ข่าว ประชาสัมพันธ์

อบรมเชิงปฎิบัติการการจัดการศึกษาในโรงเรียนต้นแบบการเรียนรวม

โพสต์โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต ]


ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดราชบุรี
 
จัดอบรมเชิงปฎิบัติการการจัดการศึกษาในโรงเรียนต้นแบบการเรียนรวม(INCLUSIVE SCHOOL) เพื่อพัฒนาบุคลากร ณ โรงเรียนโสภณศิริราษฎร์ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี   ในวันที่ ๗ - ๘  พฤษภาคม ๒๕๕๘

โดยมีวิทยากร ดังนี้ 
        ๑. ดร.พัชรีวัลย์ เกตุแก่นจันทร์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาพิเศษ
        ๒. ศึกษานิเทศก์ศุภร เสาวัง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ
        ๓. ครูวิไลรัตน์ วรรณวิไลย ครูชำนาญการพิเศษ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ
        ๔. ครูอาคม สมพามา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนสายธรรมจันทร์

ข่าวโดย ศึกษานิเทศก์ศุภร เสาวัง





“หนุมานชาญสมร วานรชวนทำดี”ปีที่ ๒

โพสต์21 พ.ค. 2558 01:00โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต 21 พ.ค. 2558 01:28 ]

วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๑.๐๐ น. ณ หอประชุมโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา คณะครูและนักเรียนโดยนายวรากุล หงษ์เทียบ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา ได้ประกอบพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านคุณธรรม จริยธรรม “หนุมานชาญสมร วานรชวนทำดี”ปีที่ ๒ โดยมี   ดร.สุมนต์รัตน์ อัศตรกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ปรึกษาโครงการฯ  
เป็นประธานพิธีเปิด 

โรงเรียนสวนผึ้งวิทยา ได้รับการคัดเลือก จากสำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นตัวแทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านคุณธรรม จริยธรรม “หนุมานชาญสมร วานรชวนทำดี” ปีที่ ๒ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และเกิดความรักในความเป็นไทย เทิดทูนสถาบันตลอดจนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นไทย รวมทั้งสร้างความตระหนักเกี่ยวกับค่านิยม ๑๒ ประการ ให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ ในปีนี้

กิจกรรมในพิธีเปิดมีการแสดงและฝึกการเชิดหุ่นละครเล็ก โดยคณะนาฎยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะนำคุณธรรมที่ปรากฏตามท้องเรื่อง และค่านิยม ๑๒ ประการไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ นักเรียน-ครู โรงเรียนสวนผึ้งวิทยา, นักเรียน–ครู โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านตะโกบน, คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา, บุคลากรจากอุทยานธรรมวิทยา ในพระดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘, นางปลิฎสดา เพ็ชรสีเงิน รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ และนายปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์ ศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบโครงการฯ รวมทั้งคณะบุคลากรจากสำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย นำโดย 
ว่าที่ ร.ต. วรวิทย์ สุนทรวิทย์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


การประชุมวางแผนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพภายใน ฯ

โพสต์14 พ.ค. 2558 23:58โดยyostwadee komsaksin


วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรมริเวอร์แคว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ เป็นประธานพิธีเปิดประชุมวางแผนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพภายใน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ โดยหน่วยงานต้นสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ สำหรับผู้เข้าประชุม ได้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่รับผิดชอบงานประกันคุณภาพ และหัวหน้างานประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน โรงเรียนละ ๒ คน รวมทั้งสิ้น ๑๑๐ คน





อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูแกนนำ PISA สพม.๘

โพสต์13 พ.ค. 2558 21:35โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต 13 พ.ค. 2558 23:42 ]

นายศังกร รักชูชื่น
 
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ เป็นประธานและบรรยายพิเศษ    การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูแกนนำด้านการยกระดับคุณภาพผู้เรียนสู่ความพร้อมในการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ ระหว่าง วันที่ ๑๓ – ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรม ริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี

ผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้  ประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนหรือรองผู้อำนวยการโรงเรียน       ฝ่ายวิชาการ(แกนนำด้านการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ ครูแกนนำด้านการรู้เรื่องคณิตศาสตร์                       ด้านการรู้เรื่องการอ่าน ด้านการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ รวมโรงเรียนละ ๔ คน จำนวนทั้งสิ้น ๒๒๐ คน




PISA - 13-14 พฤษภาคม 2558


ศธ.หลอม"รร.-เด็ก"สู่แนวปฏิรูปสังคม ออกคู่มือให้สถานศึกษา-นักเรียนปฏิบัติตัวตามแนวค่านิยม 12 ประการ

โพสต์11 พ.ค. 2558 07:47โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์

สพฐ.ออกคู่มือ "โรงเรียน-นักเรียน" เตรียมพร้อมรับเปิดเทอม เพื่อสร้างแบบแผนปฏิบัติให้เหมือนกันทุกโรงเรียน ส่วนนักเรียนก็มีคู่มือ "ปฏิบัติตัว" ให้ได้ตามกรอบค่านิยม 12 ประการ และยังจับมือ กกต.พิมพ์หนังสือพลังเยาวชน พลังพลเมือง หวังให้เด็กเรียนรู้หน้าที่ความเป็นพลเมือง และมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมในด้านจิตอาสาด้วย

นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เนื่องด้วยในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ โรงเรียนภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเปิดภาคเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ ตนจึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่ได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดย สพฐ.ได้จัดทำคู่มือแนวทางการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาประมาน 4,000 เล่ม เพื่อแจกไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

เลขาฯ กพฐ.กล่าวว่า คู่มือดังกล่าวถือว่ามีเป็นเรื่องจำเป็น เพราะ ศธ.จะต้องสร้างแบบแผนปฏิบัติให้แต่ละโรงเรียนดำเนินการเหมือนกัน ซึ่งทุกครั้งก่อนการเปิดภาคเรียน แต่ละโรงเรียนควรเตรียมการอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ 1.อาคารสถานที่ ห้องเรียน สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน การอำนวยความสะดวกในการเดินทางมาโรงเรียน หากไม่เตรียมความพร้อมในเรื่องเหล่านี้ เมื่อเด็กมาโรงเรียนอาจจะเกิดอันตรายได้ และ 2.การเตรียมความพร้อมเรื่องการจัดการเรียนการสอน อาทิ อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และตารางสอน เป็นต้น ซึ่งทุกโรงเรียนจะต้องดำเนินการ 2 เรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งคัด

"หากโรงเรียนมีความต้องการก็สามารถรับต้นแบบแล้วไปผลิตซ้ำเพื่อแจกให้กับนักเรียนหรือผู้ปกครองได้ ซึ่งหากไม่เพียงพอ สพฐ.ก็ได้นำคู่มือดังกล่าวขึ้นเว็บไซต์ให้สามารถดาวน์โหลด เนื่องจาก สพฐ.เป็นหน่วยงานใหญ่ที่มีโรงเรียนอยู่ในสังกัดจำนวนมาก"

นายกมลกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้พิมพ์หนังสือเรื่อง “หนึ่งวันในวัยเรียน” แต่งโดยนางณรี สุสุทธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาสของ สพฐ. เนื่องจากค้นพบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่อยากเห็นบุตรหลานของตนเองใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบวินัย อีกทั้งให้เด็กได้รับการพัฒนาตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีความน่ารัก เหมาะสมกับวัฒนธรรมประจำชาติ รู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ทั้งนี้ สพฐ.อยากให้เด็กได้มีคู่มือประจำตัวของตนเอง ว่าชีวิตประจำวันต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง และ สพฐ.ยังได้จัดพิมพ์หนังสือพลังเยาวชน พลังพลเมือง จัดทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการหน้าที่ความเป็นพลเมือง และมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมในด้านจิตอาสาด้วย ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มดังกล่าวจะมีความคิดเห็นพร้อมมุมมองของนักการเมืองต่างประเทศด้วย.



ขอเชิญชวนท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบายด้าน ICT ของประเทศ

โพสต์11 พ.ค. 2558 07:37โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต 11 พ.ค. 2558 07:38 ]


กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดให้มีการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำ
อย่างต่อเนื่องทุกปี นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา เพื่อให้ทราบข้อมูลพื้นฐาน ลักษณะและพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต รวมไปถึงคำถามพิเศษประจำปี โดยในปีนี้จะเป็นการสำรวจพฤติกรรมการซื้อสินค้า/บริการออนไลน์ ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

จึงขอเชิญชวนท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบายด้าน ICT ของประเทศ
โดยขอความร่วมมือจากท่านในการตอบแบบสำรวจฯ จำนวน 26 ข้อ ใช้เวลาตอบประมาณ 15 – 20 นาที ตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 ท่านสามารถ เข้าร่วมตอบได้ที่ เว็บไซต์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) 



ประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้และโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย

โพสต์6 พ.ค. 2558 21:03โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต 6 พ.ค. 2558 21:03 ]

วันที่ ๗ – ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ณ อาคาร ๑๐๐ ปี ณ โรงเรียนวิสุทธรังษี อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ ดำเนินโครงการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ และโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย โดย นายศังกร รักชูชื่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ เป็นประธานและบรรยายพิเศษ

วัตถุประสงค์องการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ คือ
๑. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ ดำเนินการพัฒนาทักษะความคิด การอ่าน คิดวิเคราะห์ และสื่อสารตามแนวทางประเมินผลนักเรียน (PISA)
๒. เพื่อให้ผู้เข้าประชุมมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเป็นครูแกนนำในการพัฒนาทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และสื่อสารตามแนวทางประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) และสามารถขยายผลได้
๓. เพื่อสร้างบทอ่านที่ส่งเสริมทักษะการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ตามแนวทางประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) ให้นักเรียนสามารถอ่าน และวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ ให้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
๔. พัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการคิด
๕. เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ และเทคนิคการจัดการเรียนการสอนเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน
๖. เพื่อพัฒนาครูผู้สอนทุกโรงเรียนปรับเปลี่ยนการสอน และพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนของนักเรียนเชื่อมโยงกับการจัดการเรียนรู้อื่นๆ เพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหานักเรียนอ่านเขียนภาษาไทยต่ำกว่าเกณฑ์

ผู้เข้าประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ และโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย ครั้งนี้ ประกอบด้วยครูสอนวิชาภาษาไทย ในสังกัดโรงเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ จำนวน ๕๕ โรงเรียนละ ๑ คน จำนวน ๕๕ คน

คณะวิทยากรได้แก่ นายวัชรวิทย์ ครูรัฐปิยสกุล และ นางสุวภรณ์ ตั้งธนศิริกุล ครูโรงเรียนหอวัง ปทุมธานี


เปิดรับสมัครแอดมิชชัน' 58 วันที่ 10-17 พ.ค.

โพสต์30 เม.ย. 2558 20:07โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต 30 เม.ย. 2558 20:09 ]

เตรียมพร้อม! สอท. ประกาศรับสมัครแอดมิชชัน 10 - 17 พ.ค. ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th ระบุปีนี้รับจำนวน 1.18 แสนคน ชี้เพิ่มกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 3 พันคน เผย ม.เกษตรฯ รับมากสุด 8,893 คน รองลงมา ม.บูรพา 4,573 คน และ ม.รังสิต 4,040 คน 

       
       วันที่ 29 เม.ย.2558 ที่สมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) อาคารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และนายก สอท. แถลงข่าวการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือ แอดมิชชัน ประจำปีการศึกษา 2558 ว่า การรับสมัครแอดมิชชัน ประจำปีการศึกษา 2558 โดยปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมแอดมิชชัน รับนักศึกษาได้ 118,528 คน มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม 87 แห่ง จำนวน 802 คณะ/สาขาวิชา แยกเป็น 4,114 รหัสวิชา แยกเป็นมหาวิทยาลัย ที่เป็นสมาชิก ทปอ. จำนวน 24 แห่ง รับ 57,655 คน, มหาวิทยาลัยราชภัฏ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 24 แห่ง รับ 22,210 คน, มหาวิทยาลัยเอกชน 34 แห่ง รับ 37,923 คน และสถาบันสมทบ 5 แห่ง รับ 740 คน โดยจะเริ่มจำหน่ายระเบียบการรับสมัคร วันที่ 6 - 17 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์ต่างๆ รวม 17 ศูนย์
       
       สำหรับการสมัคร กำหนดให้สมัครทางเว็บไซต์ สอท. ที่ www.cuas.or.th ตั้งแต่วันที่ 10 - 17 พฤษภาคมนี้ และกำหนดให้ชำระเงินวันที่ 10 - 19 พฤษภาคม ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทุกแห่ง หรือ ธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย และ ธนาคารธนชาต และปีนี้ สอท. ได้ร่วมกับบริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เพิ่มช่องทางชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่จุดบริการร้าน 7-11 และจุดบริการกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งการสมัครจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้ชำระเงินแล้ว ทั้งนี้ ยื่นคำร้องแก้ไขข้อมูลตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการสมัคร วันที่ 10 - 17 พฤษภาคม 2558 ทางโทรสาร 0-2354-5155-6 ตรวจสอบคะแนนและรายชื่อผู้ที่ตัดสิทธิ์ ระหว่างวันที่ 25 - 26 พฤษภาคม 2558 สามารถดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ สอท. ผู้สมัครยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูล วันที่ 16 - 26 มิถุนายนนี้ ทางโทรสาร 0-2354-5155-6, 
       
       ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย วันที่ 5 มิถุนายน 2558 ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th หรือ www.aupt.or.th และหน่วยงานที่ร่วมประกาศกับสมาคมฯ รวมถึงเว็บไซต์เคาน์เตอร์เซอร์วิส www.countersevice.co.th, สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย วันที่ 15 - 17 มิถุนายน 2558 ที่สถาบันอุดมศึกษาที่สอบได้ และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th หรือ www.aupt.or.th นอกจากนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียนในการคำนวณคะแนน สมาคมได้จัดทำโปรแกรมคำนวณคะแนน Admissions 58 ไว้บน www.aupt.or.th ขอให้นักเรียนใช้โปรแกรมคำนวณของสมาคม ที่เป็นปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สอท. โทร. 0-2354-5150-2 โทรสาร 0-2354-5155-6
       
       ประธาน ทปอ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ยอดเปิดรับสมัครของปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า จำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 3,000 คน เนื่องจากมีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้น โดยมีมหาวิทยาลัยในส่วนของสถาบันสมทบเพิ่มขึ้น 1แห่ง ที่เข้าร่วม ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เปิดรับสมัครแอดมิชชั่นส์ประจำปี 2558 มีจำนวน 87 แห่ง ได้แก่ 1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับ 1,902 คน 2. ม.เกษตรศาสตร์ รับ 8,893 คน 3. ม.ขอนแก่น รับ 2,050 คน 4. ม.เชียงใหม่ รับ 2,675 คน 5. ม.ทักษิณ 812 คน 6. ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 827 คน 7. ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 2,560 คน 8. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 625 คน 9. ม.ธรรมศาสตร์ 3,668 คน 10. ม.นครพนม 298 คน 11. ม.นราธิวาสราชนครินทร์ 220 คน 12. ม.นเรศวร 4,027 คน 13. ม.บูรพา 4,573 คน 14. ม.พะเยา 2,065 คน 15. ม.มหาสารคาม 2,433 คน 16. ม.มหิดล 1,437 คน 17. ม.แม่โจ้ 4,220 คน 18. ม.แม่ฟ้าหลวง 1,510 คน 19. ม.วลัยลักษณ์ 1,470 คน 20. ม.ศรีนครินทรวิโรฒ 1,869 คน
       
       21. ม.ศิลปากร 2,988 คน 22. ม.สงขลานครินทร์ 3,564คน 23. ม.อุบลราชธานี 1,444 คน 24. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 1,525 คน 25. สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน 200 คน 26. มทร.กรุงเทพ 700 คน 27. มทร.ตะวันออก 1,130 คน 28. มทร.ธัญบุรี 1,195 คน 29. มทร.พระนคร 365 คน 30. มทร.รัตนโกสินทร์ 425 คน 31. มทร.ล้านนา 1,115 คน 32. มทร.ศรีวิชัย 200 คน 33. มทร.สุวรรณภูมิ 670 คน 34. มทร.อีสาน 504 คน 35. มรภ.กาญจนบุรี 216 คน 36. มรภ.จันทรเกษม 430 คน 37. มรภ.ชัยภูมิ 360 คน 38. มรภ.ธนบุรี 2,130 คน 39. มรภ.นครสวรรค์ 950 คน 40. มรภ.สมเด็จเจ้าพระยา 2,816 คน
       
       41. มรภ.พระนครศรีอยุธยา 675 คน 42. มรภ.พิบูลสงคราม 755 คน 43. มรภ.มหาสารคาม 950 คน 44. มรภ.ราชนครินทร์ 205คน 45. มรภ.วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ 1,915 คน 46. มรภ.สวนดุสิต 1,370 คน 47. มรภ.สวนสุนันทา 1,849 คน 48. มรภ.สุรินทร์ 285 คน 49 มรภ.เพชรบุรี 1,000 คน 50. มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 40 คน 51. วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ 25 คน 52. วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย 40 คน 53. สถาบันการพลศึกษา 435คน 54. ม.กรุงเทพ 1,580 คน 55. ม.กรุงเทพธนบุรี 1,140 คน 56. ม.เกษมบัณฑิต 3,050 คน 57. ม.เกริก 1,715 คน 58. ม.คริสเตียน 810 คน 59. ม.เจ้าพระยา 400 คน 60. ม.เซนต์จอห์น 220 คน 61. ม.ตาปี 275 คน 62. ม.เทคโนโลยีมหานคร 240 คน 63. ม.ธนบุรี 580 คน 64. ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ 945 คน 65. ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด 2,960 66 ม.นานาชาติเอเชียแปซิฟิกส์ 110 คน 67.ม.เนชั่น 400 คน 68.ม.พายัพ 1,470 คน 69.ม.ฟาร์อีสเทอร์น 1,030 คน 70.ม.ภาคกลาง 1,000 คน
       
       71. ม.รังสิต 4,040 คน 72. ม.ราชธานี 810 คน 73. ม.วงษ์ชวลิตกุล 735 คน 74. ม.เวสเทิร์น 870 คน 75. ม.ศรีปทุม 1,450 คน 76. ม.สยาม 1,170 คน 77. ม.หอการค้าไทย 3,645 คน 78. ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 1948 คน 79. ม.อีสเทิร์นเอเชีย 810 คน 80. ม.หาดใหญ่ 1150 คน 81. วิทยาลัยเชียงราย 310 คน 82. วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ 140 คน 83. วิทยาลัยเซาส์อีสบางกอก 360 คน 84. วิทยาลัยดุสิตธานี 240 คน 85. วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ 180 คน 86. วิทยาลัยนครราชสีมา 810 คน และ 87. วิทยาลัยสันตพล 1,330 คน


  


การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน

โพสต์20 เม.ย. 2558 15:25โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต 20 เม.ย. 2558 15:26 ]





สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)มีนโยบายเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2558 เรื่องสวัสดิภาพสวัสดิการและความปลอดภัยของนักเรียน 
รายละเอียดดังแนบ












สมศ.แนะวิธีรับมือประเมินรอบสี่

โพสต์20 เม.ย. 2558 15:11โดยปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์   [ อัปเดต 20 เม.ย. 2558 15:11 ]


'ชาญณรงค์' เผยหลังจบการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ได้มีข้อเสนอแนะหลายข้อให้สถานศึกษาเตรียมตัวเพื่อรับมือการประเมินฯรอบสี่


15 เม.ย.2558  ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (ปีงบประมาณ 2554-2558)ที่เสร็จสิ้นไป พบว่า มีตัวบ่งชี้ที่เป็นปัจจัยให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานต้องให้ความสำคัญ เพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย 5 เรื่อง ดังนี้ 
             1.ความสำเร็จของผู้เรียน ที่ตัวบ่งชี้ระบุว่า ผู้เรียนในระดับชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 สามารถผ่านการทดสอบทางวิชาการได้ในระดับดี แต่ผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต กลับพบว่า ผู้เรียนทำได้คะแนนค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานค่าเฉลี่ย  
             2.การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 
             3. ความสามารถด้านการคิดอย่างเป็นระบบของผู้เรียน 
             4.เน้นผู้เรียนค้นคว้าหาความ รู้จากการอ่านมากขึ้น เพราะขณะนี้เยาวชนไทยกว่า 30 % อ่านหนังสือไม่ออก 
             5.การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาและการประกันคุณภาพของสถานศึกษา

ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวต่อไปว่า สมศ. มีข้อเสนอแนะสถานศึกษาในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (ปีงบประมาณ 2559-2563) ดังนี้ 1.ทำการประกันคุณภาพภายในทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาดินพอกหางหมูในการเตรียมเอกสาร 2.จัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการปฏิบัติจริงให้สอดคล้องกับการประกันคุณภาพภายในอย่างเป็นระบบ เพื่อความสะดวกในการสืบค้นหรืออ้างอิง 3. นำข้อเสนอแนะจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามมาวางแผนพัฒนาสถานศึกษา และ 4.สร้างการมีส่วนร่วมภายในสถานศึกษาด้วยการเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันคิด วิเคราะห์



1-10 of 264