฐานและเป็นระบบ ทำให้ไม่รู้ปัญหาที่แท้จริง ซึ่งการทดสอบวัดผลกลางจะสรุปภาพรวมคุณภาพการศึกษาทั้งประเทศได้ ทั้งนี้ นักวิชาการมีข้อเสนอว่าในระดับชั้น ป.1 จะยังไม่มีการทดสอบ เพราะเด็กยังอ่านและเขียนหนังสือไม่ได้ จึงอาจให้โรงเรียนดำเนินการออกข้อสอบเอง ทั้งนี้ จะเริ่มจัดสอบตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปดังกล่าวจะมีการเสนอต่อที่ประชุม กพฐ. ในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบ และจะเสนอต่อ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อออกเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต่อไป
รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า สำหรับการใช้ข้อสอบกลางและข้อสอบของโรงเรียนจะอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 30:70 ส่วนปีต่อไปจะเพิ่มเป็นสัดส่วน 50:50 จากนั้นจะนำผลทั้ง 2 ครั้งมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ว่าควรใช้สัดส่วนเท่าใดถึงจะเหมาะสมที่สุด เพื่อนำไปใช้ในปีต่อๆ ไป ส่วนการออกข้อสอบกลางนั้นได้มอบให้สำนักทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะเชิญครูผู้สอนวิชาต่างๆ มาร่วมออกข้อสอบ และจะให้ครูที่จบวัดผลมาโดยตรงมาร่วมปรับข้อสอบให้เป็นไปตามหลักวัดผล จากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการเลือกข้อสอบแต่ละวิชา เพื่อให้ได้ข้อสอบชุดเดียวที่จะนำมาใช้ทดสอบเด็กทั้งประเทศ
"การจัดทดสอบวัดผลกลางนอกจากจะทำให้ทราบคุณภาพการศึกษาของเด็กแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นและเร่งรัดให้ครูมีการพัฒนาตัวเองด้วย เนื่องจากผลการสอบวัดผลกลางจะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องการพิจารณาความดีความชอบ และการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะด้วย" เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.