วันมหาวิปโยค โดย7749

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เห็นวันโลกาวินาศ

ข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องที่จะได้นำมาให้อ่านต่อไปนี้ ได้มาจากหนังสือเรื่อง “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เห็นวันโลกาวินาศ” ซึ่งท่านผู้ใช้นามปากกาว่า “ศุภนิมิต”ได้เรียบเรียง
จากต้นฉบับที่เป็นภาษาจีนอีกทีหนึ่ง สาระของเรื่องได้ถ่ายทอดจากการรับรู้ของเด็กหญิงผู้วิเศษชื่อ “เทียนไฉ”ที่ประเทศมาเลเซียโดยการประทับทรงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
และจากการถอดจิตขึ้นไปสู่โลกเบื้องบนไปรู้ไปเห็นมาหลายครั้งหลายหนของเธอดังนี้
เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้า: วันที่ฟ้าดินมืดมิด
1. ก่อนหน้า “เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้า”วันฟ้าดินมืดมิดสองสามวัน บรรยาการของโลกดูสงบเงียบไปทั่ว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความเงียบสงัดก่อนพายุฝนจะ
กระหน่ำมักเป็นความเงียบที่น่ากลัวเสมอ แล้วทันใดนั้นท้องฟ้าก็เปลี่ยนจากสีฟ้าสว่างเป็นแดงฉานและกลายเป็นสีเทาขาว จนกระทั่งมืดมิดลง ลมมหาประลัยทำลาย
สิ่งปลูกสร้าง คน และสัตว์ทั้งหมดให้กลายเป็นจุณมหาจุณในพริบตา
ข้อความ 1
2. โลกทั้งโลกตกอยู่ในความืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใดเลย ไม่มีแสงสว่างจากดวงไฟใดๆ ทั้งสิ้น พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องมือวิทยาศาสตร์ทุกอย่างใช้การไม่ได้ผล
ต่อจาก นั้นก็เกิดพายุและลมฝน เสียงฟ้าร้องและสายฟ้าฟาดไม่ขาดสาย ห่าฝนเมฆสีแดงจะเทลงมาจากฟากฟ้า โลกจะตกอยู่ในความมืดมิดของรัตติกาล นานถึงสี่สิบ
เก้าวัน
3. มีเพียงโคมไฟสามดวงในพุทธสถานเท่านั้นที่ให้แสงสว่างได้ รอบนอกสถานธรรม ได้ถูกห่อหุ้มปกป้องด้วยรัศมีสีม่วงโดยทั่ว เมื่อนั้นคนที่บำเพ็ญโดยแท้จริง
และคนดีที่ยังไม่ได้รับการถ่ายทอดวิถี ธรรม ก็จะได้รับการดลใจ ชักนำให้เข้ามาหลบภัยในพุทธสถาน ในที่นั้นหากมีธรรมอธิการผู้อาวุโส(เฉียนเหยิน)หรืออาจารย์
ผู้ถ่ายทอด ธรรมอยู่ด้วยก็อาจจะช่วยชี้ธรรมให้คนเหล่านั้น คนที่มีกุศลบารมีสูงก็จะรู้แจ้งในทันทีและนั่นอาจจะเป็นแสงอาทิตย์ลำสุดท้าย ที่จะโปรดสัตว์ในธรรมกาล
ยุคขาวก็ว่าได้ คนที่ไม่เคยร่วมบุญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใดมาก่อนเลย เกรงว่าจะต้องตายด้วยภัยพิบัติทันทีเลยทีเดียว ถึงแม้จะรอดพ้นไปได้แต่วิถีอนุตตรธรรมก็สิ้น
สุดวาระการถ่ายทอดเสียแล้ว
4. ส่งเสริมให้ญาติธรรมทั้งหลาย สร้างพุทธสถานกันให้มาก ๆ แม้จะมีไว้เพียงเพื่อตนเองจะได้กราบไหว้เช้าเย็นก็ยังดี เพื่อให้ทุกบ้านเป็นสถานแห่งพุทธ สมดัง
พุทธปณิธานโดยเร็ว เมื่อถึง “วันสุดท้ายฯ”พุทธสถานจะได้เป็นที่หลบภัยของสาธารณชนให้มาก ๆ เพราะพุทธสถานจะเป็นเสมือน “เมืองในม่านเมฆ”สำหรับ
ผู้ใฝ่ธรรม
5. สภาพโลกภายนอกของพุทธสถานคือ ภูเขาถล่ม แผ่นดินแยก เจ้ากรรมนายเวรของคนทั้งหลายที่เป็นหนี้ติดค้างกันมาถึงหกหมื่นปีมาแล้ว จะลุกฮือกันออกมา
เอาชีวิต วิญญาณทวงหนี้กัน แม้ผู้คนจะพ้นจากมหันตภัย แต่ก็อาจต้องตายด้วยเจ้ากรรมนายเวร สภาพนั้นจึงเป็นมหาโหด มหาวิปโยค เสียงร่ำไห้กู่ร้องครวญคราง
เสียงผีสาง เทพพรหม ระงมก้องไปทั่วเป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก
6. เหล่าภูตสางนางไม้ในป่าเขาในบาดาล เหล่าพญามารอสูรทั้งหลายก็จะแปลงกายเป็นพระศรีอาริย์ เป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์กวนอิม เป็นพระอาจารย์จี้กง
หรือพระอริย เจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย สำแดงอิทธิปาฎิหาริย์ เรียกลมเรียกฝนเสกหว่านเมล็ดถั่วให้กลายเป็นกองทัพ ฯลฯ จะอวดอ้างศักดานุภาพว่าจะสามารถพาผู้คน
ให้พ้นจากลมมหาประลัย มุ่งคืนไปยังสุทธาวาสเบื้องบนได้ สิ่งเหล่านี้มีมาเพื่อหลอกล่อผู้ปฎิบัติธรรมโดยเฉพาะ เมื่อถึงเวลานั้นให้เราทั้งหลายจงตั้งมั่นอยู่ในศรัทธา
จิตอย่างเช่นเดิม อย่าได้โลภหลงตามไปเป็นอันขาด พอขยับใจไขว้เขวแม้เพียงขณะจิตหลงติดตามไป บุญกุศลที่สร้างมาก็จะหมดไป ดังคำที่ว่า “ใกล้จะบรรลุธรรม
ยามเที่ยง แต่มาเพลี่ยงพล้ำเสียก่อนเมื่อตอนสาย”จะขึ้นหรือลงจึงอยู่ที่หัวเลี้ยวหัว ต่อตรงนี้ ที่แอบอ้างว่าเป็นพระบรรพธรรมาจารย์ มาเก็บงานธรรมอยู่ในขณะนี้
นั้น เป็นเพียงมารเล็กๆเท่านั้น ไม่น่าแปลกต่อเมื่อวันที่มหันตภัยเกิดขึ้นแล้วนั่นแหละจะน่ากลัว เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงพระองค์ต่างมุ่งอยู่แต่งาน ช่วยคนให้
พ้น จากภัยพิบัติไม่มีเวลาจะมาแสดงอิทธิปาฎิหาริย์ล่อใจใครให้กราบไหว้ได้เช่น นั้น พระพุทธะตรัสไว้ว่า “แรงแห่งมารหาญกล้ากว่าพุทธะ” พระอาจารย์จี้กงก็
กล่าว ว่า “พระอาจารย์ปลอมมีอิทธิปาฎิหาริย์แกร่งกล้ากว่าพระอาจารย์จริงเสียอีก หวังว่าหญิงชายทั้งหลายจะได้ร่วมกันบำเพ็ญธรรม อย่าลืม อย่าลืม คนที่บำเพ็ญ
ด้วย ความจริงใจ เมื่อถึงเวลานั้นหากจะสงบใจพิจารณาด้วยปัญญา ก็จะเห็นแจ้งว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริงหรือปลอม”จะเห็นใบหน้าสีเขียว เขี้ยวโง้งของปีศาจในร่าง
ของพุทธะได้โดยไม่ต้องเทียบเคียง
7. วันที่ทรมานที่สุด จะมีสองช่วงคือ
ช่วง ที่หนึ่ง วันที่ 24,25,26,ของช่วง “เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน”เพราช่วงนั้นอาหารที่สะสมไว้จะหมด คนที่กินเจจะยังอดทนต่อความหนาวเหน็บ ส่วนคนที่กิน
เนื้อสัตว์จะทรมานมาก ช่วงที่สอง ช่วงนี้จะอยู่ระหว่างวันที่ 50ถึง 70เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายจะถูกเคลือบด้วยพิษของกัมมันตภาพรังสีซากศพเกลื่อน กลาด คน
เคราะห์ดีที่ยังมีชีวิตอยู่จะยังต้องทำหน้าที่ฝังศพ คนที่กินเจจะมีกำลังอยู่ได้ ส่วนคนที่กินเนื้อสัตว์จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ดังนั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จึงได้ประทานพระ
โอวาทคำเตือนไว้นานมา แล้วว่า “หลังจากมหันตภัยกวาดล้างโลกนี้กลายสภาพเป็นตมไปแล้ว จะเหลือแต่พระอรหันต์เดินดินไม่กินเนื้อสัตว์”เป็นคำเตือนที่ชัดเจน
แน่นอนที่สุดทีเดียว
8. หลังการกวาดล้างแล้ว ก็จะเป็นการสร้างบ้านเมืองใหม่ มนุษย์จะเริ่มเบิกดิถี ด้วยอารยธรรมใหม่ นั่นคือมีคุณธรรมและมีคุณสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อจดจำบท
เรียน ที่ได้รับจากภัยพิบัติ ปรัชญาความคิดของท่านบรมครูขงจื้อและเมิ่งจื้อ จะเป็นที่เทิดทูนศรัทธาทั่วโลก ความจริงใจรักใคร่ช่วยเหลื่อซึ่งกันและกัน จะเป็นปฎิญญา
ที่ทุกคนรักษาไว้ร่วมกัน
9. พระศรีอาริยเมตไตรย จะเสด็จสู่โลกมนุษย์อีกครั้งหนึ่งในศุภวาระนี้ จะทรงเปิดเผยให้เห็นฉากสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ของพระอรหันต์แห่งธรรมกาลยุคขาว นี้ จะ
ทรงประทานอริยฐานะตามลำดับมรรคผลบุญกุศล จากนี้โลกแห่งสันติสุขเยี่ยงสมัยพระเจ้า “เหย่าซุ่น” หรือโลกพระศรีอาริย์ก็ได้เบิกวิถี ณ บัดนี้
ภาพเมื่อโลกถูกระเบิดนิวเคลียร์ทำลาย<O </O
ใน หนังสือ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เห็นวันโลกาวินาส”ศุภนิมิตถอดความไว้ว่า:-เมื่อวันที่ 30มกราคม พ.ศ.2531เวลา 17.10น.เด็กหญิง “เทียนไฉ”
ถอดจิตออกจากร่าง ติดตามพระอรหันต์จี้กงขึ้นไปเหนือเมฆ มองดูภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าสภาพอันน่าเวทนาเมื่อเวลาระเบิด นิวเคลียร์ระเบิดขึ้น
มีดังนี้<O </O </O
ระเบิด นิวเคลียร์ลูกหนึ่ง ได้ยิงไปตกลงยังเมือง ๆ หนึ่ง หัวระเบิดได้ระเบิดขึ้นกลางอากาศเกิดเปลวไฟและแสงสว่างอันแรงกล้า แล้วทันใดนั้นมันก็ทำลายสิ่งปลูก
สร้างที่มีอยู่ทั้งหมดชั่วพริบตา พร้อมกับเสียงดังกัมปนาทและแรงสะเทือนอย่างรุนแรงจากระเบิด ความกดอากาศเปลี่ยนแปลงทันที คนและสัตว์ทั้งหลายบาดเจ็บและ
ล้มตายลงนับ จำนวนไม่ถ้วน ทุกหนทุกแห่งเห็นแต่ภาพน่าอนาถ กลุ่มควันที่เหมือนเมฆสีดำรูปดอกเห็ด ขยายตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าสีดำมืด และมีกลิ่นเหม็นอย่างร้ายกาจ
อากาศในขณะนั้นให้ความรู้สึกอึดอัด เหมือนกำลังจะขาดใจตาย บริเวณที่ได้รับความเสียหายกว้างไกลออกไปถึงร้อยกว่ากิโลเมตร ส่วนกัมมันตภาพรังสีนั้น ครอบ
คลุมไปไกลถึงหลายร้อยกิโลเมตร คนที่ไม่ตายด้วยไฟและแสงหรือจากแรงระเบิด ก็วิ่งพล่านกระเจิดกระเจิงไป เสียงเรียกพ่อ เรียกแม่ กรีดร้องก้องฟ้า เป็นที่น่า
เวทนา หาที่เปรียบไม่ได้เลย ทันใดนั้นเมฆบนท้องฟ้าก็เคลื่อนไหวม้วนตัวอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีแดงเรื่อ ๆ เป็นสีแดงคล้ำแล้วกลับกลายเป็นสีเทาขาว
แล้วในทันใดก็เปลี่ยนเป็นสีเทาดำ และดำมืด
ถึงตอนนั้นแม้จะชูมือขึ้นตรงหน้า ก็มองไม่เห็นนิ้วมือทั้งห้าได้ คนที่ยืนอยู่ต่อหน้ากันก็มองไม่เห็นกัน พระอาจารย์จี้กงตรัสไว้ว่านั่นคือ “เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน”อันยาว
นานที่รัตติกาลมาสู่โลก เวลาอันน่าสะพรึงกลัวกำลังเริ่มแล้ว ณ บัดนี้ <O </O

วัน ที่ 30มกราคม เวลาเช้า 9.00น.อันเป็นเวลาฝึกสมาธิ ดรุณีน้อยเอี้ยนอี๋ (เทียนไฉ)ก็ได้ถอดจิตติดตามพระอาจารย์จี้กง ไปดูสถานที่เกิดเหตุมหันตภัยต่อ
ไปดังนี้:-<O </O </O
ขณะ นั้น ลมมหาประลัย โหมมาทั้งสี่ทิศพร้อมกันตึกใหญ่ ๆ ที่ยังมิได้พังทลายทั้งหมด ท่ามกลางแรงระเบิดและแสงไฟโชติช่วงได้พังคลืนลงมาทั้งหมด เสียงดังสนั่น
หวั่น ไหว แม้แต่ต้นไม้ขนาดสิบคนโอบรอบ ก็ถอนรากถอนโคน ล้มระเนระนาด ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในสายตาล้วนเป็นสภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก แล้วเธอก็ได้เห็น
หมู่บ้านใหม่แห่งหนึ่ง ตรงกลางเป็นพุทธสถาน บ้านเรือนที่อยู่ในรัศมีโดยรอบหลายร้อยเมตร ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีม่วงเรืองรอง ผู้คนที่อยู่ในพุทธสถานและภายใต้
การ ห่อหุ้มของแสงสีม่วงพ้นภัยโดยทั่วกัน ส่วนที่อยู่ห่างไกลออกไปแต่เป็นคนที่มีจิตใจดี ดูเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะดลใจให้เขาวิ่งเข้ามาหลบภัยในพุทธสถานด้วย
โลกภายนอกมืดมิดไปทั่ว ไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้าหรือดวงไฟจากสิ่งใดเลย สายฟ้าแลบพร้อมกับฟ้าคะนอง หยดน้ำสีแดง ๆ เหมือนสายฝน แต่มิใช่ โกรกลงมาจากฟ้า
แต่ละหยดมีน้ำหนัก เหมือนเศษแก้ว กลิ่นเหม็นเอียนจัด เหมือนยาพิษร้ายแรง มันทะลุผ่านอิฐ หิน ปูน เหล็กกล้าและทุกอย่างแต่ที่น่าอัศจรรย์คือ เมื่อมันหยดลงมา
บนรัศมี ครอบที่เป็นสีม่วง มันจะสลายตัวหายไปจนหมดสิ้น ในตำหนักพระมีพระพุทธประทีป 3 ดวง บนแท่นบูชาสาดส่องประกายไฟอยู่สว่างไสว ไม่นานต่อมาเธอ
ก็ได้เห็น พื้นดินแยกออกเป็นร่องลึกใหญ่ทั่วไป ผีนรกทั้งหลายกรูกันออกมาจากรอยแยกเหล่านั้น ทุกคนดูกระเหี้ ยนกระหือรือ พอเห็นศัตรูคู่อาฆาตลูกหนี้ในชาติ
ก่อนของเขาก็ฉุดกระชากตัวลงไป ในร่องลึกใต้ดินโดยทันทีโดยไม่มีการพูดจาต่อรองใด ๆ เป็นภาวะที่ผีคร่ำครวญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ร่ำร้องโดยแท้สยองขวัญยิ่งนัก พระ
อาจารย์ จี้กงบอกหนูเอี้ยนอี่ว่า นั่นคือการหักล้างบัญชีครั้งใหญ่ ในรอบหกหมื่นปีที่ผ่านมา ทันใดนั้นเธอก็เห็นสถานที่แห่งหนึ่งถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีม่วงเหมือนกัน แผ่
รัศมี รอบวงค่อนข้างมัวหมองเหมือนถ้ำ และเหมือนบ้านเก่า ภายในบริเวณไม่มีแท่นที่บูชาพระ มุมหนึ่งในบริเวณนั้นมีไหวางเรียงอยู่หลายใบ ไหทุกใบมีฟองเหมือน
น้ำและ เหมือนน้ำมันผุดขึ้นจนล้นออกมา ฟองเหล่านั้นมีสีแดงเรื่อ ๆ ให้ความรู้สึกที่ไม่สบายใจเลย บนผนังบ้านติดยันต์เต็มไปหมด ดูอึมครึมน่ากลัว พระอาจารย์จี้กง
บอกว่า ที่นั่นเป็นเมืองในม่านเมฆจอมปลอม เป็นถ้ำมารที่ปีศาจมารร้ายจำแลงไว้ล่อใจคนโลภหลงให้เข้าไปติดกับ ไม่นานนักเธอก็เห็นพระศรีอาริย์ปลอมลอยลงมา
จากฟากฟ้า หัวเราะร่าร้องเรียกผู้บำเพ็ญอนุตตรธรรมและคนทั้งหลาย ที่ยังไม่ทันได้ไปหลบภัยในพุทธสถานที่แท้จริงว่า ให้ติดตามเรามา เจ้าจะหลบเลี่ยงภัยพิบัติได้
อีกทั้งแสดงอิทธิปาฎิหาริย์ให้แสงสีม่วงห่อ หุ้มพวกคน ให้พ้นจากการทำลายของฝนพิษได้ เท่านั้นยังไม่พอยังมาตะโกนเรียกผู้บำเพ็ญธรรมที่หลบภัยอยู่ในตำหนักพระ
ภายใต้ครอบแสงสีม่วงให้ตามไป จะได้ยกระดับและมอบหมายตำแหน่งงานธรรมชั้นสูงให้
ใครก็ตามที่หลงเชื่อตามไปในครั้งนี้ ก็จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป โดยแท้จริงแล้ว คนที่เข้าพุทธสถานแล้วภัยพิบัติมิอาจเข้ามาทำลายได้เลย เมื่อถึงเวลานั้นคน
ที่บำเพ็ญธรรมจงพึงระวังตัวให้รอบคอบทีเดียว<O </O </O

วัน ที่ 3กุมภาพันธ์ เวลาบ่ายสองโมงโดยประมาณ พระอาจารย์จี้กงพาหนูน้อยเอี้ยนอี๋ไปดูเหตุการณ์วันมหาวิปโยคต่อไป:-แม้จะ ผ่านช่วงสี่สิบเก้าวันอันยาวนาน
และน่าสะพรึงกลัวไปได้แล้วก็ตาม แต่โลกก็ยังตกอยู่ในความมืดมิด ต่อมาจึงค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละน้อย เห็นศพเกลื่อนกลาดกองพะเนิน มีแต่หัวขาด แขนขาด ขาขาด
หรือตัวขาดเป็นท่อน จนแทบไม่มีศพเต็มร่างเลยโลหิตสีดำคล้ำนองไหลมารวมกัน จนเหมือนแม่น้ำเลือดกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่วจนอยากอาเจียน พูดได้ว่ามัน
คือ นรกในเมืองมนุษย์จริง ๆ ไม่นานต่อมา แสงสีม่วงที่ครอบพุทธสถานก็ค่อย ๆ จางไป ญาติธรรมทั้งหลายพากันออกมาภายนอกได้แล้ว โลกทั้งโลกเงียบสงัด สัตว์ที่
ยังหลงเหลืออยู่ได้มีเพียงประเภทเดียว คือสัตว์ที่กินหญ้าหรือกินพืชผักเป็นอาหาร คือ กระต่าย แกะ วัว ควาย และม้าเท่านั้น จากนี้คือความทุกข์ยากหลังจากวันเกิด
มหันตภัย
วันที่ห้าสิบถึงเจ็ดสิบ คนที่ไม่ได้ถือศีลกินเจมาก่อน ยากที่จะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ เพราะทุกหนแห่งในโลกล้วนอาบไปด้วยพิษของกัมมันตภาพรังสี พืชพันธุ์ธัญญาหาร
ไม่ มีอะไรเหลือเลย ผู้ที่ทนต่อความอดอยากไม่ได้ ผู้ที่กินเจเฉพาะวันหรือไม่ได้กินเจ แต่โชคดีที่รอดพ้นสี่สิบเก้าคืนมาได้ ภายในร่างกายของเขายังมีสิ่งสกปรกหลง
เหลืออยู่ อีกทั้งอารมณ์โหดจะเกิดขึ้น พวกคนเหล่านั้นจะฉีกเนื้อกระต่าย แกะ วัว ควายหรือม้ากินดิบๆได้ แต่ไม่นานต่อมาเขาก็จะต้องตายเพราะสารพิษ พระอาจารย์
จี้กงได้โปรดเมตตาบอกว่า มีแต่คนที่กินเจเท่านั้นที่จะอยู่รอดจากความอดอยาก หลังจากภัยพิบัติใหญ่แล้วจริง ๆ <O </O </O

วันที่ 5กุมภาพันธ์ เวลาเที่ยงพระอาจารย์จี้กงได้โปรดนำหนูเอี้ยนอี๋ไปดูเหตุการณ์วันมหาวิปโยคต่อไป:-<O </O
ขณะ นั้นท้องฟ้าสว่างแล้ว ทุกสิ่งบนพื้นโลกมีแต่ซากที่ถูกทำลายล้าง แผ่นดินที่แยกออกปิดเข้าหากันแล้วเหลือแต่รอยแยกเป็นทางๆ แม่น้ำเลือดที่ไหลนองก็แห้งลง
และซึมลงไปในดิน ทุกอย่างที่เห็นมีแต่สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน น่าสมเพชเวทนา และน่าอนาถใจ คนถือศีลกินเจทั้งหลาย เริ่มจะลงมือเก็บฝังหรือเผาซากศพกันอย่าง
เป็นงาน เป็นการ เมื่อหิวกระหายก็เพียงแต่ใช้นิ้วจุ่มน้ำทิพย์ที่บูชาแตะลงที่ปลายลิ้น แล้วคนเหล่านั้นก็ประทังชีวิตอยู่กันต่อไปได้อย่างไม่เดือดร้อน คนที่ยังไม่เคย
กินเจตลอดเสมอมา จะไม่กล้าเดินออกไปนอกตำหนักพระเลยแม้สักก้าวเดียว <O </O </O

วันที่ 8กุมภาพันธ์ เวลาเที่ยง หนูน้อยเอี้ยนอี๋ก็ติดตามพระอาจารย์จี้กงไปดูเหตุการณ์วันมหาวิปโยค ฉากสุดท้ายต่อไป:
ขณะ นั้น ทั้งการเก็บฝังและเก็บเผาซากศพจะแล้วเสร็จไปส่วนเสียส่วนใหญ่ แสงสีม่วงนอกจากจะปกป้องรอบ ๆ อาณาบริเวณพุทธสถานแล้ว ยังรวมทั้งต้นไม้ใบหญ้า
และสิ่งปลูกสร้างในวงรอบรัศมีอีกด้วย ส่วนรอบนอกนั้นราพณาสูรไม่เหลืออะไรเลย ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดถูกทำลายหมดสิ้นและใช้การอะไรไม่ได้อีก
เลย จากนั้นฟ้าดินก็ค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาวะของธรรมชาติตามปรกติ ตะวัน เดือน ออกมาส่องแสงเช่นเดิม มีลม มีฝน แม่น้ำลำคลองก็เต็มไปด้วยน้ำใสไหลล่อง ผู้คน
เริ่มสร้างบ้านเรือนเป็นที่พักอาศัยหลบฝนและเริ่มงานทำไร่ไถนากัน อย่างขะมักเขม้น เช้าก็ออกไปทำนา เย็นก็กลับมาบ้าน ชีวิตแม้จะไม่ว่างทางแรงกายแต่ก็มั่นคง
เป็นสุขใจ ผู้คนต่างอยู่ร่วมกันด้วยอัธยาศัยไมตรี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่มีการวิวาทบาดหมาง แย่งชิง โลกทั้งโลกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของชีวิตและเป็นระเบียบ
แบบแผนอันดีงามเหมือนโลกใหม่โดยแท้
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :
จงใช้ชีวิตอยู่ ด้วยความไม่ประมาท หมั่นสร้างบุญกุศล จงเตรียมตัวตายก่อนตายจริง จงคิดว่าตนเองจะต้องตายทุกลมหายใจ แล้วจะมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อน
มนุษย์ มองเพื่อนมนุษย์ รวมถึงสัตว์ หรือแม้กระทั่งยุงที่มากัดเราว่า เป็นเพื่อร่วมโลกเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งนั้น เราไม่ควรตบมัน เพราะถ้ามันไม่กัดเรา มันก็คง
เอาชีวิตไม่รอด เพราะไม่มีเลือดให้ดูดกิน และถ้าเราไม่ให้มันกัน มันก็ต้องไปกัดคนอื่นในครอบครัวเรา ในที่ทำงาน หรือในบ้านเรือนของเราอยู่ดี การที่เรายอมให้
ยุงกัด ทำให้เราได้เสียสละ ได้สร้างขันติบารมี ถ้าหากว่ามีกรรมมันก็เป็นโรคต่าง ๆ เอง แต่ถ้าไม่มีกรรมแล้ว ยังไงก็ไม่ติดโรคหรอกครับ ถึงแม้ห้อยพระเป็นขโยง
(อย่างผู้เขียนเป็นต้น)ก็ไม่อาจช่วยให้รอดจากภัยพิบัติต่าง ๆ ไปได้ ถ้าขืนยังประพฤติตัวผิดศีล 5ฯลฯ อยู่
ขอย้ำว่านี่ไม่ใช่นิทานหลอกเด็ก(เพราะหลอกได้แม้ กระทั่งผู้ใหญ่)คนที่มีบุญบารมีสร้างมาเพียงพอเท่านั้นจึงมาเชื่อได้ คนที่สั่งสมบารมียังไม่พอก็ยากที่จะเชื่อ
ขอย้ำว่านี่ไม่ใช่นิทานหลอก เด็กเพราะเท่าที่ผมนับแค่คร่าวๆ มีพระอาจารย์ผู้ปฏิบัติกรรมฐานไม่ต่ำกว่า 5องค์ ทั้งพระและฆารวาสบอกตรงกัน(ยังไม่นับรวมเพื่อนๆ
ของผมที่เป็นฆารวา ส ที่สามารถเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าในสมาธิและบังเอิญมาตรงกับสิ่งเป็นข่าวออกมา พอดี เมื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้วก็เป็นที่แน่ใจได้ว่า ถ้าไม่มี
เหตุผมก็ ไม่มี ถ้าไม่มีเค้าความจริงคงไม่มีใครบ้าแต่งเรื่องขึ้นมาหรอก คนแต่งเรื่องก็ไม่เห็นจะได้อะไร ดีไม่ดีถูกพวกที่ไม่เชื่อด่าฟรีอีกและอีกอย่างผมสงสารคนที่มา
ด่าจริง ๆ ว่าพวกเขาเหล่านั้นตายไปแล้วจะต้องตกนรกไม่รู้ตัว เมื่อถึงตอนนั้น มาสำนึกผิด มันก็สายไปเสียแล้ว ผมเสียวแทนจริง ๆ พะผ่าสิ!

การลบ หลู่ผู้ทรงศีล เพียงครั้งเดียวในชีวิต ก็มีอานิสงค์ใหญ่มากคือ สามารถทำให้ตกนรกขุมใหญ่ได้เลยทีเดียว คนที่ปากไม่ดี ระวังให้ดีนะครับ!พอตกนรกแล้วจะ
หาว่าผมไม่เตือนล่วงหน้า(ตกครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ไม่รู้กี่พระองค์แล้ว ท่านอาจจะยังไม่ขึ้นจากนรกเลยนะครับ ต้องมาเกิดเป็นอสูรกายอีกและเปรตอีกนับ
ชาติ ไม่ถ้วน ยังไม่รวมเศษกรรมที่ต้องมาเกิดสัตว์เดรัจฉาน เป็นคนใบ้ คนพิการ ฯลฯ วันนี้พอแค่นี้ ขืนพูดต่อไป เกรงว่าจะมีคนหมั่นไส้มาก เพราะผมเองก็ไม่ใช่
พระ เกรงว่าเดี๋ยวจะมีคนตั้งชื่อเสียงเรียงนามให้อีก

****************************************************
*******************************************8
ดร.อาจอง ชุมสาย ผู้มีพลังจิตสูงคนหนึ่งได้ทำนายไว้ว่าอีก 10ปีน้ำจะท่วมกรุงเทพประมาณ 4เมตร
จะมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอย่างขนานใหญ่
ธรรมญาณบอกว่าช่องทางรถไฟใต้ดินจะเป็นเมืองบาดาลของพวกพญานาคไปเลย การท่วมของกรุงเทพที่จมน้ำ
ไม่ใช่เป็นการท่วมชั่วคราว แต่เป็นการท่วมแบบถาวร จมน้ำแบบยั่งยืนเพราะดวงเมืองกรุงเทพหมดอายุแล้ว
หลักเมืองก็ต่ำกว่าธรณีผิดหลักฝืนธรรมชาติ ไม่มีใครคิดจะแก้ไขยกขึ้นมา เมืองก็ต้องจมน้ำไปตามระเบียบ
เมืองใหม่ที่นครนายกก็อาจต้องจมน้ำด้วย ถ้าไม่รีบคิดแก้ไขหาทางป้องกันไว้ก่อน กว่าจะทำกว่าจะดำเนินการ
มันเหลือเวลาน้อยมากจะไม่ทันการ เสียเงินเสียทองสร้างสนามบินขนาดใหญ่ไว้จะคุ้มค่ากันไหม
ให้ไปลองนั่งคิดเงียบๆคนเดียวว่าจะแก้ไขป้องกันอย่างไร
เรื่องน้ำถ้าท่านนายกคิดไม่ออกก็แนะนำให้ไปเข้าเฝ้าขอคำแนะนำจากในหลวงนะครับ
รับรองว่านอกจากในหลวงแล้วยากครับ....
ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธปัญญา ( buddhapanya@hotmail.com ) วันที่ 26-04-2005 08:24:21

หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี ก็เคยบอกลูกศิษย์ว่า ฝันเห็นน้ำท่วมกรุงเทพฯ สูงเท่าเสาไฟฟ้า!

******************************************************
***********************************************
ความกลัวที่กําลังปรากฎ
มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า เมื่อถึงปี2550นํ้าทะเลจะสูงขึ้นประมาร4.7ฟุตหรือ1.4เมตรหรืออาจจะถึง 2.2เมตรเกาะต่างๆจะจมหายไปอุณหภูมิจะสูงขึ้น0.5
-4องศาจากนั้นจะเกิดการเปลี่ยนของอากาศอย่างรุนแรง
โดย เรวัต - [1 เม.ย. 2548 , 19:40:25 น.]
ความ น่าจะเป็นก็คือนํ้าแข็งบนซีกโลกเหนือจะละลายลงอย่างรวดเร็วทัาให้ระดับนํ้า เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหายและก็มีอีกหนึ่งหายนะก็คือภูเขาไฟที่ประเทศอินโด เนเซีย
กําลังจะระเบิด ซึ่งเขาไฟลูกนี้ถ้ามันระเบิดจะมีความรุนแรงมาก จะทําให้มีเถ้าถ่านลอยขึ้นไปปลกคลุมเป็นเวลา6เดือนอย่างน้อยแสงแดดจะไม่ สามารถส่องลงมาถึง
จะทําให้พืชตายเพราะไม่มีแสงแดดช่วยในการสังเคราะห์ แสงเมื่อพืชตายสิ่งมีชีวิตอื่นๆก็จะตายเพราะไม่มีอาหาร รวมถึงมนุษย์ ปล.ที่ผมเขียมมานี้เป็นเรื่องจิงมี
หลักฐานยืนยันครับ ภัยภิบัติต่างๆกําลังใกล้เข้ามานักวิทยาศาสตร์ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่น ว่าโลกของเราตอนนี้อาการเข้าขั้นโคม่าแล้วครับหมดทางที่จะเยียว
ยาได้ ชั้นบรรยากาศที่เป็นรูโว่ทําให้โลกร้อนขึ้นภาคอีสานจะกลายเป็นทะเลทราย กรุงเทพแผ่นดินจะทรุดตัว รถไฟ้ฟ้าใต้ดินจะใช้งานไม่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างจะผัง
พินาศ ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับเมื่อวันนั้นมาถึง ทําความดีไว้มากๆแล้วจะเกิดผลครับ
โดย เรวัต - [2 เม.ย. 2548 , 12:22:54 น.]
ธรรมชาติ ผู้ซึ่งไม่เคยปราณีใครไม่มีสิ่งใดที่จะยิ่งใหญ่เหนือธรรมชาติมนุษย์กําลังจะ เจอสงครามครั้งใหญ่ที่ไม่มีมนุษย์หน้าไหนจะสามารถต่อกลอนได้ไม่มีเทคโนโลยี
ใด จะช่วยให้มนุษย์รอดได้ เราได้ลืมไปแล้วว่าธรรมชาติเป็นผู้สร้างทุกสิ่งรวมถึงมนุษย์แต่มนุษย์กลับ ตอบแทนด้วยการทําลายธรรมชาติ มนุษย์เป็นผู้ที่เบียดเบียน
สัตว์ทั้งหลาย ในโลกนี้ อย่างเช่นที่ในไทยได้ฆ่าไก่ไปเป็นหมื่นเป้นแสนตัวมันเป็นเวรกรรมที่สามารถลบ ล้างได้โดยการที่มนุษย์จะถูกล้างเผ่าพันธ์เช่เดียวกับไก่และ
เหตุการณ์สึ นามิที่ผ่านมาก็ได้ประจักกับสายตาคนไทยทั้งประเทศแล้วว่าธรรมชาติมาทวงคืน ยกตังอย่างที่ญี่ปุ่นมีการล่าปลาวาฬกันมาก ผลกรรมก็คือเกิดภัยภิบัติกับ
ประเทศ นี้มากมายเพราะว่าปลาวาฬเป็นสัตว์ที่มีเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของทะเลและมี คุณต่อระบบนิเวศ ตราบใดที่มนุษย์ทั้งหลายยังไม่ลดกิเลสลง เหตุการณ์แบบ

*****************************************************
*******************************************
ภาพในนิมิตกรุงเทพน้ำท่วมถึงยอดเสาไฟฟ้า!!
ที่ ผู้มีตาทิพย์ มองเห็นในนิมิตว่า กรุงเทพน้ำท่วมถึงยอดเสาไฟฟ้านั้น เหตุการณ์จริงจะเกิดขึ้นเมื่อใด?จะป้องกันแก้ไขกันไม่ได้หรือ?เมื่อเร็วๆนี้ มีพระสงฆ์ 3องค์
ได้เนรมิตเขื่อนป้องกันน้ำท่วมพระแก้วมรกตและพระ บรมธาตุเจดีย์ไชยา ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำตาปี สูงขึ้นอีกถึง 5เมตร ยังป้องกันไม่ได้อีกหรือ?
พระ 3องค์นั้น ชื่ออะไรบ้างและอยู่ที่ไหน?
ผู้ตั้งกระทู้ อุณาโลม ( ) ::วันที่ 28-04-2005 12:39:49

รถไฟฟ้า ใต้ดินเชื่อมสายตัวกรุงเทพเมื่อใด ก็ต้องระวังตัวกันไว้แล้วกัน จะป้องกันแก้ไขอย่างไร...เมื่อมนุษย์ทำบาปทำกรรมมากมายกันขนาดนี้ ขนาดโรคไก่
ไข้หวัดนกระบาด ก็ฆ่าตายทั้งเป็นกันเป็นเบือ น้ำมัน-แก๊ส ก็สูบกันขึ้นมาจากใต้ดิน วันหนึ่งเป็นพันล้านบาเรล ใต้โลกเป็นโพรงไปหมด ดินตั้งอยู่บนน้ำ เมื่อสูบ
น้ำมันมากๆ แผ่นดินก็ยุบ โลกร้อนขึ้นทุกวัน น้ำแข็งขั้วโลกเหนือ-ใต้ ก็กำลังละลาย หิมะบนยอดเขาหิมาลัย ก็กำลังละลาย ใกล้ถึงวันล้างโลกเข้าไปทุกวัน แต่มนุษย์
ก็ไม่หันมาสร้างความดี......มี พระสงฆ์อยู่ 3องค์ได้เนรมิตเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำตาปี คือ พระอาจารย์เที่ยง กิติธัมโม
จ. ศรีสะเกษ หลวงพ่อธรรมรังสี อยู่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้ช่วยเนรมิตเขื่อนทิพย์ป้องกันให้ คงจะรักษาได้สักระยะหนึ่ง ผู้รู้บอกมาอย่างนั้น จะจริงเท็จอย่างไรไป
ถามหลวงพ่อเอาเอง ส่วนการป้องกัน มิให้พระบรมธาตุต่างๆน้ำท่วม เพื่อรักษาพุทธศาสนาและบ้านเมืองไว้ การเกิดเหตุใดๆก็ตาม สัญลักษณ์ในพุทธศาสนาต่างๆ มี
เมืองจำลองอยู่บนสวรรค์ การเกิดเหตุผู้สำเร็จจึงดูจากเบื้องบน ก็จะดูได้กว้างและไกลกว่า.......
ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมญาณ
****************************************************
*********
ทบ.ที่เกียกกายกับธรรมญาณและน้องๆมาก็คุยกันมาในรถ ธรรมญาณบอกว่ากรุงเทพฯอีก10กว่าปี น้ำจะท่วมถึงยอดเสาไฟฟ้า
กรุงเทพจะเป็นทะเล กรุงเทพต่ออายุมาได้แค่ครึ่งเดียวคือ 15ปี นี่ก็เข้ามา2-3ปีแล้ว แผ่นดินกรุงเทพทรุดลงปีละ 1เซ็นติเมตร(ใครๆก็รู้)ขณะเดียวกัน
น้ำทะเลก็มีน้ำเพิ่มขึ้นมาปีละ 2เซ็นติเมตร น้ำพวกนี้คือน้ำที่ไหลลงมาจากขั้วโลกเหนือและใต้จากธารน้ำแข็งละลาย กรุงเทพที่ทรุดก็เพราะแผ่นดินไหว เคลื่อนตัว
แบบสึนามิ แล้วก็การใช้น้ำบาดาล...ดังนั้น จึงมีโอกาสที่น้ำจะท่วมกรุงเทพในอนาคตได้ไม่ยากนัก...ธรรมญาณบอกใครจะสร้าง บ้าน ต่อเติมบ้านขณะนี้ต้อง
คิดให้มากกว่าเดิม ว่าจะคุ้มค่าหรือเปล่าถ้าอีก10กว่าปีน้ำจะท่วมกรุงเทพ อยู่อาศัยกันไม่ได้ นอกจากอยู่แพ หรือหนีขึ้นที่สูงเช่นภูเขา ก็ให้ดูวัดวาอารามที่อยู่บนเขา
กัน ไว้หน่อยเผื่อเหนียวบ้างก็ดี หรือไม่หาซื้อบ้านแถวๆที่สูงๆไว้เช่น ชลบุรี ผมถามเองว่าชลบุรีน้ำท่วมไหมในขณะที่กรุงเทพจมน้ำ ธรรมญาณบอกว่าชลบุรีน้ำไม่ท่วม เพราะที่แผ่นดินอยู่บนเขาส่วนใหญ่ อ้อ......ค่อยยังชั่วหน่อยเรายังมีบ้านชลบุรีอีก1หลัง กรุงเทพท่วมก็ไปอยู่ที่นั่นได้ หรือไม่ก็หนีไปอยู่บนวัดบนยอดเขาก็ได้นะ........
ผู้แสดงความคิดเห็น

คำทำนายจากพระ แผ่นดินไหวและสึนามี
เมื่อกล่าว มาถึงตรงนี้ อยากจะขอกล่าวเรื่องพลังงาน เรื่องความสมดุลของพลังงาน เรื่องแผ่นดินไหว เรื่องสึนามิ(Tsunami)คลื่นยักษ์ที่เกิดขึ้น อยากจะบอกให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะมนุษย์เป็นผู้กระทำ และจะเกิดขึ้นอีก และจะหนักกว่านี้หลายเท่า และจะมีภัยธรรมชาติ และโรคร้าย อีกหลายอย่างที่ตามมา
ในวันที่ 26ธันวาคม 2547มีคนโทรมาบอกว่าเกิดแผนดินไหวและเกิดคลื่นยักษ์ที่ภาคใต้ของประเทศไทย และมีคนตาย เนื่องด้วยข้าพเจ้าเคยบอกเพื่อนเมื่อหลายปีก่อนว่าพระอาจารย์บอกว่าจะมีการ เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ขณะที่เพื่อนโทรมาบอกข้าพเจ้าคิดว่าเป็นแค่แผ่นดินไหวเล็กๆและก็น่าจะไม่มี อะไรมาก แต่เมื่อกลับมาดูข่าวจาก TV. ที่บ้านก็รู้ว่ามันเกิดผลเสียหายมากมายเหลือเกิน อย่างเช่นยอดสรุปในวันนี้(31 ธค.47) พบศพผู้เสียชีวิตในประเทศไทยถึงสี่พันกว่าคน ผู้บาดเจ็บเก้าพันกว่ากัน และมีผู้สูญหายหกพันกว่าคน และยอดรวมของศพผู้เสียชีวิตในเอเซียมีมากถึงแสนกว่าศพ ซึ่งถือว่าเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตมนุษย์ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่เคยบันไว้

ข้อความ 1
แผ่นดินไหวเป็นต้นเหตุให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิและแผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
แผ่นดินไหวเกิดจากความไม่สมดุลของพลังงานที่แกนโลกและความไม่สมดุลเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ความ ไม่สมดุลเกิดขึ้นจากมนุษย์กระทำขึ้นเอง ทำลายธรรมชาติทั้งบนพื้นดิน ในอากาศ ใต้ดิน สรุปมนุษย์ทำลายทุกอย่างที่เป็นความสมมุลของโลก
ธรรมชาติ เก็บพลังงานไว้ในรูปของความเย็น เก็บเป็นก๊าซ เป็นน้ำมัน เป็นฐานหิน ฯลฯ เก็บไว้ใต้ดิน แต่ด้วยความอวดดีคิดว่าตนฉลาด มนุษย์ได้ขุดมันขึ้นมาจากใต้ดินแล้วนำมาใช้งานโดยเปลี่ยนให้มันกลายเป็น พลังงานความร้อน เอามาเผา ไม่ว่าจะเป็นผลิตไฟฟ้า เอามาเผาในเครื่องยนต์ของรถยนต์ ช่างไม่รู้อะไรเสียเลย ธรรมชาตินั้นเก็บไว้ในรูปของความเย็นแต่มนุษย์เปลี่ยนให้เป็นความร้อน มันก็เกิดปัญหาขึ้นนะซิ ทำความสมดุลของโลกเปลี่ยนไปทันที ชั้นโอโซนเสียไปจนไม่มีโอโซนที่ช่วยเป็นเกาะกั้นบังรังสีจากนอกโลก เราจึงเป็นโรคต่างๆมากขึ้น โลกร้อนเพราะปรากฏการเรือนกระจก สนามแม่เหล็กโลก แกนโลกขาดความสมดุล พลังงานในแกนโลกขาดความสมดุลเพราะมนุษย์ทำให้มันเป็นเช่นนั้น เมื่อส่วนใดของโลกขาดความสมดุลโลกก็จะปรับตัวของมันเองเพื่อให้เกิดความ สมดุล อย่างเช่นแผ่นดินไหวเกินจากแกนโลกขาดความสมดุล เมื่อแกนโลกขาดความสมดุลทางพลังงานแกนโลกก็จะมีการเคลื่อนที่แบบไม่สมดุล และเพื่อให้ความสมดุล แกนโลกจะต้องมีพลังงานเท่าเดิมจึงจะสมมุล แกนโลกจึงส่งผลให้เปลือกโลกขยับตัวเพื่อดึงพลังงานจากเหนือพื้นดินลงสู่แกน โลก จึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวและส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์ซึนามิเกิดขึ้น

ข้อความ 2
แผ่นดินไหวในธรรมชาติแบบเดิมๆนั้นมีอยู่แต่ก็ไม่หนักเท่าแผ่นดินไหวที่เกินจากการปรับตัวครั้งใหญ่ของแกนโลก
หากจะถามว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ และผลจะเป็นอย่างไร?
ขอตอบว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นอีกและจะหนักขึ้น จะเกิดขึ้นอีกจนกว่าแกนโลกจะสมดุล
หากจะถามว่าแล้วเมื่อไรแกนโลกจะสมดุล ?
ก็ขอตอบว่าเมื่อเกินแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้น ?
และเมื่อไรจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้น?
ท่านพระ อาจารย์เคยกล่าวไว้เหมือนกัน แต่ถ้านับจากที่ท่านพระอาจารย์กล่าวไว้ก็นานแล้ว แต่ถ้านับจากวันนี้ก็จะประมาณได้ว่า โลกจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 18ปี นับจากนี้(พ.ศ.2547)หมายความว่าเกิดได้ทุกเมื่อแต่ไม่เกินระยะเวลานี้
ภัย จากแผ่นดินไหวที่พระอาจารย์กล่าวไว้มีความเสียหายมากมายกว่านี้หลายเท่า ที่ได้พบเจอในครั้งนี้ถือว่าเป็นแค่หนังตัวอย่างเท่านั้น ของจริงมากกว่านี้ ในวันที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นนั้นเกินขึ้นเพียงวันเดียวและระยะ เวลาเดียวกันพร้อมกันทั้งโลก ทุกพื้นที่ของโลกได้รับแผ่นดินไหวพร้อมๆกัน เป็นแผ่นดินไหวใหญ่เพียงครั้งเดียวพร้อมกันทั้งโลกพื้นดินขยับตัวเห็นอย่าง ชัดเช่น ภัยจากน้ำจะมากกว่านี้หลายเท่า จะมีทั้งลมทั้งน้ำ เสียงท้องฟ้าน่ากลัวมาก ผลของมั่นจะมากมายจนเราคิดไม่ถึง ไม่คิดว่ามันจะมากมายถึงขนาดนี้ ผู้รอดชีวิตบ้างคนจะคุมสติไม่อยู่เพราะสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ระบบต่างๆที่อาศัยไฟฟ้าจะใช้การไม่ได้ เรียกว่าไม่มีไฟฟ้าจะดีซะกว่า ผู้คนไม่ทันได้หนี อยู่ตรงไหนก็ตายตรงนั้น

ข้อความ 3
ธรรมชาติ ได้เตือนมนุษย์หลายครั้ง ด้วยภัยธรรมชาติและโรคร้ายต่างๆ แต่มนุษย์ไม่เคยสนใส่ใจ ในธรรมชาติความสมดุลของโลก ก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ธรรมชาติก็จะเตือนมนุษย์อีก แต่ดูเหมือนมนุษย์ผู้ฉลาดไม่เคยเข้าใจบ้าน(โลก)ที่ตนเองอาศัยอยู่เลยว่าเป็น เช่นไร
มนุษย์รู้เรื่องเกี่ยวกับความสมดุลพลังงานของโลกน้อยมาก ครั้งต่อไปธรรมชาติปรับตัวอีก จะได้รู้กันว่าประเทศมหาอำนาจของโลกที่มากด้วยเทคโนโลยีที่อวดตนว่าฉลาดจะ ถูกธรรมชาติเล่นงานหนักจะรับมือไหวหรือไม่
ที่ข้าพเจ้ากล่าวถึงแผ่นดิน ไหว ไม่ได้กล่าวเพื่อให้ตกใจหรือหวาดกลัว แต่เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าจะบอกเพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้เร่งความ เพียร เพราะคนเราไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร ขอให้เร่งความเพียร ขอให้จริงใจในธรรม สำหรับผู้ที่ไม่สนใจธรรม ไม่เคยหวังมรรคผลนิพพานก็ขอให้เป็นคนดี เพราะผลดีจะทำให้เราไปดี ตัวข้าพเจ้ามีประสบการณ์ได้เดินทางไปหลายที่และก็ได้พบวิญญาณที่ประสพ อุบัติเหตุตายข้างทางบ่อยอยู่เหมือนกัน พวกวิญญาณเหล่านั้นสมัยเป็นคนก็ไม่ได้สนใจในการปฏิบัติธรรม ไม่ได้สนใจทำบุญ เอาแต่ใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป เมื่อตายจิตก็ติดอยู่ตรงนั้น จิตไม่มีสติ ไม่มีบุญ คือไม่มีกำลังที่จะไปไหนก็ติดอยู่ตรงนั้น ต้องรอขอส่วนบุญคนที่ผ่านไปมา เป็นวิญญาณไม่ได้ไปผุดไปเกิด เป็นผี เป็นวิญญาณคอยขอส่วนบุญและหลอกหลอดคนอยู่ข้างทาง ข้าพเจ้าอยากจะเตือนผู้คนว่า อย่าเอาแต่ทำงานหาเงินให้ หัดทำบุญ หัดฝึกจิต หัดฝึกสติซะบ้าง เพราะเงินทองนั้นช่วยอะไรเราไม่ได้ ให้มีเงินนับล้านก็ช่วยอะไรเราไม่ได้ หากไม่ทำบุญ ไม่มีสติตายก็ไปไหนไม่ได้ มีตัวอย่างพอจะเล่าให้ฟังได้หนึ่งตัวอย่าง เป็นคนที่ถือว่ามีฐานะและหน้าที่การงานดี ในช่วงนั้นประมาณปี 2545 หรือ 2546 จำได้ไม่แน่ชัด

ที่โลกมืดไปนาน เพราะเถ้าควันจากภูเขาไฟทั่วโลกที่พร้อมใจกันระเบิดพร้อมกัน (ผลจากแรงระเบิดนิวเคลียร์)ฝุ่นควันไปปิดกั้นแสงอาทิตย์
อย่าลืมเรื่องพายุสุริยะ ที่จะทำให้ไฟฟ้าดับไปทั่วโลก เนื่องจากจุดดับในดวงอาทิตย์จุดที่ 11เกิดขึ้นเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดจะใช้การไม่ได้ เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ จะไร้ความหมาย รวมทั้งน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือละลาย
โดย เกษม [21 ก.พ. 2548 , 22:59:46 น.]
ขออนุโมทนาบุญกับคุณเกษมด้วยครับที่มาแจ้งข่าว
เพื่อนมนุษย์ที่มองอะไรเพียงแค่ตาเนื้อยังมีอีกมาก ถ้าสามารถทำให้เขาเหล่านั้นได้รู้ความจริง คงจะเป็นการดีไม่น้อย
อะไร ก็เกิดได้ทั้งนั้นแหละครับ ในสมัยโบราณก็เคยเกิดมาแล้ว แต่เขาเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับสมัยนี้ เช่น เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ เขาก็เรียกว่าปลาอานนพลิกตัว ตามอาการที่ประสบ แต่การที่โหรอย่างนอสตราดามุส ก็ควรพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะมีเหตุการณ์หลายอย่างที่ผ่านมา ตรงกับคำทำนายอย่างแม่นยำมาก ๆ สรุปแล้ว อย่าได้ประมาทในทุก ๆ นาที เพราะมนุษย์ไม่อาจควบคุมธรรมชาติได้ตลอดกาล แถมธรรมชาติเอาคืนทีละมาก ๆ (แม้จะนาน ๆ ครั้งก็ตาม) พวกเราควรเตรียมตัวเผชิญเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดคิดนี้ เหมือนเตรียมตัวเผชิญกับความตายที่จะมาเยือนในอนาคตอันไม่นานนัก....ขอให้ บุญบารมีของตน ๆ และสิ่งที่มีอำนาจเหนือโลกทั้งหลายจงคุ้มครองเถิด

อีก 10 ปี ไทยจะเป็นเช่นไร
ในอนาคตอีก 10ปีข้างหน้าจากนี้ไป เมืองไทยจะเป็นอย่างไร?จะพบอะไรที่ดีบ้างไหม?มีอะไรที่ต้องเสียหายอีกหรือ ไม่ อย่างไร?เพราะเหตุใดครับ?
...อนาคตเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเรารู้ว่าจะเกิดอะไรก็มีหน้าที่แก้ไขอย่างเดียว หามีวิธีอื่นไม่ จากนี้อีก 3ปี จะมีภัยพิบัติจากแผ่นดิน-จากน้ำ-จากไฟ-
และจากวาตภัย คือภัยจากธาตุทั้ง 4เป็นการ"ชำระโลก"เพื่อให้โลกมีอายุยืนนานขึ้น.....อีก4ปีถัดไป เป็น"การสร้าง"หรือ "เก็บสิ่งที่เสียหาย
"จากธรรมชาติ.....แล้วโลกจะเข้า สู่ยุคศรีวิไล ทุกอย่างจะสำเร็จด้วย "อริยศาสตร์"...ศาสตร์แห่งการดับทุกข์ ทั้งกายและใจ เป็นยุคพลังงานใหม่จะใช้
พลังงานจากธรรมชาติ คือ พลังงานลม-น้ำ-และแสงอาทิตย์ จะหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานจากดิน เพราะมีมลภาวะ เกิดปัญหาให้แก่โลก......
เตือนภัยด่วน!!!...(สึนามิ รอบ 2!!!)...อ.ศักดา สกุลพนารักษ์

นับ ตั้งแต่ วันที่ 11มีนาคม 2548(ระยะเวลาที่ระวังคือ 11 มี.ค.-30พ.ย.4เป็นต้นไป จะเกิดภัยพิบัติอย่างร้ายแรง ทั้งจากเบื้องล่างและเบื้องบน..
เบื้องล่าง คือ แผ่นดินไหว-แผ่นดินแยก-แผ่นดินทรุด น้ำท่วม(ระดับน้ำสูง 4-6เมตร)เขื่อนพัง คลื่นขนาดใหญ่พัดเข้าหาฝั่ง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต
และทรัพย์สิน จำนวนมาก ......ภัยจากเบื้องบน จะเกิดลมพายุพัดกระหน่ำ เป็นพายุหมุน ที่มีความเร็วสูง ทำลายอาคาร บ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ชีวิตและ
ทรัพย์สินเสียหายอย่างร้ายแรง......-จังหวัดที่จะได้รับความเสียหาย คือ เชียงใหม่ และลำพูน
ภาคกลาง กรุงเทพ และปริมณฑล
-ภาค ตะวันออก จังหวัดที่อยู่ชายฝั่งทะเล ให้ระวังภัยบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและตะวันตก จังหวัดที่อยู่ใกล้ชายทะเล ให้เตรียมตัวให้พร้อม อย่าได้ประมาท...
ควรจะหาที่อยู่สำรอง ในกรณีที่จำเป็นจะต้องอพยพหลบภัย ออกจากที่อยู่ในปัจจุบันให้พยายามหาที่อยู่บนที่สูง ให้เตรียมเสบียงอาหารสำรองไว้ให้พร้อมรวมทั้งน้ำมัน
เชื้อเพลิง ถ้ามียานพาหนะ เติมน้ำมันให้เต็ม เพื่อที่จะได้เดินทางออกจากสถานที่เกิดภัยพิบัติให้ไกลที่สุด........

ถ้าท่านยังไม่มีสถานที่พักสำรอง
-ภาค ใต้......ให้ไปพักที่พระธาตุเจดีย์สันติสุข ควนหินแท่น เส้นทางพัทลุง-หาดใหญ่ หลัก ก.ม.ที่ 41-42 ก่อนถึง อ.หาดใหญ่ บ้านทุ่งนารี
อ.ป่าบอน โทร.074-211499
-ภาคกลาง....ไปที่พระธาตุเจดีย์สันติสุข อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ถ้ำใหญ่ เขาวง หมู่ 11 บ้านหนองใหญ่ อ.บ้านไร่ (สอบถามเส้นทาง ไปพระธาตุ
โทร.09-2304523 และ 07-8442755)
-ภาคตะวันออก....ไปที่พระธาตุเจดีย์สันติสุข บ้านวังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี (โทร.ถามทาง 05-1707214)
-ภาคอีสาน....โรงธรรม-โรงทานมังสวิรัติ พนารักษ์10 ถ้ำพระกายสิทธิ์ บานวังมน อ.ภูผาม่าน จ.ชัยภูมิ เส้นทางชุมแพ-หล่มสัก
(โทร.06-6418771)
-ภาคเหนือ....พระไตรรัตนเทวะสถาน ถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย หลัก ก.ม.ที่ 25 อ.ดออยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ (โทร.09-5826926)
-จังหวัดน่าน........พระธาตุเจดีย์สันติสุข ภูลังกา เส้นทางดอกคำใต้ ไปบ้านสะเกิน ต.ยอด อ.สองแคว จ.น่าน (โทร.06-0162706และ
054-779094)
โดย เกษม [24 มี.ค. 2548 , 13:44:11 น.]
สถาน ที่ดังกล่าว อ.ศักดา ได้เตรียมไว้สำหรับให้เป็นที่พักของผู้ที่อพยพหลบภัยพิบัติ เชิญท่านมาพักได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น....
"ภัยที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากการตัดไม้ทำลายป่า ทำลายธรรมชาติแล้ว เกิดจากการที่เราได้เข่นฆ่าชีวิตผู้คนนับ 1,000คน ในการปราบปรามยาเสพติดเพราะ
มีผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ทำความผิด ถูกฆ่าตายและถูกยึดทรัพย์สินไปจำนวนมาก และเกิดจากการฆ่าสัตว์ 30 กว่าล้านตัว เพื่อป้องกันไข้หวัดนก นับเป็นการทำบาปอย่าง
ร้ายแรง จึงทำให้เกิดภัยพิบัติขึ้นมา มันเป็นกรรมของแผ่นดินอย่างแท้จริง!!!"
................ อ.ศักดา สกุลพนารักษ์.โทร.09-2304523...................
ผู้แสดงความคิดเห็น โพธิสัตต์


Comments