แบบทดสอบที่ ๓


นิสิตคณะสังคมศาสตร์(พิเศษ) ปี ๔ รุ่น ๒๐
การจัดการเชิงพุทธ สาขาวิชารัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา

                                                                                                                                                            
การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน I การศึกษาสงเคราะห์แนวพุทธ I การศึกษาอิสระทางการจัดการเชิงพุทธ
 การสังคมสงเคราะห์แนวพุทธ I การประชาสัมพันธ์เชิงพุทธ์ I การจัดการงานสารบรรณและธุรการ

การจัดการงานสารบรรณและธุรการ
(Correspondence and Routine Work Management)

อาจารย์พนิดา  ขิขุนทด
อาจารย์ประจำรายวิชา



แนวข้อสอบวิชาการจัดการงานสารบรรณและธุรการ

๑. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ คำว่า "งานสารบรรณ" ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
    ก.งานรับ-ส่งและเก็บรักษาหนังสือ
    ข.งานร่าง-เขียนและพิมพ์หนังสือ
    ค.งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร*
    ง.งานที่เกี่ยวกับงานทะเบียนเอกสาร

๒. ระเบียบงานสารบรรณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเริ่มใช้บังคับตั้งแต่เมื่อใด
    ก. ๑ มิถุนายน ๒๕๑๖
    ข. ๑ มิถุนายน ๒๕๒๖*
    ค. ๑ ตุลาคม ๒๕๒๖
    ง. ๑ ธันวาคม ๒๕๒๗

๓. หนังสือราชการคืออะไร
    ก.เอกสารทุกชนิดที่พิมพ์ถูกต้องตามกฎหมาย
    ข.เอกสารที่เป็นหลักฐานในทางราชการ*
    ค.เอกสารที่มีไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในราชการ
    ง.เอกสารที่ทางราชการเป็นเจ้าของ

๔. งานสารบรรณมีประโยชน์ต่อราชการอย่างไร
    ก.ทำให้งานสะดวก รวดเร็ว
    ข.ประหยัดแรงงานและเวลา
    ค.ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูง
    ง.ถูกทุกข้อ *

๕. ลักษณะในข้อใดที่เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานสารบรรณ
    ก.มีความรู้ภาษาไทย
    ข.มีความสุขุม ละเอียด รอบคอบ
    ค.ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง
    ง.ถูกทั้ง ก. ข. และค. ประกอบกัน *

๖. หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอก จัดเป็นหนังสือประเภทใด
    ก.หนังสือภายนอก*
    ข.หนังสือภายใน
    ค.หนังสือประทับตรา
    ง.หนังสือประชาสัมพันธ์

๗. ข้อใดต่อไปนี้อาจไม่มีในหนังสือราชการ
    ก. เรื่อง
    ข.วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ
    ค.คำขึ้นต้นและคำลงท้าย
    ง.อ้างถึงและสิ่งที่ส่งมาด้วย*

๘. หนังสือภายในเป็นหนังสืออย่างไร
    ก.ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน
    ข.ติดต่อภายในกรมเดียวกัน
    ค.ติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน
    ง.ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค. *

๙. หนังสือภายนอกกับหนังสือภายในต่างกันในข้อใด
    ก.แบบฟอร์ม*
    ข.การเก็บหนังสือ
    ค.ผู้ส่งและผู้รับ
    ง.การลงทะเบียนรับ-ส่ง

๑๐. หนังสือทีใช้ประทับตราใช้ในกรณีใดบ้าง
    ก.ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม
    ข.การเตือนเรื่องที่ค้าง
    ค.ส่งสิ่งของ เอกสาร สำเนา
    ง.ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค. *

๑๑. ข้อใดเป็นลักษณะของหนังสือภายใน
    ก.หนังสือที่ส่งไปโดยไม่บรรจุซอง
    ข.หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการต่างกระทรวง
    ค.หนังสือติดต่อระหว่างบุคคลภายนอกด้วยกัน
    ง.ไม่มีข้อถูก *

๑๒. หนังสือประทับตราใช้กระดาษชนิดใด
    ก.ใช้กระดาษตราครุฑ*
    ข.ใช้กระดาษบันทึก
    ค.ใช้ประดาษอัดสำเนา
    ง.ไม่มีข้อกำหนดแน่นอน

๑๓. แถลงการณ์ เป็นหนังสือประเภทใด
    ก.ประทับตรา
    ข.สั่งการ
    ค.ประชาสัมพันธ์ *
    ง.เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้น

จงพิจารณาตัวเลือกต่อไป แล้วใช้ตอบคำถามตั้งแต่ ข้อ ๑๔ ถึง ๑๗
    ก.แถลงการณ์
    ข.ข้อบังคับ
    ค.คำสั่ง
    ง.ไม่ใช่ทั้ง ก. ข. และค.

๑๔. บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดให้ใช้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมาย
    * ข
๑๕. บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความเข้าใจในกิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ์ หรือกรณีใดๆ ให้ทราบชัดเจน
    * ก
๑๖. บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย
    * ค
๑๗. บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงให้ทราบทั่วกัน
    * ง

๑๘. หนังสือราชการที่มีคำว่า “ด่วนมาก” ผู้มีหน้าที่ดำเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
    ก.ปฏิบัติตามกำหนดเวลา
    ข.ปฏิบัติโดยเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
    ค.ปฏิบัติโดยเร็ว*
    ง.ปฏิบัติทันที


๑๙. วันเดือน ปี ที่ออกหนังสือในหนังสือประทับตรา ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหนในหนังสือ
    ก.ใต้รูปครุฑ
    ข.ได้ชื่อส่วนราชการที่ส่งหนังสือออก *
    ค.ไม่มีการลงวัน เดือนปี ในหนังสือชนิดนี้
    ง .ผิดทุกข้อ

๒๐. หนังสือประทับตราจะมีความสมบูรณ์พร้อมที่จะส่งออกได้ จะต้อง…
    ก.ประทับตราให้ถูกที่สุด
    ข.ระบุตัวผู้รับให้ชัดเจน
    ค.มีคำว่าหนังสือประทับตรา
    ง.มีผู้ลงชื่อกำกับตราที่ประทับตามระเบียบ*

๒๑. รายงานการประชุมจัดอยู่ในหนังสือราชการชนิดใด
    ก.หนังสือภายใน
    ข.หนังสือสั่งการ
    ค.หนังสือประชาสัมพันธ์
    ง.หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ*

๒๒. หนังสือประทับตรา ผู้ใดมีอำนาจในการลงชื่อกำกับ
    ก.เจ้าหน้าที่ระดับ ๒ ขึ้นไป
    ข.หัวหน้าแผนก
    ค.หัวหน้าฝ่าย
    ง.หัวหน้ากองหรือผู้ได้รับมอบหมาย*

๒๓. หนังสือราชการที่มีคำว่า "ด่วน"ผู้มีหน้าที่ดำเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
    ก.ปฏิบัติเร็วที่สุด
    ข.ปฏิบัติโดยเร็ว
    ค.ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้ *
    ง.ปฏิบัติเร็วตามกำหนดเวลา

๒๔. ตามระเบียบงานสารบรรณ หนังสือราชการที่จัดทำขึ้นจะต้องทำ……..อย่างน้อย ๑ ฉบับ
    ก.สำเนาต้นฉบับ
    ข.สำเนาคู่ฉบับ*
    ค.สำเนาซ้ำฉบับ
    ง.ไม่ใช่ทั้ง ก. ข. และ ค.

๒๕. หนังสือต่อไปนี้ มีหนังสือประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้ตลอดไป
    ก.หนังสือที่เกี่ยวกับความลับ
    ข.หนังสือที่มีหลักฐานการโต้ตอบ
    ค.หนังสือที่เกี่ยวกับสถิติ หลักฐาน*
    ง.หนังสือสำนวนการสอบสวน

๒๖. การเซ็นชื่อรับรองสำเนาหนังสือ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับใดขึ้นไปเป็นผู้ลงนามรับรองที่ชอบด้วยระเบียบงานสารบรรณ
    ก.ระดับ ๒*
    ข.ระดับ ๓
    ค.ระดับ ๔
    ง.ระดับ ๕

๒๗. การพิมพ์ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องที่ออกหนังสือให้พิมพ์ไว้ส่วนใดของหนังสือราชการ
    ก.ริมกระดาษด้านบนขวา
    ข.ริมกระดาษด้านบนซ้าย
    ค.ริมกระดาษด้านล่างซ้าย*
    ง.กลางหน้ากระดาษด้านบนสุด

๒๘. หนังสือราชการที่เป็นต้นฉบับ (ตัวจริง) จะมีรูปครุฑไว้ตรงส่วนใดของหนังสือ
    ก.ด้านบนขวา
    ข.ด้านล่างซ้าย
    ค.กลางหน้ากระดาษด้านบนสุด*
    ง.ตรงส่วนใดก็ได้ขอให้เห็นเด่นชัด

๒๙. การพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่องนั้น ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหน
    ก.มุมกระดาษด้านล่างขวา
    ข.กลางหน้ากระดาษด้านบนขวา
    ค.ใต้ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง *
    ง.ตรงไหนก็ได้

๓๐. ตั้งแต่ข้อ ๓๐ ถึง ๓๓ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่าหน้าซองหนังสือราชการ ให้พิจารณาว่าข้อความที่กล่าวในแต่ละข้อนั้น หากจะเขียนหรือพิมพ์ลงบนหน้าซองจะต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงส่วนใดของซอง โดยยึดคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
    ก.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านบนซ้าย
    ข.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางด้านบน
    ค.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านล่างซ้าย
    ง.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางซอง

๓๐. เลขที่หนังสือออก
    * ก
๓๑. คำขึ้นต้น ชื่อผู้รับ
    * ง
๓๒. ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง
    * ค
๓๓. ด่วนมาก
    * ข

๓๔. การเก็บหนังสือราชการปกติจะต้องเก็บรักษาไว้กี่ปี
    ก. ๕ ปี
    ข. ๑๐ ปี *
    ค. ๑๕ ปี
    ง. ๒๐ ปี

๓๕. ข้อความที่บันทึกในรายงานการประชุมมักเริ่มต้นด้วยอะไร
    ก.ประธานกล่าวเปิดประชุม*
    ข.บอกเรื่องที่จะประชุม
    ค.การรับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน
    ง.การอ่านรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว

๓๖. ข้อความสุดท้ายของรายงานการประชุมควรจะเป็นอะไร
    ก.เวลาเลิกประชุม
    ข.ผู้จดรายงานการประชุม*
    ค.ผู้ตรวจรายงานการประชุม
    ง.วัน เดือน ปี และสถานที่ประชุม

๓๗. หนังสือราชการที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติด แบ่งเป็นกี่ประเภท
    ก.๔
    ข.๓*
    ค.๒
    ง.ประเภทเดียว

๓๘. การเขียนหรือพิมพ์ (หรือประทับตรา) คำว่าด่วน หรือด่วนมาก จะต้องเขียนหรือพิมพ์ (หรือประทับตรา) ไว้ตรงส่วนใดของหนังสือ
    ก.ท้ายหนังสือ
    ข.ให้เห็นได้ชัด*
    ค.บนหัวหนังสือ
    ง.ตรงไหนก็ได้

๓๙. การร่างหนังสือราชการต้องระวังเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง เรื่องใดต่อไปนี้จำเป็นน้อยมาก
    ก.แบบฟอร์ม*
    ข.ใจความ
    ค.วรรคตอน
    ง.ตัวสะกดการันต์

๔๐. ข้อใดอาจช่วยให้หนังสือราชการมีใจความแจ่มชัด
    ก.การใช้ภาษาที่ง่าย สั้น แต่ได้ใจความดี
    ข.การแยกแยะใจความออกเป็นข้อๆ หรือตอนๆ
    ค.การเท้าความถึงเรื่องที่เคยติดต่อกันมา
    ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.*

๔๑. ข้อใดใน ๔ ข้อต่อไปนี้ ให้ปฏิบัติเป็นรายการสุดท้ายในการรับหนังสือ
    ก.ลงทะเบียนรับหนังสือ
    ข.ประทับตรารับหนังสือ
    ค.เปิดผนึกซองและตรวจเอกสาร
    ง.ส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ*

๔๒. การร่างหนังสือคืออะไร
    ก.การพิมพ์หรือเขียนอย่างย่อๆ
    ข.การกำหนดโครงร่างหนังสืออย่างคร่าวๆ
    ค.การเขียนหนังสือด้วยลายมือของตนเอง
    ง.การเรียบเรียงชั้นต้นตามเรื่องที่ต้องการติดต่อ*

๔๓. เหตุใดจึงต้องให้มีการร่างหนังสือก่อนพิมพ์
    ก.ต้องการให้เจ้าของเรื่องได้เห็นต้นร่างก่อน
    ข.ต้องการดูว่าใจความจะยาวหรือสั้นเพียงใด
    ค.ต้องการให้ผู้ร่างหนังสือมีงานทำและร่างหนังสือด้วยความระมัดระวัง
    ง.ต้องการให้มีการตรวจแก้ให้เหมาะสมตามระเบียบแบบแผนก่อน*

๔๔. การเสนอหนังสือคืออะไร
    ก.การนำหนังสือไปส่งให้ผู้รับ
    ข.การส่งหนังสือออกจากส่วนราชการ
    ค.การสรุปใจความสำคัญในหนังสือเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
    ง.การนำหนังสือที่ดำเนินการชั้นเจ้าหน้าที่แล้วเสนอต่อผู้บังคับบัญชา*

๔๕. การเสนอหนังสือที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร
    ก.ต้องเสนอเรื่องที่ไม่มีปัญหาก่อนเสมอ
    ข.ต้องเสนอเรื่องสำคัญก่อนเรื่องอื่นๆ
    ค.ต้องแยกเรื่องเสนอเป็นประเภทๆ ไป*
    ง.ต้องเรียงลำดับเรื่องเสนอก่อน-หลัง ตามวัน เดือน ปี ที่ได้รับ

๔๖. ภาพข้างล่างนี้คืออะไร
        (ชื่อส่วนราชการ)
        เลขรับ……………………………..
        วันที่……………………………….
        เวลา……………………………….
    ก.ใบรับหนังสือ
    ข.ทะเบียนหนังสือรับ
    ค.ตราประทับสำหรับลงรับหนังสือ*
    ง.ตราประทับสำหรับส่งหนังสือ

๔๗. ข้อใดไม่มีกำหนดไว้ในทะเบียนงานสารบรรณ
    ก.ทะเบียนรับ
    ข.ทะเบียนจ่าย*
    ค.ทะเบียนส่ง
    ง.ทะเบียนเก็บ

๔๘. ตามที่ได้มีช่อง “การปฏิบัติ” ไว้ในทะเบียนรับ-ส่ง หนังสือนั้น เพื่อประโยชน์อะไร
    ก.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นใครเป็นผู้ส่งมา
    ข.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นจะต้องส่งไปที่ไหน
    ค.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นควรจะต้องปฏิบัติอย่างไร
    ง.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นได้มีการปฏิบัติการไปแล้วเพียงใด*

๔๙. ซองหนังสือราชการมีกี่ขนาด
    ก. ๒
    ข. ๓
    ค. ๔*
    ง. ๕

๕๐. การเก็บหนังสือแบ่งออกเป็น ๓ อย่าง ข้อใดไม่ใช่วิธีการเก็บหนังสือ ๑ ใน ๓ อย่างดังกล่าว
    ก.การเก็บก่อนปฏิบัติ*
    ข.การเก็บระหว่างปฏิบัติ
    ค.การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว
    ง.การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ

๕๑. การเก็บหนังสือมีประโยชน์ต่อข้อใดมากที่สุด
    ก.การค้นหา*
    ข.การตรวจสอบ
    ค.การทำความสะอาดที่เก็บ
    ง.ความเป็นระเบียบเรียบร้อย

๕๒. ใบรับหนังสือมีประโยชน์อย่างไร
    ก.แสดงว่าหนังสือนั้นไม่สูญหาย
    ข.แสดงว่าผู้รับได้รับหนังสือแล้ว
    ค.เป็นหลักฐานว่าผู้ส่งได้ส่งหนังสือแล้ว
    ง.เป็นหลักฐานว่าได้ส่งหนังสือและมีผู้รับหนังสือนั้นไปแล้ว*

๕๓. หนังสือราชการประเภทใดอาจไม่ต้องทำสำเนาคู่ฉบับไว้ก็ได้
    ก.หนังสือภายนอก
    ข.หนังสือภายใน
    ค.หนังสือสั่งการ
    ง.หนังสือประทับตรา*

๕๔. ในสำเนาคู่ฉบับควรมีลายมือชื่อบุคคลต่อไปนี้ ยกเว้นผู้ใดที่ไม่จำเป็นต้องมี
    ก.ผู้ร่าง
    ข.ผู้พิมพ์
    ค.ผู้สั่งพิมพ์*
    ง.ผู้ตรวจ-ทาน

๕๕. ข้อใดเรียงลำดับส่วนราชการจากใหญ่ไปหาเล็ก ได้ถูกต้อง
    ก.กอง แผนก กรม กระทรวง
    ข.แผนก กรม กอง กระทรวง
    ค.กระทรวง กอง กรม แผนก
    ง.กระทรวง กรม กอง แผนก*

๕๖. การประทับตรารับหนังสือควรประทับตามที่ส่วนใดของหนังสือจึงจะถูกต้อง
    ก.ที่มุมบนขวา*
    ข.ที่มุมบนซ้าย
    ค.ที่มุมล่างซ้าย
    ง.ที่มุมล่างขวา

๕๗. ข้อใดเรียงลำดับการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับหนังสือได้ถูกต้อง
    ก.ลงทะเบียนรับ ประทับตรารับหนังสือ เปิดผนึกซองตรวจ
    ข.ประทับตรารับหนังสือ ลงทะเบียนรับ เปิดผนึกซองตรวจ
    ค.เปิดผนึก-ประทับตรารับ ลงทะเบียนรับ และตรวจ
    ง.เปิดผนึก ตรวจ ประทับตรารับ ลงทะเบียนรับ*

๕๘. การเปิดซองหนังสือราชการ ถ้ามีซองอีกชั้นหนึ่งอยู่ข้างใน แสดงว่าหนังสือนั้นต้องเป็นหนังสือประเภทใด
    ก.หนังสือภายใน
    ข.หนังสือภายนอก
    ค.หนังสือราชการด่วน
    ง.หนังสือราชการลับ*

๕๙. หนังสือประทับตราต่างกับหนังสือภายนอกและหนังสือภายในในแง่ใด
    ก.คำขึ้นต้น
    ข.คำลงท้าย
    ค.การลงชื่อ
    ง.ทั้ง ก. ข. และ ค.*

๖๐. ตราที่ใช้ประทับในหนังสือประทับตราตามระเบียบงานสารบรรณกำหนดให้ใช้หมึกสีอะไร
    ก.แดง*
    ข.ดำ
    ค.น้ำเงิน
    ง.เขียว

๖๑. ”ประกาศ ณ วันที่………” ใช้กับหนังสือสั่งการชนิดใด
    ก.คำสั่ง
    ข.ระเบียบ
    ค.ข้อบังคับ
    ง.ถูกทั้ง ข.และ ค.*

๖๒. บรรทัดสุดท้ายของหนังสือสั่งการทุกประเภทจะต้องเป็นข้อความที่ระบุอะไร
    ก.วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ
    ข.ชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือ
    ค.ตำแหน่งของผู้มีอำนาจออกหนังสือ*
    ง.ลายมือชื่อผู้มีอำนาจออกหนังสือ

๖๓. ข้าราชการที่มีตำแหน่งยศทหารหรือตำรวจ ต้องพิมพ์ยศลงหน้าชื่อในวงเล็กใต้ลายเซ็นหรือไม่
    ก.ไม่ต้องพิมพ์ยศ
    ข.พิมพ์ยศลงไปด้วย*
    ค.พิมพ์หรือไม่พิมพ์ก็ได้
    ง.ไม่มีคำตอบถูก

๖๔. การเขียนหนังสือราชการถึงพระภิกษุ-สามเณร ทั่วไป ใช้คำขึ้นต้นอย่างไร
    ก.เรียน
    ข.กราบเรียน
    ค.ถึง
    ง.นมัสการ*

๖๕. ถ้าอธิบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ผู้ทำงานแทนเมื่อลงนามในหนังสือจะต้องใช้คำว่าอย่างไร
    ก.ใช้ตำแหน่งของผู้ทำงานแทน
    ข.ทำงานแทน
    ค.รักษาราชการแทน *
    ง.ปฏิบัติราชการแทน

๖๖. โทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุใช้ในกรณีใด
    ก.เรื่องเร่งด่วน
    ข.เรื่องเกี่ยวกับความลับราชการ
    ค.เรื่องเกี่ยวกับการเงิน
    ง.เรื่องที่สั่งด้วยหนังสือไม่ทัน*

๖๗. ทำไมจึงต้องมีระเบียบงานสารบรรณ
    ก.เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีระเบียบเป็นหลักปฏิบัติ*
    ข.เพื่อความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชาในการควบคุมงาน
    ค.เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนรู้เรื่องระเบียบงานสารบรรณ
    ง.เพื่อให้ข้าราชการร่างและรับส่งหนังสือราชการได้ถูกต้อง

๖๘. พระเจ้าแผ่นดินแต่งตัว ใช้ราชาศัพท์ว่าอย่างไร
    ก.ทรงเครื่อง*
    ข.แต่งพระองค์
    ค.ทรงเครื่องใหญ่
    ง.ทรงพระสุคนธ์

๖๙. พระภิกษุ สามเณร ป่วยใช้คำว่าอย่างไร
    ก.ไม่สบาย
    ข.ประชวร
    ค.อาพาธ*
    ง.ทรงพระประชวร

๗๐. ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ตรงกับคำสามัญว่าอย่างไร
    ก.เดินทาง
    ข.ฟังเทศน์
    ค.ทำบุญ*
    ง.ไปวัด

๗๑. พระฉาย ตรงกับคำสามัญว่าอย่างไร
    ก. พระรูป
    ข.กระจกส่อง*
    ค.หวี
    ง.ช้อนส้อม

๗๒. นายกรัฐมนตรี ตาย คำที่ขีดเส้นใต้คำใดจึงจะถูกต้องตามราชาศัพท์
    ก.ถึงแก่กรรม
    ข.มรณกรรม
    ค.อสัญกรรม *
    ง.พิราลัย

๗๓. อายุการเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี
    ก. ๕ ปี
    ข. ๑๐ ปี*
    ค. ๑๕ ปี
    ง. ไม่มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้

๗๔. หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลักต้องปฏิบัติอย่างไร
    ก.เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี
    ข.นำไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ
    ค.ให้ปฏิบัติตามระเบียบสารบรรณโดยเคร่งครัด
    ง.ให้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ*

๗๕. การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือราชการไปดู หรือคัดลอก ต้องได้รับอนุญาตจากใครก่อน
    ก.เจ้าหน้าที่เก็บ
    ข.ประจำแผนก
    ค.หัวหน้าแผนก
    ง.หัวหน้ากองหรือผู้ได้รับมอบหมาย*

๗๖. หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้เก็บไม่น้อยกว่ากี่ปี
    ก. ๑ ปี*
    ข. ๑ ปี ๖ เดือน
    ค. ๒ ปี
    ง. ๓ ปี

๗๗. ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ยืมหนังสือราชการระหว่างส่วนราชการจะต้องเป็นผู้อยู่ในตำแหน่งระดับใดขึ้นไป
    ก.หัวหน้าแผน
    ข.หัวหน้าฝ่าย
    ค.หัวหน้ากอง*
    ง.รองอธิบดี

๗๘. ถ้าปรากฏว่าหนังสือราชการที่เก็บไปสูญหายไป จะต้องปฏิบัติอย่างไร
    ก.ติดต่อเจ้าของเรื่องเดิมเพื่อหาสำเนามาแทน*
    ข.เรียกตัวผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องที่หายมาสอบถาม
    ค.ปล่อยไปเลยแต่ให้หมายเหตุว่าเรื่องหาย
    ง.ผิดทั้ง ก. ข. และ ค.

๗๙. การตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือให้ตั้งอย่างน้อยกี่คน
    ก. ๒ คน
    ข. ๓ คน*
    ค. ๔ คน
    ง. ๕ คน

๘๐. ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการในตำแหน่งใด
    ก.อธิบดี
    ข.ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งเทียบเท่าอธิบดี
    ค.ปลัดกระทรวง
    ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค. แล้วแต่กรณี*

๘๑. คณะกรรมการทำลายหนังสือจะต้องแต่งตั้งจากข้าราชการระดับใดขึ้นไป
    ก.ระดับ ๒
    ข.ระดับ ๓*
    ค.ระดับ ๔
    ง.ระดับใดก็ได้

๘๒. ผู้มีอำนาจอนุมัติการทำลายหนังสือราชการในส่วนภูมิภาคได้แก่ผู้ใด
    ก.ปลัดจังหวัด
    ข.อธิบดี
    ค.รองผู้ว่าราชการจังหวัด
    ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด*

๘๓. ตราครุฑที่ใช้สำหรับเป็นแบบพิมพ์ในระเบียบงานสารบรรณขนาดใหญ่มีความสูงเท่าไร
    ก. ๒.๕ ซม.
    ข. ๓.๐ ซม.*
    ค. ๓.๕ ซม.
    ง. ๔.๐ ซม.

๘๔. ขนาดตราครุฑที่ใช้ประทับแทนการลงชื่อต้องเป็นวงกลม ๒ วงซ้อนกัน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางวงนอกและวงในเท่าไร
    ก. ๓.๕ ซม. และ ๒.๕ ซม.
    ข. ๔.๐ ซม. และ ๓.๐ ซม.
    ค. ๔.๕ ซม.และ ๓.๕ ซม. *
    ง.ขนาดพอเหมาะเท่าไรก็ได้

๘๕.ตราครุฑมาตรฐานที่ใช้ในระเบียบงานสารบรรณ ๒๕๒๖ มีกี่ขนาด
    ก. ๒ ขนาด*
    ข. ๓ ขนาด
    ค. ๔ ขนาด
    ง. ๕ ขนาด

๘๖การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้มายืมและขอรับหนังสือต้องเป็นข้าราชการที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการในตำแหน่งใดขึ้นไป
    ก.หัวหน้าแผนก*
    ข.หัวหน้าฝ่าย
    ค.หัวหน้ากอง
    ง.รองอธิบดี

๘๗. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จแล้วของกระทรวงต่างๆ ตามปกติเป็นหน้าที่ของใคร
    ก.แผนกสารบรรณของแต่ละกรม
    ข.แผนกเก็บกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวง
    ค.ฝากเก็บที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
    ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.*

๘๘. การยืมหนังสือราชการระหว่างส่วนราชการ ผู้มีอำนาจในการดำเนินการยืมจะต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการตำแหน่งระดับใดขึ้นไป
    ก.หัวหน้าแผนก
    ข.หัวหน้าฝ่าย
    ค.หัวหน้ากอง*
    ง.รองอธิบดี

๘๙. หนังสือราชการประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานทางราชการตลอดไป
    ก.หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์
    ข.หนังสือเกี่ยวกับสถิติ หลักฐาน
    ค.หนังสือที่ต้องใช้สำหรับการศึกษาค้นคว้า
    ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.*

๙๐. การเขียนหนังสือราชการที่มีคำลงท้ายว่า “ขอแสดงความนับถือ” เป็นหนังสือที่มีไปถึงใคร
    ก.อธิบดี
    ข.ปลัดกระทรวง
    ค.ข้าราชการระดับ ๕
    ง.ถูกหมดทุกข้อ*




--------------------
    บันทึกโดย : นิสิตคณะสังคมศาสตร์ มจร.รุ่น ๕๖ (๒๐ วข.นม.)
                      วันพุธ ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓


Comments