ข่าว ประชาสัมพันธ์

ศธ.จัดประชุมสัมมนา "การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการ" แก่ศึกษาธิการภาคและคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด

โพสต์13 ก.พ. 2560 23:02โดยวาสนา ป้อมปราณี   [ อัปเดต 14 ก.พ. 2560 00:57 ]




กระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมสัมมนา "การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา และการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการ" เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ศึกษาธิการภาค และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เข้าร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้



● น้อมนำแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใส่เกล้าฯ และมอบเป็นนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัด

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระประชวรนั้น พระองค์ทรงมีความเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อต้องการให้การศึกษาไทยมี "คุณภาพและคุณธรรม" แต่รัฐบาลสมัยนั้นไม่มีใครนำพระราชกระแสรับสั่งของพระองค์ใส่เกล้าฯ นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

จนกระทั่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตนได้กลับมาประเทศไทยเพื่อมาทำงานด้านนี้ และเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใส่เกล้าฯ และมอบเป็นนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัด โดยได้แถลงเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว เมื่อครั้งรับตำแหน่งวันอังคารที่ 20 ธันวาคม 2559


นอกจากนี้ จากการที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่รัฐมนตรีนั้น พระองค์ทรงขอให้ผู้บริหารทุกคนสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะพระราชปณิธานของพระองค์ท่านถือเป็นพรอันสูงสุด รวมทั้งพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจะน้อมนำแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 ใส่เกล้าฯ และมอบเป็นนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัดต่อไป

ในการสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น พระองค์ได้ทรงมีแนวพระราชกระแสฯ ที่ได้ทรงพระราชทานในวโรกาสต่าง ๆ เกี่ยวกับนักเรียน ครู และการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้




สำหรับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีใจความสำคัญว่า "การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนใน 2 ด้าน คือ ส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้อง 2) การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานชีวิตหรืออุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง อาทิ การสร้างบุคลิกและอุปนิสัยที่ดีงาม (Character Education)"

● การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี

นอกจากการน้อมนำแนวพระราชกระแสฯ ด้านการศึกษา และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มาปรับใช้กับนโยบายด้านการศึกษาแล้ว กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ใน 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ



● มอบหมายภารกิจและหน่วยงานในความรับผิดชอบของ รมช.ศึกษาธิการ

ในการมอบหมายภารกิจและหน่วยงานที่รับผิดชอบให้กับ รมช.ศึกษาธิการ ได้แบ่งงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี โดยคำนึงถึงความถนัดของ รมช.ศึกษาธิการ ดังนี้

1) พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รับผิดชอบเรื่องความมั่นคงทางการศึกษาและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 10 เขตของไทย การจัดการศึกษาแบบบูรณาการเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ใน 3 เมือง ที่สุไหงโก-ลก เบตง และหนองจิก รวมทั้งโรงเรียนในบริเวณเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ หรือพื้นที่ชายขอบ การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง และมอบหมายภารกิจให้ดูแลหน่วยงาน 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.)

2) ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รับผิดชอบเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานเกี่ยวกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) รวมทั้งศึกษาธิการภาค, โครงการเศรษฐกิจพอเพียง, โรงเรียนคุณธรรม, โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติและโรงเรียนตามโครงการในพระราชดำริ, คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ, สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) (ITD), งานด้านการประชาสัมพันธ์ของกระทรวงศึกษาธิการ และมอบหมายภารกิจให้ดูแลหน่วยงานสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

สำหรับองค์กรวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน กคศ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.), สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.), สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์การมหาชน) นั้น รมว.ศึกษาธิการ รับผิดชอบและดูแลด้วยตนเอง ยกเว้นบางเรื่องใน สกอ. เช่น การ Reprofile สถาบันอุดมศึกษา การจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ได้มอบให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบเพิ่มเติม

● ขอให้ กศจ.เน้นการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ได้ยกพระราชดำรัสฯ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2556 ซึ่งขอให้ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นกระทรวงอมตะที่เคยมีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมากเป็นอันดับ 1-2 ของทุกกระทรวง โดยขอให้นำพระราชดำรัสของพระองค์ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ห้ามไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

● PISA in Thailand

จากการที่ได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม Education World Forum 2017 ที่สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 23-28 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีด้านการศึกษากว่า 70 ประเทศทั่วโลก มาประชุมร่วมกันมากที่สุด ได้มีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเชิงนโยบายกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจากสหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งผู้แทนจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ โออีซีดี (Organisation for Economic Co-operation and Development - OECD) ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ PISA(The Programme for International Student Assessment) ก็เห็นตรงกันว่าผลการสอบ PISA ในกลุ่มโรงเรียนของไทยมีการกระจายใกล้เคียงกับผลสอบ O-NET และจากข้อมูลความจริงกลับพบด้วยว่า ผลการประเมิน PISA ของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาไม่ได้แพ้โรงเรียนทั่วไป แต่คะแนนต่ำที่สุด กลับเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งอยู่ในอันดับท้ายของคะแนนมาตรฐาน PISA ต่างจากโรงเรียนชั้นนำ เช่น มหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งมีคะแนนชนะสิงคโปร์ขาดลอย และติดอันดับต้นของโลกด้วย

ส่วนผลสอบ PISA ของเวียดนาม ซึ่งสูงขึ้นมาติดอันดับ 8 ของโลก ในขณะที่ไทยได้อันดับ 54 จาก 72 ประเทศ วิเคราะห์ได้ว่าเด็กที่ยากจนที่สุด 10% สุดท้ายของเวียดนาม ก็ยังได้คะแนนสอบสูงกว่าทุกประเทศของยุโรปที่ถือว่ารวยที่สุดของประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งผลวิเคราะห์เห็นว่า "ความอยากรู้อยากเห็น" ในการเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนอยากมาโรงเรียน และอยากเรียนหนังสือ ซึ่งสามารถใช้บทเรียนนี้เป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาได้



● นโยบายการพัฒนาโรงเรียน ICU

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า จากการเดินทางไปรับฟังสภาพปัญหาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับครูและผู้บริหารของโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ "โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน" หรือโรงเรียน ICU (Intensive Care Unit) ที่จังหวัดเชียงใหม่ สกลนคร นนทบุรี ทำให้ทราบปัญหาของโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลายรูปแบบ มีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ระดับจังหวัด เช่น อนุบาลนนทบุรี จนถึงโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ป่วย ICU ที่สามารถเป็นใครก็ได้ หากมีปัญหารุนแรงจนยากที่จะแก้ไข ซึ่งขณะนี้มีสมัครเข้ามาแล้วกว่า 5,000 โรง บางโรงเรียนที่จังหวัดสกลนคร ขอเพียงแค่ได้ห้องสมุดใหม่ก็พ้นจาก ICU แล้ว หรือบางโรงบอกว่า เพียงเปลี่ยนผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนก็พ้นจาก ICU แล้ว

● นโยบายงบประมาณ

นโยบายโรงเรียน ICU ถือเป็นตัวอย่างแรกของการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยจะเน้นพัฒนาจากจุดที่สำคัญที่สุด คือ โรงเรียน ในรูปแบบที่ไม่ตายตัวปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท (No One Size Fits All) พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากระดับล่างขึ้นมาสู่ระดับบน (Bottom Up) เป็นการรับฟังปัญหามาจากพื้นที่ ไม่ใช่เป็นสั่งการลงไปจากส่วนกลาง หรือการจัดอบรมสัมมนาจะดูจากความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ และแนวทางนี้จะสอดรับกับระบบการจัดสรรงบประมาณแบบใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการด้วย โดยจะจัดสรรแบบ Bottom Up หรือนโยบายตำราเรียนก็จะเปลี่ยนใหม่ที่จะช่วยให้ประหยัดงบประมาณได้อีกปีละ 2,000 ล้านบาท

วัฒนธรรมในกระทรวงศึกษาธิการ

จะเริ่มต้นโดยเน้นไปที่ "การตรงต่อเวลา และมีวินัย" เป็นลำดับแรก โดยการตรงต่อเวลาได้เริ่มใช้ในการประชุมของกระทรวงศึกษาธิการทุกครั้ง และการประชุมแต่ละครั้งหากเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ จะใช้เวลาไม่เกิน 1.30 ชั่วโมงเท่านั้น จะไม่ให้เสียเวลามานั่งประชุมกันนาน ๆ อีกต่อไป จึงฝากหน่วยงานต่าง ๆ บริหารจัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพด้วย และหากเรื่องใดที่สำคัญมาก ขอให้ผู้บริหารเบอร์ 1 ลงไปดูเอง เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” (The Synergy Teamwork for education: Transformation Ministry of Education in collaboration with C.P. Group) ภายใต้คอนเซ็ปท์ "MOE One Team" จะมีเบอร์ 1 คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ลงไปดูเอง ส่วนการสร้างวินัย ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีกิจกรรมโครงการต่าง ๆ เช่น นโยบายตำราเรียน ที่จะช่วยให้เด็กมีวินัยใช้หนังสือเรียนมากขึ้น

● "ปนัดดา" ให้นโยบายพัฒนาศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรับผิดชอบเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานเกี่ยวกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) รวมทั้งศึกษาธิการภาค กล่าวให้นโยบายพัฒนาศึกษาธิการภาค และศึกษาธิการจังหวัดใน 7 ประเด็น คือ


  • กศจ. มีหน้าที่สำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทาง การจัดการศึกษา และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาทุกระดับทุกประเภท ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สามารถกำหนดทิศทางการศึกษาของจังหวัดให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของสังคมของจังหวัด
  • การจัดการศึกษาในลักษณะ กศจ. ไม่ใช่การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการแต่เพียงหน่วยงานเดียวอีกต่อไป แต่ยังคงหมายถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ภาคเอกชนในจังหวัด เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการศึกษาของจังหวัดอีกด้วย
  • เป้าหมายของการจัดการศึกษา คือ การทำให้เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ และมีน้ำใจ
  • การสร้างเด็กไทยให้เป็นคนดีให้สำเร็จ บทบาทของชุมชนจะเข้ามามีส่วนสำคัญ โดยความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน ศาสนสถาน และโรงพยาบาล เพื่อให้เด็กเป็นคนดี มีสุขภาพอนามัยที่ดี
  • จังหวัดจะต้องร่วมกับสถานศึกษา ในการสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้มีทัศนคติที่ถูกต้อง (Basic Attitude) มีพื้นฐานชีวิตที่เข้มแข็ง (อุปนิสัย) และส่งเสริมให้เด็กสามารถเลือกเส้นทางชีวิต เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะในการทำงาน
  • การส่งเสริมกิจการลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นประธานกรรมการลูกเสือจังหวัด/อำเภอ ขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และการบำเพ็ญประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครอบครัว สังคม และชาติบ้านเมือง
  • สถานศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบในจังหวัด ขอให้มีการติดตาม ตรวจสอบความพร้อมของสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอน ทั้งในด้านอาคาร สถานที่ บุคลากร หากพบแห่งใดมีปัญหาให้ กศจ.พิจารณาดำเนินการแก้ไข โดยบริหารจัดการในระดับพื้นที่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนก่อน หากมีข้อปัญหาอุปสรรคที่เกินกำลัง ขอให้รายงานและปรึกษามายังส่วนกลางต่อไป
คัดลอกมาจาก : http://www.moe.go.th/websm/2017/feb/057.html

ศธ.เลิกแจกหนังสือเรียนฟรีให้ยืมแทน

โพสต์13 ก.พ. 2560 20:12โดยวาสนา ป้อมปราณี   [ อัปเดต 13 ก.พ. 2560 20:13 ]


เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้หารือเพื่อขออุดหนุนงบประมาณในโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ประจำปีการศึกษา 2560 ในหมวดหนังสือเรียนเพิ่มอีก 100 กว่าล้านบาท จากปัจจุบันที่รัฐจัดสรรงบประมาณให้ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากต้นทุนในการจัดพิมพ์โดยเฉพาะค่ากระดาษสูงขึ้น มีผลให้หนังสือปรับราคา อย่างไรก็ตาม พิจารณาแล้วเห็นว่าควรจะปรับรูปแบบการจัดซื้อหนังสือเรียนฟรีใหม่ จากที่ซื้อให้นักเรียนเป็นรายบุคคล เป็นซื้อเข้าสถานศึกษา และให้นักเรียนยืมเรียน ยกเว้นแบบฝึกหัดที่ยังให้ซื้อแจกติดตัวรายบุคคลได้เหมือนเดิม ซึ่งมอบเป็นนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 นี้เป็นต้นไป

นพ.ธีระเกียรติกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การจัดซื้อหนังสือเรียนให้สถานศึกษาเพื่อให้เด็กยืมเรียนนั้น สามารถทำได้ในวิชาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาหลักสูตรบ่อยๆ และสถานศึกษาสามารถเลือกซื้อได้เหมือนเดิมตามแนวทางที่ สพฐ.กำหนดไว้ สำนักพิมพ์สามารถแข่งขันได้อย่างเสรี โดยทุกสถานศึกษาต้องจัดซื้อให้ครบตามจำนวนนักเรียนของตนเอง และนักเรียนสามารถนำหนังสือเรียนเหล่านี้ติดตัวกลับไปใช้อ่านทบทวนที่บ้านได้ตามปกติ แต่เมื่อจบภาคเรียน หรือจบปีการศึกษา โรงเรียนจะต้องเรียกคืนกลับมาเพื่อส่งต่อให้รุ่นถัดไป กรณีหนังสือเรียนขาด ชำรุด สถานศึกษาต้องจัดซื้อทดแทนให้ครบตามจำนวนเด็ก โดยให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่ง

ด้านนายการุณ กล่าวว่า จากนี้ สพฐ.โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) จะไปออกแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการยืมหนังสือเรียน แนวทางการยืมหนังสือเรียน และการดูแลรักษา ไปยังเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อส่งให้โรงเรียนปฏิบัติต่อไป


ประชุมพิจารณาคัดเลือก นักเรียนโครงการส่งเสริมเด็กดีมีคุณธรรม เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน

โพสต์7 ก.พ. 2560 00:36โดยyostwadee komsaksin   [ อัปเดต 7 ก.พ. 2560 20:10 โดย สุวิไล จันทร์สนอง ]

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2560 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกนักเรียน โครงการส่งเสริมเด็กดีมีคุณธรรม เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน สพม. 8 เข้าร่วมประชุมพิจารณาคัดเลือกนักเรียน โครงการส่งเสริมเด็กดีมีคุณธรรม เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน ประจำปีการศึกษา 2560 ณ ศูนย์ประสานงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8 โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จังหวัดกาญจนบุรี

อวยพรปีใหม่แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี

โพสต์19 ม.ค. 2560 17:39โดยปณิตา เทพเทียน   [ อัปเดต 19 ม.ค. 2560 17:42 ]

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2560 เวลา 10.00 น.นายสมชาย รองเหลือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8 พร้อมด้วย นายหงษ์ดี ศรีเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนวิสุทธรังษี                       นายขนาน  ชิตณรงค์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด นำกระเช้าอวยพรปีใหม่มอบให้แด่ นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่ออวยพรและรับฟังนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ณ ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี









ขอขอบคุณภาพถ่ายจากงานประชาสัมพันธ์กลุ่มอำนวยการ สพม.8

ประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียนตามโครงการส่งเสริมคุณธรรมและวิถีประชาธิปไตย

โพสต์13 ม.ค. 2560 00:17โดยวาสนา ป้อมปราณี   [ อัปเดต 13 ม.ค. 2560 00:20 ]



ประกาศ คณะกรรมการโครงการส่งเสริมคุณธรรมและวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียนตามโครงการส่งเสริมคุณธรรมและวิถีประชาธิปไตย เป็นโรงเรียนประชาธิปไตยตัวอย่าง ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ จำนวน ๗๑ แห่ง ดังนี้ >> [รายชื่อโรงเรียน]





นิเทศโรงเรียนบ้านคาวิทยา ภาคเรียนที่ 2/2559

โพสต์10 ม.ค. 2560 23:26โดยปณิตา เทพเทียน   [ อัปเดต 11 ม.ค. 2560 17:55 ]

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560 เวลา 13.30 - 15.30 น.  นางนวลจันทร์ ลักษิตานนท์ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8 (ก.ต.ป.น.) พร้อมด้วย นายเฉลา พวงมาลัย คณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา (อ.ก.ต.ป.น.)  และ นางสาวพจนพร  รุ่งทอง ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการพิเศษ  ร่วมการนิเทศโรงเรียนบ้านคาวิทยา จังหวัดราชบุรี เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษา ภาคเรียนที่ 2      ปีการศึกษา 2559




         





กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศ 20 โรงเรียนต้นแบบ "โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข"

โพสต์10 ม.ค. 2560 19:00โดยวาสนา ป้อมปราณี   [ อัปเดต 10 ม.ค. 2560 19:19 ]


นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมปฏิบัติการ "การศึกษาเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ ระดับชาติ ด้วยคำพ่อสอน ครั้งที่ 1" โดยได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้แก่โรงเรียนต้นแบบ 20 โรงเรียน "โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข"

ซึ่งโรงเรียนดีไม่มีอบายมุข ได้คัดเลือกจาก นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ที่ปลอดเหล้า ปลอดการพนัน อบายมุขทุกชนิด ที่สำคัญ ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันช่วยเหลือให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน ลด ละ เลิก อบายมุขได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ และเพิ่มศักยภาพในการปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบันต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวเน้นย้ำว่า การพัฒนาการศึกษาจะดำเนินตามปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งได้เน้นย้ำใน 2 เรื่องคือ “คุณภาพ” และ “คุณธรรม” โดยครูต้องสอนเด็กนักเรียนให้มีน้ำใจ ไม่ใช่สอนให้คิดแต่จะแข่งขันกับเพื่อน แต่ต้องแข่งขันกับตนเอง นอกจากนั้น ครูต้องมุ่งปลูกฝังความดีให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นต้น อบรมบ่มนิสัยให้เป็นพลเมืองดี รู้จักการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ เพื่อให้มีความสามัคคีช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน

ที่มา : https://goo.gl/D7Oqh6

สวัสดีปีใหม่ 2560

โพสต์30 ธ.ค. 2559 00:20โดยปณิตา เทพเทียน   [ อัปเดต 30 ธ.ค. 2559 00:39 ]

วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2559 เวลา 09.00 น. นายขนาน ชิตณรงค์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา พร้อมด้วยคณะศึกษานิเทศก์และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมอวยพรและรับพร เนื่องในวันปีใหม่ 2560 แด่ท่านสมชาย รองเหลือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา   เขต 8


















ขอขอบคุณรูปภาพจากงานประชาสัมพันธ์ กลุ่มอำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8

รางวัล“หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม”ประจำปี ๒๕๖๐

โพสต์25 ธ.ค. 2559 19:59โดยวาสนา ป้อมปราณี   [ อัปเดต 25 ธ.ค. 2559 20:00 ]




สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
กำหนดคัดสรรผลงาน“หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม”มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้สถานศึกษาได้สร้างสรรค์นวัตกรรม และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม กับบริบทของสถานศึกษา และเป้าหมายการพัฒนา เกิดการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องในสถานศึกษา เพื่อเผยแพร่ผลงานหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรมต้นแบบที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางวิชาการ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพ และ เพื่อยกย่องสถานศึกษา และผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัล“หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม”

โรงเรียนสามารถส่งผลงาน“หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม”ได้เพียงด้านใดด้านหนึ่งจากประเภทของนวัตกรรม จำนวน ๘ ด้าน ดังนี้
๑. ด้านหลักสูตร
๒. ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้
๓. ด้านแหล่งเรียนรู้
๔. ด้านเทคโนโลยีการศึกษา
๕. ด้านดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้(Digital For Learning)
๖. ด้านการวัดและการประเมินผล
๗. ด้านการบริหารและการจัดการสถานศึกษา
๘. ด้านจิตวิทยา

ต้องเป็นผลงานที่โรงเรียนสร้างสรรค์ขึ้น ต้องไม่เป็นผลงานที่เป็นความร่วมมือ ร่วมวิจัย หรือเป็นความคิดที่ริเริ่มที่มาจากหน่วยงาน อื่นทั้งของรัฐและเอกชน ผลงานต้องมีรายละเอียดครบถ้วนตามแบบ นร. ๑ แนบท้ายประกาศที่กำหนด และ แบบ นร.๒ (ถ้ามี) หากเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลของสถานศึกษาที่ส่งผลงาน ฯ และทำให้โรงเรียนนั้น เสียสิทธิ์ที่จะได้รับรางวัลใด ๆ ถือเป็นความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของโรงเรียนนั้น คุรุสภาสงวนสิทธิ์ใน การรับผิดชอบ โรงเรียนสามารถส่งผลงานหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรมเข้ารับการคัดสรร ได้เพียง ๑ ผลงาน และ ให้ส่งตรงไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

หมดเขตส่งผลงาน ภายในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ในวัน และเวลาราชการสำหรับการส่งผลงานทางไปรษณีย์ วันประทับตราไปรษณีย์ต้นทาง ต้องไม่เกิน วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์๒๕๖๐ ตรวจสอบรายชื่อผลงาน“หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม”ประจำปี ๒๕๖๐ ที่โรงเรียนส่งเข้าร่วม การคัดสรรกับคุรุสภาได้ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ ทางเว็บไซต์ของคุรุสภาที่ www.ksp.or.th

ที่มา : https://goo.gl/gh2H0e

ทิศทางการทำงานของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

โพสต์19 ธ.ค. 2559 23:53โดยวาสนา ป้อมปราณี   [ อัปเดต 19 ธ.ค. 2559 23:54 ]

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิกา กล่าวถึงทิศทางการทำงานภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต้องดำเนินงานและโครงการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ โดยมียุทธศาสตร์ที่ต้องดำเนินการ 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 

ซึ่งในความเป็นจริง หลายเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดไว้ในแผนปฏิรูปการศึกษาในขณะนี้ ก็มีความ สอดคล้องและก้าวหน้าไปมากแล้ว เช่น

· การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนบูรณาการการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ) : ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคง

· การยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ Thailand 4.0 : ตามยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถในการแข่งขัน

· การนำผลประเมินตามโครงการ PISA มาใช้พัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการศึกษา : ตามยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

· การดำเนินงานโรงเรียนคุณธรรม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ตามยุทธศาสตร์การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

· การแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อบริหารงานการศึกษาในส่วนภูมิภาค การปรับปรุงกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา : ตามยุทธศาสตร์การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า เร็ว ๆ นี้ จะหาช่องทางเพื่อสื่อสารนโยบาย แนวทางและข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้บุคลากรในสังกัดทุกคนได้รับรู้พร้อมกันอย่างทั่วถึง เช่น อีเมล์ เป็นต้น เพื่อช่วยผนึกกำลังขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน รวมทั้งจะแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาตามที่รัฐธรรมนูญฯ กำหนด โดยจะพิจารณาคัดเลือกคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน เพราะจะได้มีเวลาในการขับเคลื่อนงานที่ยาวนานขึ้น มีวิสัยทัศน์และมุมมองเท่าทันโลกยุคนี้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าทุกอย่างที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการ อาจจะยังไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืน แต่อย่างน้อยๆ จะผลักดันงานตามยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้าน ให้เป็นมรรคเป็นผลในช่วงของ Roadmap การปฏิรูปประเทศของรัฐบาล ซึ่งมีระยะเวลาอีกกว่า 1 ปี ต่อจากนี้

ที่มา : ข่าวสำนักรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ 


1-10 of 353