ข่าวการศึกษา


ด่วนที่สุด! แต่งตั้ง 111 รอง ผอ.สถาบันอาชีวะ

โพสต์8 ส.ค. 2555 02:16โดยVisoot Urawong


เมื่อวันที่ 7 ส.ค.55 นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) แต่งตั้งผู้ได้รับการสรรหา เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผอ.สถานศึกษา ให้รักษาการในตำแหน่ง ที่จะแต่งตั้งจำนวน 111 ราย ดังนี้

     1.นางบัญชาลักษณ์ เลิศไกร รก.รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพ(วก.)นครศรีธรรมราช

     2.ว่าที่ ร.ต.สุระศักดิ์ ชัยตาแสง รก.รองผอ.วก.ห้วยผึ้ง

     3.นายชาญชัย แสนจันทร์ รก.รองผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการนครพนม

     4.นายสุบรรณ์ ชัยยะ รก.รองผอ.วก.ลอง

     5.นางรุจิรา ฟูเจริญ รก.รองผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

     6.นางกรรณิการ์ ลิมปนะวงศานนท์ รก.รองผอ.วิทยาลัยเทคนิค(วท.)เพชรบุรี

     7.นายศุภชัย แน่นอุดร รก.รอง ผอ.วก.เกษตรวิสัย

     8.นายสิทธิโชค บุญลือ รก.รอง ผอ.วก.พรหมคีรี

     9.นางอรทัย โยธินรุ่งเรือง สุดสงวน รก.รองผอ.สารพัดช่าง(วช.)ฉะเชิงเทรา

     10.นายเพชรโยธิน ราษฎร์เจริญ รก.รองผอ.วก.วังน้ำเย็น

     11.นายชนสรณ์ จิตภักดี รก.รองผอ.วก.หัวไทร

     12.นายอภิชาติ กุลธานี รก.รองผอ.วท.มาบตาพุด

     13.น.ส.จงสถาพร ดาวเรือง รก.รองผอ.วช.ระยอง

     14.นายวิโรจน์ ธิมา รก.รองผอ.วก.กันทรลักษณ์

     15.นายสุรเชษฐ์ นาครินทร์ รก.รองผอ.วช.สุโขทัย

     16.นางชมบุญ ลาภอุปถัมภ์ รก.รองผอ.วก.สังขะ

     17.นายอัศวิน ข่มอาวุธ รก.รองผอ.วษท.ลำพูน

     18.นายพยนต์ น้อยนาดี รก.รองผอ.วก.ตะกั่นป่า

     19.นายคมชาญ คมพิชญ์บำเพ็ญ รก.รองผอ.วก.ปราสาท

     20.นายธนกร วริยานนท์ รก.รองผอ.วช.เพชรบูรณ์

     21.น.ส.สุมีนา แดงใจ รก.รองผอ.วช.พระนครศรีอยุธยา

     22.นางกีรดา ธนากุลดุษฏี รก.รองผอ.วษท.ยโสธร

     23.นางนพพร สุรินทร์ รก.รองผอ.วก.บางละมุง

     24.นายสุทิน ทองพลับ รก.รองผอ.วษท.กระบี่

     25.นายบรรลือศักดิ์ มานาดี รก.รองผอ.วก.ปากช่อง

     26.นายณัฐพงษ์ อินทรสุข รก.รองผอ.วก.บางปะกง

     27.นายปิยะวัสส์ ชฺจิตต์วงศ์ รก.รองผอ.วษท.ราชบุรี

     28.นายอำนาจ สังข์ทอง รก.รองผอ.วก.พนมไพร

     29.นายสุรศักดิ์ นาคาลักษณ์ รก.รองผอ.วท.ป่าพะยอม

     30.นายรชต สิงห์ทองชัย รก.รองผอ.วช.กำแพงเพชร

     31.นายสุชาติ จำปาโพธิ์ รก.รองผอ.วก.กบินทร์บุรี

     32.นายสวาท มาปัสสา รก.รองผอ.วก.ชัยบาดาล

     33.น.ส.สายสิริ สายยศ รก.รองผอ.วก.นายายอาม

     34.นายจักรี อุไรวงศ์ รก.รองผอ.วช.จันทบุรี

     35.นายนิรันดร์ สมมุติ รก.รองผอ.วช.ปราจีนบุรี

     36.นายปัญญา มุ่งดี รก.รองผอ.วก.หนองแค

     37.น.ส.กชกร บุษราภรณ์ รก.รองผอ.วษท.พังงา

     38.นางเตือนใจ ไพคำนาม รก.รองผอ.วก.แกลง

     39.นายนริศ สุคันธวรัตน์ รก.รองผอ.วก.เถิน

     40.นางอารีย์ เลิศกิจเจริญผล รก.รองผอ.วท.ธัญบุรี

     41.นายเกียรติศักดิ์ สมบูรณ์ รก.รองผอ.วษท.เพชรบุรี

     42.นายวิสุทธิ์ นวลเจริญ รก.รองผอ.วก.อู่ทอง

     43.นายสถาพร โพธิ์หวี รก.รองผอ.วก.ขาณุวรลักษบุรี

     44.นางจิตติมา น่วมนิ่ม รก.รองผอ.วก.เขาย้อย

     45.น.ส.ชนม์ศิกานต์ แก้วกระจ่าง รก.รองผอ.วษท.สตูล

     46.น.ส.สุภาภรณ์ สิงหเสนา รก.รองผอ.วษท.ตาก

     47.นายสายัณห์ แร่ทอง รก.รองผอ.วษท.สุราษฎร์ธานี

     48.นายธนทัต ชัยภักดี รก.รองผอ.วก.สอยดาว

     49.ว่าที่ ร.ต.อนุวัฒน์ ทองสกุล รก.รองผอ.วษท.ระนอง

     50.นายประสิทธิ์ วัชรินทร์พร รก.รองผอ.วิทยาลัยประมงเขตรอุดมศักดิ์

     51.นางวันทนา โพธิ์รัง รก.รองผอ.วก.อินทร์บุรี

     52.นายบุญเรือง เย็นศิริ รก.รองวก.ปราณบุรี

     53.นายชัชวาลย์ สาระภูมิ รก.รอง.ผอ.วก.บ่อไร่

     54.นายนิทัศน์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ รก.รองผอ.วท.บ้านค่าย

     55.นายบุญศักดิ์ ตั้งเกียรติกำจาย รก.รองผอ.วก.นครศรีธรรมราช

     56.นายเจษฎา ยิ้มพูลทรัยพ์ รก.รองผอ.วท.เพชรบุรี

     57.นายสมชัย อินอ่อน รก.รองผอ.วก.ชุมพวง

     58.นางทิพย์วรรณ อู่ทรัพย์ รก.รองผอ.วก.หนองกุงศรี

     59.นางลำพูน ครอบแก้ว รก.รองผอ.วก.วังน้ำเย็น

     60.นางวิไลรัตน์ แสงวณิช รก.รองผอ.วอศ.อุตรดิตถ์

     61.นายสิริชัย นัยกองศิริ รก.รองผอ.วิทยาลัยพณิชยการบางนา

     62.นายไชยเชษฐ์ ย้อยยางทอง รก.รองผอ.วษท.สุราษฎร์ธานี

     63.นายภานุพันธ์ พันธนิตย์ รก.รองผอ.วอศ.สุพรรณบุรี

     64.นางปฎิมา พุฒตาลดง รก.รองผอ.วช.กำแพงเพชร

     65.น.ส.จันทร์เพ็ญ วรวสุวัส รก.รองผอ.วท.หลวงพ่อคูณปริสุทโธ

     66.นายประวิทย์ บุรินนิตย์ รก.รองผอ.วก.ชุมพวง

     67.นายสุริยา พงษ์ศิริรักษ์ รก.รองผอ.วก.ปากช่อง

     68.นางวรรณภา พ่วงกุล รก.รองผอ.วท.ตราด

     69.นายถาวร หงษา รก.รองผอ.วท.ป่าพะยอม

     70.นายสุรพล วรินทร์เวช รก.รองผอ.วก.สำโรง

     71.นายธนภัทร แสงจันทร์ รก.รองผอ.วก.ปากช่อง

     72.นายคมสัน อรรคแสง รก.รองผอ.วษท.ยโสธร

     73.นายสถาพร อนุกูลพันธ์ รก.รองผอ.วท.สตูล

     74.นายธวัชชัย หนูอินทร์ รก.รองผอ.วก.หัวไทร

     75.นายวิเชียร บุญเตี่ยว รก.รองผอ.วษท.สตูล

     76.นายบุญชอบ โพธิ์ประเสริฐ์ รก.รองผอ.วก.พิชัย

     77.นางบัวผา หทัยกิจเกษม รก.รองผอ.วก.ชัยบาดาล

     78.นายวิสิทธิ์ ภูแป่ง รก.รองผอ.วก.สองพี่น้อง

     79.นายศรากร บุญปถัมภ์ รก.รองผอ.วิทยาลัยพณิชยการบางนา

     80.นายยุทธนา อ่อนสัมกฤษ รก.รองผอ.วท.จุฬาภรณ์(ลาดขวาง)

     81.นายจุฬา โหรวิชิต รก.รองผอ.วช.สี่พระยา

     82.นายสิริพงศ์ เพชรนาค รก.รองผอ.วก.นวมินทราชูทิศ

     83.นางพัชราภรณ์ วรรณพุฒ รก.รองผอ.วท.ธัญบุรี

     84.นายสมยศ แก้วประทุมรัสมี รก.รองผอ.วก.พระสมุทรเจดีย์

     85.นายเทพสมบัติ แสนวงษ์ รก.รองผอ.วช.สี่พระยา

     86.นายสรพงษ์ แสนกล้า รก.รองผอ.วท.ตราด

     87.นางเพ็ญแข พิมพิไส รก.รองผอ.วก.กาญจนาภิเษกหนองจอก

     88.นายนิพนธ์ โพทธิ์เลิศ รก.รองผอ.วก.หนองแค

     89.นายเทียน รั้งกลาง รก.รองผอ.วษท.ลำพูน

     90.นายสมภาพ ขนุนทอง รก.รองผอ.วก.มหาราช

     91.นายผล ยาวิชัย รก.รองผอ.วก.บางปะกง

     92.ว่าที่ ร.ต.อมรินทร์ รูปสวย รก.รองผอ.วษท.เพชรบุรี

     93.นายชัยสิทธิ์ สง่างาม รก.รองผอ.วก.นวมินทราชูทิศแม่ฮ่องสอน

     94.นายสนธิ ภูละมุล รก.รองผอ.วก.พุทธมณฑล

     95.นายธวัช ถ้วยทองคำ รก.รองผอ.วก.หนองแค

     96.นายภรภิพัด มูลไชย รก.รองผอ.วก.น้ำเย็น

     97.นายอนุชิด อรรถานิธี รก.รองผอ.วก.เสนา

     98.นายประยุทธ ศิริอำนาจ รก.รอองผอ.วก.โพทธิ์ทอง

     99.นายวิสิทธิ์ตพงศ์ แสงงาม รก.รองผอ.วท.กาญจนาภิเษกสมุทรปราการ

     100.ว่าที่ พ.ต.พัฒนา สาธร รก.รองผอ.วก.ปัว

     101.น.ส.เอมอร อุปชีวะ รก.รองผอ.วก.เขาย้อย

     102.นายสายันต์ ศักดิ์จิรพาพงษ์ รก.รองผอ.วษท.เพชรบุรี

     103.นายชาญชัย วงษ์หอม รก.รองผอ.วก.สอยดาว

     104.นายกัซฟี ดอแม รก.รองผอ.วก.สุไหงโก-ลก

     105.นายภัทรายุษ เนาวสินธ์ รก.รองผอ.วช.ยะลา

     106.นายเสถียร เพ็ชรรัตน์ รก.รองผอ.วก.สายบุรี

     107.นายจรัส โพธิ์สีสด รก.รองผอ.วก.นาทวี

     108.นายสุรพล ศรีสุวรรณ์ รก.รองผอ.วก.สุไหงโก-ลก

     109.นายประวิทย์ อ๋องสุวรรณ รก.รองผอ.วช.ยะลา

     110.นายเจริญ ไชยสวัสดิ์ รก.รองผอ.วก.สายบุรี

     และ 111.นายประมุข กออวยชัย รก.รองผอ.วก.รามัน


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ซักซ้อมความเข้าใจ ระเบียบ ก.คลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวฯ (ฉ.5) พ.ศ.2555มีชื่อ

โพสต์2 ส.ค. 2555 02:09โดยVisur View   [ อัปเดต 7 ส.ค. 2555 20:36 ]



ด่วนที่สุด ที่ ศธ  04009/3284 ซักซ้อมความเข้าใจการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ(ฉบับที่ 5)พ.ศ.2555

ดาวน์โหลดแบบ PDF คลิกที่นี่
http://202.143.174.11/personnel/news2011/upfiles/434.pdf

แจงกรอบอัตราใน สพท. ยังไม่ยุติเล็งลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาระงาน

โพสต์30 ก.ค. 2555 21:11โดยVisur View


แจงกรอบอัตราใน สพท. ยังไม่ยุติเล็งลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาระงาน

 

          นายชาญ คำภิระแปง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงใหม่ เขต 2 ประธานสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แถลงการจัดกรอบอัตรากำลังบุคลากรทางการศึกษาอื่นใน สพป.และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 225 เขต ทั่วประเทศว่า ข่าวที่ออกมาสร้างความสับสนให้แก่บุคลากรจำนวนกว่า 11,600 คน ทั่วประเทศ เพราะเข้าใจว่าเป็นข้อสรุปที่ตกผลึกอย่างเป็นทางการแล้วทำให้บุคลากรในกลุ่มงานทั้ง 8 กลุ่มในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เข้าใจว่าสามารถทำผลงานและเติบโตได้ถึงระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งแท้จริงแล้ว นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจกำหนดกรอบอัตรากำลังใน สพท. มีนายกิจสุวัฒน์ หงส์เจริญ ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธาน โดยมีผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ.ทั้งสายประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมทั้งตนด้วยเป็นกรรมการ และมีการประชุมพิจารณากรอบอัตรากำลังที่ สพฐ.เสนอขึ้นมาผ่านไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังมีปัญหาในการพิจารณาภาระงาน คณะอนุกรรมการวิสามัญฯ จึงมีมติส่งกลับให้ สพฐ.ได้ทบทวนวิเคราะห์ค่างาน ความยืดหยุ่นให้สอดรับกับภารกิจตามแผนบูรณาการ ตลอดจนการเตรียมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและก่อนที่จะเสนอต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) บุคลากรทางการศึกษาและคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาอนุมัติ
          "ที่ สพฐ.แถลง จึงเป็นเพียงขั้นตอนของการยกร่างกรอบอัตรากำลัง ก่อนที่จะเสนอต่อคณะอนุกรรมการวิสามัญฯ ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงพื้นที่ของคณะอนุกรรมการ วิสามัญฯ เพื่อพิจารณาถึงความสมดุลในภาระงานที่จะมีต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการ" ประธานสมัชชาฯกล่าว
          ด้านนายบุญช่วย พันธ์งาม นักประชาสัมพันธ์ ชำนาญการพิเศษ สพป.สระบุรี เขต 1 เลขาธิการสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา กล่าวว่า เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากสมาชิกให้นำเรื่องนี้ฟ้องศาลปกครอง เนื่องจากเสียสิทธิตามมาตรฐานวิชาชีพมายาวนาน โดยเฉพาะเรื่องกรอบอัตรากำลัง 3 ปี ซึ่งครบกำหนดไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 จนขณะนี้ยังไม่มีการขับเคลื่อนใดๆ ที่ชัดเจน ทั้งที่ ก.ค.ศ.มีมติให้ทุกตำแหน่งซึ่งเป็นวิชาการมีระดับได้ถึงชำนาญการพิเศษ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ สพฐ.และ ก.ค.ศ.ต้องเร่งดำเนินการ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

มติ ครม. 24 ก.ค.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

โพสต์28 ก.ค. 2555 03:02โดยVisur View

ศึกษาธิการ - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๒ เรื่อง คือ เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ และรับทราบรายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกัน ควบคุมโรค มือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงในเด็ก


 

๑) เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน

ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ คือ

  • เห็นชอบในหลักการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง โดยให้เป็นส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔  และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดไว้ในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง และให้รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และรองปลัดกระทรวง ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันอีกตำแหน่งหนึ่ง

  • เห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันในส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ทุกส่วนราชการ โดยให้เป็นส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกำหนดไว้ในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการนั้นๆ และให้รองหัวหน้าส่วนราชการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันอีกตำแหน่งหนึ่ง


๒) รับทราบรายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกัน ควบคุมโรค มือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงในเด็ก

ครม.รับทราบตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกัน ควบคุมโรค มือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงในเด็ก ดังนี้

สถานการณ์การระบาดของโรคในประเทศไทย จากรายงานของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม  ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕  พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ทั่วประเทศ รวม ๑๔,๔๕๒ ราย ในจำนวนนี้พบผู้ป่วยสงสัยเป็นโรค มือ เท้า ปาก ที่มีอาการรุนแรงอยู่หลายราย บางรายเสียชีวิตแล้วและกำลังอยู่ระหว่างรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานของระบบเฝ้าระวังเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด ๕ อันดับแรก คือ พะเยา เชียงราย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และระยอง

ส่วนสถานการณ์ของโรคมือ เท้า ปาก ในสถานศึกษา ขณะนี้พบผู้ป่วยในโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร ราชบุรี สระแก้ว อุบลราชธานี อำนาจเจริญ โดยหลายโรงเรียนได้ดำเนินการปิดเรียน เพื่อทำความสะอาดและลดการแพร่กระจายเชื้อแล้ว

ความคืบหน้าการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทย

  • เร่งรัดและดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคมือ เท้า ปาก อย่างใกล้ชิด โดยมีทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (Surveillance Rapid Response Team ; SRRT) ปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมงทั้งประเทศ

  • ให้ดำเนินงานที่เข้มข้นใน ๒ มาตรการคือ ๑) ให้ควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด โดยประสานงานกับโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถมศึกษา และศูนย์เด็กเล็ก ที่อยู่ในพื้นที่เน้นเรื่องการทำความสะอาดป้องกันการแพร่เชื้อ หากพบเด็กป่วยขอให้หยุดเรียนและกลับไปพักที่บ้านให้เด็กหมั่นล้างมือ กินอาหารที่สุกใหม่ และร้อน  ๒) ให้ดูแลรักษาผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุดโดยเน้นย้ำผู้ปกครองทุกคน หากพบเด็กมีไข้สูง ๒ วัน ซึมลงหรืออาเจียน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

  • กำชับแพทย์ในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ให้ระมัดระวังภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรค ทั้งนี้ให้รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่มีตุ่มขึ้นปาก หรือฝ่ามือ ฝ่าเท้า

  • ทำการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง เพื่อให้ความรู้เรื่องโรคมือ เท้า ปาก แก่ประชาชน เช่นเปิดสายด่วน ๑๔๒๒ ของกรมควบคุมโรคตลอด ๒๔ ชั่วโมง

  • ให้จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากกว่า ๑๐ ราย ต่อวัน เปิดศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด (War room) โดยเรียนเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งทุกจังหวัดได้ดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ และมีการดำเนินการเพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด (War room) แล้วหลายจังหวัด

  • ประชุมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเพื่อทบทวนมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเน้นการเฝ้าระวังโรค การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การวินิจฉัยและดูแลรักษาพยาบาล การป้องกันควบคุมโรค และ การสื่อสารความเสี่ยง เป็นต้น

  • กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมรณรงค์ ร่วมเฝ้าระวังและขจัดโรค มือ เท้า ปากโดยมีตัวแทนนักเรียน ครู ผู้ปกครอง เข้าร่วมงานแถลงข่าวพร้อมรับมอบคู่มือและชุดอุปกรณ์ป้องกันโรคมือ เท้า ปากให้กับโรงเรียนนำไปทำความสะอาด เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โดยรณรงค์ทำความสะอาด “Big cleaning day” ในสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อป้องกันโรคมือ เท้า ปา

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2012/jul/197.html

สพฐ.เปิดศูนย์ซ่อมบำรุง “แท็บเล็ต” ป.1 ทั่วประเทศแล้ว

โพสต์28 ก.ค. 2555 01:58โดยVisur View

สพฐ.เผยศูนย์ซ่อมบำรุง แท็บเล็ต ป.1 ของบริษัท เสิ่นเจิ้นสโคป ได้จัดตั้งพร้อมให้บริการแล้วทั่วประเทศรวม 39 แห่ง แบ่งเป็นศูนย์ซ่อมใหญ่จำนวน 9 แห่ง และศูนย์ซ่อมบำรุงย่อย 30 แห่ง ตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ บริการ 24 ชั่วโมง

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัท เสิ่นเจิ้นสโคป ชายเอ็นทิฟิกส์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ได้ทยอยจัดส่งแท็บเล็ต ล็อตที่สองมาเก็บไว้ที่โกดังของบริษัท พัสดุภัณฑ์ไทย จำกัด แล้วจำนวน 73,000 เครื่อง คาดว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะตรวจรับแล้วเสร็จประมาณสัปดาห์หน้า สพฐ.ก็พร้อมจะจัดสรรไปยังโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครพนม และนครราชสีมา ต่อไปได้ทันที

“สำหรับแท็บเล็ตที่แจกไปแล้วหากมีการชำรุด เสียหาย หรือมีปัญหาอื่นใด ขณะนี้ทางบริษัท เสิ่นเจิ้นสโคป ได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมใหญ่จำนวน 9 ศูนย์ ได้แก่ ที่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และ สงขลา และยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงย่อยอีก 30 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้แก่ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรี เพชรบุรี จันทบุรี ตราด น่าน เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ สกลนคร เลย อุดรธานี หนองคาย บุรีรัมย์ มหาสารคาม สุรินทร์ อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ ตรัง ปัตตานี ยะลา และจังหวัดนราธิวาส โดยมีเบอร์โทรศัพท์กลางคือ 0 29526363 และ 0 29535186 บริการ 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

ที่มา – ASTVผู้จัดการออนไลน์

รับสมัครนักเรียน ม.ปลาย รับทุน พสวท. ประจำปีการศึกษา 2556

โพสต์28 ก.ค. 2555 01:56โดยVisur View   [ อัปเดต 28 ก.ค. 2555 01:59 ]


สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ
เรื่อง  การสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทุนพัฒนาและส่งเสริม
ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  (ทุน พสวท.)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประจำปีการศึกษา 2556
           สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งมีพันธกิจหลักในการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถ พิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี มีความประสงค์เปิดรับสมัครนักเรียนที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2555 เพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุน พสวท.) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนศูนย์ พสวท. ทั้ง 10 แห่ง ประจำปีการศึกษา 2556 จำนวน 100 คน รายละเอียดดังต่อไปนี้
คุณสมบัติของผู้สมัคร
1. เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า ปีการศึกษา 2555
2. มีผลการเรียนดังนี้
2.1 ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมรวมทุกวิชาในชั้น ม.1 และ ม.2 ไม่ต่ำกว่า 3.00
2.2 ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานในชั้น ม.1 และ ม.2 ไม่ต่ำกว่า 3.00
2.3 ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานในชั้น ม.1 และ ม.2 ไม่ต่ำกว่า 3.00
3. ในกรณีผู้สมัครขาดคุณสมบัติตามข้อ 2.1 ต้องได้รับรางวัลจากการประกวด หรือแข่งขันตามข้อใด ข้อหนึ่งดังนี้
3.1 การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ
3.2 การแข่งขันตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ
3.3 การแข่งขันตอบปัญหาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  ของสมาคมคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
3.4 เป็นนักเรียนที่ได้รับเหรียญรางวัลจากโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ของสถาบันส่งเสริมการสอน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
4. มีสัญชาติไทยและมีเลขประจำตัวประชาชน
5. ไม่เป็นโรคติดต่อหรือโรคร้ายแรงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
6. มีความขยั่นหมั่นเพียร มีความประพฤติดีและมีบุคลิกภาพเหมาะสม
7. มีความตั้งใจเข้ารับพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุน พสวท.)

 

หลักฐานการสมัคร

         1. ไฟล์รูปถ่ายชุดนักเรียนครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ความละเอียดไม่น้อยกว่า 300 dpi
2. ค่าธรรมเนียมการสมัครสอบคนละ 200 บาท
3. ใบแสดงผลการเรียนในชั้น ม.1 และ ม.1  เอกสาร ปพ.1 ตัวจริง  หรือสำเนาที่ลงนามรับรองสำเนาเรียบร้อย
4. สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่นประกาศเกียรติบัตรรางวัลตามคุณสมบัติของผู้สมัครในข้อ 3

 

ระยะเวลารับสมัคร

       เปิดรับสมัครตั้งแต่ วันที่  1 สิงหาคม – 15 กันยายน 2555

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลและขอรับใบสมัครได้ที่

          1.โรงเรียนที่ผู้สมัครกำลังศึกษาอยู่
          2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทั้ง 42 เขตพื้นที่
          3.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โทรศัพท์ 0 2392 4021 ต่อ 2312 หรือww3.ipst.ac.th/dpst
วิธีการและรายละเอียดการสมัคร
1. กรอกข้อมูลผู้สมัครทางเว็บไซต์ http://www3.ipst.ac.th/dpst ตามขั้นตอนที่แนะนำให้ครบถ้วนสมบูรณ์
2. สั่งพิมพ์ใบสมัครและลงนามรับรองการสมัคร โดยผู้อำนวยการ หรือ ครูที่ปรึกษาของโรงเรียนที่ผู้สมัครกำลังศึกษา หรือ ผู้ปกครอง กรณีที่ไม่สามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ ให้ติดต่อ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
3. ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบผ่านเคาเตอร์ธนาคารกรุงไทย
3.1 ผู้สมัครสอบทุกคนต้องเสียค่าธรรมเนียมการสมัครสอบคนละ 200 บาท ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย ตามรหัส COMP.CODE ที่ปรากฏบนใบแจ้งการชำระเงินที่พิมพ์จากระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 15 กันยายน 2555
3.2 กรณีที่ครอบครัวผู้สมัครมีฐานะยากจน สามารถยื่นหนังสือรับรองจากผู้อำนวยการโรงเรียนที่ผู้สมัครศึกษาอยู่รับรองว่าครอบครัวผู้สมัครมีฐานะยากจนจริง เพื่อขอรับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการสมัคร
4. ส่งใบสมัครในข้อ 1 พร้อมหลักฐานการสมัครสอบ และสำเนาการชำระเงิน หรือ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึง
สาขา พสวท. และ สควค.  (สมัครสอบทุน พสวท.)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เลขที่ 924 สุขุมวิท พระโขนง  คลองเตย  กรุงเทพฯ 10110
5. สสวท. จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักฐานที่ผู้สมัครยื่นเอกสาร และจัดส่งบัตรประจำตัวสอบให้แก่นักเรียนผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบตามประกาศภายในเดือนพฤศจิกายน 2555
ทั้งนี้ หากตรวจพบในภายหลังว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน หรือปลอมแปลงหลักฐานทางราชการในการยื่นใบสมัคร  สสวท. จะเพิกถอนสิทธิการสมัครและผลการสอบทั้งหมด โดยผู้สมัครไม่สามารถร้องขอค่าสมัครคืนได้
สถานที่สอบ
         – กรุงเทพมหานคร จัดสอบ ณ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
- ส่วนภูมิภาค จัดสอบ ณ โรงเรียนศูนย์สอบทุน พสวท. ของแต่ละจังหวัด (ตามเอกสารแนบท้าย)
กำหนดการและรายละเอียดการสอบคัดเลือก
          นักเรียนผู้สมัครสอบจะต้องเข้าสอบคัดเลือกรอบแรก ณ ศูนย์สอบทุน พสวท. ในจังหวัดที่ศึกษาอยู่ ตามที่ระบุไว้ในบัตรประจำตัวสอบ  โดยในวันสอบให้นักเรียนนำบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบที่ สสวท. จัดส่งให้ หรือ บัตรประจำตัวที่พิมพ์จากระบบออนไลน์พร้อมบัตรประจำตัวนักเรียน หรือ บัตรประจำตัวประชาชน ไปแสดงต่อคณะกรรมการคุมสอบด้วย
รอบที่ 1  สอบข้อเขียน  วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555  เวลา 09.00 -  15.00 น.รายละเอียดดังนี้

เวลา

วิชาสอบ

ครอบคลุมเนื้อหา

09.00 – 11.30 น.

วิชาวิทยาศาสตร์

สาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติมของ สสวท. วิชาวิทยาศาสตร์ช่วงชั้นที่ 3

12.30 – 15.00 น.

วิชาคณิตศาสตร์

สาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ของ สสวท. วิชาคณิตศาสตร์ช่วงชั้นที่ 3

         การตรวจข้อสอบคัดเลือกรอบที่ 1 จะใช้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบคอมพิวเตอร์  กำหนดให้นักเรียนระบายคำตอบในกระดาษคำตอบคอมพิวเตอร์โดยใช้ดินสอดำชนิด 2B หรือ BB เท่านั้น ยกเว้นการเขียนชื่อ เลขประจำตัวสอบ ชื่อสนามสอบ และวิชาที่สอบ บนหัวกระดาษคำตอบให้เขียนด้วยปากกา ดังนั้นนักเรียนต้องเตรียมเครื่องเขียน ดินสอ 2B หรือ BB ปากกาลูกลื่น และยางลบมาในวันสอบด้วยตนเอง
การประกาศผลการสอบคัดเลือกรอบที่ 1
          สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จะประกาศรายชื่อนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกโดยใช้ผลคะแนนสอบคัดเลือกรอบที่ 1 เป็นเกณฑ์ตัดสิน  กำหนดประกาศรายชื่อผู้สอบรอบที่ 1 ใน วันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2556 ทางเว็บไซต์ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)  http://www3.ipst.ac.th/dpst
รอบที่ 2 สอบวัดทักษะและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ และสอบสัมภาษณ์
            นักเรียนที่สอบข้อเขียนผ่าน ให้มารายงานตัวเพื่อทดสอบวัดทักษะและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ และสอบสัมภาษณ์ ณ ศูนย์โรงเรียน พสวท.  ที่นักเรียนเลือกสมัครสอบไว้  วันเสาร์ที่  16  กุมภาพันธ์ 2556 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป โดยนักเรียนต้องนำบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2556  ณ  ศูนย์โรงเรียน พสวท. 10 แห่ง และทางเว็บไซต์สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) http://www3.ipst.ac.th/dpst
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www3.ipst.ac.th/register_dpst/index.php

อนุมัติแล้วการย้ายตัดโอนตำแหน่งและเงินเดือน ตามโครงการครูคืนถิ่น

โพสต์28 ก.ค. 2555 01:55โดยVisur View

 

 

ดาวน์โหลดไฟล์แบบ PDF คลิกhttp://202.143.174.11/personnel/news2011/upfiles/426.pdf

เผยยอดผู้สมัครใจ "เออร์ลี่รีไทร์" 10,295 คน

โพสต์28 ก.ค. 2555 01:38โดยVisur View   [ อัปเดต 28 ก.ค. 2555 01:40 ]


แหล่ง ข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ในส่วนของ สพฐ.หลังจากเปิดรับสมัครข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมโครงการ เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่รีไทร์ ปีงบประมาณ 2556 ระหว่างวันที่ 2-13 กรกฎาคม ปรากฏว่ามีผู้สมัครจำนวน 10,295 คน 

จากสัดส่วนโควตาของข้าราชการครูฯที่สามารถเข้า โครงการได้ 12,231 คน โดยยอดสมัครเป็นข้าราชการครูมากสุด ประมาณ 9,000 คน นอกจากนี้มีรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) 19 คน ผู้อำนวยการโรงเรียน 204 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียน 93 คน ส่วนผู้อำนวยการ สพท. ไม่มี 


ด้านนายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สพฐ.ประเมินว่าจะมีผู้เข้าโครงการ 11,000 คน แต่ตัวเลขสมัครจริงอยู่ที่ 10,295 คน น้อยกว่าที่คาดการณ์อาจเพราะคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูง กว่าหรือขั้นต่ำกว่าหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาทำให้เงินเดือนไม่ตัน รวมถึงข้าราชการที่อายุเกินเกณฑ์ 55 ปีไม่มากอาจเปลี่ยนใจอยู่รับราชการต่อ อย่างไรก็ตาม สพฐ.เปิดโอกาสให้เปลี่ยนใจได้ตั้งแต่วันที่ 23-27 กรกฎาคม จากนั้นคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาจะพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติผู้สมัครว่าตรงตามหลักเกณฑ์ หรือไม่ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กรกฎาคม ถ้าคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ คาดว่าจะได้รับการอนุมัติทั้งหมด โดยสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ คือเงินก้อนหรือเงินขวัญถุง 8-15 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง 

ที่มา มติชน ฉบับวันที่ 27 ก.ค. 2555 (กรอบบ่าย)

ผลประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 3/2555

โพสต์28 ก.ค. 2555 01:30โดยVisur View   [ อัปเดต 7 ส.ค. 2555 20:54 ]


ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ ๓/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ที่ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้


 

  • มาตรการแก้ไขปัญหาความประพฤตินักเรียน นักศึกษา

ที่ประชุมรับทราบ ผลการดำเนินงานตามมาตรการแก้ไขปัญหาความประพฤตินักเรียนนักศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งได้ดำเนินงานใน ๒ ส่วน คือ โครงการสุภาพบุรุษอาชีวะ และจัดอบรมการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนนักศึกษาโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ธรรมะที่เหมาะสมกับวัย สถานภาพของตน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

โดยมีกำหนดจัดการเข้าค่ายตามโครงการ สุภาพบุรุษอาชีวะ” ระหว่างวันที่ ๑๗ กรกฎาคม๒๔ กันยายน ๒๕๕๕ ที่ค่ายทหารศูนย์สงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ศธ.กับกองทัพบก ภายใต้การควบคุมดูแลการฝึกอบรมของรองผู้บัญชาการโรงเรียนสงครามพิเศษ กิจกรรมดังกล่าวจะฝึกอบรมในหลักสูตร ๑๐ สัปดาห์ มีกิจกรรมหลักประกอบด้วย สัปดาห์ที่ ๑-๔ กิจกรรมละลายพฤติกรรม สัปดาห์ที่ ๕-๗ ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ  และสัปดาห์ที่ ๘-๑๐ กิจกรรมบริการชุมชน มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน ๑๗๖ คน แบ่งเป็นนักเรียนนักศึกษาสังกัด สช. ๑๒๖ คน และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวน ๕๐ คน  และจัดให้มีครูเข้าร่วมสังเกตการณ์และดูแลวันละ ๑๐ คน พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ สช.ร่วมติดตามและรายงานผลการนำนโยบายของ ศธ.ไปปฏิบัติในโรงเรียนทุกแห่งด้วย

 
 

  • การติดตามการดำเนินกิจการโรงเรียนนอกระบบ ประเภทกวดวิชา

ที่ประชุมรับทราบผลการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการสอนกวดวิชา "ครูแจ๋ว" อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ พบว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร  ซึ่งสถานประกอบการดังกล่าว ดำเนินการในลักษณะของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ประเภทกวดวิชา แต่เปิดสอนโดยไม่ได้ขออนุญาต และจากการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและผู้แทนสมาคมโรงเรียนเอกชนใน จ.นครราชสีมา มีมติร่วมกัน ดังนี้

- ให้สมาคมโรงเรียนเอกชน จ.นครราชสีมา เชิญโรงเรียนเอกชนทั้งหมดมาทำความเข้าใจเรื่องการขออนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการขออนุญาต

- ให้ สพป.ทุกเขตใน จ.นครราชสีมา ร่วมกับสถานศึกษาเอกชน สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา ศูนย์เสมารักษ์ของกระทรวงศึกษาธิการ และ กศน. ตรวจสอบโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เปิดสอนอย่างไม่ถูกต้องและไม่ได้รับอนุญาต โดยให้ขออนุญาตให้ถูกต้อง

ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงทุกเขตทั่วประเทศร่วมกับหน่วยงานของ ศธ.ตรวจสอบการเปิดสอนที่ไม่ได้รับอนุญาตในทุกจังหวัด

- ได้มีการแจ้ง สพป.ทั่วประเทศ สช.จังหวัด และโรงเรียนนอกระบบ ประเภทกวดวิชา เพื่อให้โรงเรียนจัดมาตรการในการป้องกันอัคคีภัยในโรงเรียนกวดวิชา และตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลา โดยให้มีการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

 
 

  • ร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนผู้สอนในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และค่าบริหารจัดการมัสยิด พ.ศ. ...

ที่ประชุมเห็นชอบ ร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนผู้สอนในศูนย์การศึกษาฯ และค่าบริหารจัดการมัสยิด พ.ศ. ... เพื่อดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ศูนย์การศึกษาฯ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ คุณสมบัติของศูนย์การศึกษาฯ และผู้สอนที่มีสิทธิ  อัตราการอุดหนุนค่าตอบแทนครูผู้สอนและค่าบริหารจัดการมัสยิด การจัดทำแบบคำขอรับการอุดหนุน การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการตรวจสอบคำขอ การจัดส่งข้อมูลศูนย์การศึกษาฯ การเบิกจ่ายและการโอนเงินอุดหนุน การกำหนดให้ศูนย์การศึกษาฯ ต้องดำเนินการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนสอดคล้องกับสภาพโครงสร้างหลักสูตร สภาพเศรษฐกิจ และค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยมีหลักเกณฑ์การอุดหนุนใหม่ ดังนี้

จำนวนผู้เรียนไม่เกิน ๖๐ คน จัดสรรค่าตอบแทนผู้สอน ๔ คนๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท/เดือน ค่าบริหารจัดการศูนย์ฯ ๒,๐๐๐ บาท/เดือน

จำนวนผู้เรียน ๖๐ คนขึ้นไป จัดสรรค่าตอบแทนผู้สอน ๖ คนๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท/เดือน ค่าบริหารจัดการศูนย์ฯ ๒,๐๐๐ บาท/เดือน

  • การแต่งตั้งกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ในกรุงเทพมหานคร

ที่ประชุมเห็นชอบให้แต่งตั้ง ศาสตราจารย์ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ในกรุงเทพมหานคร ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔ มาตรา ๑๑๗ ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และประธานกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาในกรุงเทพมหานครหนึ่งคน

 

ภาพ สถาพร ถาวรสุข

  • การขอยกเว้นคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร จังหวัดภูเก็ต

ที่ประชุมเห็นชอบ การขอยกเว้นคุณสมบัติของพระครูเมตตาภิรมย์ (วิรัตน์) เจ้าอาวาสวัดมงคลนิมิตร ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๒๑ (๓) กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งพระครูเมตตาภิรมย์ (วิรัตน์) มิได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่พระคีรีรัฐธรรมคณี (เจ้าอาวาส/ผู้รับใบอนุญาตรูปเดิม) ได้มรณภาพ และมีการแต่งตั้งให้พระครูเมตตา ภิรมย์ (วิรัตน์) เจ้าอาวาสวัดลัฎฐิวนาราม จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีวิทยฐานะประโยค ๑-๒ นักธรรมชั้นเอก (เทียบเท่าประถมบริบูรณ์) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมงคลนิมิตร ทำหน้าที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลของวัดและดำรงตำแหน่งผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการภายในโรงเรียนพุทธมงคลนิมิตรสามารถดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ในการสงเคราะห์นักเรียนพิการ ยากจน หรือด้อยโอกาสทางการศึกษา คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนอาจยกเว้นคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนในกรณีดังกล่าวได้ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งกำหนดว่า ในกรณีมีเหตุจำเป็นรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการจะประกาศให้โรงเรียนใดได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ในเรื่องใดก็ได้  ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้เคยเห็นชอบในกรณีการยกเว้นคุณสมบัติตามมาตรา ๒๑ (๓) คือ ไม่ต้องมีวุฒิปริญญาตรีของเจ้าอาวาสซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาแล้ว

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2012/jul/188.html

 
  

1-9 of 9