วิธีและขั้นตอนการเพาะถั่วงอก

    ปัจจุบัน ถั่วงอกเป็นผักเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เฉพาะในกรุงเทพฯ มีการบริโภควันละ 200,000 กิโลกรัม นอกจากนี้เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะมีโปรตีน วิตามินและเกลือแร่เป็นผักชนิดเดียวที่ใช้เวลาเพาะเพียง 3-4 วัน จึงสามารถทำรายได้ดีกับผู้เพาะ แต่พบว่าถั่วงอกส่วนใหญ่ที่จำหน่ายนั้นมีสารเคมีปนเปื้อน เพราะผู้ขายต้องการสนองตลาดผู้บริโภคที่ชอบถั่วงอกที่มีความกรอบขาว และอวบอ้วน นอกจากนี้ผู้ขายยังต้องการเร่งการงอกของถั่ว การรักษาถั่วงอกให้คงความสดอยู่นานระหว่างการขนส่งสู่ตลาด และการรอจำหน่ายสู่ลูกค้า
     ดังนั้นผู้ผลิตจึงใช้สารเคมีจำพวกสารเร่ง สารอ้วน สารฟอกขาว (โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์) สารคงความสด (ฟอร์มาลิน) ซึ่งสารเคมีเหล่านี้กระทรวงสาธารณสุขไม่อนุญาตให้ใช้ผสมในอาหาร เพราะล้วนเป็นสารที่มีพิษต่อร่างกายสูง หากรับประทานเข้าไปอาจจะมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจ ระบบประสาทและอาจจะทำให้เสียชีวิตได้
     ลองมาเพาะถั่วงอกกินเองกันเถอะครับ ผมลองทำดูแล้วได้ผลครับ อร่อย ปลอดภัย และได้คุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วย เชิญดูวิธีและขั้นตอนการเพาะถั่วงอกตามผมกันเลยครับ
 


*
 
หากต้องการดูภาพใหญ่ๆ ชัดๆ ให้คลิกที่รูปภาพนั้นๆ

 
1. ต้มน้ำให้เดือดครับ
ตามรูปผมตักน้ำใส่ภาชนะแล้วต้มให้เดือด
 
 
2. เทน้ำที่เดือดได้ที่แ้ล้วใส่ภาชนะที่เตรียมไว้
น้ำที่ต้มนั้นอาจเป็นน้ำจากแหล่งธรรมชาติ น้ำบาดาล หรือน้ำประปาที่สะอาดก็ได้ครับ
 
3. เทน้ำอุณหภูมิปกติในลงไป (น้ำเดือด 1 ส่วน ผสมกับน้ำอุณหภูมิปกติ 1 ส่วน) เพื่อให้ได้น้ำอุ่น
ประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส เพื่อเตรียมแช่เมล็ดถั่ว ในรูปผมกำลังเอาปรอทวัดอุณหภูมิว่าได้ตรงตามที่ต้องการหรือเปล่า ภาชนะนั้นอาจใช้ภาชนะดินเผาหรือภาชนะพลาสติกก็ได้นะครับ ผมใช้ภาชนะดินเผา ที่ซื้อมาราคา 130 บาท
 
 
 
4. นำเมล็ดมาทำความสะอาดอย่างดีก่อนเพาะ โดยการแช่เมล็ดถั่วในน้ำอุ่น 50-60 องศาเซลเซียส หรือผสมน้ำเดือดจัด 1 ส่วน กับน้ำเย็น 1 ส่วน แช่ทิ้งไว้จนน้ำเย็น แล้วแช่ต่อไปนาน 6-8 ชั่วโมง เมล็ดถั่วที่นำมาเพาะควรเป็นถั่วงอกที่นิยมบริโภคที่สุดคือ เมล็ดถั่วเขียว เมล็ดถั่วเขียวที่สามารถนำมาเพาะเป็นถั่วงอกนั้นมี 2 พันธุ์ คือ ถั่วเขียวผิวมัน (เปลือกเมล็ดสีเขียว) และเมล็ดถั่วเขียวผิวดำ เมล็ดจะต้องใหม่ไม่เก่าเก็บ เพราะอัตราการงอกจะลดลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เก็บไว้ เมล็ดต้องสะอาด ไม่มีเชื้อจุลินทรีย์
 
5. เจาะรูด้านล่าง (ก้น) ภาชนะอีกใบ เพื่อเตรียมเอาถั่วมาเพาะ ที่ต้องเจาะรูก็เพื่อไม่ให้น้ำขังเวลาเรารดถั่ว ถ้าไม่มีการระบายน้ำออกถั่วก็จะเน่าได้ครับ ขนาดของรูให้เล็กกว่าเมล็ดถั่วนะครับ ผมเจาะประมาณ 7 รูครับ
 
 
 
6. เมื่อแช่ถั่วในน้ำอุ่น (ตามข้อ 4) ครบ 6-8 ชั่วโมงแล้ว (ผมแช่ไว้ตอนบ่าย 4 โมงเย็น ตอนนี้ 6 ทุ่มแล้ว) ให้นำถั่วไปใส่ภาชนะที่จะเพาะ (เมล็ดถั่วที่แช่ด้วยน้ำอุ่นแล้วจะพองขึ้น ให้เก็บเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้งไปด้วยนะครับ)
 
 
7. โดยปกติเมล็ดถั่ว 1 ส่วน จะโตเป็นถั่วงอกประมาณ 5-6 เท่า โดยน้ำหนัก ดังนั้นขนาดของภาชนะควรจะพอเหมาะกับปริมาณของเมล็ดถั่วที่เพาะด้วย ภาชนะเพาะควรมีสีทึบเพื่อป้องกันแสงสว่าง หรือเป็นภาชนะที่มีฝาปิด ภาชนะเพาะจะต้องมีรูระบายน้ำทั้งด้านล่างและด้านข้าง ขนาดของรูระบายจะต้องเล็กกว่าเมล็ดถั่ว ภาชนะเพาะจะต้องสะอาดเสมอ ควรล้างทำความสะอาด คว่ำตากแดดให้แห้งหรือลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อโรค แล้วผึ่งแห้ง หลังจากใช้งานแล้วทุกครั้ง
 
 
8. เมื่อนำเมล็ดถั่วใส่ในถังเพาะเกลี่ยให้เสมอกันแล้ว ให้ปิดด้วยฟองน้ำหรือฝาขาวที่สะอาดก็ได้ จากนั้นให้รดน้ำด้านบนให้ทั่ว อาจจะใช้ฝักบัวรดน้ำ หรือสายยางก็ได้ การรดน้ำนั้นให้รดน้ำทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง โดยรดน้ำให้ทั่ว ให้น้ำไหลผ่านออกทางรูด้านล่าง ควรรด 2 ครั้ง ครั้งแรกเพื่อระบายความร้อน ครั้งที่ 2 เพื่อให้ถั่วชุ่มน้ำ หากเวลากลางวันที่ไปทำงานหรือกลางคืน อาจจะวางถังเพาะ เปิดฝาไว้ในอ่างล้างแล้วปล่อย ให้น้ำค่อย ๆ หยดตลอดเวลา
 
 
9.ในวันที่ 2 ของการเพาะ ถั่วเริ่มงอกออกมาแล้วครับ
 
10. ในวันที่ 2 ของการเพาะ ถั่วงอกและเริ่มถอดเปลือกออกมาและเห็นรากสีขาวแล้วครับ
11.ในวันที่ 4 ของการเพาะ เป็นถั่วงอกโดยสมบูรณ์แล้วครับ
ผลผลิตถั่วงอกจากไร่มหาแซม (เพาะเป็นครั้งแรกในชีวิต)