ประมวลสถานการณ์ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๑

๑. การประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ 
           ๑.๑ ข้อมูลแหล่งข่าวระดับสูงของรัฐบาลยืนยันชัดเจนว่า ปัจจุบัน ขบวนการก่อการร้าย (ขจก.) ในประเทศไทยหมดสิ้นไปแล้วอย่างแน่นอน ข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลของ ซีไอเอ. หน่วยข่าวของรัฐบาลระบุว่า แม้แกนนำองค์กรก่อการร้ายในต่างประเทศจะยังคงอยู่ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากมุสลิม ส่วนใหญ่ในประเทศ โดยเฉพาะผู้นำศาสนาอิสลามคือโต๊ะครู และโต๊ะอิหม่าม เนื่องจากมุสลิมในประเทศไทย ถือเป็นมุสลิมที่สุขสบายกว่ามุสลิมชาติอื่นในโลก (ผู้จัดการรายวัน ๙ เม.ย.๔๕)
           ๑.๒ นายวิสุทธิ์ สิงหวรกุล อดีต ผอ.ศอบต. เปิดเผยถึงสถานการณ์ความวุ่นวายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๔๕ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบนี้ ถือว่าเป็นปัญหาใหม่ ไม่ใช่ผลตกค้างจากประวัติศาสตร์ และมั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดของรัฐบาล ได้วิเคราะห์สถานการณ์ถูกต้องพอสมควรแล้ว โดยปัญหาใหม่เหล่านี้ก็คือ ปัญหาที่เกิดจากภายใน เป็นปัญหาเรื่องของอิทธิพลการสูญเสีย หรือการได้ประโยชน์ของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานในพื้นที่ (ผู้จัดการรายวัน ๒๙ มี.ค.๔๕) 
           ๑.๓ พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่ ๔ กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ยังไม่มีใครหาคำตอบได้ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้นั้น เป็นโจรธรรมดา หรือกลุ่มขบวนการ แต่ความจริงเรื่องหนึ่งที่สังคมต้องยอมรับก็คือ ขบวนการโจรก่อการร้ายนั้นยังมีอยู่ โดยส่วนนำอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ตะวันออกกลาง และในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งแนวร่วมก็คือประชาชนในพื้นที่นั่นเอง"วันนี้ เราชอบพูดว่า ไม่มีแล้วขบวนการ แต่จริง ๆ นั้นมี และเรื่องภาคใต้วันนี้ก็เชื่อมโยงถึงขบวนการแน่นอน" (ผู้จัดการรายวัน ๒๙ มี.ค.๔๕)
          ความจริงแล้วต้องยอมรับว่า ขจก.ยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น
               ๑. หน่วยนำหรือองค์กรนำ
               ๒. กองกำลังเคลื่อนไหว ทั้งที่ถืออาวุธอยู่ในป่าหรืออยู่ในเมือง และ
               ๓. แนวร่วมซึ่งเป็นชาวบ้านและไม่พอใจการปกครอง ไม่พอใจตำรวจ - ทหาร หรือนโยบายรัฐบาล
                ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการจัดระเบียบสังคม และกำจัดอิทธิพลกลุ่มต่าง ๆ 
                สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับและไม่สามารถปฏิเสธได้คือ
               ๑. ผู้นำองค์กรก่อการร้ายซึ่งอยู่ในต่างประเทศยังมีอยู่ จำเป็นต้องให้กระทรวงการต่างประเทศ สำนักข่าวกรอง หรือบุคคลใดคนหนึ่ง ติดตามและต่อต้าน
               ๒. กองกำลังที่เคลื่อนไหวอยู่ ตำรวจต้องเข้าจัดการ หากเกินกำลังก็สามารถขอทหารเข้าไปช่วยเหลือได้ 
               ๓. แนวร่วมก่อการร้าย วงจรนี้จำเป็นต้องมีการแยกแยะให้ชัดเจนว่าแนวร่วมเหล่านี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง จะแยกโดยการข่าว และการจัดระเบียบสังคม
                ถ้ารัฐบาลตอบว่าขบวนการโจรก่อการร้ายหมดแล้ว ถือว่าได้คะแนนศูนย์เลย แทนที่จะได้คะแนนบ้าง (ผู้จัดการรายวัน ๙ เม.ย.๔๕)
๑.๔ ก่อนการประชุม ครม.ในวันที่ ๒๙ ต.ค.๔๕ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยืนยันว่า "เหตุการณืที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการก่อการร้ายข้ามชาติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นความไม่พอใจในประเทศแน่นอน" และสรุปหลังประชุม ครม.ว่า "เป็นการก่ออาชญากรรมธรรมดา" อันตรงกับความเห็นของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ว่าไม่ใช่ขบวนการก่อการร้าย แต่เป็นพวกก่อกวนมากกว่า 
          นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ให้รายละเอียดว่า "เป็นการกระทำของกลุ่มที่ไม่หวังดี ไม่ใช่เป็นการกระทำของกลุ่มขบวนการใด ๆ แต่เป็นการกระทำของกลุ่มคนไม่กี่คน ที่ใช้วิธีการว่าจ้าง"
          ท่าทีของระดับนำของรัฐบาลเช่นนี้สะท้อนเอกภาพในทางความคิดที่สำคัญก็คือ การตัดมิให้เหตุการณ์อันเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายสากล ไม่อยากเห็นการโยงเหตุการณ์ที่บาหลี ให้เข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์ด้วย เพราะต้องการให้ภาพของไทยเป็นเขตปลอดการก่อการร้าย และให้ไทยเป็นอีกทางเลือกของนักวท่องเที่ยวจากต่างประเทศ (มติชนรายวัน ๒๕ พ.ย.๔๕)
๒. การยุบ ศอ.บต.และ พตท.๔๓
          ๒.๑ ข้อมูลแหล่งข่าวระดับสูงของรัฐบาลยืนยันชัดเจนว่า ปัจจุบันขบวนการก่อการร้าย (ขจก.) ในประเทศไทยหมดสิ้นไปแล้วอย่างแน่นอน ข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลของซีไอเอ. หน่วยข่าวกรองรัฐบาลระบุว่า แม้แกนนำองค์กรก่อการร้ายในต่างประเทศจะยังคงอยู่ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากมุสลิมส่วนใหญ่ในประเทศ โดยเฉพาะผู้นำศาสนาอิสลามคือ โต๊ะครู และโต๊ะอิหม่าม เนื่องจากมุสลิมในประเทศไทย ถือเป็นมุสลิมที่สุขสบายกว่ามุสลิมชาติอื่นในโลก
          ส่วนกองกำลังก่อการร้ายนั้นระบุว่า เป็นกองกำลังไร้อุดมการณ์ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแบ่งแยกดินแดนหรืออื่น ๆ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยประกาศอุดมการณ์ใด ๆ เลย แต่มักเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ และอิทธิพลเท่านั้น
          สำหรับโจรอิทธิพลและผลประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้ แบ่งแยกเป็น ๓ กลุ่มคือ ๑.โจรอิทธิพลสีปกครอง ๒.โจรอิทธิพลสีกากี ๓.โจรอิทธิพลสีการเมืองท้องถิ่น - ระดับชาติ ซึ่งโจรอิทธิพลในกลุ่มที่ ๓ นี้จะมี "สีเขียว - สีกากี" เข้าไปให้การสนับสนุน
          กลุ่มโจรอิทธิพลเหล่านี้ จะใช้อำนาจ - หน้าที่ ช่วยเหลือโจรก่อการร้ายในอดีต ไม่ให้ต่างถูกจับกุม - ลงโทษ โดยการดึงมาเป็นสมัครพรรคพวก เพื่อหวังผลประโยชน์ในการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ ความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือสร้างอิทธิพลให้กับกลุ่มของตัวเอง (ผู้จัดการรายวัน ๙ เม.ย.๔๕)
          ๒.๒ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๕ ครม.ได้พิจารณาปรับปรุงโครงสร้างยุทธศาสตร์ความมั่นคง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชุมเน้น "เศรษฐกิจนำความมั่นคง" โดยมอบอำนาจหน้าที่ในการแก้ปัญหาให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ตามแนวคิด "ผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการ หรือผู้ว่าซีอีโอ" โดยจะลดบทบาทถึงขั้นยุบ ศอ.บต.และ พตท.๔๓ โดยให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางบริหาร และอำนวยการแก้ปัญหาหกเรื่อง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕๖/๒๕๓๙ ดังนั้นในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ เม.ย.๔๕ ครม.ได้ประกาศยุบ ศอ.บต.และ พตท.๔๓ อย่างเป็นทางการ (ผู้จัดการรายวัน ๙ เม.ย.๔๕)
          ๒.๓ นายนมุ มะกาเล รองประธานกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา กล่าวว่า การยุบกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ ๔๓ (พตท.๔๓) เหลือแต่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค ๔ ส่วนแยก ๒ น่วยงานนี้คงจะต้องเปลี่ยนบทบาทไปพัฒนาและปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนรักถิ่นฐานบ้านเมือง ช่วยตนเอง ครอบครัว และสังคมให้มากขึ้น
          อย่างไรก็ตาม ผู้นำศาสนาอิสลาม และชาวไทยมุสลิม ยังรู้สึกเป็นห่วงว่า เมื่อยุบ ศอ.บต.แล้ว โครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวไทยมุสลิมคือ
                    - โครงการอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่จะเดินทางไปทำพิธีหัจญ์ของชาวไทยมุสลิม ซึ่งแต่ละปีจะไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ คน
                    - โครงการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งมีอยู่เกือบ ๒๐๐ แห่ง
                    - โครงการให้ความช่วยเหลือค่าตอบแทนแก่อิหม่าม คอเต็บ บิลหลั่นใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีมัสยิดอยู่กว่า ๒,๐๐๐ แห่ง
                    - โครงการให้ความช่วยเหลือกลุ่มปัญญาชนที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ ซึ่งเคยอยู่ในความดูแลของ ศอ.บต. จะขาดการสานต่อ(มติชนรายวัน ๓ พ.ค.๒๕๔๕) 
          ๒.๔ เป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่า ...ทำไมเราจึงเพลี้ยงพล้ำให้แก่ ขจก. มาโดยตลอด เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมวลชนเป็นของ ขจก. การข่าวในพื้นที่จึงเสียเปรียบ ...เป็นรองฝ่ายตรงข้ามตลอดมา
          ถึงแม้ ...กองทัพภาคที่ ๔ จะเดินทางมาถูกทาง ...แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ...เพราะขาดเอกภาพ เนื่องจากอำนาจการปราบปราม ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นของตำรวจ ส่วนทหารมีหน้าที่ ป้องกันศัตรูจากภายนอกประเทศเท่านั้น เวลานี้ทหารต้องปล่อยใหตำรวจ ...ดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากไม่มีอำนาจปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งปัญหานี้... 
          ...เกิดจากนายตำรวจท่านหนึ่งต้องการรวมอำนาจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ทั้งหมด จึงรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่า ตำรวจสามารถควบคุม          หลังจากมีการยุบ ศอ.บต.ไปแล้ว ปัญหาความวุ่นวายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจคนดังกล่าว ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ จนกระทั่งถูกย้ายไปในที่สุด ...(เดลินิวส์รายวัน ๒๑ ม.ค.๔๗) 
          ๒.๕ พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่ ๔ ให้ความเห็นว่ากองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ ๔๓ (พตท.๔๓) และศูนย์อำนวยการบริหาร ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เกิดขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๘/๒๔ เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พตท.๔๓ และ ศอ.บต. ขึ้นการบังคับบัญชากับแม่ทัพภาคที่ ๔ และแม่ทัพภาคที่ ๔ ขึ้นการบริหารกับนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี มีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นสตาฟให้รัฐบาล
          ต่อมามีการแก้คำสั่งให้การแก้ไขปัญหา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นไปในลักษณะของคณะกรรมการ ซึ่งมี รมว.มหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการ และแม่ทัพภาคที่ ๔ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ 
          "ต้องยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในรูปแบบของคณะกรรมการ ย่อมเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะในเรื่องของการไม่มีเอกภาพ เนื่องจากการแก้ไขปัญหาในพื้นที่พิเศษเช่นนี้ ต้องมีผู้บังคับบัญชาเพียงคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นจึงเห็นด้วยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๘/๒๔ ถ้ารัฐบาลสรุปว่า ปัจจุบันขบวนการโจรก่อการรร้าย (ขจก.) หมดสิ้นไปแล้ว ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้" 
          ความจริงแล้วต้องยอมรับว่า ขจก.ยังมีอยู่ไม่ว่าจะเป็น ๑.หน่วยนำหรือองค์กรนำ ๒. กองกำลังเคลื่นไหว ทั้งที่ถืออาวุธอยู่ในป่า หรืออยู่ในเมือง และ ๓. แนวร่วมซึ่งเป็นชาวบ้าน และไม่พอใจการปกครอง ไม่พอใจตำรวจ - ทหาร หรือนโยบายรัฐบาล
          ถ้ารัฐบาลตอบว่า ขบวนการโจรก่อการร้ายหมดแล้ว ถือว่าได้คะแนนศูนย์เลย แทนที่จะได้คะแนนบ้าง (ผู้จัดการรายวัน ๙ เม.ย.๔๕)
          ๒.๖ นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีต สส.นราธิวาส เขียนบทความลงใน นสพ.มติชนรายวัน กล่าวถึงสาเหตุการเกิดปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ว่า รากเหง้าของปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน มิใช่ปัญหาเรื่องศาสนา แต่ศาสนาเป็นเพียงเงื่อนไขที่ ...นำมาใช้ปัญหาภาคใต้ หากย้อนยุคแล้วเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐอาศัยอำนาจที่มีอยู่ในมือมีทั้งอาวุธและกฎหมาย สร้างปัญหาเงื่อนไขกับประชาชนในพื้นที่ ทำให้ประชาชนเก็บกด ทนทุกข์ จนถึงเกินระดับเก็บกด นำไปสู่การต่อต้านอำนาจรัฐของคนบางกลุ่ม เพื่อเรียกหาความเป็นธรรมให้กับตัวเองเท่านั้น ซึ่งต่อมาปัญหาได้แตกออกไปเป็นเงื่อนไขทางสังคม จิตวิทยาและความมั่นคงของประเทศ 
          ปัจจุบันมิใช่ปัญหาโจรก่อการร้ายเท่านั้นที่ก่อปัญหาในภาคใต้ สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อนคือ กลุ่มก่อกวนสวมรอย อาศัยปัญหาความรุนแรงจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นเป็นทุนเดิม นำไปสู่กลุ่มผลประโยชน์ (มติชนรายวัน ๓ เม.ย.๔๕) 
๓. สถานการณ์การก่อการร้ายหลังยุบ ศอ.บต. และ พตท.๔๓
          มีการลอบเผาโรงเรียนในพื้นที่ จ.สงขลา ๕ แห่ง ในคืนวันที่ ๒๙ ต.ค.๔๕ รวมถึงการลอบวางระเบิดภายในวัดช้างไห้ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และบริเวณสุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว บ.กรือเซะ ต.ตันหยงลูโล๊ะ อ.เมือง จ.ปัตตานี หลังจากนั้นกลุ่มคนร้ายยังคงปฎิบัติการก่อกวนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ จ.ปัตตานี มีการลอบวางระเบิดบริเวณลานจอดรถ หน้าโรงแรมมายการเด้น พบวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ในรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าร้านอาหารวิลล่า และเหิมเกริมหนักถึงขั้นโทรศัพท์ขู่วางระเบิด ศาลากลาง จ.ปัตตานี (ไทยรัฐรายวัน ๓๐ ต.ค.๔๕)
          ๓.๑ พตท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ในภาคใต้ว่า จะไม่รุนแรงยิ่งขึ้น อีกไม่นานก็จบ เพราะรัฐบาลเอาจริงทุกเรื่องที่ผ่านมา พอไม่เอาจริงก็เจอปัญหาลูบหน้าปะจมูก และปัญหาของเรื่องผลประโยชน์เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ที่มีความเชื่อมโยงกัน ความจริงแล้ว บ้านเราไม่มีโจรก่อการร้าย มีแต่โจรห้าร้อย โจรผลประโยชน์ขัดแย้งกันเอง แค่นี้ไม่มีอย่างอื่น (ไทยโพสต์รายวัน ๔ พ.ย.๔๕) 
          นายประมวล รุจนเสรี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ในภาคใต้เกิดขึ้นเป็นฤดูกาล โดยมักจะเกิดราวเดือน พ.ย.- ม.ค. หรือช่วงที่มีการผลัดเปลี่ยน รมว.มหาดไทย ก็จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นทุกครั้ง เป็นการกระทำเพื่อขอความสนับสนุนด้านการเงิน (ไทยโพสต์รายวัน ๔ พ.ย.๔๕) 
          ๓.๒ นายมุข สุไลมาน กล่าวว่า ตามปกติคนในพื้นที่ใคร ๆ ก็รู้กันว่าอะไรเป็นอะไร ถามว่าขบวนการยังมีอยู่ หรือไม่ก็ยังมีอยู่เป็นปกติธรรมดา เพียงแต่ว่าเท่าที่รู้เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเก่า เปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะว่าศักยภาพไม่มี เนื่องจากในช่วงประชาธิปไตย คนมีโอกาสต่อสู้ทางการเมืองที่ถูกต้อง ผู้ที่หลบหนีเข้าป่าก็เลิกรากันไป และปัญหาที่เกิดขึ้นลึก ๆ นั้น ก็พอจะรู้กันว่าอะไรเป็นอะไร 
          "เหตุการณ์เผาโรงเรียน และวางระเบิดที่ต่าง ๆ ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนอย่างชัดเจน แต่เกิดจากบางคนที่ชอบรับจ้าง โดยอาจจะติดยาเสพติด เคยมีคดีลักขโมยน้อย รอรับจ้างอย่างเดียว ใครจ้างก็ทำตลอด แม้ว่าจะจับคนหนึ่งก็จะมีคนหนึ่งทำต่อ เพราะคนรับจ้างมันเยอะ จะสาวไปถึงผู้ว่าจ้างมันก็ยาก ทั้ง ๆ ที่รู้ แต่ไม่สามารถหาของกลางได้ ซึ่งเมื่อถามผมว่า รู้ได้อย่างไร ในหลักฐานผมก็บอกไม่ได้ แต่การจะว่ากันไปกันมา ซึ่ง นายไตรรงค์ เป็นนักการเมืองระดับผู้ใหญ่แล้วต้องเข้าใจดีกว่า ควรหรือไม่ควรที่จะพูด เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะมาโต้เถียงกัน" (ผู้จัดการรายวัน ๑๕ พ.ย.๔๕)
          นายมุข สุไลมาน สส.ปัตตานี กลุ่มวาดะห์ ได้สะท้อนถึงปัญหาสถานการณ์ใต้ที่เป็นจริงว่า "สิ่งที่เกิดขึ่นในขณะนี้ หากเราไม่เปิดช่องโหว่ ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นเลย ต้องมาดูว่าอะไรคือเหตุที่ทำให้เกิด จะได้แก้ตรงจุดการปราบปราม เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่การแก้ที่ถาวร ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มีต่ออำนาจรัฐ และให้เขามีความรู้สึกว่ามีความจริงใจในทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การศึกษาก็ดี แล้วประชาชนก็จะหันมาหาเรา ซึ่งในขณะนี้อาจกระทบความรู้สึกของชาวบ้านบ้าง แม้จะไม่อยากให้เกิด แต่ก็ต้องระวัง เพราะยิ่งทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก ความร่วมมือในการหาข่าวสารก็น้อยลง เพราะการที่รัฐจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการหาข่าวในการเฝ้าเวรยาม" (มติชนรายวัน ๒๕ มค.ค.๔๕)
          ๓.๓ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สส.นราธิวาส พรรค ทรท. สมาชิกกลุ่มวาดะห์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้ปัจจุบัน เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรี พูดคือ เรื่องของผลประโยชน์และการเรียกค่าคุ้มครอง (ผู้จัดการรายวัน ๑๕ พ.ย.๔๕)
          ๓.๔ นายบุญญา หลีเหลด สว.สงขลา กล่าวว่า ...คิดว่าสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงหลังเทศกาลรอมฎอนเท่านั้น เนื่องจากมีคนอยู่หลายกลุ่มในภาคใต้ที่เคลื่อนไหวอย่างเป็นขบวนการ โดยรอจังหวะที่จะก่อความไม่สงบขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม ขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ไม่ใช่เป็นกลุ่มก่อการร้าย แต่เป็นการใช้ผู้ติดยาเสพติด เป็นเครื่องมือในการก่อความไม่สงบของคนบางกลุ่มเท่านั้น (ผู้จัดการรายวัน ๒๖ พ.ย.๔๕) 
          ๓.๕ นายไพศาล พรหมยงค์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าประธานคณะกรรมการกลางอิสลามทั่วประเทศ ได้ประชุมหารือถึงปัญหาภาคใต้กันแล้ว เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์ชัดเจนของคนเพียง ๔ - ๕ คน ไม่ใช่ขบวนการใหญ่โตอะไร โดยมุ่งหวังที่จะทำให้เกิดความแตกแยกในภาคใต้ แต่ขอยืนยันว่า ชาวมุสลิมในภาคใต้ยังแนบแน่น และเข้าใจกันได้อย่างลงตัว (ไทยโพสต์ ๘ พ.ย.๔๕) 
          ๓.๖ นายมันโชร์ สาและ ที่ปรึกษาสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการเห็นในเวลานี้ก็คือ การจับคนมีสีที่ก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นรางวัลให้กับประชาชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ เพราะหากรัฐบาลไม่ลงมือทำปัญหาก็ไม่มีวันจบสิ้น ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่ารัฐบาลใด ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ เป็นภาพเก่า ๆ ที่พยายามป้ายสีความผิดให้กับขบวนการ ขจก. หรือพาดพิงว่า เป็นฝีมือของกลุ่มเดิม ๆ เช่น แนวร่วมมูจาฮีดีน อย่างกรณีเผาโรงเรียน ๓๖ แห่ง ผู้ถูกจับกุมก็เป็นเพียงแพะรับบาปเท่านั้น 
          หากรัฐาลไม่ใส่ใจแก้ปัญหาที่แท้จริง กลัวว่าพี่น้องชาวมุสลิมเลิกคาดหวังใด ๆ กับรัฐบาล เพราะเวลานี้กระแสโลกมุสลิม กระตุ้นให้คนมุสลิมลุกขึ้นมาต่อสู้ และช่วยเหลือตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นที่ปาเลสไตน์ หรือมินดาเนา ซึ่งกระแสโลกที่เกิดขึ้น จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวในพื้นที่มุสลิมในภาคใต้ของไทยด้วย (ผู้จัดการรายวัน ๒๙ มี.ค.๔๕) 
          ๓.๗ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ รองเลขาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีเหตุผล ๒ ประการที่รัฐบาลต้องเข้าใจ คือ ยอมรับว่า พื้นที่ ๕ จังหวัดภาคใต้ เป็นพื้นที่พิเศษ มีปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ ที่สำคัญ รัฐบาลชุดนี้ได้ทำลายโครงสร้างสำคัญของการแก้ปัญหา นั่นคือ การยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) 
          "ปัญหานี้ ไม่ใช่เด็กติดยา เด็กเกเร แต่เข้าสู่ปัญหาที่รัฐบาลต้องยอมรับว่า มีขบวนการแบ่งแยกดินแดนอยู่จริง เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเสมอ แต่ระยะหลังพัฒนาไป เมื่อมีการก่อการร้ายสากลเกิดขึ้น เหตุการณ์ในไทยก็เกิดขึ้นตามมาเป็นระยะอีกด้วย ถ้ารัฐบาลยอมรับมีปัญหานี้ รัฐบาลต้องแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศให้ได้..." (ไทยโพสต์รายวัน ๔ พ.ย.๔๕)
          ๓.๘ คณะกรรมการอิสลามใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๕ ว่า 
          "รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนร้ายมุ่งหวังสร้างสถานการณ์ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย คณะกรรมการและผู้นำศาสนา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอประณามการกระทำครั้งนี้ ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และขอให้จับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้ โดยเร็ว 
          การก่อเหตุครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกิดความแตกแยกภายในชาติ มุ่งสร้างความหวาดระแวงระหว่างกลุ่มศาสนิก จึงขอให้พี่น้องชาวมุสลิม อย่าหลงกลต่อผู้ประสงค์ร้างต่อบ้านเมือง และพี่น้องมุสลิมใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะร่วมจัดกิจกรรมขอความสงบสุขแก่จังหวัดภาคใต้ และประเทศชาติโดยรวม" (มติชนรายวัน ๒๑ พ.ย.๔๕)
          ๓.๙ แถลงการณ์ของ "กลุ่มผู้นำศาสนาและผู้ประสานงานนักเรียน นิสิต นักศึกษามุสลิม ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้"

ประกาศเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ มีข้อความดังนี้

           ตามที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนทั่วประเทศ สร้างความบอบช้ำแก่สังคม และเศรษฐกิจ ในพื้นที่อย่างรุนแรง ขณะที่รัฐบาลและเจ้าหน้า ที่ผู้รับผิดชอบกำลังร่วมกัน คลี่คลายสถานการณ์แล้วนั้น ผู้นำศาสนาและผู้ประสานงาน นักเรียน นิสิต นักศึกษามุสลิม ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตระหนักดีว่าความสงบสุข และสันติภาพจะเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างมั่นคง และถาวรไม่ได้ถ้าผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง ยังปฎิบัติหน้าที่ต่างคนต่างทำ ไม่เชื่อมประสานกัน และใช้เพียงปัญญาที่ขาดรากฐานทางศาสนา ดังนั้น เพื่อการมีส่วนร่วม จึงขอประกาศเจตนารมณ์ ดังนี้ 
               (๑) หลักธรรมคำสอนทางศาสนา จะต้องถูกนำมาใช้ในมิติของการแก้ปัญหา และพัฒนาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายของรัฐต้องสอดคล้องกับความต้องการที่อยู่บนพื้นฐานของหลักศรัทธา ความเชื่อ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตชุมชน และให้ประชาชนมุสลิมได้ใช้โอกาสอย่างเสมอภาค
               (๒) ทุกคนจะต้องรวมตัวกัน และเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในเชิงรุก ร่วมกับราชการ การเมือง นักธุรกิจ นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรประชาชนต่าง ๆ เป็นพหุภาคีอย่างต่อเนื่อง 
               (๓) นำหลักการทางศาสนามาเป็นกรอบการพัฒนาและการทำงานแล้ว เราเชื่อว่าจะสามารถนำพาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุข ไม่มีโจรก่อการร้าย และโจรในเครื่องแบบ ประชาชนปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ไม่มีความหวาดระแวงระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน
               เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้า และขอความร่วมมือจากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดความสงบสุขอย่างแท้จริง และถาวรต่อไป (มติชนรายวัน ๒๑ พ.ย.๔๕) 
๔. แนวทางแก้ปัญหา
            ๔.๑ นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรค ปชป. กล่าวว่า ...ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามพูดดูถูกว่าเป็นโจรก่อการร้ายจนเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนที่มีการพูด จะเป็นการพูดเหยียดหยาม ก็จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นทุกครั้ง ซึ่งเป็นการพูดที่ไม่เหมาะสม น่าจะเป็นการเจรจามากกว่า จึงต้องมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล คือ
               ๑. หากมีการจับคนร้าย ต้องนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
               ๒. พยายามสร้างแนวร่วม เพื่อให้กลุ่มคนร้ายเข้าสู่การพัฒนาประเทศ เหมือนกับอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทำ
               ๓. ให้การศึกษาภาษาไทยกับราษฎรไทยใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการสื่อความหมายและความเข้าใจ
               ๔. เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้สำเร็จโดยเร็ว ไม่ใช่แค่ให้เงินเพียงหมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท แต่ต้องสร้างความเข้าใจในการดำเนินงาน เพราะการให้เงินจะเกิดเป็นหนี้สูญและเกิดความขัดแย้งในหมู่บ้าน (ผู้จัดการรายวัน ๒๕ พ.ย.๔๕)
            ๔.๒ นายเจะอามิง โต๊ะตาหยง อดีต สส.นราธิวาส เขียนบทความลงใน นสพ.มติชน เสนอแนวทางแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ว่า การแก้ปัญหาภาคใต้ต้องแยกกลุ่มประชาชนผู้บริสุทธิ์ ออกจากปัญหากลุ่มโจรก่อการร้าย และความขัดแย้งของบุคลากรของรัฐให้ชัดเจน แล้วแก้กันให้เป็นกลุ่ม ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
            ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากี่รัฐบาล จะมีคนออกมาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานา ทำเป็นเหมือนอัศวินม้าขาวในการแก้ไขปัญหา ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่รู้ข้อมูลที่เป็นจริง นำเสนอข้อมูลที่ผิด ๆ ต่อรัฐบาล นำไปสู่การแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจที่ผิดพลาดในเวลาต่อมา
            การแก้ไขปัญหาในภาคใต้มิได้ขึ้นอยู่กับองค์กรเพียงอย่างเดียว การยุบองค์กรไม่ว่าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หรือจะยุบหน่วยเฉพาะกิจพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ ๔๓ (พตท.๔๓) แล้วจะให้ตำรวจภูธรภาค ๙ รับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียว ควรต้องไตร่ตรองให้มากที่สุด จะเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างองค์กรขึ้นมาได้ในภายหลัง การแก้ปัญหาไม่ควรยุบหน่วยงานใด ทั้งนั้น เพียงแต่ให้ปรับภายในองค์กรให้กะทัดรัดลง มีความคล่องตัวในการบริหารและจัดการที่เหมาะสมกว่า (มติชนรายวัน ๓ เม.ย.๔๕)
            ๔.๓ นายมนตรี สมันตรัฐ รองประธานหอการค้า จ.สตูล กล่าวว่า การยุบ ศอ.บต.เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลพิจารณาแล้ว เพราะคิดว่าไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัด มาจากส่วนกลาง ไม่สามารถตัดสินใจ จึงควรให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า ฯ ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่ติดกับประเทศมาเลเซียเชื่อว่าจะสามารถประสานงานได้ โดยไม่ต้องรอส่วนกลางหรือคำสั่ง นอกจากนั้นยังควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือ ออกกฎหมายห้ามประชาชนมีอาวุธไว้ครอบครอง เพราะทำให้เกิดกลุ่มมาเฟียและผู้มีอิทธิพล หากใครมีอาวุธควรลงโทษเด็ดขาดด้วยการประหารเหมือนมาเลเซีย ซึ่งใครมีกระสุนปืนเพียงนัดเดียว ก็ติดคุกถึง ๑๐ ปี แม้แต่เจ้าหน้าที่เองก็ห้ามพกขณะอยู่นอกเครื่องแบบ (มติชน ๓ พ.ค.๔๕) 
๕. แนวคิด รมว.มท.ในการแก้ปัญหาภาคใต้ 
           "ในฐานะที่ผมเป็นคนมุสลิมและดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าไม่สามารถระงับเหตุการณ์หรือป้องกันได้ ถือว่าผมไม่มีความสามารถ ไม่ควรเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย..." 
           เริ่มจากการวางเดิมพันราคาแพงด้วยตำแหน่ง รมว.มหาดไทยเช่นนี้แล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จึงต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อดับไฟใต้ให้สำเร็จ มิฉะนั้นจะถูกฝ่ายค้านตามทวงเช้าทวงเย็น ถามหาสัญญาสุภาพบุรุษ จนแทบไม่ได้กินได้นอน (เดลินิวส์รายวัน ๖ พ.ย.๔๕) 
           กลวิธีดับไฟใต้ประการหนึ่งที่นายวันนอร์ประกาศต่อสาธารณชนคือการจัดกลุ่ม ๓ ประสาน ข้าราชการ - ประชาชน และฝ่ายการเมือง เพื่อให้ได้ข้อมูลการก่อการร้ายและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิด พร้อมกันนั้นได้จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมขึ้นทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยราชการอื่น เพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงาน
           แต่ทว่า ...การตั้งศูนย์ดำรงธรรมอาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เพราะภารกิจของศูนย์ดำรงธรรมมีลักษณะคล้าย ๆ กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่เพิ่งถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยุบไปเมื่อ ๑ พ.ค.๒๕๔๕

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๒

๑. ยุทธศาสตร์ความมั่นคง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
            ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ ๒๙ - ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๕ ครม.ได้กำหนดทิศทางปรับโครงสร้างยุทธศาสตร์ความมั่นคง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ
                ๑. อย่าตั้งสมมุติฐานหรือส่งสัญญาณที่ผิด ๆ ของปัญหา
                ๒. ต้องเน้นเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนและการท่องเที่ยว
                ๓. พื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีสถานภาพเหมือนจังหวัดอื่น ๆ อีก ๗๑ จังหวัดทั่วประเทศ เพราะปัญหาในพื้นที่ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงเช่นที่กล่าวถึงกันในอดีตและ
                ๔.ให้ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินการบริหารเป็นจังหวัดบูรณาการ หรือจังหวัดซีอีโอโดยการได้รับมอบอำนาจจากส่วนกลางในเรื่องการบริหารบุคคล และงบประมาณ และจังหวัดสามารถเสนอโครงการใหม่ขึ้นมาได้
            ในการประชุม ครม.ครั้งนี้ ครม.เห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา มักมีการส่งสัญญาณหรือตั้งสมมุติฐานที่ผิด ๆ เพราะปัญหาในยุคปัจจุบัน ของพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่ระบุว่ามีการดำเนินการเป็นขบวนการ หรือเพื่ออุดมการณ์ในการแบ่งแยกดินแดนเช่นในอดีตแต่อย่างใด
            "ปัญหาปัจจุบัน เป็นในรูปของเครือข่ายไร้อุดมการณ์หรือเกิดจากความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวของโจรอิทธิพลกลุ่มต่าง ๆ เท่านั้น" (ผู้จัดการรายวัน ๙ เม.ย.๔๕)
๒. ข้อเสนอของคณะกรรมการอิสลาม ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้
            ในการเดินทางไปประชุม ครม.นอกสถานที่ที่ จ.นราธิวาส เมื่อ ๒๙ - ๓๑ มี.ค.๔๕  คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ จังหวัด นำเสนอข้อเสนอแนะในส่วนของการสนับสนุนองค์กรในพื้นที่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสนับสนุนงานของทางราชการ ๑๐ ข้อ ประกอบด้วย
                ๑. ขอให้รัฐบาลสนับสนุนในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะงบประมาณ แก่องค์กรทางศาสนาอิสลาม ตั้งแต่สำนักจุฬาราชมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และมัสยิด หรือคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ตามพระราชบัญญัติ (พรบ.) การบริหารจิกการศานาอิสลามอย่างเข้มแข็ง
                ๒. สนับสนุนให้มีศูนย์กลางอิสลาม เป็นศูนย์บริหารกิจการศาสนาในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งทาง จ.นราธิวาสได้เตรียมพื้นที่ไว้แล้วประมาณ ๕๖ ไร่ ส่วน จ.สงขลา ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง แต่ยังขาดงบประมาณเป็นจำนวนมาก
                ๓. สนับสนุนให้มีการตั้งวิทยาลัยอิหม่ามแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างบุคลากรที่จะมาดำรงตำแหน่งอิหม่าม คอเต็บบิหลั่น หรือผู้ทำให้การบริหารมัสยิด  ซึ่งขณะนี้ทาง จ.นราธิวาส ได้จัดทำโครงการพร้อมแบบแปลนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
                ๔. ขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้มีการพัฒนาการผลิต การแปรรูปสินค้าทางการเกษตร กิจการสินค้าฮาลาล ธนาคารอิสลาม และการบริการฮัจญ์ ที่สนองความต้องการของประชาชน
                ๕. ให้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างกว้างขวาง
                ๖. สนับสนุนให้ท่าอากาศยานนราธิวาส เป็นศูนย์กลางการบินพลเรือนภาคใต้ตอนล่าง เพื่อรองรับคนไทยที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย
                ๗. ขอให้มีการจัดตั้งศาลซารีอะฮ์ ซึ่งเป็นศาลของอิสลามอย่างเต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความยุติธรรมในกรณีข้อพิพาททางแพ่งแก่ประชาชนในพื้นที่ (ผู้จัดการรายวัน ๑ เม.ย.๔๕)
                ๘. สนับสนุนในด้านการศึกษาต่าง ๆ เช่น ฟื้นฟูโรงเรียนปอเนาะ บรรจุหลักสูตรอิสลามศึกษาให้เป็นหมวดเฉพาะในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม บรรจุวิทยากรสอนศาสนาอิสลามในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ และสังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นข้าราชการครู หรือลูกจ้างประจำของทางราชการ ฯลฯ
                ๙. แยกวิทยาเขตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีเป็นมหาวิทยาลัยอีกแห่ง ตามวัตถุประสงค์เดิมของการจัดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ
                ๑๐. ให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตที่ จ.นราธิวาส ตามมติ ครม. วันที่ ๘ ต.ค.๒๕๓๙
๓. ความเคลื่อนไหวของขบวนการก่อการร้าย
                ๓.๑ ดร.พีรยศ ราธิมมูลา อจ.คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี บอกว่าต้องยอมรับว่าพื้นที่ป่าเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ ...ยังเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ แต่กลุ่มที่เคลื่อนไหวไม่ได้เป็นกลุ่มขบวนการที่ใหญ่โต คนที่เคลื่อนไหวจะเป็นพวก...อาชญากรรมธรรดา อาชญากรพวกที่จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ป่า แต่ก่อนเรียกกันว่า ..กลุ่มมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานีในพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่กลุ่มโจรที่จะมีอุดมการณ์ต่อสู้ในแบบของมูจาฮีดีน เหมือนในประเทศ...อัฟกานิสถาน ซีเรีย หรือตะวันออกลาง กลุ่มมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานีในพื้นที่.. เป็นกลุ่มโจรที่มีเป้าหมายคนละรูปแบบ
                    คำว่า.... มูจาฮีดีน มาจากภาษาอาหรับ ๒ คำ มูจาฮีดิช แปลว่า การต่อสู้ และดีน หมายถึง ศาสนา รวมกันแล้วหมายถึง ... การต่อสู้ทางศาสนา หรือหมายถึง ...นักรบศาสนา มีเป้าหมาย ๒ อย่างคือ ปกป้องดินแดนในฐานะเป็นรัฐอิสลาม และปกป้องศาสนา
                    ผศ.ดร. พีรยศ ย้ำอีกครั้ง กลุ่มมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี ไม่ใช่ขบวนการที่มีอุดมการณ์แบบที่แน่นอน โดยเฉพาะกรณีที่มีข่าว กลุ่มที่อ้างว่าเป็นกลุ่มมูจาฮีดีน อิสลามปัตตานี มีพฤติการณ์จับตัวประกันเรียกค่าไถ่
                    "ผมและประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส เคยลุกขึ้นมาประฌามเมื่อ ๒ ปีก่อน ...ขอประฌามกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี ที่ใช้ชื่อนี้..มันไม่เหมาะสมกับพฤติกรรม
                    ๒ - ๓ ปี ที่ผ่านมา ...ผศ.ดร.พีรยศ บอกว่า จากการตรวจสอบพบว่า บางพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการฝึกอาวุธ ต้องยอมรับว่ามีการเคลื่อนไหวจริง โดยนำเยาวชนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนต่าง ๆ อยู่ห่างไกลชนบท เข้าไปฝึกแล้ว ...กลุ่มจะปลูกฝังอุดมการณ์ การเคลื่อนไหวเหล่านี้..ส่วนหนึ่งเกิดในช่วงปี ๒๕๓๙ หลังการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง จะมีขบวนการพูโล เป็นขบวนการแรกที่ปลูกฝังอุดมการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้ความรู้กับเยาวชนรุ่นใหม่ตามโรงเรียนต่าง ๆ รวมทั้งเยาวชนในระดับมหาวิทยาลัย (ไทยรัฐ ๑๔ ม.ค.๔๗)
                ๓.๒  นายเด่น โต๊ะมีนา สว.ปัตตานี ให้สัมภาษณ์ นสพ.มติชนรายวันว่า " นักวิชาการบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมด้วยแน่นอน เพราะเขารู้ศักยภาพของพวก ขจก. มีแค่ไหน พวกนี้เวลานี้เขาไม่มีอุดมการณ์แล้ว เขาทำเพื่อเงิน ฉะนั้นเขาสามารถทำได้จริง แต่ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง แต่เป็นใครไม่รู้ เขากลายเป็่นเครื่องมือในการที่จะทำ เพราะต้องการเงิน อุดมการณ์หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นอย่ามองมิติเดียว ให้มองในหลาย ๆ มิติ (มติชนรายวัน  ๒๑ ม.ค.๔๗)
                ๓.๓  นายชัยยิด สุไลมาน ฮูชัยนี  ผู้ทำชีอะห์ภาคใต้ กล่าวถึงแนวทางที่จะทำให้เกิดความสงบสุขในภาคใต้คือ การสร้างความเข้าใจให้เกิดความไว้วางใจ ระหว่างรัฐบาลกับประชาชนมุสลิมที่อยู่ในภาคใต้ สำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภาคใต้ แม้แต่ประชาชนในพื้นที่ ยังไม่มีใครปักใจเชื่อว่า เป็นฝีมือของคนมุสลิมที่มีอุดมการณ์
                "ส่วนตัวเองมองว่า สถานการณ์ภาคใต้ มีสถานการณ์แอบแฝงอยู่ กลุ่มก่อการอาจมาจากหลายกลุ่ม กลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น หรืออะไรก็ตาม แต่พี่น้องมุสลิม ไม่สามารถทำได้ เพราะเก่งกาจขนาดนี้ ไม่เคยมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชาวมุสลิม กลุ่มมุสลิมไม่ใช่คนก่อเหตุ แต่อาจเป็นไปได้ว่า มุสลิมบางคน อาจถูกหลอกไปใช้ในการปฎิบัติการครั้งนี้"
                เมื่อถามว่า รมว.กลาโหม ระบุว่า รร.ปอเนาะเป็นแหล่งฝึกซ้อมอาวุธ นายชัยยิด กล่าวว่า เป็นการพยายามโยงเข้าไป ความจริงแล้วไม่มี รร.ปอเนาะไม่ใช่สถานที่ฝึกการก่อการร้าย หรือการใช้อาวุธ เพราะ รร. มีแต่ตำรา อาจมีคนที่เข้าไปเรียนใน รร.ปอเนาะ และแอบแฝงเข้าไป เรียกได้ว่าอาจไม่ถึง ๑ %
                ถามว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงแอบแฝงอยู่ในภาคใต้หรือไม่ นายชัยยิด กล่าวว่า มีเยอะเป็นกลุ่มใหญ่ มีเป้าหมายทั้งทางด้านการเมือง อิทธิพล อำนาจเถื่อน และผลประโยชน์ต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้
                เมื่อถามว่า มีชาวต่างชาติเข้าร่วมด้วยหรือไม่ และส่งผลรุนแรงถึงขั้นแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ นายชัยยิด กล่าวว่า มีแต่ไม่ถึงขึ้นแบ่งแยกดินแดน เพราะเกือบไม่มีชาวมุสลิมคิดเรื่องการแบ่งแยกดินแดน หากสิทธิที่ได้รับในทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่พอใจของชาวมุสลิม (สยามรัฐรายวัน ๒๐ ม.ค.๔๗)
                หุจญตุลอิสลาม วัลมุสลิมูน ชัยยิด สุลัยมาน อัลหุชัยนีย์ กล่าวว่า สถานการณ์ในภาคใต้เป็นสถานการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ไม่ประสงค์ดี หลายกลุ่มที่สมประโยชน์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกลุ่มคนเหล่านี้แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ๔ กลุ่มคือ
                    ๑.  พวกดอละห์ ซาและห์  นักอุดมการณ์รับจ้างชาติพันธุ์มลายู
                    ๒.  พวกนายเงิน และเครือข่ายเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพล ที่ประกอบธุรกิจมืดทั้งหลาย
                    ๓.  เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกสี ตลอดจนนักการเมือง ทั้งการเมืองท้องถิ่น และการเมืองระดับชาติ ทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน
                    ๔.  กลุ่มคนจากภายนอกประเทศที่มีเครือข่ายโยงใย ทั้งตะวันตกและตะวันออก เป้าหมายคือ การสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับชนในชาติ กระตุ้นให้เกิดการเผชิญหน้า ระหว่างรัฐบาลกับชาวไทยมุสลิม ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างชาวไทยพุทธกับชาวไทยมุสลิม
                โดยทั้ง ๔ กลุ่มนี้มีเป้าหมายไม่เหมือนกัน กลุ่มหนึ่งแค่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล อีกกลุ่มต้องการดิสเครดิต และเจาะยาง รมว.มหาดไทย ทั้งพวกที่เพื่อตนเอง จะได้เข้าไปนั่งแทนที่ และพวกที่กลัวการพ่ายแพ้การเลือกตั้ง อีกกลุ่มเป็นพวกที่สูญเสียอำนาจ สูญเสียเม็ดเงินที่เคยได้รับจากนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการประกาศสงครามกับยาเสพติด การปราบผู้มีอิทธิพล และระบบส่วยธุรกิจมืดทั้งหลาย ตลอดจนเรื่องที่ทำให้หวยใต้ดินมาอยู่บนดิน ที่เป็นเหตุของการทำให้เศรษฐกิจระดับล่างเป็นอัมพาต เพราะเงินมืดทั้งหลายไม่สะพัด ส่วนอีกกลุ่ม เป็นชาวไทยสายพันธุ์มลายู ที่เป็นพวกนักอุดมการณ์รับจ้าง ที่มีอาชีพรับจ้างสร้างสถานการณ์ แต่กลุ่มที่น่ากลัวที่สุดก็คือ กลุ่มที่มาจากภายนอก ทั้งพวกที่รัฐบาลยินยอมให้เข้ามา และพวกที่ไม่ได้รับเชิญ (สยามรัฐรายวัน ๒๖ ม.ค.๔๗)
            ๓.๕  นายอูมาร์ ตอยิบ สว.นราธิวาส  กล่าวถึงเหตุการณ์ฆ่าพระสงฆ์ว่า ถือเป็นเหตุการณ์ที่เลวทรามมาก ที่ต้องการสร้างความแตกแยก ระหว่างศาสนาพุทธกับมุสลิม ที่ผ่านมาคนไทยที่นับถือพุทธและอิสลามที่นราธิวาส อยู่รวมกันอย่างสันติสุข
            "เข้าใจว่า จะเป็นพวกมือที่สาม แต่ไม่รู้กลุ่มไหนฉวยโอกาส ต้องการให้คนไทยพุทธและมุสลิมทะเลาะกัน ซึ่งผมรับไม่ได้และกลัวว่าจะบานปลายเหมือนเลบานอน ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐต้องแก้สถานการณ์ให้ได้ มั่นใจว่าแม่ทัพภาคที่ ๔ เข้าใจปัญหานี้ และพยายามดูแลไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามใหญ่โตอยู่แล้ว (มติชน ๒๔ ม.ค.๔๗)
๕. สถานการณ์ภาคใต้กับมุมมองของบุคคลต่าง ๆ
            ๕.๑  หลังจากเกิดสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ๒๕๔๗ สาเหตุของสถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลาย โดยเฉพาะในระดับสูงด้วยกันเอง ...ได้เกิดความคิดเห็นแตกต่างกัน ...การแตกแยกทางความคิดระหว่าง พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม และ นายวัน มูหะมัดนอร์ มะทา รมว.มหาดไทย เกิดจากมุมมองที่ไม่เหมือนกัน
            โดย มท.๑ นั้นเชื่อมั่นว่า สถานการณ์ในภาคใต้เป็นการกระทำของกลุ่มโจร ...คนติดยา ...ผู้ว่างงาน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ...ผู้นำท้องถิ่น ..และผู้นำศาสนา
            ในขณะที่ พล.อ.ธรรมรักษ์ ฯ เชื่อในพยานหลักฐานว่า เป็นขบวนการที่ชักจูงเยาวชนไปอบรมทางการเมือง ...ตามแนวทางศาสนาใหม่ โดยมีโรงเรียนสอนศาสนา ครูสอนศาสนา เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการปกครอง (เดลินิวส์รายวัน ๑๔ม.ค.๔๗)
            ปัญหา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ...เช่น ยะลา ...ปัตตานี ...นราธิวาส ...สงขลา ...และสตูล ยังไม่น่ากลัวกับการนำเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากในขณะนี้ ...สส.กลุ่มวาดะห์ และผู้นำศาสนาที่เป็นหัวคะแนนของนักการเมืองในพื้นที่ ได้วิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาของกองทัพภาคที่ ๔ อย่างรุนแรง โดยพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ธรรมรักษ์ ฯ รมว.กลาโหม ว่า เป็นผู้ขยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเกินความเป็นจริง ซึ่งกลุ่มนักการเมืองและผู้สนับสนุนนักการเมืองเห็นว่า...มีการขยายผลเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้น่ากลัวเกินความเป็นจริง เพราะต้องการให้มีการเปลี่ยนตัว รมว.มหาดไทย จากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นคนอื่น (เดลินิวส์รายวัน ๒๑ ม.ค.๔๗)
            ๕.๒  พล.อ.หาญ ลีนานนท์  อดีตแม่ทัพภาคที่ ๔ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว นสพ.มติชนรายวัน ว่า เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดยืดเยื้อ สร้างความหนักใจให้รัฐบาลขณะนี้ โดยการเผาโรงเรียน ๒๐ แห่ง การปล้นปืนในค่ายทหารกองพันพัฒนาที่ ๔ จ.นราธิวาส และต่อเนื่องด้วยการสังหารพระสงฆ์ ตำรวจ ครู นักเรียน และเผาที่ทำการคณะกรรมการอิสลาม จ.ยะลา นั้น พล.อ.หาญ ยืนยันว่า เป็นขบวนการโจรก่อการร้ายอาละวาดสร้างความบาดหมางให้เกิดขึ้น ระหว่างชาวไทยพุทธกับมุสลิม พวกนี้ถือพวก "ลัทธินิยมใช้ความรุนแรงคนกลุ่มนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามศาสนาอิสลาม ต้องการให้คนไทยพุทธ และมุสลิมแตกแยกกัน จนกลายเป็นสงครามศาสนา" ซึ่งศาสนาอิสลามเองไม่นิยมการฆ่ากัน และไม่เชื่อว่าฆ่าคนอื่นแล้ว จะได้ขึ้นสวรรค์
            "คนพวกนี้ยังปลูกฝังคนหนุ่ม - สาว ให้ตั้งกองกำลังในบ้านเมืองนี้ ซึ่งทำกันมานานแล้ว เห็นได้จากเอกสารที่ทหารยึดได้จาก นายมะแอ อุเซ่ง ครูสอนศาสนาที่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖  แต่ตำรวจบอกว่า รู้เรื่องเกือบ ๒ ปีแล้ว จึงเห็นว่าการข่าวไม่มีเอกภาพ มีการปล่อยปละละเลยกัน ไม่รายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบ"
            "นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังเฉยเมย ไม่ได้แก้ปัญหาปล่อยให้มีการปลูกฝังความคิดเด็ก ตั้งแต่เล็ก ๆ ให้เกลียดชังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน โดยไม่รู้ตัว อย่างโรงเรียนเด็กก่อนวัย ๓ - ๕ ขวบ ก็ให้มีการยิงปืนอาก้าปลอมใส่ เหมือนที่แต่งตัวเลียนแบบทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน สอนมวยไทยให้ชกคนไทย สอนให้เรียกประเทศไทยว่า ประเทศสยาม ฝังความคิดรัฐปัตตานี ซึ่งเราต้องเชื่อข่าวนี้ เพราะเป็นข่าวที่เชื่อถือได้ คนที่บอกเขาเป็นไทยพุทธรักอิสลาม"
                เหตุที่ จ.นราธิวาส มีความรุนแรงกว่า จ.ปัตตานี และยะลา เพราะมีการเมืองย้ายถิ่น คือมีการย้ายสำมะโนครัวครัวคราวเดียวจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าย้ายเพราะอะไร หวังผลทางการเมือง หรือเข้าไปยึดครองที่ดิน ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด
                "ลองคิดดูว่า ถ้าอพยพคราวละมาก ๆ มีอาวุธด้วย อาจประกาศเป็นรัฐอิสระได้ และจากการที่กรรมาธิการทหารลงไปสอน ส่วนใหญ่เป็นคนต่างถิ่นทั้งนั้น นอกจากนี้ยังได้รับการยืนยันว่า ศูนย์การฝึกอบรมคนหนุ่มสาวในเวลากลางคืน ย้ายมาอยู่ที่ จ.นราธิวาส ด้วยที่แน่ ๆ มี ๒ ศูนย์ แต่ความจริงอาจมีมากกว่านั้น ซึ่งได้ส่งข้อมูลให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และแม่ทัพภาคที่ ๔ ทราบ ตั้งแต่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๖ แล้ว" (มติชนรายวัน ๑ ก.พ.๔๗)
                เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๗ พตท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นที่ชายแดนภาคใต้ แล้วนักการเมืองออกมาให้สัมภาษณ์เป็นทำนองชี้ให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด หรือความล้มเหลวในการแก้ปัญหาว่า 
                "เป็นสิ่งที่ผมถือว่าเลวมาก เพราะเรื่องของชาติบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้นถ้าใครนำเอาเรื่องชาติบ้านเมืองไปทำลาย ไอ้คนนั้นผมถือว่าเลวมาก ขณะนี้ผมทราบและกำลังวิเคราะห์อยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ไปพูดในลักษณะน่าเกลียดมาก ไปพูดเหมือนชนิดที่ว่า ถ้ามนุษย์มีสมองก็จะไม่พูดเช่นนั้น...."
           นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเตือนอย่างนุ่มนวลว่า ระวังจะเข้าตัวเอง
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีต รมว.กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงท่าทีของนายกรัฐมนตรี เพราะที่พรรค ปชป.ทำไปเป็นการทำโดยสำนนึกในหน้าที่ ที่ต้องเสนอแนวคิด เสนอทางออก และวิธีมองปัญหา ที่เราพูดมาตลอด ๓ ปี แต่รัฐบาลไม่สนใจเลย ทั้งยังดำเนินการในลักษณะที่คิดว่าเข้าใจปัญหา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ไขได้
           นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รอง หน.พรรค ปชป.พูดถึงเรื่องนี้ว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ นายก ฯ จะใช้อารมณ์ในการบริหารประเทศมากขึ้น ซึ่งไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น (สยามรัฐรายวัน ๒๒ ม.ค.๔๗)
๖. สาเหตุของปัญหาความไม่สงบ
                ๖.๑  อาจารย์สุวรรณ ธเนศ อจ.ภาควิชาประวัติศาสตร์  มธ. ได้เสนองานวิจัยเรื่อง "ประวัติศาสตร์และการเมืองของมุสลิมในรัฐไทย"ในการสัมนาหัวข้อ "อิสลามในอุษาคเนย์ : จากเปอร์เซียสู่สุวรรณภูมิ" ซึ่งจัดขึ้นที่คณะศิลปศาสตร์ มธ. เมื่อ ม.ค.๔๗
                งานวิจัยบอกถึงที่มาของปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้ว่าเป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน เป็นความขัดแย้งที่กินลึกในระดับจิตวิญญาณยาวนาน และคงทนมากที่สุด อันมาจากการขยายอำนาจรัฐของฝ่ายพุทธ เพื่อเข้าไปบีบบังคับ ครอบงำให้ชาวมุสลิมต้องบจำยอมรับการอยู่ใต้อำนาจรัฐ และถูกบับบังคับให้เป็นพลเมืองของรัฐ มากกว่าเป็นมุสลิม
                ความขัดแย้งจึงพัฒนาขึ้นไปสู่การเผชิญหน้ากันในสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่มีการปฏิรูปการปกครอง และความไม่พอใจเพิ่มตีทวีความรุนแรงขึ้นมากที่สุด ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม จนเกิดการประท้วงในรูปแบบของการเรียกร้องปกครองตนเอง ๗ ประการ ในปี ๒๔๙๐ โดยหะนีสุหรงอับดุลการเดร์" จนกลายเป็น "กบฎหะยีสุหรง"
                ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงไม่สามารถยุติได้ด้วยการใช้กำลัง และอำนาจรัฐ เข้าไปปราบปรามเท่านั้น เพราะยิ่งปราบก็ยิ่งสร้างแรงต่อต้าน แต่ต้องยอมรับความจริงว่า มุสลิมในภาคใต้มีความเป็นเจ้าของชุมชน และอดีต และรวมถึงวัฒนธรรมความเชื่อ ศาสนา อันเป็นเฉพาะของตนเอง รัฐไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนโลกทรรศใหม่ว่า การสร้างและรักษารัฐไทยต่อไป จะต้องให้สิทธิและเสรีภาพอันสมบูรณ์แก่ชาวมุสลิม ในการจัดการและปกครองชีวิตและชุมชนตนเอง ให้มากและเป็นจริงที่สุด (มติชน ๒๑ ม.ค.๔๗)
                ๖.๒  เกษียร เตชะพีระ  กล่าวในบทความที่เสนอใน นสพ.มติชน ว่า ปมของปัญหาที่แท้จริงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ที่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่ทั่วไปปิดปาก ไม่ส่งข่าว ไม่ให้ข้อมูล ไม่ร่วมือกับทางราชการ เพราะพวกเขาหมดศรัทธา หวาดระแวง ไม่ไว้ใจราชการ นี่คือฐานทางสังคม (social) ที่แท้จริง ซึ่งเป็นเงื่อนไขเอื้ออำนวยให้การก่อการร้ายเกิดขึ้นได้ ราชการขาดฐานทางสังคมนี่เองทำให้อำนาจรัฐหาย งานข่าวกรองบอด และวิกฤต ถึงได้เกิดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ (มติชนรายวัน ๓๐ ม.ค.๔๗)
            นายเกรียง  วิศิษฎ์สรอรรค  นายกสมาคมหมอความยุติธรรม ได้เสนอบทความใน นสพ.มติชนรายวัน ถึงต้นตอของปัญหาที่เป็นบ่อเกิดความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เกิดจากจุดอ่อนหลายประการคือ
                ๑.  การเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยแทนฝ่ายทหาร ในช่วงที่มีการปรับ และเป็นปราการสำคัญปิดกั้นการปฎิบัติงานของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ การมอบหมายภารกิจให้ตำรวจมาดูแลในเรื่องนี้ทั้งหมด ตำรวจไม่พร้อม เพราะแม้แต่กำลังตำรวจที่เข้าไปปฎิบัติการ ต้องมีเพิ่มเติมอีกหลายร้อยคน ต้องเอาตำรวจตระเวนชายแดนเพิ่มเข้าไป นับว่าเป็นการเข้าไปในลักษณะที่ไม่มีการเตรียมการ และเข้าใจสภาวะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า มีเงื่อนไขอะไร
                ๒.  ด้านการข่าว หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงติดต่อกันหลายครั้งในปี ๒๕๔๔ เช่น มีการวางระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ เมื่อเมษายน และเหตุการณ์ช่วงปี ๒๕๔๔ - ๒๕๔๕ ที่มียุทธการใบไม้ร่วง ที่มีการสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหลายนาย แม้สภาความมั่นคงแห่งชาติ จะมีการทบทวนงานด้านการข่าว ให้มีการประสานงานโดยจัดตั้ง "ศูนย์ข่าวร่วม" ขึ้น ก็ยังไม่สามารถทำงานได้ทันกับสถานการณ์
                    - การประสานงานด้านการข่าวระหว่างทหารกับตำรวจ น่าจะยังมีปัญหาอยู่
                    - สิ่งสำคัญที่ทำให้งานการข่าวไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน คนมุสลิมส่วนใหญ่เพิกเฉย ไม่สนใจบางส่วน หรืออาจไม่พอใจเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การได้รับความร่วมมือแจ้งเบาะแสจากประชาชนแทนไม่มี
                    - ข้าราชการที่ส่งไป ถูกมองว่าไม่จำเป็นต้องคัดเลือกจากพื้นที่ แม่ทัพภาคที่ ๔ ไม่ได้ขึ้นมาจากรองแม่ทัพ รอง เสธ. หรือเสธ. เพราะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับนายก ฯ
                ๓.  การยกเลิกองค์กรที่มีอยู่ โดยยุบ พตท. ๔๓ หรือ ศอ.บต. โดยที่ไม่มีส่วนอื่นมารองรับ ประชาชนถูกละเลย ความเห็นของประชาชนถูกตัดออกไป ทำให้เกิดช่องว่าง
                ๔.  นโยบายรัฐบาลบางอย่างขัดกับหลักศาสนาอิสลาม เช่น เรื่องกองทุนหมู่บ้านซึ่งมีดอกเบี้ย หรือการนำเงินจากหวยบนดินมาเป็นทุนการศึกษา สิ่งเหล่านี้คนมุสลิมรับไม่ได้
                ๕.  นโยบายการใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อความสงบ ยังเป็นปัญหาเพราะความสงบที่เกิดจากการใช้อำนาจ ไม่ฟังความเห็นคนอื่น ทำให้เกิดการต่อต้านท้าทาย
                ๖.  มีกลุ่มบุคคลที่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล โดยเฉพาะ รมว.มท. โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ จากการค้าสินค้านอกกฎหมาย (มติชนรายวัน ๒๙ ม.ค.๔๗)
            ๖.๓  นพ. ประเวศ วะสี  เขียนบทความลงใน นสพ.มติชนรายวัน ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาชายแดนภาคใต้ว่า
                ปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาเรื้อรัง และปะทุเป็นความรุนแรงหลายครั้งเรื่อยมา ถ้าแก้ไม่ตรงสาเหตุ ก็อาจบานปลายและเป็นชนวนให้เป็นเรื่องใหญ่ต่อไป ควรแบ่งสาเหตุเป็นสาเหตุหลัก และสาเหตุประกอบ และแก้ปัญหาให้ตรงกับสภาพของสาเหตุแต่ละประเภท
            สาเหตุหลัก คือ
                ๑.  ความขัดแย้งระหว่างระบบราชการรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น (ในที่นี้คือ วัฒนธรรมอิสลาม)
                ๒.  ขาดความเป็นเอกภาพของหน่วยราชการ
            สาเหตุประกอบ คือ
                ๑.  โจรกระจอก หรือโจรไม่กระจอก
                ๒.  ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งอาจเคยมี 
                ๓.  ความเชื่อมโยงกับขบวนการก่อการร้ายนอกประเทศ ที่อาจจริงหรือไม่จริง
                ๔.  การสร้างสถานการณ์โดย "หน่วยปฎิบัติกการของประเทศมหาอำนาจ" ที่ไม่ต้องการเห็นความสงบในภูมิภาคนี้ ข้อนี้ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึง (มติชนรายวัน ๒๖ ม.ค.๔๗)
๗.  แนวคิดในการแก้ปัญหา
                ๗.๑  นายเด่น  โต๊ะมีนา  สว.ปัตตานี ให้สัมภาษณ์ นสพ.มติชนรายวัน ว่า
                    "ไม่คิดบ้างหรือว่า ให้เขาปกครองกันเองได้ไหม เป็นนายอำเภอเอง เป็นผู้ว่า ฯ กันเอง อย่างมณฑลซินเกียงเขาปกครองกันเอง ไม่เห็นมีปัญหา เพราะฉะนั้น มันต้องเปลี่ยนโครงสร้างแล้ว ต้องยอมรับความจริงแล้ว ร้อยปีแล้วโครงสร้างไม่ขยับไปไหนเลย เวลานี้ทุกคนพูด ทำอย่างไรให้ประชาชนร่วมมือ ก็อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน"
                    "ปัญหาภาคใต้จะยังเป็นอย่างนี้ต่อไป ถ้าโครงสร้างยังเป็นแบบนี้ ฝ่ายใครลงไปก็แก้ไม่ได้ เพราะโครงสร้างเหมือนเดิม" (มติชนรายวัน ๒๑ ม.ค.๔๗) 
                ๗.๒  นายมุข สุไลมาน  เลขานุการ รมว.มท.  ได้กล่าวในการสัมมนาหัวข้อ "อิสลามอุษาคเนย์ ; จากเปอร์เซียสู่สุวรรณภูมิ" ซึ่งจัดขึ้นที่คณะศิลปศาสตร์ มธ. เมื่อ ม.ค.๔๗ ว่า "ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่แข็ง เขารู้สึกว่าจะมีเภทภัย มีใครมาทำลายล้าง คนที่นับถือศาสนาอิสลามจะต้องปกป้องอย่างสุดชีวิต เป็นหน้าที่ที่ต้องปกป้องศาสนา คนส่วนใหญ่มักจะมองว่ารุนแรงไป ที่จริงแล้วศาสนาอิสลามพยายามหลีกเลี่ยง ประณีประนอม เพื่อให้เกิดความสงบสุข หรือเว้นแต่หลีกเลี่ยงและประณีประนอมไม่ได้ จึงมีบางจุดบางแห่ง อาจมีพฤติกรรมอย่างนี้ เราอาจไม่ได้รับรู้ในส่วนของเขา ไม่รู้รายละเอียด ดังนั้นต้องศึกษารายละเอียด อย่ารับรู้ในส่วนของเขา ไม่รู้รายละเอียด ดังนั้นต้องศึกษารายละเอียด อย่ารับรู้อย่างผิวเผินจากหนังสือพิมพ์ ข่าวสารการพูด ค่อนข้างเลี่ยงที่จะสรุป (มติชน ๒๑ ม.ค.๔๗)
                ๗.๓ นายดีล แมม๊ะมิจิ  ประธานกรรมการอิสลาม จ.ปัตตานี กล่าวว่า จากการที่ทางคณะกรรมการอิสลาม ๓ จังหวัดภาคใต้ และชมรมนักกฎหมายมุสลิม จัดเวทีเสวนาที่เขตปัญหาชายแดนใต้ และทางออก เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เมื่อวันที่ ๑๘ ม.ค.๔๗ ทางผู้จัดได้ประมวลผลสรุป เพื่อนำเสนอไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีทั้งหมด ๑๒ ข้อ  มีสาระสำคัญคือ 
                    ๑.  รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี 
                    ๒.  ขอให้ นายก ฯ มาพบปะพูดคุยกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ 
                    ๓.  รัฐต้องแสดงความจริงใจ และยอมรับความจริง 
                    ๔.  ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา 
                    ๕.  พัฒนาศักยภาพองค์กรประชาชน 
                    ๖.  มีมาตรฐานควบคุมการเสนอข่าวของสื่อมวลชน สื่อต้องไม่ใช้คำว่า ผู้ก่อการร้ายมุสลิม 
                    ๗.  ปฎิรูปงานด้านการข่าวกรองของรัฐให้มีประสิทธิภาพ 
                    ๘.  อธิบายเหตุผลในการยกเลิก ศอ.บต. 
                    ๙.  ระมัดระวังในการตรวจค้นปอเนาะ 
                    ๑๐.  แก้ปัญหาพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ และความยากจน 
                    ๑๑.  ปฎิรูประบบราชการให้คนในพื้นที่เข้ามาทำงานในมากที่สุด และ 
                    ๑๒.  ขอให้ประชาชนในพื้นที่ควรได้รับโอกาสเป็นข้าราชการมากขึ้น 
                  (สยามรัฐรายวัน ๒๐ ม.ค.๔๗) 
                ๗.๔  นพ. ประเวศ วะสี  เขียนบทความลงใน นสพ.มติชนรายวัน ให้ความเห็นในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ว่า 
                    ๑. กระจายอำนาจการพัฒนาไปสู่วัฒนธรรมท้องถิ่น (ในที่นี้คือ วัฒนธรรมอิสลาม)  เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง วัฒนธรรม หมายถึง วิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชน อันสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน ที่เรียกว่า ความหลากหลายทางวัฒนธรรม การพัฒนาอย่างยั่งยืน คือการพัฒนาที่เอาวัฒนธรรมเป็นตัวตั้ง เงินมีความสำคัญก็จริง แต่ถ้าพัฒนาโดยเอาเงินเป็นตัวตั้ง จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมกัน ถ้าเอาวัฒนธรรมเป็นตัวตั้ง ทุกชุมชนท้องถิ่น และประเทศจะมีเกียรติ และศักดิ์ศรีเสมอกัน 
                    ๒. สร้างความเป็นเอกภาพในระบบรัฐ ที่ปักษ์ใต้เราได้ยินเสมอว่า ทหารกับตำรวจก็ขัดแย้งกัน หรือบางครั้งก็มีการกล่าวหากันว่า ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสร้างสถานการณ์ ต้องสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ และเป็นเอกภาพกับนโยบายของรัฐบาล 
                ฉะนั้น ควรใช้โอกาสตัวอย่างวิกฤตการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำงานเรื่องกระจายอำนาจการพัฒนาไปสู่วัฒนธรรมท้องถิ่น และสร้างความเป็นเอกภาพของหน่วยราชการ ในการสนับสนุนการกระจายอำนาจทางการพัฒนา ไปสู่วัฒนธรรมท้องถิ่นทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ  เพื่อความแข็งแรงของฐานล่างของสังคม อันจะรองรับให้สังคมทั้งหมดมั่นคงและยั่งยืน (มติชนรายวัน ๒๖ ม.ค.๔๗) 
            ๗.๕  นายชลวิทย์  เจียรจิตต์  ภาควิชาสังคมวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มศว. เขียนบทความลงใน นสพ.มติชน เสนอแนะการแก้ปัญหาหภาคใต้โดยวิถีศาสนธรรม เพื่อสันติธรรมใน "ภาคใต้" ว่า  สังคมไทยยอมรับทางศาสนาอยู่ในฐานะเป็นศาสนาร่วมกันอันเป็นมิตรมาโดยตลอด เหตุการณ์พระสงฆ์สามเณรถูกฆ่าอย่างทารุณ ขณะบิณฑบาต ๓ รูป ทางภาคใต้ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกใจกับชาวไทยอย่างยิ่ง จึงขอให้ทุก ๆ ส่วนจำเป็นต้องระมัดระวังในท่าที การเสนอความคิดเห็นและหยุดนิ่ง ตั้งสติใคร่ครวญพิจารณา ไม่ปุจฉาวิปัสชนาโดยขาดการไตร่ตรอง ปัญหานี้ใช้อารมณ์แก้ปัญหาไม่ได้เด็ดขาด 
            วิธีแก้ปัญหาลักษณะอัตถประโยชน์นิยม คงช่วยกันหลายด้าน 
                ๑. ประชุมร่วมทั้งพระสงฆ์และชาวมุสลิม เพื่อหาทางป้องกันมิให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ต้องเร็วและชัดเจน 
                ๒. พระสงฆ์ต้องบิณฑบาต เพราะถือว่าเป็นกิจของสงฆ์ในการโปรดสัตว์ คงขอพุทธศาสนิกชนเป็นลูกศิษย์ ร่วมเดินทางขณะบิณฑบาตโปรดสัตว์
                ๓. ถือโอกาสมองวิกฤตเป็นโอกาส สร้างความเข้าใจเป็นกลุ่มศาสนสัมพันธ์ ทั้งพุทธศาสนิกชนและอิสลามิกชน 
                ๔. สื่อมวลชนแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตชุมชนพุทธ ชุมชนมุสลิม ทั้งวิถีชีวิตเด็ก ผู้ใหญ่ การค้าขาย ความเป็นอยู่ที่แยกกันไม่ได้ และอยู่ร่วมกันฉันมิตร ตลอดประวัติศาสตร์อันยาาวนาน เพื่อมิให้ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี จำนวนน้อยที่หวังก่อให้เกิดการแตกแยกครั้งใหญ่ ที่สำคัญสื่อมวลชนทุกแขนง ต้องไม่เสนอข่าวตามกระแส ทำนองยุยงให้เข้าใจผิด 
                ถึงคราวที่ชุมชน  สังคมทุกฝ่าย ทุกสถาบัน ฝ่าฟันกำแพงปิดกั้น เพื่อเปิดแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ประเภทจับ ๑ เพิ่มศัตรู ๑๐๐ มิใช่ทางออกแน่ แต่ควรหาแนวทางร่วมกันกับสังคม ทหารสัมพันธ์ ตำรวจสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ ลูกเสือชาวบ้าน ข้าราชการทุกฝ่าย รวมทั้งพระสงฆ์ โต๊ะอิหม่าม  โต๊ะครู บาทหลวง ประชาคมต่าง ๆ ร่วมกันผนึกกำลัง ลุกขึ้นต่อต้านเหล่าคนไทย ใจเป็นอื่นให้รับรู้ เราไม่ต้องการวิธีเช่นนี้ 
                วิถีทางศาสนา ธรรมทุกศาสนาเพื่อสันติธรรม ดำรงตนให้มุ่งมั่นในสิ่งที่ดีงาม อยากเห็นการแก้ปัญหาระดับความรู้สึกอย่างมีส่วนร่วม ด้วยหลักธรรม ขอการมรณภาพของภิกษุสามเณร เป็นบทพิสูจน์ของสัจธรรมการอยู่เพื่อสันติ (มติชนรายวัน ๕ ก.พ.๔๗) 
                ๗.๖  นายเกษียร  เตชะพีระ  กล่าวถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านทาง นสพ.มติชนว่า อาการวิตกวิจารณ์ และปักจิตใจเด็ดเดี่ยว มิยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียวนั้น ส่อว่าผู้นำรัฐบาลยังหลงประเด็น ไม่เข้าว่าอะไรคือ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องปกป้อง 
                บูรณภาพเหนือดินแดน (territorcal integrily) มิอาจมั่นคงยั่งยืนได้ หากปราศจากบูรณภาพทางสังคม (socio-cuhural integrity) กรองรับความเป็นจริงทางสังคมอันเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะของพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ตามที่เป็นมาในประวัติศาสตร์ (ติดทะเล อยู่ในเส้นทางพาณิชยนาวี เป็นจุดบรรจบของหลากหลายกระแสอารยะธรรม และของนักเดินทาง นักบวช ผู้อพยพนานาภาษา ศาสนา และชาติพันธุ์) คือ กอร์ปไปด้วยผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งจีน แขก ไทย ลาว ทั้งพุทธ มุสลิม ทั้งพูดไทย จีน ยาวี ฯลฯ หากมองจากสายตาของผู้รักษาความมั่นคงแห่งชาติ ใต้เงาสงครามเย็นในกรุงเทพ ฯ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาจเป็นจุดอ่อนเปราะ แต่หากมองจากสายตาของมวลชนในพื้นที่ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมกลับเป็นจุดเด่น ที่เป็นเอกลักษณ์และจุดแข็งของสังคมชายแดนภาคใต้ เพราะผู้คนและชุมชนต่างวัฒนธรรมในพื้นที่ได้ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกันช่วยเหลือเกื้อกูล ปฎิสัมพันธ์ คบค้าสมาคม รวมทั้งทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างสันติสืบมา สังคมหลากหลายวัฒนธรรม (mutti cultural society)  แห่งชายแดนภาคใต้ ได้ค่อย ๆ พัฒนาวัฒนธรรมสันติธรรม (peace culture) งอกงามเบ่งบานขึ้นมา ท่ามกลางวัฒนธรรมอันแตกต่างหลากหลาย (socal cultures) ของตน 
                นี้คือ รากฐานและเคล็๋ดลับของบูรณาภาพทางสังคมวัฒนธรรม (socio-coltural integrity) ของพื้นที่ชายแดนภาคใต้ แผ่นดินที่มีบูรณาภาพทางสังคมวัฒนธรรมเช่นนี้ ย่อมเข้มแข็งยืนยง ทำลายได้ยาก ถึงจะถูกข้าศึกสัตรูล่วงล้ำ ยึดครองดินแดนไปสักหลายตารางนิ้ว ก็จะไม่เสียแผ่นดิน ไม่เสียอิสรภาพ เพราะหัวใจผู้คนร่วมแผ่นดิน ผูกพันรักมั่นอยู่ด้วยกัน (มติชนรายวัน ๓๐ ม.ค.๔๗) 
                ๗.๗  นายเกรียง วิศิษฎ์สรอรรถ  นายกสมาคมหมอยุติธรรม ได้เสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ใน นสพ.มติชนรายวัน โดยเสนอ ๓ มาตรการหลัก และ ๒ มาตราการเสริม ประกอบด้วย 
                มาตรการหลัก 
                    ๑.  ต้องมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และช่วยประชาชนให้มีทัศนคติที่ดี ต่อฝ่ายข้าราชการ 
                    ๒.  ต้องพิทักษ์ประชาชน หรือทรัพยากรบุคคล การที่ตำรวจและทหารเสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิด ถือว่าเป็นการพิทักษ์ประชาชนหรือยัง 
                    ๓.  รัฐต้องปราบปรามผู้ถืออาวุธ ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่า มีการปราบปรามแต่วิธีการมองคนละมุม 
                มาตรการเสริม 
                    ๑.  ในการดำเนินงานด้านข่าวกรอง ต้องให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ การที่บอกว่าการแจ้งข่าวแล้วว่า จะมีเหตุร้าย รู้จริงแค่ไหน หากรู้ก่อนจริงต้องหาทางป้องกันมากกว่านี้ 
                    ๒.  ต้องใช้หลักจิตวิทยาเข้าช่วยเหลือประชาชน ข้อนี้รัฐบาลทำแต่ไม่เข้มแข็ง ความไม่สงบที่เกิดขึ้น เป็นพฤติกรรมการก่อการร้าย ต้องให้ทหารทำ เพราะเขาฝึกฝนเรื่องนี้มา พร้อมกันนี้ต้องมอบอำนาจให้เขา อย่างการประกาศกฎอัยการศึก ถือว่าทำถูกต้องแล้ว (มติชนรายวัน ๒๙ ม.ค.๔๗) 
                ๗.๘  นายนิธิ เอียวศรีวงศ์  เขียนบทความลงใน นสพ.มติชน เกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาตใต้ว่า สถานการณ์ในภาคใต้น่าเป็นห่วง ถ้ายอมรับว่าสาเหตุไม่ได้มาจาก ''โจรกระจอก" เพียงไม่กี่คน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การดำเนินงานทั้งหมดนับตั้งแต่การเผาโรงเรียน พร้อมกับปล้นค่ายทหาร เรื่อยลงมาถึง 
                รัฐบาลตอบสนองปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการกระทำสองอย่างคือยืนยันอำนาจรัฐด้วยวิธีการที่นายกเรียกว่า "เชิงรุกอย่างเด็ดขาด" และเร่งรัดให้เกิด "การพัฒนา" อย่าง รวดเร็ว 
                การยืนยันอำนาจรัฐนั้น จำเป็นต้องทำและเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องทำให้สำเร็จโดยเร็ว ก่อนที่ประชาชนจะหมดความเชื่อถืออำนาจรัฐไปโดยสิ้นเชิง แต่การยืนยันอำนาจรัฐด้วยวิธีการ "เชิงรุกอย่างเด็ดขาด" นั้น อาจทำให้ความไว้วางใจระหว่างรัฐและประชาชน ซึ่งเปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งลดต่ำลงไปอีกก็ได้ อาจทำให้ปัญหายิ่งบานปลายและกินลึกขึ้นไปอีก ตรงข้ามวิธีการ "เชิงรับอย่างเด็ดขาด" ต่างหาก ที่จะสามารถรักษาอำนาจรัฐได้อย่างชัดเจนกว่า และเพิ่มความไว้วางใจระหว่างกันได้มากกว่า 
                บทเรียนของทหารอเมริกันในอิรัก น่าจะเรียนรู้กันให้ดี เพราะยิ่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ละเมิดสิทธิของผู้คนมากเท่าไร อเมริกันยิ่งได้ศัตรูในอิรักเพิ่มขึ้นเท่านั้น แม่แต่ประชาชนที่เคยโห่ร้องต้อนรับกองทัพอเมริกันในวันก่อน วันนี้ก็อาจกลายเป็นระเบิดพลีชีพ เพื่อขับไล่อเมริกันได้ (มติชนรายวัน ๒ ก.พ.๔๗) 
                ๗.๙  อจ.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์  ได้เสนอรายงานวิจัยเรื่อง "ประวัติศาสตร์ และการเมืองของมุสลิมในรัฐไทย" ในการสัมมนาหัวข้อ "อิสลามในอุษาอาคเนย์ : จากเปอร์เซียสุสุวรรณภูมิ" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ ม.ค.๔๗ บอกการูปก็ไช้ปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า "การแก้ไขปัญหาจึงไม่สามารถยุติได้ด้วยการใช้กำลัง และอำนาจรัฐเข้าไปปราบปรามเท่านั้น เพราะยิ่งปราบก็ยิ่งสร้างแรงต่อต้าน แต่ต้องยอมรับความจริงว่า มุสลิมในภาคใต้มีความเป็นเจ้าของชุมชนและอดีต และรวมถึงวัฒนธรรม ความเชื่อศาสนา อันเป็นเฉพาะของตนเอง รัฐบาลไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนโลกทรรศใหม่ว่า การสร้างและรักาารัฐไทยต่อไป จะต้องให้สิทธิและเสรีภาพอันสมบูรณ์แก่ชาวมุสลิม ในการจัดการและปกครองชีวิต และชุมชนตนเองให้มากและเป็นจริงที่สุด" (มติชนรายวัน ๒๑ ม.ค.๔๗) 
                ๗.๑๐  พล.อ.หาญ ลีนานนท์ อดีตแม่ทัพภาคที่ ๔  เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาภาคใต้ในการสัมภาษณ์ของ นสพ.มติชนรายวัน ว่า "กระทรวงศึกษาธิการต้องเข้าไปดูแลปอเนาะ (โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม) จะห้ามไม่ให้เด็กไปเรียนคงไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้เขาเรียนรู้ภาษาไทยควบคู่ไปด้วย แม้แต่อินเดีย สิงคโปร์ที่เคยเป็นเมืองขึ้นอังกฤษ เขายังพูดภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว แต่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราปกครองมากี่ร้อยปีแล้ว ทำไมคนแถบนั้นยังมีความคิดฝังใจว่า พูดภาษาไทยแล้วบาป และถ้าใครมีเงินจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก แต่พอกลับมาก็ถูกกาหัวว่าเป็นอุดมการณ์ เข้ารับราชการไม่ได้" 
                "เวลาผ่านมา ๒๐ กว่าปี เราทำใต้ร่มเย็นเรียบร้อยสมบูรณ์ ความสงบสุขกลับคืนมายัง ๑๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเข้าใจปัญหาวัฒนธรรมและวิถีชีวิต เราต้องส่งเสริมให้คนไทยมุสลิมปกครองกันเองให้มาก ถึงจะแก้ปัญหาได้สำเร็จ ซึ่งแนวคิดนี้ เคยทำได้และแก้ปัญหาได้ผลมาแล้ว" 
                การแก้ไขปัญหา รัฐบาลต้องลดไปแก้ด้วยความสุขุม รอบครอบ แต่การแก้ปัญหาระยะยาว จะต้องเริ่มทำตั้งแต่บัดนี้คือต้องส่งเสริมการศึกษา เพื่อให้ชาวมุสลิมเข้ามาประกอบอาชีพได้ทุกสาขา ให้ทุนเรียนฟรี แล้วให้สอบแข่งขันกันเอง รวมทั้งให้ชาวมุสลิมเป็นชนชั้นปกครองใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ให้ได้ ๗๕  เวลาขึ้นไปที่ว่าการอำเภอ ศาลากลางจังหวัด ศาล โรงพัก จะได้มีความสบายใจ (มติชนรายวัน ๑ ก.พ.๔๗)
                ๗.๑๑  นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อจ.คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์  กล่าวสนับสนุนของนายมุข สุไลมาน เลขานุการ รมว.มท. ในการสัมมนาที่คณะศิลปศาสตร์ มธ.ในหัวข้อ "อิสลามอุษาคเนย์ : จากเปอร์เซียสู่สุวรรณภูมิ" ว่า 
                การแก้ปัญหาภาคใต้ต้องมองอย่างรอบด้าน อย่ามองเพียงความไม่สงบ ควรมองไปถึงปัญหาความยากจน การทุจริต ความไม่เป็นธรรมด้วย โดยเฉพาะที่รัฐทุ่มทรัพยากรเงินลงไป ต้องถามว่าไปตกอยู่ในมือใคร ข้าราชการฉ้อฉลหรือไม่ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ถ้าประกาศว่าจะต้องจับตัวผู้กระทำผิดได้ภายใน ๗ วัน เชื่อว่าผู้ที่จะพูดจับคือ คนที่มีอำนาจน้อยที่สุด (มติชน ๒๑ ม.ค.๔๗) 
๘.  การแก้ไขปัญหาของรัฐบาล 
                ๘.๑  ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะเริ่มคลำทางออก การแก้ปัญหาภาคใต้ได้บ้างแล้ว  หลังจากเป็นมวยเมาหมัดอยู่หลายยก เพราะคอยเงี่ยหูฟังแต่พี่เลี้ยงบางคนมานาน วันนี้เมื่อรัฐบาลสามารถฟื้นอาการกลับสู่สนามได้ พร้อมกันทำให้เห็นว่า พอที่จะเข้าสู่ปัญหาที่แท้จริงแล้ว การแก้ปัญหาที่ถูกจุดก็เริ่มทยอยตามมาทีละเรื่องที่ละจุด เพราะอย่าง พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า 
                "แต่เดิมคุมไม่ได้ แต่ขณะนี้ใกล้ได้แล้ว จึงต้องค่อย ๆ ทำงานไป จะติดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ว่าจะได้กี่เปอร์เซ็นต์ และขณะที่ประชาชนในพื้นที่ก็วางเฉย ไม่ได้เข้าข้างฝ่านหนึ่งฝ่ายใด แต่ก็ระวัง เมื่อเห็นว่ามีความปลอดภัยก็จะมาแจ้งข่าวกับทางราชการ ซึ่งเมื่อ ๒ วันก่อน ไปจับกุมพวกฟันนักเรียน ก็ได้รับแจ้งข่าวจากประชาชน และต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ ที่ประชาชนไม่แจ้งข่าวนั้น เพราะความกลัว รักชีวิต แต่เมื่อสถานการณ์ให้ความปลอดภัยได้แล้ว และมีความถูกเกิดขึ้น เช่น การไล่ฟันพระ นักเรียน ซึ่งประชาชนไม่เห็นด้วย ก็จะหาทางแจ้งข่าวกับทางราชการ" (เดลินิวส์รายวัน ๓๑ ม.ค.๔๗) 
                ๘.๒  เมื่อวันที่ ๒ ก.พ.๔๗  นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ หลังการประชุมนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้กระชับการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่า แนวทางที่ทำมาทั้งหมดเป็นที่เข้าใจร่วมกัน ได้แบ่งการทำงานเป็น ๓ ส่วนคือ 
                    (๑)  ส่วนที่ต้องจัดการกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ให้ พล.อ.ธรรมรักษ์ ฯ เป็นผู้ดูแล 
                    (๒)  ส่วนที่ต้องเร่งรัดให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสมดุลให้ พล.อ.ชวลิตฯ เป็นผู้ดูแลและ 
                    (๓)  ส่วนที่ต้องเร่งจัดระเบียบสิ่งที่ปล่อยปละละเลย หรืออ่อนแอมานาน ให้ นายวันมูหะมัดนอร์ เป็นผู้ดูแล 
                (มติชนรายวัน ๓ ก.พ.๔๗) 
๙.  อุปสรรคในการแก้ปัญหา 
                ๙.๑  พล.อ.หาญ ลีนานนท์  อดีตแม่ทัพภาคที่ ๔  ให้สัมภาษณ์ ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน นสพ.มติชนรายวัน ว่า " ที่สำคัญ เวลานี้ผู้ใหญ่บ้านเมืองลงไป จะวุ่นวายกันไปหมด การข่าวรายงานสายตรงผู้ใหญ่ ปล่อยแม่ทัพนั่งเป็นหัวหลักหัวตอ ถูกขี่คอ" 
                เหตุการณ์ความไม่สงบ แม้จะยังอึมครึมว่ามี "นักการเมือง" เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.อ.หาญ ยทนยันว่า "การเมืองท้องถิ่นนั้นแหละตัวแสบ ทำให้พื้นที่ตกอยู่ภายในอำนาจมืด คนในพื้นที่รู้ดีว่าพวกนี้ถือหางใคร เป็นหัวคะแนนใคร แก้ปัญหาที่ลูบหน้าปะจมูก จนทำให้รังสีโจรแน่น ครอบคลุมพื้นที่ไปหมด แล้วอย่างนี้ ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย จะไม่ทำให้สภาปั่นป่วนหรือ" (มติชนรายวัน ฉบับวันที่ ๑ ก.พ.๔๗) 
                ๙.๒  นายเด่น โต๊ะมีนา  สว.ปัตตานี  ให้สัมภาษณ์ นสพ.มติชนรายวัน ว่า  "ครั้งนี้ ผมเป็นห่วงว่าจะจับแพะกันอีก การเรียกโต๊ะอิหม่ามไปสอบสวนก็ไม่ว่ากัน แต่อยากให้สืบให้ชัดเจนก่อน เพราะสงสัยคนนั้นคนนี้แล้วเรียกมาสอบหมดเลย ทำให้เกิดความสงสัยกับประชาชน ไม่ว่าระดับโต๊ะอิหม่าม หรือโต๊ะครู 
                แล้วเรื่องนี้ตูมขึ้นมา กลไกของรัฐเปิดบัญชีทันที รายชื่อแบล๊คลิสต์ รู้แล้ว ๆ รู้ได้อย่างไร อ้างว่าคนนั้นคนนี้ ขณะนี้หนีไปอยู่มาเลเชียแล้ว ทำไมพูดเลย ทำไมไม่มองในหลายมิติ คนอื่นทำไม่เป็นหรือ" (มติชนรายวัน ๒๑ ม.ค.๔๗) 
                ๙.๓  ดร.จรัล  มะลูลีม  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  ปรารภ เหตุการณ์ภาคใต้ไม่รุนแรงอย่างที่เป็นข่าว มีสถานการณ์ลึก ๆ แอบแฝง ปล่อยข่าวสับสน กระทบความรู้สึกมุสลิมใต้ 
                คนที่มีความคิดเรื่องแบ่งแยกดินแดนนั้น ขณะนี้อาจมีเหลืออยู่บ้าง แต่ไม่มีบทบาทใด ๆ และไม่น่าจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งน่าจะเกิดจากกลุ่มอื่นที่มีความขัดแย้ง หรือเสียประโยชน์ ดร.จรัล ฯ เองไม่เชื่อว่าคนที่เป็นโต๊ะครูสอนศาสนา อยู่กับตำราศาสนาจะพลิกกลับไปสะสมอาวุธ เพื่อการก่อเหตุร้าย 
                ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พูดถึงการเสนอข่าวว่าน่าเป็นห่วง ที่เสนอกันไปอย่างสับสน จนกระทบกระเทือนความรู้สึกของพี่น้องมุสลิมในภาคใต้ 
                ดร.จรัล ฯ เตือนการกระทำบางอย่างของเจ้าหน้าที่ในการติดตามสอบสวนหาความจริงว่า การตรวจตามบ้าน ต้องพิจารณาศึกษาวัฒนธรรมของคนที่นั่น มิฉะนั้นอาจสร้างความไม่พอใจ และทำให้เกิดการต่อต้านเจ้าหน้าที่ของทางราชการ ต่อไปได้ เช่น การสวมรองเท้าขึ้นไปบนบ้าน หรือการนำสุนัขขึ้นไปด้วย เป็นต้น (สยามรัฐ ๒๒ ม.ค.๔๗) 
                ๙.๔  การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่อเค้าจะยุ่งยากมากขึ้น เมื่อผู้นำมุสลิมใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ได้แสดงปฎิกิริยาไม่พอใจ ต่อการปฎิบัติงานแก้ไขปัญหาของรัฐบาล โดยออกแถลงการณ์ขอยุติบทบาทในการให้ความร่วมมือ ประสานงานแก้ไขปัญหา หลังจากเจ้าหน้าที่ยังคงเข้าตรวจค้น โรงเรียนสอนศาสนาอีกบ่อยครั้งในระยะหลัง
                เมื่อวันที่ ๘ ก.พ.๔๗  ศูนย์ประสานงานคณะกรรมการอิสลามประจำ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ไปตามโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม มัสยิด สุเหร่า ชุมชนชาวไทยมุสลิมทั้ง ๓ จังหวัด ในหัวข้อว่า "ขอยุติบทบาท" มีรายละเอียดสรุปว่า 
                จากเหตุการณ์ปัญหา และวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม เป็นต้นมา จนถึงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ เป็นเวลา ๑ เดือน ๓ วัน ข้าพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และผู้หวังดีในท้องถิ่นทุกคน เสียใจและกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงให้ความสำคัญในการร่วมมือแก้ไขปัญหาเป็นอย่างดียิ่ง ได้ร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี แม่ทัพภาคที่ ๔ และหัวหน้าส่วนราชการ กว่า ๑๐๐ ครั้ง 
                "แต่ผลสรุปจากการประชุมไม่ได้รับการปฎิบัติอย่างจริงจัง  โดยดำเนินการตรวจค้น จับกุม และทำลายความน่าเชื่อถือของผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และคนท้องถิ่นมาขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ เวลา ๒๑.๐๐ น. เข้าตรวจค้นโรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา หมู่ที่ ๕ ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้มี นายแวตือราแม มะมิงจิ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เป็นผู้จัดการโรงเรียน 
                ถือว่า ทางราชการไม่ให้ความสำคัญในผลการประชุมที่ผ่านมาแต่อย่างใด ทำให้สถาบันคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด สูญเสียความน่าเชื่อถือ และทำลายความศรัทธาของประชาชน จึงได้ประชุมร่วมกันและมติว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอยุติบทบาทในความร่วมมือ ประสานงานการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ จนกว่าจะมีมาตรการร่วมกันอย่างชัดเจน (มติชนรายวัน ๙ ก.พ.๔๗) 
                รายชื่อประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 
                    ๑.  จ.ปัตตานี - นายแวตือราแม มะมิงจิ 
                    ๒.  จ.ยะลา - นายอับดุลเราะแม เจะแซ 
                    ๓.  จ.นราธิวาส - นายอับดุลเราะห์มาน อับดุลสมัด 
๑๐. ข้อเสนอให้รื้อฟื้น ศอ.บต. 
            พล.ต.อ. วสิษฐ  เดชกุญชร  เสนอแนวคิดในการฟื้น ศอ.บต. ไว้ใน นสพ.มติชน หัวข้อ "เหตุร้ายในภาคใต้ (๒)" ในประการสุดท้ายของบทความ ...พฤติการณ์ของผู้ก่อการร้าย แสดงว่า พวกเขาทำงานกันเป็นขบวนการ โดยไม่สนใจว่าอยู่ในจังหวัดไหน เพราะฉะนั้น ลำพังผู้ว่าราชการจังหวัดเดียว และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเดียวคงไม่ไหว การตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ จะต้องกระทำด้วยการรวมทรัพยากรของทุกหน่วย ในภาคใต้ตอนล่างเข้าด้วยกัน โดยไม่คำนึงถึงเขตจังหวัด เช่นเดียวกัน โดยถือเอาเอกภาพในการตอบโต้เป็นสำคัญ คือ ตอบโต้แบบ "บูรณาการ" ที่นายกรัฐมนตรีชอบนักชอบหนานั่นแหละ 
                แม้ว่าจะต้องรื้อฟื้น ศอ.บต. ขึ้นมาอีก ก็ควรทำ หากเห็นว่ามีประโยชน์และจำเป็น (มติชนรายวัน ๒๐ ม.ค.๔๗) 
๑๑. บทบาทของมาเลเซีย 
                ๑๑.๑  ดาโต๊ะศรีอับดุลลาห์อาหมัด มาดาวี  นรม.มซ. เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ ๑๖ ม.ค.๔๗ กล่าวว่า มาเลเซียยังไม่มีหลักฐานโยงว่า เหตุการณ์รุนแรงทางภาคใต้ของไทย มาจากปฎิบัติการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายระดับภูมิภาค หรือเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดา และถึงขณะนี้มาเลเซียยังไม่มีข้อมูลใด ๆ ว่าอัลเคดา หรือเจอาห์อิสลามิยาห์ เกี่ยวพันกับสถานการณ์รุนแรงทางภาคใต้ของไทย ซึ่งหากมีรายงานเช่นนี้เกิดขึ้นจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของภูมิภาคอาเซียน 
                อย่างไรก็ตาม มาเลเซียจะให้ความร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่ เพื่อพยายามระงับเหตุการณ์รุนแรงทางภาคใต้ของไทย พร้อมทั้งเตือนไม่ให้ไทยใช้กำลัง หรือความรุนแรงจัดการกับการก่อการร้ายในพื้นที่ดังกล่าว เพราะจะไม่เป็นผลดีในระยะยาว 
                "การใช้ความรุนแรง การก้าวร้าว เหมือนอาจช่วยขจัดปัญหาได้ แต่กลับจะยิ่งทำให้กลุ่มจรยุทธเพิ่มจำนวนมากขึ้น เปรียบเหมือนกับการที่ไทยจะใช้เวลาตลอดชีวิต เอาค้อนทุบกลุ่มจรยุทธ แต่สุดท้ายเจอเช่นนั้นเอง" (สยามรัฐรายวัน ๑๗ ม.ค.๔๗) 
                ๑๑.๒  ในการขอความร่วมมือจากประเทศมาเลเซีย  ให้ช่วยจับกุม ขจก. ที่หลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในประเทศเพื่อนบ้าน ในทางปฎิบัติพบว่า ขจก.ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยจับกุมให้นั้น เป็นแค่ ขจก.ระดับล่างที่ปลดประจำการแล้ว ส่วนคนในขบวนการที่ยังมีบทบาทอยู่ในขณะนี้ ...ทางรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านจะไม่แตะต้อง เนื่องจากต้องการคนเหล่านั้นไว้ใช้ประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งเป็นกุศโลบายที่ทุกประเทศนิยมทำกัน (เดลินิวส์ รายวัน ๑๔ ม.ค.๔๗) 
                เมื่อวันที่ ๕ พ.ย.๔๖  พล.ต.ต. ปัญญา เทียนศาสตร์  ผช.ผบช.ภ.๙ พร้อมคณะรวม ๕ คน ซึ่งเดินทางไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย ซึ่งประจำอยู่ในเขตไทย ติดตามเพื่อจับกุมหัวหน้าขบวนการก่อการร้าย ซึ่งมีหมายจับ ไปอยู่ในรัฐกลันตัน ปรากฎว่าขณะที่เดินทางกลับประเทศไทย ใกล้ชายแดนไทยประมาณ ๕๐ กม. ทางเจ้าหน้าที่หน่วยสันติบาลมาเลเซีย (A.C.P.)  กักตัวไว้ที่สถานีตำรวจ อ้างว่าผู้ใหญ่ในหน่วย A.C.P. อยากคุยด้วย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองโกตาบารู เดินทางไปช่วยเจรจา ทางตำรวจสันติบาลมาเลเซียจึงปล่อยตัวกลับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียที่ร่วมมือกับ พล.ต.ต.ปัญญา ถูก A.C.P. บังคับให้ลาออก ส่วนพลเรือนที่ร่วมเดินทางไปด้วย ถูกข่มขู่ไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการไทย มิฉะนั้นให้ถอนสัญชาติมาเป็นไทยเสีย 
                จากการตรวจสอบของ พล.ต.ต. ปัญญา ต่อมาทางรัฐบาลไทยโดยการนำของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รมว.มท. และ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ  รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะได้เดินทางไปขอความร่วมมือกับนักการเมืองระดับสูงของมาเลเซีย ขอให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ A.C.P. ติดตามจับกุมการโจรก่อการร้ายที่มีหมายจับ และมีรูปถ่าย ๒๐ คน แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ กลับปกป้องคุ้มครองให้ความช่วยเหลือกลุ่มโจรก่อการร้าย ซึ่งถือสัญชาติมาเลเซียด้วย (มติชนรายวัน ๒๐ ม.ค.๔๗) 
                ๑๑.๓  เว็บไซต์ "อิสลาม ออนไลน์" ของมาเลเซีย ได้รายงานวิพากษ์ถึงสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ว่า ที่ผ่านมาความรุนแรงส่วนใหญ่ในภาคใต้นั้น เป็นผลมาจากการใช้นโยบายมือหนักของรัฐบาลไทย กับการคัดค้านของคนทางใต้ต่อนโยบายในพื้นที่ภาคใต้ โดยชาวใต้ยังคงคัดค้านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เพราะจากการใช้นโยบายสนับสนุนคนไทย และต่อต้านนโยบายมุสลิม นอกจากนี้ปฎิกิริยาไม่ชื่นชอบดังกล่าว ยังถูกเสริมจากการควบคุมด้านวัฒนธรรมและการศึกษาต่อชาวมุสลิม โดยทางการไทยปล่อยให้มีการเปิดผับ - บาร์ ตามใจกลางเมืองต่าง ๆ ที่ชาวมุสลิมภาคใต้อาศัยอยู่ ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ถูกควบคุม สิ่งเหล่านี้นำไปสู่การประท้วงจากชาวมุสลิม และรัฐบาลก็ใช้ลงโทษชุมชนเกษตรกรมุสลิมหลายแห่ง อาทิ ไม่ให้ความช่วยเหลือ 
                อิสลาม ออนไลน์ กล่าวด้วยว่า การปราบปรามของนายก ฯ พตท.ทักษิณ ชินวัตร ค้านสิทธิพลเมืองต่อผู้ประท้วงโครงการท่อก๊าซไทย - มาเลย์ ยังเป็นตัวอย่างดีเยี่ยมถึงการใช้นโยบายใช้ความรุนแรงของรัฐบาล (สยามรัฐรายวัน ๗ ม.ค.๔๗)

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๓

            สถานการณ์  ๕ ข้อสังเกต ๔๓ วัน  "สุมไฟใต้"  ไม่ซ้ำอำเภอ - ยาวนานที่สุด 
๑.สถานการณ์ ระหว่างวันที่ ๔ มกราคม - ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ 
             เหตุการณ์ก่อการร้ายหลายรูปแบบ รวมทั้งปฎิบัติการล่าสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคนที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗  ต่อเนื่องมาแทบทุกวนจนถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ รวมเป็นเวลา ๔๓ วัน จำนวน ๓๕ เหตุการณ์ เสียชีวิต ๒๓ ราย 
             นับเป็นเหตุร้ายที่เกิดต่อเนื่องยาวนานที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นับแต่มีการควบรวมอำนาจรัฐอิสลามปัตตานีเข้ามาไว้ในราชอาณาจักรสยาม 
             ทางการสันนิษฐานว่า ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของขบวนการก่อการร้ายที่มีการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ มีไม่กี่คดีน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว หรือความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์ 
             ทว่าในด้านความคืบหน้าของคดีที่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ ปรากฎว่า มีประมาณ ๕ คดี ที่ออกหมายจับกุมผู้ต้องหาได้ เนื่องจากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง มีอีกหลายคดีที่ยังไม่มีการออกหมายจับใด ๆ เพียงแต่เจ้าหน้าที่เชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ และปล่อยตัวไป เพราะมีอำนาจควบคุมตัวได้เพียง ๒๔ชั่วโมง ส่วนหนึ่งเป็นบุคลากรในโรงเรียนปอเนาะ 
             กล่าวโดยสรุปคดีส่วนใหญ่ยังไม่มีความคืบหน้ามากเพียงพอ ที่จะส่งสำนวนให้อัยการส่งฟ้องศาล 
             จากประมวลเหตุการณ์ และพื้นที่เกิดเหตุตลอด ๔๓ วัน มีข้อน่าสังเกต ดังนี้ 
                 ๑. เกิดเหตุการณ์ที่ จ.นราธิวาส และ จ.ปัตตานี มากที่สุด  เป็นปฎิบัติการครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด แยกเป็นใน จ.นราธิวาส ๗ อำเภอ จากทั้งหมด ๑๓ อำเภอ ใน จ.ปัตตานี ๗ อำเภอ จากทั้งหมด ๑๒ อำเภอ 
                 ๒. ปฎิบัติการขยายวงจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กินลึกขึ้นมายัง จ.สงขลา และ จ.สตูล ซึ่งทั้ง ๕ จังหวัดมีพื้นที่ชายแดนติดประเทศมาเลเซีย ที่สำคัญคือ ไม่บ่อยนักที่จะมีการปฎิบัติการใน จ.สงขลา และ จ.สตูล 
                 ๓. เป็นที่น่าสังเกตว่า ปฎิบัติการในแต่ละวันแทบจะไม่ซ้ำอำเภอ ประการต่อมา ปฎิบัติการซ้ำจังหวัดติดต่อกันไม่เกิน ๒ วัน นอกจากช่วงวันที่ ๑๒ - ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เท่านั้นที่ปฎิบัติการใน จ.นราธิวาส  ติดต่อกัน ๓ วันรวด ทว่าไม่ซ้ำอำเภอ 
                 ๔. การวางระเบิด ๓ แห่ง ใช้วิธีเดียวกัน (ประสบผล ๑ ครั้ง ที่หน้าบริษัทพิธานพาณิชย์ อ.เมือง ปัตตานี) กล่าวคือ ใช้ซิมการ์ดของระบบวันทูคอล ซึ่งซื้อมาจากกรุงเทพ ฯ ระบบนี้ไม่ต้องจดทะเบียนเจ้าของหมายเลข ทำให้แกะรอยที่มายาก 
                 ๕. ปฎิบัติการในช่วงท้าย ๆ ผู้ก่อเหตุพยายามใช้วิธีแต่งกายเป็นผู้หญิง แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานระบุได้ว่า เป็นผู้หญิงลงมือ 
                 แม้ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีได้ลงไปบัญชาการแผนการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ในวันที่ ๑๓ - ๑๔ กุมภาพันธ์ แต่ผู้ก่อเหตุยังคงปฎิบัติการล่าสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ใส่ใจว่าผู้นำประเทศลงไปคุมสถานการณ์ด้วยตัวเอง 
๒. สาเหตุของปัญหา 
             ๒.๑  นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ ๑๐ ก.พ.๔๗  ถึงสาเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า เกิดจากบุคคลเพียงกลุ่มเดียวที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด เป็นกลุ่มที่สูญเสียประโยชน์จากการที่รัฐบาล เข้าไปแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นมาเฟียที่มีอำนาจในพื้นที่ หากินกับผลประโยชน์บริเวณชายแดน และเอาเงินไปสนับสนุนให้กลุ่มโจรออกมาเคลื่อนไหว เพราะไม่ต้องการเสียผลประโยชน์ คนกลุ่มนี้ทั้งหมดเป็นข้าราชการ เข้าจัดการได้ ปัญหาภาคใต้ก็จะสงบ (มติชนรายวัน ๑๑ ก.พ.๔๗)
             นายกรัฐมนตรี สรุปได้ว่า ปัญหาภาคใต้ที่แท้จริง เกิดจากผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ เป็นปัญหา นำเรื่องความมั่นคง ไม่ใช่ปัญหาความมั่นคงนำเศรษฐกิจ หากสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ ปัญหาความไม่สงบและเหตุการณ์ร้ายก็จะหมดไป (มติชนรายวัน ๑๑ ก.พ.๔๗) 
             การมองข้ามปัญหาทางการเมืองว่าไม่ได้เป็นปัญหาหลัก ย่อมไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ถือเอาความแตกต่างของศาสนา ความเชื่อ มาเป็นแนวทางแก้ไข ทั้ง ๆ ที่การเมืองน่าจะเป็นปัญหาหลักในการแก้ไข นั่นคือ การเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการนับถือศาสนา และการปฎิบัติตามพิธีกรรม ลดเงื่อนไขการพูดเหยียดหยาม และการปฎิบัติที่ไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อชาวบ้านที่นับถือศาสนาอิสลาม (มติชนรายวัน ๑๓ ก.พ.๔๗) 
             ถามว่า เป็นเพราะคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยากจนข้นแค้นไม่มีจะกินกระนั้นหรือ ในเมื่อรัฐบาลก็บอกว่า ราคายางพาราสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และการเปิดโอกาสให้ประชาชนไปลงทะเบียน เพื่อสำรวจความยากจน ชาวบ้าน ๓ จังหวัดภาคใต้ก็ไม่ได้ไปลงทะเบียนกันมากมาย แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า ประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาทางเศรษฐกิจได้อย่างไร (มติชนรายวัน ๑๓ ก.พ.๔๗) 
             ถ้ามองปัญหาแบบนี้ แสดงว่าปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ เป็นปัญหาง่าย ๆ ไม่สลับซับซ้อนอะไรนัก คงจะแก้ไขได้ไม่เกินความสามารถของรัฐบาล เพราะกลุ่มคนร้ายไม่มีอุดมการณ์ เพียงแต่รับจ้างกลุ่มมาเฟียมาสร้างสถานการณ์ ไม่เกี่ยวกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม และไม่ใช่เรืองข้าราชการรังแกประชาชน ตามที่มีผู้กล่าวอ้าง  (มติชนรายวัน ๑๓ ก.พ.๔๗) 
             ๒.๒   พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  รอง นรม. รับผิดชอบด้านความมั่นคงกล่าวว่า "ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นใครก็แล้วแต่ ต้องยอมรับว่าเก่งมาก เพราะสามารถที่จะพลิกแพลงเอาประโยชน์ได้ รัฐบาลจะทำให้ภาคใต้เจริญ แต่กลุ่มนี้มาทำลาย ตอนนี้ด้านการประชาสัมพันธ์ สู้ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เลย 
             ยอมรับว่า ให้มีการจัดตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ ใช้สื่อทั้งหมดให้เป็นประโยชน์ ขอใช้สถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อทำงานในพื้นที่ เพื่อตอบโต้ ชี้แจงข่าวสารต่าง ๆ ที่มีถูกต้อง ที่ฝ่ายตรงข้ามปล่อยมา แก้ข่าวลือ และทำความเข้าใจต่าง ๆ แต่วันนี้ยังขาดอยู่ แม้จะสั่งไปนานแล้ว
             นอกจากนี้ ศูนย์ข่าวกรองจะต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ว่าคนนั้นรายงานนายกรัฐมนตรี คนนี้รายงาน พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร. ทางฝ่ายทหารก็รายงานผู้บังคับบัญชา ทำอย่างนี้ไม่ได้ ต่อไปทุกคนต้องเอาข่าวมารวม แล้วประมวลวิเคราะห์ข่าวร่วมกัน" (มติชนรายวัน ๑๓ ก.พ.๔๗) 
             การที่นายก ฯ ประกาศว่า ต่อไปนี้จะไม่นยอมเป็นเบี้ยล่างโจร จะต้องขึ้นมาอยู่เป็นเบี้ยบน ภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด หากได้อยู่เบี้ยบนเมื่อไร จะไล่ให้จนตัวให้หมด  "ผมคิดว่า เป็นคนใช้เมตตาธรรมสุดสุด แต่พวกคนเลวก็ต้องเหี้ยมสุดสุดเหมือนกัน" (มติชนรายวัน ๑๙ ก.พ.๔๗) 
             ก็เมื่อประกาศตาต่อตาฟันต่อฟันแบบนี้แล้ว ด้านหนึ่งก็คงทำให้ฝ่ายปราบปรามได้กำลังใจ ที่ฮึกเหิมห้าวหาญมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง พวกก่อการร้ายก็คงไม่ตาเป็นเป้านิ่ง ให้ถูกล้อมปราบอย่างง่ายดายเป็นแน่ ไม่รู้ว่าทิศทางแบบนี้ จะทำให้สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ พัฒนาไปสู่การคลี่คลาย หรือจะบานปลาย กลายเป็นสงครามที่ใหญ่โตขึ้น 
             ๒.๓  พล.อ.ธรรมรักษ์  อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม กล่าวว่า  "ผมบอกแล้วว่าจะไม่รับผู้นำศาสนา เพราะไม่มีหน้าที่จ๊ะจ๋าเพราะไม่มีหน้าที่ไปเจรจา เป็นหน้าที่คนอื่น แต่ยืนยันว่า คนทำผิด ถ้าเป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทย ก็ต้องผิด จะมาละเว้นไม่ได้  (มติชนรายวัน ๑๓ ก.พ.๔๗) 
             ๒.๔  พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร  ผบ.ทบ. กล่าวว่า " เราให้เกียรติเขา เพราะว่าเป็นศาสนา ต้องมีกฎระเบียบอยู่ แต่ถ้าลักษณะติดฟัน เราก็ต้องขออภัย ซึ่งขออภัยทีหลังได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้ตัวคนร้าย อยากให้โรงเรียนปอเนาะเป็นแหล่งชุมชนของพวกที่ทำไม่ดีหรือ ผมเชื่อว่า ปอเนาะเองก็ไม่อยาก แต่อย่าไปปกป้องก็แล้วกัน เราคุยด้วยกันหมดแล้วว่า คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ ศาสนาเองก็บอกว่า คนไม่ดีก็ต้องถูกลงโทษ เราก็ถือหลักนี้อยู่ 
                 ถ้ากรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดไม่พูดกับเรา ก็ไม่เป็นไร เราก็ทำงานได้ ไม่ใช่ไม่พูดแล้วหยุดงาน" (มติชนรายวัน ๑๓ ก.พ.๔๗) 
             ๒.๕  นายจักรภพ เพ็ญแข  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันี่ ๑๖ ก.พ.๔๗ ว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้ปัญหาภาคใต้ กลายเป็นปัญหาแบ่งแยกดินแดนอย่างเด็ดขาด และจากการประชุมพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีที่มา ๓ เรื่องคือ 
                 ๑)  ความไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ< 
                 ๒)  คนไม่กี่คนที่อ้างเรื่องแบ่งแยกดินแดน และสร้างเหตุการณ์ ทำให้เกิดความน่ากลัว 
                 ๓)  เรื่องผลประโยชน์
                 (มติชนรายวัน ๑๘ ก.พ.๔๗) 
             ๒.๖  พระราชกวี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และวางแผน มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย และเลขา ฯ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ เกิดจากความบกพร่องของรัฐ ๕ ประการคือ 
                 ๑)  การจัดการศึกษาของรัฐในภาคใต้ไม่ทั่วถึง เด็กบางส่วนไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่ได้รับการปลูกฝังให้รักชาติ แต่กลับเรียนในสิ่งที่มุ่งทำลายล้างชาติ 
                 ๒)  การพัฒนาสังคมไม่ทั่วถึงชนบท เพราะงบประมาณพัฒนาชนบทเข้าไม่ถึงชนบทอย่างแท้จริง เพราะหน่วยงานรัฐบริหารงบ ฯ ไม่โปร่งใส
                 ๓)  ชาวบ้านในภาคใต้ไม่เข้าใจนโยบายรัฐบาล
                 ๔)  ประชาชนในภาคใต้บางคนได้รับงบ ฯ จากต่างประเทศ และ 
                 ๕)  ความไม่หวังดีของคนต่างชาติ ที่มุ่งสร้างความวุ่นวายยุยง ให้คนไทยแตกแยกกัน  เพราะต้องการให้แยก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปจากประเทศไทย (มติชนรายวัน ๑๕ ก.พ.๔๗) 
             ๒.๗  พล.ต.ท. อุดม เจริญ  ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)  กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่อยู่ใน จ.ยะลา ๑๐ กว่าปี รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และรู้ว่ามีกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในภาคใต้ รับเงินจากต่างประเทศ แล้วนำเงินมาปลูกฝังความเข้าใจผิด ๆ ให้นักเรียน(มติชนรายวัน ๑๕ ก.พ.๔๗) 
๓.  ทัศนะของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์รายวัน 
             ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันไม่จบในสมาคม " ปากแข็ง - ตูดนิ่ม " ว่า การที่นายก ฯ มาใต้ ชนิดไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย นั้น จะเรียกว่า ขอมดำดิน - นารายณ์อวตาร - นินจา หรือจะเรียกว่า ซูเปอร์นายก ฯ CEO ไปโชว์วิสัยทัศน์ "สิงห์เหนือเหยียบเสือใต้"  สายสืบดาวเทียมรายงานว่าโกลาหลกันทั้งเมือง สถานการณ์ที่ยะลา - นราธิวาส - ปัตตานี ดูดี ๆ คล้ายกับกรุงแบกแดกในอิรัก วัน ๆ มีแต่ชาวบ้าน - ทหาร - ตำรวจ ถูกหวดทีละศพ สองศพ แล้วคนร้ายสลายตัวเหมือนหมอกควัน ฝ่ายตำรวจ - ทหาร ก็หัวปั่น หันซ้ายหันขวาหาใครไม่เจอ 
             นายก ฯ ไปต้องใช้แผนพราง ผู้ชำนาญการบอกว่า ขนาดนายก ฯ ยังกลัว ต้องอารักขาแทบต้องเอาตาข่ายมาคลุมเมือง อย่างนี้เรื่องที่บอกว่า ปัญหาใต้  "ไม่มีอะไร"  คุยไปก็อายเขาเปล่า ๆ 
             ผู้สังเกตการณ์รายงานจากนราธิวาส คณะนายก ฯ เหมือนตกอยู่ในความหวาดผวา ต้องออกข่าวลวงว่าจะไปที่นั่น แต่แอบไปโผล่ที่โน่น 
             ผู้สันทัดกรณีชี้ว่า ปัญหาที่ปะทุ มันก็มาจาก "นโยบายใหม่"  ของนายก ฯ ไทยรักไทย นับตั้งแต่ยุบ ศอ.บต. และ พตท.๔๓  จนหาเจ้าภาพบริหารงาน ๓ จังหวัดไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ยอมรับ แต่สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงไปยิ่งกว่านั้น คือ ความสำคัญตัวเอง บนความเป็นซูเปอร์ CEO  และการยึดการเมืองเพื่อเลือกตั้งเป็นงานหลัก จึงส่งทั้ง พล.อ.ชวลิต ทั้งนายวันนอร์ ทั้ง พล.อ.ธรรมรักษ์ และทั้ง พล.อ.ชัยสิทธิ์ มาหวังพิชิตศึก ซึ่งต่างคนต่างใหญ่และต่างมีการเดินตามแผน ตามนโยบายไปคนละทางสองทาง กระทั่งเวลานี้ศัตรูก็ยังไม่รู้ว่าใคร แต่ฝ่ายบ้านเมืองคล้ายขุ่นเคืองกินใจ ไม่สามัคคี 
             พล.อ.ชวลิต - วันนอร์  เป็นกลุ่มหนึ่งแยกออกไป โดยฝ่ายกลุ่มศาสนาพื้นบ้านให้การสนับสนุน เพราะกลุ่มนี้ยึดประเพณีประนีประนอม เพื่อการเลือกตั้ง 
             อีกส่วน ที่กลุ่มศาสนาแสดงท่าทีปฎิเสธ เพราะกลุ่มนี้ไม่มีนโยบายถนอมปัญหา เพื่อหวังได้ผลการทางการเมือง คือ พล.อ.ธรรมรักษ์ - พล.อ.ชัยสิทธิ์ ก็ขนาดนักข่าวถาม พล.อ.ธรรมรักษ์ เรื่องนายมะแซ อุเซ็ง ที่พล.อ.ชวลิต คุยว่ามาเลย์จะเอาตัวมามอบ พล.อ.ธรรมรักษ์ ตอบชนิดไม่อยากกลั้นอารมณ์ว่า ใครบอกก็ไปถามเอากับคนนั้นเอง 
             สรุปสถานการณ์ใต้ เวลานี้ "โจรยังอยู่ดี" แต่ที่เห็นจะแย่..แน่นอนคือ รัฐบาลไทยรักไทย (ไทยโพสต์รายวัน ๑๔ ก.พ.๔๗) 
  ๔.  แนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาล 
             ๔.๑  เพื่อสนองแนวความคิดของ พตท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่สรุปไว้เมื่อคราวประชุม ครม. วันที่ ๑๐ ก.พ.๔๗ ว่า คราวประชุม ครม. วันที่ ๑๐ พ.ย.๔๗ ว่า ปัญหาภาคใต้แท้ที่จริง เกิดจากผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นปัญหานำ เรื่องความมั่นคงไม่ใช่ปัญหาความมั่นคงนำเศรษฐกิจ หากสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ ปัญหาความไม่สงบ และเหตุการณ์ร้ายจะหมดไปเอง ถึงผลให้พล.อ.ชวลิต ยงในยุทธ จัดประชุมเมื่อวันที่ ๑๑ ก.พ.๔๗ กำหหนดยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยประเมินสถานการณ์อันเป็นต้นเหตุของปัญหา ออกเป็น ๓ ระดับ                 ๑.ระดับผิวหน้า หรือปรากฎการณ์ ได้แก่ การใช้ความรุนแรงและการก่อกวนทุกรูปแบบของโจรก่อการร้าย 
                 ๒.ระดับโครงสร้าง คือ การประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐบาล ส่วนที่ยังแสวงหาอำนาจ อิทธิพล ผลประโยชน์ ร่วมกับผู้มีอิทธิพล ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มโจร ปัญหาโจรก่อการร้ายที่พลิกฟื้นกองกำลังและแนวร่วม การเคลื่อนไหวและปัญหาการแทรกแซง เผยแพร่แนวความคิดรุนแรงในหมู่เยาวชน 
                 ๓.ระดับวัฒนธรรมหรือจิตใจคือ ประชาชนอยู่ระหว่างสถานการณ์ความรุนแรง อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐกับอำนาจของกลุ่มโจรหรือกลุ่มอิทธิพล ทำให้ประชาชนจำต้องวางเฉย ไม่สามารถร่วมมือกับทางราชการ เป็นสาเหตุให้งานมวลชนและงานการข่าวไม่ได้ผลเท่าที่ควรในระยะหลัง จำเป้นต้องสร้างความไว้วางใจ ความเข้าใจ และลดความหวาดระแวงของประชาชนต่อทางราชการอย่างจริงจังโดยเร็ว 
             ส่วนยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคง มี ๕ ข้อคือ 
                 ๑. ยุทธศาสตร์เสริมสร้างความสงบสุขในพื้นที่ เน้นด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย งานมวลชน การใช้ระบบการข่าว และการสื่อสารเชื่อมโยงกับประชาชน และทำลายวงจรความเชื่อมโยง ระหว่างผู้มีอิทธิพลและกลุ่มโจรในพื้นที่ 
                 ๒. ยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคง บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างราชการกับผู้นำศาสนา และองค์กรศาสนาอิสลาม นำเข้ามาเป็นที่ปรึกษาหน่วยราชการ จัดเวทีแสดงความคิดเห็น และประชาสัมพันธ์โดยใช้ภาษาท้องถิ่น 
                 ๓. ยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพของคน ชุมชน และสังคม โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา เสริมสร้างความเข้มแข็งของคนและชุมชนให้พึ่งตนเองได้ พัฒนาระบบการศึกษาและกิจกรรมเยาวชน ให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นจัดโควต้าพิเศษให้เยาวชน ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา จัดตั้งสถาบันอิสลามศึกษาในภูมิภาค และรองรับผู้จบการศึกษาทางศาสนาอิสลามจากประเทศมุสลิม พัฒนาและดูแลโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม และปอเนาะให้เป็นมาตรฐาน โดยไม่กระทบบตอ่ความรู้สึกของชุมชน และจัดระเบียบสังคมอย่างจริงจัง 
                 ๔. ยุทธศาสตร์พัฒนาความร่วมมือชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง การร่วมมือด้านการข่าว การลาดตระเวน และใช้วิธีการทางทูตแก้ปัญหา โดยพยายามลดบทบาทของประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีผลต่อกระบวนการก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ โดยเร็ว 
                 ๕. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ ให้ผู้ว่า ฯ ซีอีโอ เป็นหลักในการบริหารและแก้ปัญหา ทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจ ปรับปรุงทัศนคติ และพฤติกรรมของข้าราชการ ที่สร้างเงื่อนไขต่อประชาชนอย่างจริงจัง มีระบบคัดเลือกข้าราชการที่เหมาะสมเป็นธรรม ระบบขวัญกำลังใจในพื้นที่เสี่ยงภัย มีการกำหนดพื้นที่ตามระดับความรุนแรงของปัญหา
 
             ๔.๒  นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มติชนรายวัน ๑๕ ก.พ.๔๗" นายกรัฐมนตรีแยกการทำงานที่ จ.ยะลา ออกเป็น ๒ กรอบใหญ่ คือ ทำขวัญและกำลังใจกลับคืนมา เริ่มต้นจากบุคคลากรที่ไม่ต้องการอยู่ในพื้นที่ แม้ว่าตัวเองจะมิจิตใจที่เข็มแข็ง แต่ครอบครัวหวั่นไหว ก็ลา ...ย้ายออกจากพื้นที่ได้ 
             ขณะเดียวกัน ให้เสนอไปทั่วประเทศ ให้ข้าราชการสังกัดต่าง ๆ ที่มีความประสงค์ก้าวหน้ามารับตำแหน่งที่สูงขึ้นใน ๓ จังหวัดภาคใต้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องอยู่ไม่ต่ำกว่า ๓ ปี รวมทั้งต้องมีเงื่อนไขจะทำความสำเร็จอย่างไรให้เกิดขึ้นด้วย" 
             ๔.๓  ในการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ ๑๗ ก.พ.๔๗ ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมได้เห็นชอบ แนวทางภาพรวมในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ คือ 
                 ๑. มีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมใน ๓ จังหวัดชายแดน หากเอกชนไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการ ทางรัฐบาลก็จะสร้างเอง 
                 ๒. จะสอบถามข้าราชการในพื้นที่ทั้งหมดว่า ใครอยากย้ายหรืออยากอยู่ต่อ หากใครอยู่ต่อในช่วง ๓ ปี ต่อจากนี้ จะได้รับการพิจารณาความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ เพราะถือเป็นผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ 
                 ๓. จะสร้างรั้วตามแนวชายแดน เพื่อให้ยากต่อการเดินทางไปมาระหว่างไทยกับมาเลเซีย และจะดำเนินการกับบุคคล ๒ สัญชาติ โดยต่อไปในอนาคต จะให้เลือกสัญชาติใดสัญชาติหนึ่งเท่านั้น 
                 ๔. จะจัดระเบียบโรงเรียนปอเนาะให้เหมือนมาเลเซียคือ ต่อไปชาวมุสลิม จะอ้างสิอทธิพิเศษที่เกี่ยวกับศาสนาไม่ได้ ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การจัดระเบียบดังกล่าว จะมีกรรมการกลางมุสลิมเข้ามาร่วมรัดระเบียบด้วย
๕. แนวคิดของผู้นำชาวไทยมุสลิม 
             ๕.๑  หลังจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ออกแถลงการฉบับที่ ๑ ขอยุติบทบาทในการให้ความร่วมมือ ประสานงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ ๘ ก.พ.๔๗  ต่อมาได้มีการเจรจากันหลายครั้ง ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แนวโน้มความร่วมมือ จะกลับมาอีกครั้ง นายแวตือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เพื่อให้การร่วมมือและการปฎิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดผลกระทบต่อความเชื่อถือและความศรัทธา ต่อผู้นำศาสนาและบรรดาโต๊ะครู รวมถึงสถาบันปอเนาะ ผู้นำศาสนาจึงขอพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกำหนดมาตรการที่ชัดเจน ในการปฎิบัติงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก (มติชนรายวัน ๑๐ ก.พ.๔๗) 
             ๕.๒  เมื่อวันที่ ๑๒ ก.พ.๔๗  ได้มีการเผยแพร่ประกาศแถลงการณ์ร่วมลงนามโดย นายวิชม ทองพังค์ ผวจ.นราธิวาส นายไตรรัตน์ จงจิตร  รอง ผวจ.ปัตตานี นายภานุ อุทัยรัตน์ รอง ผวจ.ยะลา นายอับดุลเราะห์มาน อับดุลสมัด ประธานกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส นายแวตือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ปัตตานี  นายอับดุลเราะแม เจะแซ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา และ พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ผช.หน.เสธ.ประจำ ผบ.ทบ. ผู้แทน พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ผบ.ทบ.  แถลงการณ์ร่วมระบุว่า 
                 "ตามที่ผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้ผู้แทน พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นผู้แทนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับท่านประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา นั้น ทุกท่านเห็นพ้องต้องกันโดยขอประกาศเพื่อทราบโดยทั่วกัน ดังต่อไปนี้ 
                 ๑)  ขอน้อมเกล้า ฯ รับพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในอันที่จะผนึกกำลังร่วมมือ เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน 
                ๒)  จะร่วมกันสนับสนุนทางราชการ ในความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย เพื่อขจัดกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง แต่หากการดำเนินการใด ๆ เกิดผลกระทบกระเทือนต่อพี่น้องประชาชน ทุกฝ่ายจะหารือร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาทันที 
                 ๓)  ตามที่คณะกรรมการอิสลามได้มีมติในการเสนอข้อคิดเห็น ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนำเสนอ เมื่อครั้งที่คณะกรรมการอิสลามได้เข้าเยี่ยมคารวะนั้น จะได้ดำเนินการในโอกาสอันสมควรต่อไป 
             ๕.๓  นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ที่จะผนึกกำลังความร่วมมือ เพื่อความผาสุกของประชาชน ตามกรอบกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ศาสดาโมฮัมหมัด ได้บัญญัติไว้ ๓ ประการ ที่จะทำให้เกิดสันติสุข คือ 
                 ๑)  ทุกคนต้องให้ความปลอดภัยในชีวิต และเลือดเนื้อ 
                 ๒)  ทุกคนต้องให้ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน และ 
                 ๓)  ทุกคนต้องให้ความปลอดภัยในชื่อเสียง และศักดิ์ศรี 
                 ถ้าทำได้ก็จะเป็นสุข ขอให้ทุกคนรักษาหลักทั้ง ๓ ประการนี้ (เดลินิวส์รายวัน ๑๗ ก.พ.๔๗) 
             ๕.๔  นายกริยา กิจจารักษ์  รองเลขานุการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ มีพฤติกรรมที่แข็งกร้าว เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศจะร่วมประชุมกันที่ ่ศูนย์บริการกิจการศาสนาอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพ ฯ ในวันที่ ๑๖ ก.พ.๔๗  โดยจะมีกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ทั่วประเทศ และประธานกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัด เข้าร่วมประชุม ซึ่งจะมีการนำเสนอ ในเรื่องพฤติกรรมท่าทีความแข็งกร้าวของ พล.อ.ธรรมรักษ์ และ พล.ท.พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิงห์ แม่ทัพภาคที่ ๔ 
                 นายกริยา กล่าวว่า บุคคลทั้งสอง โดยเฉพาะ พล.อ.ธรรมรักษ์ เป็นบุคคลที่สร้างปัญหาให้กับพื้นที่ภาคใต้ สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นจากคำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ แทนที่จะเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหา กลับมาสร้างปัญหา 
                 "หลังจากประชุมร่วมกันเสร็จ จะมีการแถลงข่าว เสนอปัญหาทั้งหมดให้ นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ พร้อมเรียกร้องให้จัดการกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ ตามระเบียบราชการ หากนายกรัฐมนตรีไม่ฟัง พวกเราจะหยุดให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ทั้งประเทศ" นายกริยา กล่าว (มติชนรายวัน ๑๓ ก.พ.๔๗) 
             ๕.๕  เมื่อวันที่ ๑๖ ก.พ.๔๗  ที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ผบ.ทบ. ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการกลาง ฯ โดยมีตัวแทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เข้าร่วมประชุม ๓๓ จังหวัด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน 
             ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า จะเข้าร่วมแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น โดยทำหน้าที่ประสานงานกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เจ้าของพื้นที่ทุกระยะ เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และนำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาเผยแพร่ ให้พี่น้องชาวมุสลิมทั่วประเทศได้รับทราบ เพื่อความเป็นเอกภาพของข้อมูลข่าวสาร 
             นอกจากนี้ ที่ประชุมยังร่วมกันพิจารณาปัญหา ที่ทำให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่ามี ๘ ปัญหาหลักที่ส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้น คือ 
                 -  ปัญหาด้านสังคมวิทยา 
                 -  ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย 
                 -  ปัญหาอิทธิพลท้องถิ่น 
                 -  ปัญหาการศึกษา 
                 -  ปัญหาความยากจน 
                 -  ปัญหายาเสพติด และ 
                 -  ปัญหากลไกของรัฐในการเลือกสรร โยกย้าย และบรรจุแต่งตั้งข้าราชการ ไม่เป็นไปตามนโยบาย รวมทั้งข้าราชการขาดความเข้าใจที่แท้จริง ในหลักการและวิธีปฎิบัติของศาสนาอิสลาม 
             ทั้งนี้คณะกรรมการกลาง ฯ ยังได้ร่วมกับสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลาม ๑๔ จังหวัดภาคใต้ มีมติที่ประชุมเสนอนายกรัฐมนตรี ๗ ข้อ คือ 
                 ๑)  ขอให้รัฐบาลเร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดโดยเร็ว 
                 ๒)  เร่งแก้ปัญหาความหวาดระแวงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ กับประชาชนพร้อมสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือร่วมกัน 
                 ๓)  ให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยมีความเข้าใจ และมีทัศนคติ ที่ดีต่อมุสลิม และวัฒนธรรมประเพณีของมุสลิม 
                 ๔)  ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาระบบปอเนาะ ให้เป็นสถาบันการศึกษาอิสลาม 
                 ๕)  เร่งรัดจัดการศึกษาระดับสูงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
                 ๖)  พัฒนาความมั่นคงชายแดนภาคใต้ในเชิงบูรณาการ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง และ 
                 ๗)  ให้คณะกรรมการกลาง ฯ และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เป็นองค์กลางของมุสลิม ในการประสานความร่วมมือกับรัฐบาล ในการแก้ปัญหาและพัฒนา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
             ๕.๖  ในวันที่ ๑๗ ก.พ.๔๗  คณะกรรมการอิสลาม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในนามศูนย์ประสานงาน สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำ ๓ จังหวัดภาคใต้ ได้เดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเสนอ ๔ ข้อ คือ
                 ๑)  ต้องบูรณาการแผนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยืนอยู่บนพื้นฐานของศาสนาและวัฒนธรรม 
                 ๒)  ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกศาสนา 
                 ๓)   ควรให้นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการที่เกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
                 ๔)  การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นจุดแข็ง และเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างถาวร 
             (เดลินิวส์รายวัน ๑๗ ก.พ.๔๗)
             ๕.๗   นายบุญญา  หลีเหลด  สว.สงขลา กล่าวว่า กลุ่ม สว.เรียกร้องให้เปลี่ยนตัวคนรับผิดชอบปัญหาภาคใต้ จาก พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นคนอื่น ที่พูดแล้วไม่ดูถูกเหยียดหยามชาวมุสลิม 
             "ผมและ สว. ไม่มีหนทางที่จะขอร้องให้รัฐบาลหยุดการกระทำที่รุนแรง ต่อประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีไม่เคยฟังใคร ขอเตือนครั้งสุดท้ายว่า อย่าทรนงตัวเองให้มาก เดี๋ยวเหตุการณ์จะบานปลาย"
(มติชนรายวัน ๑๑ ก.พ.๔๗) 
             ๕.๘  นายฟัครุดดิน มอตอ สว.นราธิวาส กล่าวว่า ผู้นำศาสนาไม่พอใจมากที่มีการตรวจค้นแบบเหวี่ยงแห โดยเฉพาะการค้นบ้านคณะกรรมการกลางอิสลาม จังหวัดปัตตานี ถือว่าเกินความพอดี เหมือนไม่ให้เกียรติกัน ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้นำที่ชาวบ้านให้ความเคารพ ที่ผ่านมาก็มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้นำศาสนาและเจ้าหน้าที่รัฐ ตกลงกันว่าได้ขอให้ใช้ความนุ่มนวล และให้เกียรติ แต่กลับไม่ปฎิบัติตาม จึงเกิดปัญหาขึ้น จึงออกแถลงการณ์เพื่อเตือนสติไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำรุนแรงเกินไป เพราะตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในมือทหาร จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีเดินทางลงไปในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาและหาแนวทางสันติวิธี (มติชนรายวัน ๑๐ ก.พ.๔๗) 
             ๕.๙  นายหะยีนิเดร์ วาปา กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าว่า การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปตรวจค้น จะต้องใช้วิธีนุ่มนวล ให้เกียรติเจ้าของบ้านด้วย และต้องมองว่า กระทบกับประเพณีหรือไม่ ถึงเวลาแล้วที่นายกรัฐมนตรีต้องพิจารณา ในเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล ปัญหาภาคใต้ นายกรัฐมนตรีหลายคนที่ผ่านมาให้ความสำคัญมาตลอด ไม่อย่างนั้น ชายแดนภาคใต้คงจะต้องหลุดมือไปแล้ว (มติชนรายวัน ๑๐ ก.พ.๔๗) 
  ๖.  แนวคิดของบุคคลชั้นนำของไทย และนักวิชาการ 
             ๖.๑  นายบรรหาร ศิลปอาชา  หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า รัฐต้องไม่ปล่อยให้ความไม่พอใจของผู้นำศาสนายืดเยื้อ หลักใหญ่ขณะนี้คือ การประนีประนอมอย่างเดียว ...ส่วนที่ผู้นำศาสนาต้องการคุยกับนายก ฯ คนเดียวนั้น หากทุกเรื่องต้องให้นายก ฯ จัดการคนเดียวคงไม่ไหว  "ต้องมาดูว่า ผู้นำศาสนาไม่ยอมหารือกับ พล.อ.ชวลิต เพราะอะไร ต้องแก้โจทย์ตรงนี้ให้แตก" (มติชนรายวัน ๑๑ ก.พ.๔๗)
             ๖.๒  พล.อ. กิติ รัตนฉายา  อดีตแม่ทัพภาคที่ ๔ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า "รัฐบาลต้องกล้าปรับสภาพแวดล้อม สร้างขวัญและกำลังใจ เวลานี้ชาวบ้านกลัวโจรจนไม่กล้าพูดอะไร ไม่มีใครสนับสนุนรัฐบาล ต้องใช้การเมืองนำการทหาร ไม่ต้องพกปืนผาหน้าไม้ เวลานี้ต้องแย่งชิงประชาชนกลับมา ส่วนจะแย่งชิงอย่างไรก็ว่ากันไป รัฐบาลเองมีทั้งงบประมาณ น่าจะรู้ว่าควรทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ล่าช้ามาไม่รู้กี่เดือน ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน ต้องสร้างความเป็นอกภาพ แต่กลับไม่มีอะไร แนวคิดก็ยังไม่ตรงกัน ต้องทบทวน" 
             ขณะนี้ต้องดึงส่วนขาวมาอยู่กับรัฐบาลก่อน เพราะส่วนดำมีแค่ ๒๐๐ - ๓๐๐ คน ทำไมไม่เอาส่วนขาวที่มีกว่า ๒ ล้านคน มาร่วมสลายจุดดำ ตนเห็นว่าเวลานี้มีแต่คนมุ่งช่วยรัฐบาล แต่ไม่รู้เรื่องปัญหาภาคใต้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ทุกอย่างยังแก้ไขได้ เรื่องความไม่ไว้วางใจเป็นสำคัญ ผู้ใหญ่บางคนที่ถูกดึงไปแก้ปัญหา ก็ไม่ฟังใคร ไม่รู้ปัญหาวิถีชีวิต ให้ไปแก้ปัญหาแต่กลับไปสร้างปัญหา สร้างความขัดแย้ง อย่างนี้จะแก้ปัญหาได้อย่างไร (มติชนรายวัน ๑๖ ก.พ.๔๗) 
             ๖.๓  นายบัณฑิตย์ สะมะอูน  นักวิจัยสถาบันเอเซียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนบทความลงในมติชนรายวัน ๑๒ ก.พ.๔๗ เรื่อง "ชวนมอง ...สาเหตุไฟใต้"  ได้ให้ความเห็นในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ว่า" การแก้ไขปัญหาในภาคใต้ ต้องใช้ความแตกต่างให้เป็นพลังจากนโยบายที่ต้องการให้เกิดความเข้าใจกันระหว่างศาสนา ของคนในพื้นที่ "ศาสนาสัมพันธ์"  นับว่าเป็นนโยบายที่ตรงกับปัญหาของพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์รุนแรงในครั้งนี้ คือ คำตอบที่ทำให้เห็นคุณค่าของนโยบายนี้ชัดเจนยิ่งขี้น 
             ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เป็นเหมือนปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่อาจจะเวียนกลับมาเมื่อไรก็ได้ และหาเหตุผลใด ๆ มารองรับไม่ได้ อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต หากประชาชนในพื้นที่ ยังไม่มีอำนาจตัดสินใจกับพื้นที่ของตนเอง อย่างสมบูรณ์ จึงเป็นภาพที่ขัดแย้งและสับสนอยู่เหมือนกันว่าประชาชนในพื้นที่ยังมีความรู้สึกถูกกีดกัน จากพื้นที่ตัวเอง มากกว่าต้องการแบ่งแยกดินแดน 
             การมอบอำนาจหน้าที่ สิทธิให้ ตามวิถีทางประชาธิปไตย สร้างระบบเศรษฐกิจให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ (ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาดีขึ้นเรื่อยมา) ผลักดันให้เกิดโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม ที่สอนแบบบูรณาการ สอดแทรกเรื่องของวิชาชีพแก่ระบบการศึกษา อนุมัติโครงการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ฯลฯ หากโครงการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และครบถ้วนสมบูรณ์ ความรุนแรงในพื้นที่จะค่อย ๆ ลดน้อยลงไปเอง นอกจากนั้น ปัญหาอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงปัญหาอาชญากรรมจะค่อย ๆ หมดไป (นพ.ประเวศ วะสี มติชนรายวัน ๒๐ ก.พ.๔๗) 
             ๖.๔  นพ.ประเวศ วะสี เสนอแนวทาง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในเรื่องความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น ขอแนะนำว่า 
             หยุดสาดเบนซินใส่ไฟ ต้องใช้วิธีสุจริต เสนาบดีผู้ใดที่อดเปรี้ยวปากไม่ได้ อาจต้องปลดประจำการ 
             ใช้ยุทธศาสตร์แบบคำสั่ง นายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๕๒๓ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ยุติการต่อสู้รบระหว่างคนไทยด้วยกัน โดยรวดเร็ว 
             ประชาชนคนมุสลิม ในไทยนั้นแหละจะเป็นผู้ช่วยดับไฟ ประเทศไทยมีเสน่ห์ที่ไม่ว่า คนจีน แขก ฝรั่ง มาอยู่แล้วก็รักประเทศไทย คนมุสลิมเขาก็รักประเทศไทย ประชาชนมุสลิมทั้งมวลในประเทศไทยนั้นแหละ จะเป็นผู้ช่วยดับไฟใต้ 
             ดับไฟด้วยความประณีต แต่ไม่ได้ด้วยความอหังการ (มติชนรายวัน ๒๐ ก.พ.๔๗) 
๗.ท่าทีของมาเลเซีย 
          พล.อ. ชงลิต ยงใจยุทธ ให้สัมภาษณ์ว่า " ประเทศเพื่อนบ้านเราก็บอกว่า จะให้ความร่วมมือ เราก็จะขอ นายมะแซ อุเซ็ง หัวโจกปล้นปืนค่ายทหารกองพันทหารพัฒนาที่ ๔ จากทางมาเลเซีย ...ต่อข้อถามที่ว่า แสดงว่าที่ผ่านมา ทางมาเลเซียไม่สนใจใช่หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่คิดว่าเขาคงหาไม่เจอมากกว่า เราคิดว่ามาเลเซียเป็นเพื่อนบ้านเรา แต่มันมีกระแสว่า จะใช้คนนี้เพื่องานการเมือง เราไม่อยากไปยุ่ง ถ้าพูดไปจะกระทบกัน... ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าทางมาเลเซียใช้ นายมะแซ อุเซ็ง เพื่องานการเมือง หมายถึงอะไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ข่าวบอกว่าใช้คนนี้ เพื่อไปหาสมาชิกการเมืองซึ่งตนไม่เชื่อ... 
             ภายหลังคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ชวลิต ปรากฎว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูง ของมาเลเซียที่ไม่ระบุนาม ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีว่า มาเลเซียไม่มีข้อมูลว่า นายมะแซ อุเซ็ง กบดานอยู่ในมาเลเซีย ...และยังไม่ได้รับคำร้องขออย่างเป็นทางการจากไทย เรื่อง นายอุเซ็ง แต่อย่างใด ถ้ามีคำร้องขอไป ทางมาเลเซียจะสอบสวนทันที หากพบอยู่ในมาเลเซียและจับได้ จะส่งตัวให้ทางการไทยทันที (ไทยรัฐรายวัน ๑๒ ก.พ.๔๗) 
๘. มุมมองจาก "วอชิงตัน" 
             นายจอห์น แบรนดอน ผอ.โครงการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งมูลนิธิเอเซีย ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี .สหรัฐ ฯ มีมุมมองต่อสถานการณ์ภาคใต้ของไทยว่า พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมากด้วยคนไทยเชื้อสายมุสลิม มีประวัติศาสตร์ความไม่พึงพอใจอันเก่าแก่ยาวนาน กับรัฐบาลกลางสืบเนื่องจากดินแดนย่านนี้ เคยเป็นราชอาณาจักรอิสลามแห่งปัตตานี ก่อนจะถูกราชอาณาจักรสยามผนวกดินแดน ในปี พ.ศ.๒๔๔๕ 
             คนไทยมุสลิมทนเจ็บปวดมาหลายทศวรรษ เพราะเผชิญกับการบริหารราชการผิดพลาดของทางการกรุงเทพ ฯ แม้รัฐบาลไทยพยายามแก้ปัญหาในยี่สิบกว่าปีแล้ว< 
             มุสลิม ๒ ล้านคน ไม่พอใจยิ่ง ที่ถูกปฎิเสธไม่ยอมรับภาษา วัฒนธรรม และความเป็นมาเลย์ ยิ่งกว่านั้น ภูมิภาคนี้มีฐานะทางเศรษฐกิจยากจนกว่าภูมิภาคส่วนใหญ่ของประเทศ 
             เท่าที่ผ่านมา คนมมุสลิมอยู่อย่างสงบสันติ  แต่อิทธิพลของนายโอซามา บินลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลเคด้า กระตุ้นให้คนมุสลิม ในภาคใต้ของไทย อีกทั้งในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  อยากเห็นโลกที่ดีขึ้น 
             นอกจากนั้น กบฎมุสลิมดูเหมือนว่า จะไปหลอมสัมพันธ์กับแก๊งยาเสพติด มีรายได้บางส่วนจากการค้ายา และการลักลอบค้าของเถื่อน อาจถูกนำไปใช้สนับสนุนกิจกรรมก่อการร้าย ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง แสดงว่าเกิดแหล่งรายได้ตรงนี้ เป็นแหล่งสำคัญ ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนไทยมุสลิม ไม่เคยมีมา ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา 
             ผู้สันทัดกรณีเชื่อว่า ในไม่ช้าอาจใช้ยุทธศาสตร์ปราบ ผกค.มาใช้ แต่มาตรการไม้แข็งที่จะใช้กันเป็นระยะยาว มีแต่จะถ่างช่องว่างระหว่างคนท้องถิ่นกับทางการไทย ยุทธศาสตร์แข็งกร้าว จะกลายเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายก่อการร้าย อาทิ ทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะหนุ่ม - สาว มุสลิม ยิ่งแปลกแยกจากทางการ และผลักดันคนเหล่านี้ไปสมทบกับผู้ก่อการร้ายมุสลิม ประเทศไทยอาจกลายเป็นดินแดน เพาะพันธุ์มุสลิมหัวรุนแรง ขณะที่พวกผู้ก่อการร้ายก็ใช้ประเทศไทยเป็นจุดแวะพัก จุดนัดพบ อย่างเช่นกรณีนายฮัมบาลี แกนนำขบวนการก่อการร้ายเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) และสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มก่อการร้ายอัลเคด้า ชาวอินโดนิเซียหลบเข้ามาพัก และวางแผนก่อการร้ายในอินโดนิเซีย (มติชนรายวัน ๑๔ ก.พ.๔๗)

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๔

            ๑. เมื่อวันที่ ๑๖ ก.พ.๔๗ พล.อ.ชัยสิทธิ์  ชินวัตร  ผบ.ทบ.ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และตัวแทนคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดต่าง ๆ ในจังหวัด ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม ฯ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน 
            ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า จะเข้าร่วมแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น โดยทำหน้าที่ประสานงานกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเจ้าของพื้นที่ ทุกระยะ เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และนำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ มาเผยแพร่ให้พี่น้องชาวมุสลิมทั่วประเทศได้รับทราบ เพื่อความเป็นเอกภาพของข้อมูลข่าวสาร 
            นอกจากนี้ ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่ามีปัญหาหลัก ๘ ประการคือ 
                ๑)  ปัญหาด้านสังคมวิทยา 
                ๒)  ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย 
                ๓)  ปัญหาอิทธิพลท้องถิ่น 
                ๔)  ปัญหาทางการเมือง 
                ๕)  ปัญหาการศึกษา 
                ๖)  ปัญหาความยากจน 
                ๗)  ปัญหายาเสพติด และ 
                ๘)  ปัญหากลไกรัฐ ในการเลือกสรร โยกย้าย และบรรจุ แต่งตั้งข้าราชการ ไม่เป็นไปตามนโยบาย รวมทั้งข้าราชการขาดความเข้าใจที่แท้จริงในหลักการ และวิธีปฏิบัติของศาสนาอิสลาม 
            ทั้งนี้ คณะกรรมการกลาง ฯ ยังได้ร่วมกับสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลาม ๑๔ จังหวัดภาคใต้ มีมติที่ประชุม เสนอนายกรัฐมนตรี ๗ ข้อคือ 
                ๑)  ขอให้รัฐบาลเร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดโดยเร็ว 
                ๒)  เร่งแก้ปัญหาความหวาดระแวงระหว่างทางเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน พร้อมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกัน 
                ๓)  ให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยมีความเข้าใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อมุสลิม และวัฒนธรรมประเพณีของมุสลิม 
                ๔)  ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาระบบปอเนาะ ให้เป็นสถาบันการศึกษาอิสลาม 
                ๕)  เร่งรัดการศึกษาระดับสูงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
                ๖)  พัฒนาความมั่นคงชายแดนภาคใต้ในเชิงบูรณาการ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง และ 
                ๗)  ให้คณะกรรมการกลาง ฯ และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นองค์การกลางของมุสลิม ในการประสานความร่วมมือกับรัฐบาล ในการแก้ปัญหาและพัฒนา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (เดลินิวส์ ๑๗ ก.พ.๔๗) 
            ๒. คณะกรรมการอิสลาม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในนามศูนย์ประสานงานสำนักงานคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาส เดินทางไปยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ ก.พ.๔๗ จำนวน ๔ ข้อคือ 
                ๑)  ต้องบูรณาการแผนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่บนพื้นฐานของศาสนาและวัฒนธรรม 
                ๒)  ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกศาสนา 
                ๓)  ควรให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการ ฯ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามนุษย์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 
                ๔)  การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นจุดแข็ง และเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างถาวร (เดลินิวส์ ๑๗ ก.พ.๔๗) 
  
  

แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ 
(นานาทัศนะผ่านสื่อมวลชน)

            ๑. การปราบปรามเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การแก้ปัญหาที่ถาวร ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มีต่ออำนาจรัฐ และให้มีความรู้สึกว่า มีความจริงใจในทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การศึกษา (นายมุข สุไลมาน นสพ.มติชน ๒๕ ม.ค.๔๕) 
            ๒. เราต้องการความจริงใจในการแก้ปัญหา เมื่อมีการระบุชัดเจนว่าเป็นฝีมือของคนมีสีก็ขอให้รัฐบาลจัดการเสียที เวลานี้มีความชัดเจนในคำพูด แต่ไม่ชัดเจนในแง่ปฏิบัติ (นายมันโซร์สา ผู้จัดการรายวัน ๒๙ มี.ค.๔๕) 
            ๓. ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ไม่ใช่ปัญหาเด็กติดยา เด็กเกเร รัฐบาลต้องยอมรับว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนมีอยู่จริง และระยะหลัง เมื่อมีการก่อการร้ายสากลเกิดขึ้น เหตุการณ์จึงพัฒนาไป ถ้ารัฐบาลยอมรับว่ามีปัญหานี้ รัฐบาลต้องแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศให้ได้ (นายชำนิ ศักดิเศรษฐ นสพ.ไทยโพสต์ ๔ พ.ย.๔๕) 
            ๔. หลักธรรมคำสอนทางศาสนา จะต้องนำมาใช้ในมิติของการแก้ปัญหา บนพื้นฐานของหลักศรัทธา ความเชื่อ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตชุมชน และให้ประชาชนมุสลิมได้ใช้โอกาสอย่างเสมอภาค ทุกคนจะต้องรวมตัวกันและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ("กลุ่มผู้นำศาสนาและผู้ประสานงานนักเรียน ฯ มติชนรายวัน ๒๑ พ.ย.๔๕) 
            ๕.   - หากมีการจับคนร้าย ต้องนำเข้ากระบวนการยุติธรรม 
                   - พยายามสร้างแนวร่วม เพื่อให้กลุ่มคนร้ายเข้าสู่กระบวนการในการร่วมพัฒนาประเทศ 
                   - ให้การศึกษาภาษาไทยกับราษฎรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการสื่อความหมาย และความเข้าใจ 
                   - เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้สำเร็จโดยเร็ว 
                   (นายถาวร เสนเนียม ผู้จัดการรายวัน ๒๕ พ.ย.๔๕) 
            ๖. การแก้ปัญหาภาคใต้ ต้องแยกกลุ่มประชาชนผู้บริสุทธิ์ออกจากปัญหากลุ่มโจรก่อการร้าย และความขัดแย้งของบุคคลากรของรัฐให้ชัดเจน แล้วแก้ปัญหาเป็นกลุ่ม ๆ อย่างต่อเนื่อง (นายเจะอามิง โต๊ะตาหยง มติชนรายวัน ๓ เม.ย.๔๕) 
            ๗. ผู้ว่าราชการขจังหวัดได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง ไม่รู้ปัญหา ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ดังนั้นจึงควรให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และควรแก้ปัญหาแบบเดียวกับมาเลเซีย (นายมนตรี สมันตรัฐ มติชนรายวัน ๓ พ.ย.๔๕) 
            ๘. แนวทางที่จะทำให้เกิดความสงบสุขในภาคใต้ คือ การสร้างความเข้าใจให้เกิดความไว้วางใจ ระหว่างรัฐบาลกับประชาชนมุสลิมที่อยู่ภาคใต้ (นายชัยยิด สุไลมาน ฮูชัยนี สยามรัฐรายวัน ๒๐ ม.ค.๔๗) 
            ๙. การแก้ปัญหาไม่สามารถยุติได้ด้วยการใช้กำลัง และอำนาจรัฐเข้าไปปราบปรามเท่านั้น เพราะยิ่งปราบบจะยิ่งสร้างแรงต่อต้าน ต้องยอมรับความจริงว่า มุสลิมในภาคใต้มีความเป็นเจ้าของชุมชน และอดีต รวมถึงวัฒนธรรมความเชื่อทางศาสนา อันเป็นเฉพาะของตนเอง รัฐไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนโลกทรรศใหม่ว่า การสร้างและรักษารัฐไทยต่อไป จะต้องให้สิทธิและเสรีภาพอันสมบูรณ์แก่ชาวมุสลิม ในการจัดการ ปกครองชีวิต และชุมชนของตนเองให้มาก และเป็นจริงที่สุด (นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ มติชนรายวัน ๒๑ ม.ค.๔๗) 
           ๑๐.   - รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี 
                    - รัฐต้องแสดงความจริงใจและยอมรับความจริง 
                    - การเสนอข่าวของสื่อมวลชนต้องไม่ใช่คำว่า "ผู้ก่อการร้ายมุสลิม" 
                    - ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา 
                    - พัฒนาศักยภาพขององค์กรประชาชน 
                    - ระมัดระวังในการค้นปอเนาะ
                    - แก้ปัญหาพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและความยากจน 
                    - ให้คนในพื้นที่เข้าทำงานเป็นข้าราชการให้มากที่สุด 
                    ข้อเสนอของคณะกรรมการอิสลาม ๓ จังหวัดภาคใต้ นสพ.สยามรัฐรายวัน ๒๐ ม.ค.๔๗ 
            ๑๑. กระจายอำนาจการพัฒนา โดยเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง สร้างความเป็นเอกภาพในระบบของรัฐ (นพ.ประเวศ วะสี มติชนรายวัน ๒๐ ก.พ.๔๗) 
            ๑๒. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ หยุดสาดเบนซินใส่ไฟ ต้องใช้วจีสุจริต ใช้ยุทธศาสตร์แบบคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๕๒๓ การดับไฟต้องทำด้วยความปราณีต ดับไม่ได้ด้วยด้วยความอหังการ และให้คนไทยมุสลิมนั่นแหละช่วยดับ (นพ.ประเวศ วะสี มติชนรายวัน ๒๖ ม.ค.๔๗) 
            ๑๓. ควรแก้ปัญหาโดยวิถีศาสนธรรม ธรรมทุกศาสนาเพื่อสันติ มุ่งมั่นในสิ่งที่ดีงาม อยู่ร่วมกันฉันมิตร การแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมเพื่อมิให้เป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี (นายชลวิทย์ เจียรจิตต์ มติชนรายวัน ๕ ก.พ.๔๗) 
            ๑๔. บูรณภาพเหนือดินแดนมิอาจมั่นคงยั่งยืนได้ หากปราศจากบูรณาการทางสังคมรองรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาจเป็นจุดอ่อนเปราะ แต่หากมองจากสายตามวลชนในพื้นที่ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม กลับเป็นจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ และจุดแข็งของสังคมชายแดนภาคใต้ สังคมหลากหลายวัฒนธรรมได้ค่อย ๆ พัฒนาวัฒนธรรมสันติภาพขึ้นมาเอง (นายเกษียร เตชะพีระ มติชนรายวัน ๓๐ ม.ค.๔๗) 
Sans             ๑๕. - ต้องมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อฝ่ายราชการ 
                    - ต้องปราบปรามผู้ถืออาวุธ 
Sans                     - งานด้านข่าวกรองต้องมีประสิทธิภาพกว่านี้ 
                (นายเกรียง วิศิษฎ์สรอรรค  มติชนรายวัน ๒๙ ม.ค.๔๗) 
           ๑๖. การยืนยันอำนาจรัฐด้วยวิธีการ "เชิงรุกอย่างเด็ดขาด" นั้น อาจทำให้ความไว้วางใจระหว่างรัฐและประชาชน ซึ่งเปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งลดต่ำลงไปอีกก็ได้ ตรงข้ามวิธีการ "เชิงรับอย่างเด็ดขาด" ต่างหากที่จะรักษาอำนาจรัฐได้อย่างชัดเจนกว่า และเพิ่มความไว้วางใจระหว่างกันได้มากกว่า (นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ มติชนรายวัน ๒ ก.พ.๔๗) 
            ๑๗. - กระทรวงศึกษาธิการ ต้องเข้าไปดูแลปอเนาะ ทำอย่างไรให้เขาเรียนรู้ภาษาไทยควบคู่ไปด้วย 
                    - ต้องส่งเสริมให้คนไทยมุสลิมปกครองกันเองให้มาก ให้ได้ประมาณ  ๗๕ 
                    - การแก้ไขปัญหา รัฐบาลต้องลงไปแก้ด้วยความสุขุม รอบคอบ 
                    - ต้องส่งเสริมการศึกษาให้ชาวไทยมุสลิมสามารถประกอบอาชีพได้ทุกสาขา ให้ทุนเรียนฟรี ให้สอบแข่งขันกันเอง 
                    (พล.อ.หาญ ลีนานนท์มติชนรายวัน ๑ ก.พ.๔๗) 
            ๑๘. การแก้ไขปัญหาภาคใต้ ต้องมองอย่างรอบด้าน อย่ามองเพียงปัญหาความไม่สงบ ควรมองไปถึงปัญหาความยากจน การทุจริตความไม่เป็นธรรมด้วย (นายชัยวัฒน์ สภาอานันท์ มติชนรายวัน ๒๑ ม.ค.๔๗) 
            ๑๙. ครั้งนี้ ผมเป็นห่วงว่าจะจับแพะกันอีก การเรียกโต๊ะอิหม่ามไปสวบสวนก็ไม่ว่ากัน แต่อยากให้สืบให้ชัดเจนก่อน เพราะสงสัยคนนั้นคนนี้แล้วเรียกมาสอบหมดเลย ทำให้เกิดความสงสัยกับประชาชน ไม่ว่าระดับโต๊ะอิหม่ามหรือโต๊ะครู (นายเด่น โต๊ะมีนา มติชนรายวัน ๒๑ ม.ค.๔๗) 
            ๒๐. การกระทำบางอย่างของเจ้าหน้าที่ในการติดตามสอบสวนหาความจริง การตรวจค้นตามบ้าน ต้องพิจารณาศึกษาวัฒนธรรมของคนที่นั่น มิฉะนั้นอาจสร้างความไม่พอใจ และทำให้เกิดการต่อต้านเจ้าหน้าที่ได้ เช่น การนำสุนัขเข้าตรวจค้น เป็นต้น (ดร.จรัญ มะลุลิม สยามรัฐรายวัน ๒๗ ม.ค.๔๗) 
            ๒๑. ลำพังผู้ว่าราชการจังหวัดคนเดียวและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเดียวคงไม่ไหว การตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ จะต้องกระทำด้วยการรวมทรัพยากรของทุกหน่วย ในภาคใต้ตอนล่างเข้าด้วยกัน โดยไม่คำนึงถึงเขตจังหวัด ถือเอาเอกภาพในการตอบโต้เป็นสำคัญ แม้ว่าจะต้องรื้อฟื้น ศอ.บต.ขึ้นมาอีกก็ควรทำ หากเห็นว่ามีประโยชน์และจำเป็น (พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร มติชนรายวัน ๒๐ ม.ค.๔๗) 
            ๒๒. รัฐต้องไม่ปล่อยให้ความไม่พอใจของผู้นำศาสนายืดเยื้อ หลักใหญ่ขณะนี้คือ การประนีประนอมลูกเดียว (นายบรรหาร ศิลปอาชามติชนรายวัน ๑๖ ก.พ.๔๗) 
            ๒๓. รัฐต้องปรับสภาพแวดล้อม สร้างขวัญกำลังใจ เวลานี้ชาวบ้านกลัวโจรจนไม่กล้าพูดอะไร ไม่มีใครสนับสนุนรัฐบาล ต้องใช้การเมืองนำการทหาร เวลานี้ต้องแย่งชิงประชาชนกลับมา ไม่ใช่ปล่อยให้ล่าช้ามาไม่รู้กี่เดือนแล้ว (พล.อ.กิตติ รัตนฉายา มติชนรายวัน ๑๖ ก.พ.๔๗) 
            ๒๔. การแก้ปัญหาในภาคใต้ต้องใช้ความแตกต่างให้เป็นพลัง นโยบายที่ต้องการให้เกิดความเข้าใจกันระหว่างศาสนาของคนในพื้นที่ นับว่าเป็นนโยบายที่ตรงกับปัญหาของพื้นที่ การมอบอำนาจหน้าที่สิทธิให้ตามวิถีทางประชาธิปไตย สร้างระบบเศรษฐกิจให้สามารถเลี้ยงตนเองได้ ผลักดันให้เกิดโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามที่สอนแบบบูรณาการสอดแทรก เรื่องของวิชาชีพแก่ระบบการศึกษา อนุมัติโครงการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ฯลฯ หากโครงการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และครบถ้วนสมบูรณ์ความรุนแรงในพื้นที่จะค่อย ๆ ลดน้อยไปเอง (นายบัณฑิตย์ สะมะอูน มติชนรายวัน ๑๒ ก.พ.๔๗) 
            ๒๕. การใช้ความรุนแรง การก้าวร้าว เหมือนอาจช่วยขจัดปัญหาได้ แต่กลับจะยิ่งทำให้กลุ่มจรยุทธ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น (ดาโต๊ะอับดุลลาห์อาหมัดบาดาวี สยามรัฐรายวัน ๑๗ ม.ค.๔๗) 
       ผู้ปฎิบัติการก่อความไม่สงบ 
                ๑. ขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) ประกอบด้วย 
                    - BERSATU 
                    - BRN  (Barisan Revolusi Nasional)  ปฎิบัติการใน จ.นราธิวาส 
                    - PULO ใหม่ ปฎิบัติการในพื้นที่ จ.ยะลา เน้น อ.เบตง ธารโต และบันนังสตา 
                    - GMIP (Gerakan Mujahidin Islam Patani)  ปฎิบัติการใน จ.ปัตตานี 
                ๒. แนวร่วมของ ขจก. ตามข้อ ๑  ส่วนใหญ่เป็นพวกวัยรุ่นไม่มีงานทำ พวกติดยาเสพติด พวกหัวรุนแรง ที่ถูกปลูกฝังมาจากสถาบันการศึกษาบางแห่ง เช่น ปอเนาะ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และผู้ที่ได้รับการปลูกฝังแนวคิดแบ่งแยกดินแดนจากต่างประเทศ 
                ๓. ข้อบัญญัติของผู้ปฎิบัติงาน (แปลจากเอกสารที่ยึดได้จากสมาชิก BRN. ที่ถูกจับกุม เมื่อวันที่ ๒๗ ก.พ.๔๗) มีดังนี้ 
                    ๑)  ทำความดีต่อองค์อัลเลาะห์ ห่างไกลอบายมุข และสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง 
                    ๒)  ห้ามเปิดเผยความลับให้ศัตรู ถึงแม้ชีวิตจะหาไม่ (พินาศ) 
                    ๓)  เคารพ และยึดมั่นต่อขบวนการ 
                    ๔)  ความสำคัญของการรบ ต้องอยู่เหนือเรื่องส่วนตัว 
                    ๕)  ต้องยอมรับประชุม (ชุมนุม)  เมื่อถูกเรียก 
                    ๖)   มั่นคงในคำพูด และคำสัญญา 
                    ๗)  เสียสละชีวิต และทรัพย์สินเมื่อมีความต้องการ 
                    ๘)  รับและให้แบบจริงใจ และบริสุทธิ์ 
                    ๙)  ไม่กระทำในสิ่งที่เป็นการขาดทุน (เสียเปรียบ)  และ 
                    ๑๐)  ต้องทำงานตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย ของแต่ละบุคคล
       เป้าหมาย 
                ๑. เป้าหมายสถานที่ 
                    - สถานที่ราชการ เช่น โรงเรียน สถานีอนามัย สถานีตำรวจตำบล (สภ.ต.) ป้อมตำรวจ  จุดตรวจตำรวจ ศาลาที่พักผู้โดยสาร สถานที่ประกอบการธุรกิจของคนไทยพุทธ สถานีรถไฟ รางรถไฟ วัด 
                    - แหล่งอาวุธ  เช่น หน่วยทหาร สภ.ต. หน่วยอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.)/ตัว อส. อุทยานแห่งชาติ 
                ๒. เป้าหมายบุคคล 
                    - คนไทยพุทธ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ครู ประชาชน พระภิกษุ สามเณร 
                    - คนไทยมุสลิมที่ร่วมมือกับทางราชการ เช่น สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร (อส.) สายข่าวของเจ้าหน้าที่ อดีต ขจก. กลับใจ 
       ยุทธวิธี/วิธีการ 
                ๑. วิธีการ  :  ข่มขู่ / เรียกค่าคุ้มครอง เผาสถานที่ราชการ เผารถจักรกล ปล้นอาวุธ ทำร้ายร่างกาย ฆ่า 
                ๒. การแต่งกาย  :  แต่งกายธรรมดา ชุดดาวะห์ หรือชุดพรางแบบทหาร 
                ๓. ยานพาหนะ  :  ส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์ คนหนึ่งขับรถ อีกคนปฎิบัติการ 
                ๔. อาวุธที่ใช้  :  วางระเบิด (แสวงเครื่อง)  ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เผาอาคารสถานที่ ปืนสงคราม M.๑๖  AK ปืนพกสั้นขนาด ๑๑ มม. ขนาด .๓๘ มม. ใช้มีดฟัน 
                ๕. ผู้ปฎิบัติ  ได้แก่ สมาชิก ขจก. และแนวร่วม ขจก. โดยสมาชิกขบวนการจะสั่งการไปยังแนวร่วมในหมู่บ้าน/ตำบลต่าง ๆ ให้เคลื่อนไหวก่อกวน (ตามข้อ ๑) ในกรณีที่ต้องการให้ฆ่า หรือทำร้ายเป้าหมายบุคคล ขจก.  ได้ตั้งอัตราค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนไว้คือ สำหรับบุคคลธรรมดาจะได้ค่าจ้าง ๑๐,๐๐๐ บาท/คน ข้าราชการ ๕๐,๐๐๐ บาท/คน  นายตำรวจยศ ร.ต.ต. ๗๐,๐๐๐ คน นายตำรวจยศ พ.ต.ต. ขึ้นไปรายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท 
       ผู้สนับสนุนการก่อความไม่สงบ และวัตถุประสงค์ 
           การสนับสนุนจากภายในประเทศ 
                    ๑. ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งมีฐานหรือปฎิบัติการอยู่ในต่างประเทศ เช่น มาเลเชีย ตะวันออกกลาง อาศัยขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.)  ภายในประเทศเป็นผู้ปฎิบัติ เช่น ขบวนการ BRN.  PULO (เก่า)  GMIP. เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นสุดท้ายคือ จัดตั้งรัฐอิสระขึ้น การเคลื่อนไหว ทำให้สถานการณ์ในภาคใต้รุนแรงขึ้น เพื่อจะได้อ้าง และขอสนับสนุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอิสลามในตะวันออกกลาง และองค์กรสิทธิมนุษยชน 
                    ๒. นักการเมืองทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น  (สว. สส. อบจ. สจ. สท. อบต.) บางคน เพราะนักการเมืองเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัย ขจก. ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ในการหาเสียงเลือกตั้ง แกนนำของพรรคการเมือง / หัวคะแนนของนักการเมืองจำเป็นต้องอาศัยคนในพื้นที่ จึงจะสามารถชนะการเลือกตั้งได้ 
                    ความจริงแล้ว ปัญหาภาคใต้ ต้องเข้าใจวิเคราะห์ในรายละเอียดว่า เกิดขึ้นเพราะมีการจัดตั้งกำลัง เพื่อล้มล้างรัฐบาล จึงต้องหามาตรการแก้ไข 
                    ๓. กลุ่มผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่ 
Sans                     ๔. กลุ่มข้าราชการที่ประพฤติมิชอบ 
           การสนับสนุนจากต่างประเทศ 
                    ๕. ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกกับไทย - ขจก. ส่วนหนึ่งมีฐานหรือซ่องสุมกำลังหรือหลบซ่อนอยู่ในรัฐที่อยู่ติดกับไทย ในฐานะบุคคล ๒ สัญชาติ หรือหลบหนีไปอยู่กับญาติ เห็นได้จากกลุ่ม ขจก. ส่วนใหญ่ใช้ชื่อภาษาประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม BERSATU, BRN., GMIP สมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะเชื้อสายเจ้าเมืองเก่า (กู = Tengku, ต่วน = Tuan , นิ = Nik , และ แว = Wan) มีญาติอาศัยอยู่ในรัฐดังกล่าว เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังให้การสนับสนุน ขจก. ในฐานะเป็นคนมุสลิมด้วยกัน 
                    ๖. ประเทศอิสลามทั่วไป  อาจให้การสนับสนุน ขจก. ในฐานะเป็นคนมุสลิมด้วยกัน นอกจากนั้นประเทศอิสลามทั่วไป ซึ่งต่อต้านสหรัฐ อาจต่อต้านไทย ในฐานะพันธมิตรของสหรัฐ ในการก่อการร้ายสากล โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอิสลามในตะวันออกกลาง 
                    ๗. กลุ่มก่อการร้ายเจไอ  (Jemaah Islamiyah) ที่มีนโยบายจะสถาปนารัฐอิสลามขึ้นในภูมิภาค โดยรวมเอาภาคใต้ของไทยเข้ากับมาเลเชีย สิงคโปร์ อินโดนิเชีย และภาคใต้ ของฟิลิปปินส์ เข้าด้วยกัน กลุ่มก่อการร้าย เจ ไอ. มีความไม่พอใจไทยกรณีไทยจับกุม นายฮัมบาลี แกนนำของ เจ ไอ. ที่เชื่อมโยงกับ al - Qaede ของ นายโอซามา บินลาดิน ส่งให้สหรัฐ เมื่อปี ๒๕๔๖ 
                    ๘. อินโดนิเชีย  :  กรณีกลุ่มนักค้าอาวุธในไทย ลักลอบส่งอาวุธไปจำหน่ายให้กับกลุ่มกบฎอาเจะห์ ในสุมาตราเหนืออาจทำให้ไทยมีปัญหากับอินโดนิเชียได้ 
           สื่อต่างประเทศที่ประโคมข่าวสถานการณ์ในภาคใต้ 
                    ๙.  สื่อมวลชนที่ประโคมข่าวสถานการณ์ในภาคใต้ เผยแพร่บทบาทและวัตถุประสงค์ของ ขจก.ให้นานาประเทศทราบถึงปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับไทย อาทิ 
                        - นิตยสาร Economic Review 
                        - นิตยสาร เยอรมัน 
                        - มูลนิธิเอเชียศึกษา ในกรุงวอชิงตัน ดีซี 
                        - นสพ. ในมาเลเชีย ซึ่งมักจะลงข่าวความไม่สงบในภาคใต้ ในทำนองเห็นใจคนไทยมุสลิม ว่าถูกกดขี่ข่มเหงจากฝ่ายข้าราชการซึ่งเป็นคนไทยพุทธ ทำให้ต่างชาติไม่แน่ใจในความปลอดภัยในการลงทุน และเพื่อปรามประชาชนของตน ไม่ให้เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.ภูเก็ต 
                        - นสพ. ในสิงคโปร์ กระจายข่าวความไม่สงบในภาคใต้ เพื่อให้นักลงทุนต่างประเทศเห็นความไม่ปลอดภัย ในการลงทุนในไทย และไม่ต้องการให้พลเมืองของตนเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย 
       ภาคใต้สมรภูมิสงคราม 
            นิตยารฟาร์อิสเทิร์น ฯ  ได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค เรื่อง "พื้นที่สงครามของไทย (Thailand 'S WarZone) โดยผู้สื่อข่าวรายงานจาก จังหวัดนราธิวาส ว่า การประกาศกฎอัยการศึก เป็นการใช้อำนาจเพื่อปราบปรามเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐระบุว่า เป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งหากเป็นจริงแล้ว ทางรัฐบาลสหรัฐอาจต้องเผชิญกับสมรภูมิใหม่ ในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย 
            มูลเหตุของสถานการณ์ความไม่สงบ เกิดจากการลอบโจมตี เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ มีคนร้ายบุกเผาโรงเรียน ๒๐ แห่ง และปล้นปืน ๓๐๐ กระบอก จากค่ายทหาร มีทหารถูกฆ่าตายไป ๔ ศพ ตั้งแต่นั้นมา พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีแต่เหตุการณ์วุ่นวาย มีการสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหาร ตำรวจ ครู หรือแม้แต่พระสงฆ์ รวมแล้วกว่า ๔๕ ศพ  ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นประจำแทบทุกวัน 
            นายทหารระดับสูงของกองทัพเชื่อว่า การที่เหตุการณ์รุนแรงกลับมาเกิดขึ้นอีก ในภาคใต้นั้นแสดงให้เห็นว่า การต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนกลับฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง โดยการต่อสู้ดังกล่าวนั้น ได้รับการสนับสนุนทั้งด้านกำลังเงิน และปฎิบัติการจากกลุ่มก่อการร้ายสากล (เดลินิวส์รายวัน ๗ มี.ค.๔๗) 
       สหรัฐกับการร่วมมือด้านการข่าวกับไทย
            ไทยกับสหรัฐ ถือเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นที่สุด ในการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจ้าหน้าที่สำนักงานข่าวกรองกลางแห่งรัฐบาลสหรัฐ (ซีไอเอ) ประสานงานอย่างใกล้ชิด กับเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของไทย ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงจัดตั้ง "ศูนย์ข่าวกรองต่อต้านการก่อการร้าย (ซีทีไอซี) ก่อนเกิดเหตุการณ์ ๑๑ ก.ย.๒๕๔๔  แต่ส่วนใหญ่แล้ว การดำเนินการเป็นไปในลักษณะรวบรวมข้อมูล ข่าวกรองเกี่ยวกับผู้ก่อการร้าย ส่วนเหตุการณ์ทางภาคใต้นั้น หน่วยงานนี้ สังเกตการณ์ไปที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดน และตรวจสอบว่าใครเป็นใคร แม้ว่าฝ่ายไทยไม่ได้ขอร้องให้สหรัฐช่วยเหลือในเรื่องนี้ แต่คนท้องถิ่นทางภาคใต้เชื่อว่า ซีไอเอ. สหรัฐเข้ามามีบทบาทในเหตุการณ์ภาคใต้ด้วย 
            เหตุการณ์ตำรวจจับผู้นำชุมชน และศาสนาใน จ.นราธิวาส เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๔๖  โดยตั้งข้อหาวางแผนก่อการร้าย วางระเบิดสถานฑูต ๕  แห่ง และแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ก่อนหน้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปพบปะประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บูธ แห่งสหรัฐที่ กรุงวอชิงตัน ดีซี. เหตุการณ์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการจับผิดตัวแต่ต้องทำเพื่อเอาใจสหรัฐ (เดลินิวส์รายวัน ๑๑ มี.ค.๔๗) 
 


แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ 
ของรัฐบาล (พ..ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)

การประเมินสถานการณ์ 
            ๑.  ในการประชุม ครม. เมื่อ ๑๐ ก.พ.๔๗ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสาเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า เกิดจากบุคคลเพียงกลุ่มเดียว ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด เป็นกลุ่มที่สูญเสียประโยชน์ จากการที่รัฐบาลเข้าไปแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นมาเฟียที่มีอำนาจในพื้นที่หากินกับผลประโยชน์ บริเวณชายแดน และเอาเงินไปสนับสนุนให้กลุ่มโจรออกมาเคลื่อนไหว เพราะไม่ต้องการเสียผลประโยชน์ คนกลุ่มนี้ทั้งหมดเป็นข้าราชการ ถ้าจัดการได้ ปัญหาภาคใต้ก็จะสงบ  (มติชนรายวัน ๑๑ ก.พ๔๗) 
            ๒.  นายกรัฐมนตรีสรุปว่า ปัญหาภาคใต้ที่แท้จริงเกิดจากผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ เป็นปัญหานำเรื่องความมั่นคง ไม่ใช่ปัญหาความมั่นคงนำเศรษฐกิจ หากสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ ปัญหาความไม่สงบ และเหตุการณ์ร้ายก็จะหมดไปเอง  (มติชนรายวัน ๑๑ ก.พ.๔๗) 
            ๓.  นายกรัฐมนตรีประกาศว่า ต่อไปนี้จะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างโจร จะต้องขึ้นมาอยู่เป็นเบี้ยบนภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด หากได้อยู่เบี้ยบนเมื่อไร จะไล่ให้จนตัวให้หมด   (มติชนรายวัน ๑๙ ก.พ.๔๗) 
            ๔.  นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์  เมื่อ ๒๐ ก.พ.๔๗ ว่า สถานการณ์ความรุนแรงใน ๓ จังหวัดภาคใต้ มีคนไม่ปรารถนาดี ๒ กลุ่ม ที่ควรระวังคือ คนที่ต้องการสร้างแนวร่วม และกลุ่มที่ต้องการบิดเบือนการสอบสวนคดีปล้นปืน  (มติชนรายวัน ๒๑ ก.พ.๔๗) 
            ๕.  ความไม่สงบในภาคใต้ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ เป้าหมายที่แท้จริงคือ "ต้องการปืน" ซึ่งต้องโยงใยจากภายนอก รวมทั้งกลุ่ม "อาเจะห์"  เรื่องนี่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน (มติชนรายวัน ๒๓ ก.พ.๔๗) 
            ๖.  การที่นายกรัฐมนตรี มองปัญหาภาคใต้ ว่าเป็นปัญหาการเมืองไม่ใช่ปัญหาหลัก ย่อมไม่ให้ความสำคัญการแก้ปัญหาที่ถือเอาความแตกต่างของศาสนา ความเชื่อ มาเป็นแนวทางแก้ไข ทั้ง ๆ ที่การเมืองน่าจะเป็นปัญหาหลักในการแก้ใข นั้นคือ การเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการนับถือศาสนา และการปฏิบัติพิธีกรรม ลดเงื่อนไขการดูถูกเหยียดหยาม และการประพฤติที่ไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อชาวบ้านที่นับถือศาสนาอิสลาม  (มติชนรายวัน ๑๘ ก.พ.๔๗) 
            ๗.  การมองว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้เกิดจากบุคคลกลุ่มเดียว คือ กลุ่มที่สูญเสียประโยชน์ และอยู่เบื้องหลัง เอาเงินไปสนับสนุนให้กลุ่มโจร ออกมาเคลื่อนไหว และอ้างว่าทั้งหมดเป็นข้าราชการ ถ้าจัดการได้ปัญหาภาคใต้จะสงบ  (มติชนรายวัน ๑๑ ก.พ.๔๗) 
            ๘.  ถ้ามองปัญหาแบบนี้ แสดงว่าปัญหาความไม่สงบในภาคใต้เป็นปัญหาง่าย ๆ ไม่สลับซับซ้อนอะไรนัก เพราะกลุ่มคนร้ายไม่มีอุดมการณ์ เพียงรับจ้างกลุ่มมาเฟียมาสร้างสถานการณ์ ไม่เกี่ยวกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน ไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม และไม่ใช่เรื่องข้าราชการรังแกประชาชน ดังมีผู้กล่าวอ้าง (มติชนรายวัน ๑๓ ก.พ.๔๗) 
            ๙.  "ผมคิดว่า เป็นคนใช้เมตตาธรรมสุดสุด แต่พวกคนเลวก็ต้องเหี้ยมสุดสุดเหมือนกัน" นายก ฯ ประกาศ เมื่อประกาศตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นนี้ ด้านหนึ่งคงทำให้ฝ่ายปราบปรามได้กำลังใจ ฮึกเหิมห้าวหาญมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งพวกก่อการร้ายคงไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง ให้ถูกล้อมปราบอย่างง่ายดายเป็นแน่ ไม่รู้ว่าทิศทางแบบนี้ จะทำให้สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ พัฒนาไปสู่ความคลี่คลายหรือจะบานปลาย กลายเป็นสงครามที่ใหญ่โตขึ้น (มติชนรายวัน ๑๙ ก.พ.๔๗) 
            ๑๐.  พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  กล่าวว่า ทางรัฐบาลมีข้อมูลการจัดขบวน อยู่ที่ใด ฝึกกำลังอย่างไร ใครเป็นหัวหน้า แต่ไม่ใช่ว่าจะมีฤทธิ์อะไรมาก แต่เมื่อรวมตัวกับขบวนการในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการที่ประพฤติมิชอบ ผู้มีอิทธิพล ผู้ค้าของเถื่อน ยาเสพติด รวมถึงขบวนการทางด้านการเมือง เมื่อสามกลุ่มมารวมตัวกัน ทำให้เป็นกลุ่มขบวนการที่มีความเข้มแข็งมาก ในพื้นที่ภาคใต้ เพราะฝังตัวอยู่นาน และเป็นพื้นที่ที่มีผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย  (มติชนรายวัน ๒๗ ก.พ.๔๗) 
มาตรการการแก้ปัญหา 
Sans             ๑.  เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเชื่อว่า ปัญหาภาคใต้เกิดจากผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ นำเรื่องความมั่นคง ไม่ใช่ปัญหาความมั่นคงนำเศรษฐกิจ หากแก้ปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ ปัญหาความไม่สงบและเหตุการณ์ร้ายจะหมดไปเอง 
            พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  จึงเรียกประชุมกำหนดยุทธศาสตร์ เสริมความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ ๑๑ ก.พ.๔๗ ซึ่งผลการประชุมได้ข้อยุติ ๒ ส่วน คือ 
                ๑.๑  การประเมินสถานการณ์อันเป็นเหตุของปัญหา แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ 
                    - ระดับที่ ๑  ระดับผิวหน้าหรือปรากฎการณ์ ได้แก่ การใช้ความรุนแรง และการก่อกวนทุกรูปแบบของโจรก่อการร้าย 
                    - ระดับที่ ๒  ระดับโครงสร้าง คือ การประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐบาล ส่วนที่ยังแสวงอำนาจ อิทธิพล ผลประโยชน์ 
ร่วมกับผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มโจร ปัยหาโจรก่อการร้ายที่พลิกฟื้นกองกำลัง แนวร่วม การเคลื่อนไหว
และปัญหาการแทรกแซงเผยแพร่แนวความคิดรุนแรงในหมู่เยาวชน 
                    - ระดับที่ ๓  ระดับวัฒนธรรมหรือจิตใจ คือประชาชนอยู่ระหว่างสถานการณ์ความรุนแรง อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ กับอำนาจของกลุ่มโจรหรือกลุ่มอิทธิพล ทำให้ประชาชนวางเฉย ไม่สมารถร่วมมือกับทางราชการ 
1>เป็นเหตุให้งานมวลชนและงานข่าวไม่ได้ผลเท่าที่ควร จำเป็นต้องสร้างความไว้วางใจ ความเข้าใจและลดความหวาดระแวง 
ของประชาชนต่อทางราชการ อย่างจริงจัง โดยเร็ว 
                ๑.๒  ยุทธศาสตร์เสริมความมั่นคง มี ๕ ข้อ คือ 
                    - ยุทธศาสตร์เสริมสร้างความสงบสุขในพื้นที่ เน้นด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย งานมวลชน การใช้ระบบการข่าว และการสื่อสาร เชื่อมโยงกับประชาชน และทำลายวงจรความเชื่อมโยง ระหว่างผู้มีอิทธิพล และกลุ่มโจรในพื้นที่ 
                    - ยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคงบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างข้าราชการ กับผู้นำศาสนา และองค์กรศาสนาอิสลาม โดยนำเข้ามาเป็นที่ปรึกษาหน่วยราชการ จัดเวทีแสดงความคิดเห็น และประชาสัมพันธ์ โดยใช้ภาษาท้องถิ่น
                    - ยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพของคน ชุมชน และสังคม โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งของคน และชุมชนให้พึ่งตนเองได้ พัฒนาระบบการศึกษา และกิจกรรมเยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น จัดโควต้าพิเศษให้เยาวชน ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา จัดตั้งสถาบันอิสลามศึกษาในภูมิภาค และรองรับผู้จบการศึกษาทางศาสนาอิสลามจากประเทศมุสลิม พัฒนาและดูแลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และปอเนาะ ให้เป็นมาตรฐานโดยไม่กระทบต่อความรู้สึกของชุมชน  และจัดระเบียบสังคมอย่างจริงจัง 
                    -  ยุทธศาสตร์พัฒนาความร่วมมือชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง ร่วมมือด้านการข่าว การลาดตระเวน และใช้วิธีการทางการทูตในการแก้ปัญหา โดยพยายามลดบทบาทของประเทศเพื่อนบ้านที่มีผลต่อกระบวนการก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ โดยเร็ว
                    - ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ ให้ผู้ว่า ฯ CEO เป็นหลักในการบริหารและแก้ปัญหา ทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  ปรับปรุงทัศนคติและพฤติกรรมของข้าราชการที่สร้างเงื่อนไขต่อประชาชน อย่างจริงจัง  มีระบบคัดเลือกข้าราชการ ที่เหมาะสมเป็นธรรม  ระบบขวัญกำลังใจในพื้นที่เสี่ยงภัย  มีการกำหนดพื้นที่ตามระดับความรุนแรงของปัญหา 
            ๒. ในการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ ๑๗ ก.พ.๔๗ ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางภาพรวม ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้คือ ๒ 
                ๑) มีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมใน ๓ จังหวัดชายแดน  หากเอกชนไม่ให้ความร่วมมือ ทางรัฐบาลก็จะสร้างเอง 
                ๒) จะสอบถามข้าราชการในพื้นที่ทั้งหมดว่า ใครอยากย้ายหรืออยากอยู่ต่อ หากใครอยู่ต่อในช่วง ๓ ปีต่อจากนี้ จะได้รับการพิจารณาความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ เพราะถือเป็นผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ 
                ๓) จะสร้างรั้วตามแนวชายแดน เพื่อให้ยากต่อการเดินทางไปมาระหว่างไทยกับมาเลเซีย และจะดำเนินการกับบุคคล๒ สัญชาติ โดยต่อไปในอนาคต จะให้เลือกสัญชาติใดสัญชาติหนึ่งเท่านั้น 
                ๔) จะจัดระเบียบโรงเรียนปอเนาะให้เหมือนมาเลเซีย คือต่อไปชาวมุสลิมจะอ้างสิทธิพิเศษที่เกี่ยวกับศาสนาไม่ได้บางอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การจัดระเบียบดังกล่าวจะมีกรรมการกลางมุสลิมเข้าร่วมจัดระเบียบด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก 
            ๑ นสพ.มติชนรายวัน ฉบับวันที่ ๑๒ ก.พ.๔๗ 
            ๒ นสพ.เดลินิวส์รายวัน ฉบับวันที่ ๑๗ ก.พ.๔๗

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๕

            สมมุติฐาน  :  ความไม่สงบในภาคใต้จะดำรงอยู่ต่อไป หากไม่แก้ไขปัญหาให้เบาบางลง 
           สาเหตุของความไม่สงบเกิดจาก 
                ๑. การดำเนินการของเชื้อสายเจ้าเมืองเก่า (Teng ,Tuan, Nik, Wan)  บางคนที่สูญเสียอำนาจ ที่ต้องการให้มีสิทธิศักดิ์ศรี เหมือนใน  Kelantan   โดยได้รับการสนับสนุนด้านที่พัก และขวัญกำลังใจ จากญาติที่มีอยู่ใน Kelatan 
                ๒. ยังมีนักการเมืองหัวรุนแรงในรัฐบาลกลาง และรัฐบาลรัฐ  บางคนไม่ต้องการให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (เดิม ๕จังหวัดชายแดนภาคใต้) สงบสุข เพื่อใช้แสวงหาประโยชน์ทางด้านการเมืองในฐานะรัฐกันชน (Buffer State) และถ้าสถานการณ์เหมือนใน  East Timor หรือ Mindanao  หรืออาเจะห์ มาเลเชียสามารถแสวงหาประโยชน์ได้มากในฐานะรัฐอิสลามด้วยกัน จะทำให้คนไทยมุสลิมนิยมมาเลย์มากกว่าไทยนอกจากนั้นในด้านการข่าวลับ (Clandestine Opn.)  มาเลเชียสามารถแสวงประโยชน์จากคนมุสลิมได้เป็นอย่างดี 
                ๓. แนวความคิดด้านศาสนนิยมของคนมุสลิมสูงมาก แม้ว่านิกายซุนหนี่ และชีอะห์ จะขัดแย้งกันอยู่บ้างก็ตามแต่เมื่อมีปัญหาขัดแย้งกับบุคคลอื่น หรือกุล่มบุคคลอื่นต่างศาสนา ทั้งสองนิกายนี้จะรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ดังจะเห็นได้จากประเทศอิสลามหรือขบวนการมุสลิมมีความขัดแย้ง กับประเทสที่นับถือศาสนาอื่น ประเทศอิสลามจะรวมตัวกันต่อต้านประเทศเหล่านั้น โดยอ้างหลักศาสนาทำสงครามจิฮัจ(Holy War) ขอการสนับสนุน หรือปลุกระดมคนมุสลิมทั่วโลก 
                ๔. ความเชื่อทางศาสนาของชาวไทยมุสลิม ที่ยึดมั่นในหลัก ๕ ประการของอิสลาม คือ การประกาศตนเป็นมุสลิม การทำละหมาด การถือศีลอด การให้ทาน และการเดินทางไปทำพิธีฮัจญ์ ซึ่งถือว่ามุสลิมทุกคนต้องทำให้ได้ จึงถือว่าเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์ 
                ๕.  การให้ทานของอิสลามิกชน ที่บัญญัติไว้ในหลักศาสนามี ๗ ประการ ซึ่งอิสลามิกชนถือเป็นหน้าที่ และที่สำคัญประการหนึ่งที่สำคัญคือ การช่วยเหลือ "นักรบ" มุสลิม ดังนั้น จึงไม่แปลกที่คนไทยมุสลิมบางคนให้การสนับสนุนกลุ่มโจร หากเขาเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า บุคคลเหล่านั้นทำเพื่อศาสนาอิสลาม หรือชาวมุสลิม 
                ๖. การเมืองภายในประเทศ ดังเช่นชาวไทยมุสลิมในจังหวัดภาคใต้ ตั้งกลุ่มวาดะห์ ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของคนมุสลิม และขอการสนับสนุนจากคนไทยมุสลิมโดยตรง ผลการดำเนินการดังกล่าว ปรากฎว่าได้รับการสนับสุนจากคนไทยมุสลิมอย่างดี ดูได้จากผลการเลือกตั้งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา 
                ๗. การเมืองภายใน ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใด ใช้หลักการแทรกซึกเข้าไปมีอิทธิพล (penetrate) หรือชักชวน (recruit ) แกนนำของกลุ่มชน มาให้การสนับสนุนพรรค โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีประชากรเป็นคนไทยมุสลิมถึง ๘๐% และมีองค์กรมวลชนต่าง ๆ มากมาย ทั้งนี้รวมถึงกลุ่มอิทธิพล กลุ่มนอกกฎหมายสถาบันต่าง ๆ ซึ่งพรรคการเมืองได้แสวงหาประโยชน์ตลอดมา 
                ๘. การเข้าไปแสวงหาประโยชน์จากลุ่มอิทธิพล หรือกลุ่มนอกกฎหมาย เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้พรรคการเมืองเข้าไปพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย และจำเป็นต้องให้ความคุ้มครองในลักษณะ พึ่งพาอาศัยซึ่งกัน และกันดังนั้นการแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ มีอุปสรรคอันหนึ่ง คือ การลูบหน้าปะจมูก 
                ๙. เนื่องจากภาคใต้เป็นจังหวัดชายแดน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ในขณะที่ประชาชนยากจนและการศึกษายังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทำให้ข้าราชการบางคน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไทยพุทธ)  ทำตัวเป็นศักดินา เจ้าคนนายคนแสวงหาประโยชน์โดยวิธีการต่าง ๆ รวมทั้งการเรียกรับสินบน การรีดไถ การให้การคุ้มครองผู้ค้าของเถื่อน หรือผู้มีอิทธิพลจนทำให้สุจิรตชนขาดที่พึ่ง ไม่ไว้วางใจ และไม่ให้ความร่วมมือ
                ๑๐. เมื่อพฤติกรรมของข้าราชการ (ชนชั้นปกครอง) บางคน ทำตัวให้เป็นที่พึ่งของประชาชน (สุจริต) ไม่ได้บางคนกลับถูกรีดไถ กดขี่ข่มเหง ประชาชนจึงหันไปพึ่งบุคคล / กลุ่มบุคคล ที่ตนเองเห็นว่าสามารถให้ความคุ้มครอง / ให้ความเป็นธรรมตนเองได้ แม้กระทั่งโจร หากเขาเห็นว่า ให้ความร่วมมือกับโจรดีกว่าเจ้าหน้าที่ 
                ๑๒.  ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล ๒ ศาสนา เดิมคือ คนไทยมุสลิมถือว่า คนไทยพุทธเป็นผู้อพยพเข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่ มิใช่เจ้าของพื้นที่เดิม และเป็นผู้รุกราน ทั้งนี้โดยอาศัยความเชื่อทางประวัติศาสตร์ของรัฐอิสลามบางส่วนที่ถูกบุคคลตามข้อ ๑ หรือกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนายกขึ้นมาอ้าง แสวงหาความสนับสนุน 
                ๑๓. ตามสภาพทั่วไประหว่างคนไทยพุทธกับคนไทยมุสลิม คนไทยพุทธอยู่ในฐานะที่เหนือกว่า ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความรู้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากกว่า อันเนื่องมาจากอุปสรรคด้านภาษา ความเชื่อและประเพณีวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ทำให้ชาวไทยมุสลิมรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ หาว่าทางภาครัฐไม่เหลียวแลจึงทำให้มีความรู้สึกน้อยใจอยู่ลึก ๆ เมื่อมีสถานการณ์มากระทบ หรือถูกยุยงก็จะเกิดการต่อต้านขึ้นมาทันที 
                ๑๔. กรณีที่ข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีคนไทยมุสลิมอยู่น้อย สาเหตุสำคัญคือ มาตรฐานการศึกษาของคนไทยมุสลิมส่วนใหญ่ อยู่ในเกณฑ์ต่ำ จึงสอบเข้าตามเกณฑ์ของกระทรวง ทบวงกรม ไม่ได้ประกอบกับรัฐขยายการศึกษาในพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงทำให้คนไทยมุสลิมส่งบุตรหลาน ไปเรียนในโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ) แทน ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้โต๊ะครู (Ustaz) (ซึ่งไม่มีความรู้ด้านสามัญ หรือวิชาชีพ) สามารถเปิดสอนได้ 
          แนวทางในการแก้ปัญหา 
                ๑. สร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะข้าราชการจะต้องทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้ประชาชนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม ให้ความไว้วางใจ เป็นคนดี มีความเมตตากรุณาต่อประชาชนเท่าเทียมกัน 
                ๒. ข้าราชการจะต้องไม่เป็นตัวเงื่อนไขในสังคม ไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่ประพฤติกดขี่ข่มเหงประชาชนหรือดูถูกเหยียดหยามประชาชน ไม่เอาตำแหน่งหน้าที่ ข้อกฎหมายระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ เป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์ส่วนตนทำตนให้เป็นพี่เลี้ยง ที่ปรึกษาที่ดีของประชาชน ให้ประชาชนศรัทธาไว้วางใจ และเป็นที่พึ่งของสังคม 
                ๓. พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะคนไทยมุสลิมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการเร่งพัฒนาทางเศรษฐกิจ การคมนาคม การศึกษา และให้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ 
                ๔. นักการเมืองซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ตัวแทนชุมชน ควรมีจิตสำนึกในหน้าที่ ใช้อำนาจหน้าที่ตามที่มีอยู่ โดยเฉพาะไม่เข้าไปเป็นผู้แสวงหาประโยชน์เสียเอง หรือบีบข้าราชการเพื่อประโยชน์ตน และพวกพ้อง ไม่เข้าไปคุ้มครองผู้มีอิทธิพล หรือผู้ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย อันจะนำไปสู่ความปั่นป่วนในสังคม 
                ๕. นักการเมืองไทยมุสลิม จะต้องไม่สร้างภาวะแตกต่างทางสังคมระหว่างไทยพุทธ และไทยมุสลิม โดยหวังเพียงเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากคนไทยมุสลิม  โดยมิได้คำนึงถึงปัญหาความมั่นคงที่จะตามมา 
                ๖. รัฐบาล โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงจะต้องทราบความเคลื่อนไหวในต่างประเทศ อันจะนำมาสู่แนวคิดแบ่งแยกดินแดน ลัทธิเอาอย่าง หรือการสนับสนุนการก่อการร้าย อันจะนำไปสู่ความไม่สงบในพื้นที่อย่างเช่น กรณี ติมอร์ ตะวันออก อาเจะห์ในอินโดนิเซีย หรือกลุ่มกบฎโมโร ในฟิลิปปินส์



จังหวัดปัตตานี

จังหวัดปัตตานี

อ.เมืองปัตตานี 
                    ต.ตันหยงลูโละ 
                       นายแวอูมา แวดอเลาะ ประธาน อบต.ตันหยงลูโละ อ.เมืองปัตตานี จัดงานเมาลิด เพื่อรำลึกถึงพระเจ้า รวมทั้งจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้กับผู้เสียชีวิตในมัสยิดกรือเซะ จำนวน ๓๒ ศพ  เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  ในวันที่ ๒๙ มิ.ย.๔๗  (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
                    ต.ปะกาฮะรัง 
                        จนท. ได้จับกุม นายแวฮามิ เจ๊ะอาแซ  อายุ ๒๑ ปี และนายอับดุลเลาะ บากา อายุ ๒๓ ปี โดยนายแวฮามิ เป็นคนขับรถ จยย. นายอับดุลเลาะ เป็นคนซ้อนท้าย ทำใบปลิวข้อความ "เมื่อเจ้าหน้าที่จับนักเรียนปอเนาะได้ เราก็จะยิงนักศึกษา มอ.เพื่อเป็นการล้างแค้น" ทำไปวางบนศพ นายดุษฎีบุญ ฤทธิสุนทร  นศ.มอ.วิทยาเขตปัตตานี  ซึ่งถูกคนร้ายกลุ่มนี้ยิงเสียชีวิต  เมื่อวันที่ ๙ ต.ค.๔๗ 
                        จากการสอบสวน นายแวฮามิ รับสารภาพว่า ร่วมอยู่ในกลุ่มผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ รวมทั้งเป็นกลุ่มเดียวกับทีมสังหารผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๗ ก.ย.๔๗ นอกจากนั้น ได้ให้การซัดทอดว่า นายกูอาหมัด อามีเด็น อายุ ๒๑ ปี เป็นผู้ยิงนายดุษฎีบุญ และภายหลัง จนท.สามารถจับกุมนายกูอาหมัดได้ที่ รร.ปอเนาะ แห่งหนึ่งใน ต.ปะกาฮะรัง 
                        นอกจากนั้น นายแวฮามิ ยังให้การซัดทอดว่า ผู้จ้างวานฆ่าได้แก่ นายเจ๊ะอันนุงวา กาซอ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่จ้างวานฆ่าผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี โดยมี นายซากายารี เป็นผู้จัดหาอาวุธปืน และเสื้อผ้า 
                        นายแวฮามิ เจ๊ะอาแซ  นำ จนท.ไปตรวจค้นมูลนิธิแห่งหนึ่งใน อ.เมือง ปัตตานี พบเอกสารใบปลิว ตะปูเรือใบ เครื่องคอมพิวเตอร์ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน  (มติชน/ไทยรัฐ ๑๑ ต.ค.๔๗) 
                    ต.จะปงติกอ (เขตเทศกบาลเมืองปัตตานี) 
                        จนท.ตร.สภ.อ.เมืองปัตตานี ได้นำกำลังเข้าตรวจค้น บ้านของนายรอนิง เจ๊ะมา อายุ ๒๕ ปี เมื่อวันที่ ๒๐ ธ.ค.๔๗  พบของกลางอาวุธปืนขนาด ๙ มม. กระสุน ๑๔ นัด ชิ้นส่วนโทร.มือถือหลายชิ้น วิทยุสื่อสาร ๑ เครื่อง ซิมการ์ด ๕ อัน ซึ่งนายรอนิง ให้การว่าเป็นของตน  (เดลินิวส์ ๒๑ ธ.ค.๔๗) 
                    ต.รูสิมิแล 
                        นายสักกือรี แนปาแด  อายุ ๒๕ ปี  ถูก จนท.จับกุมฐานต้องสงสัยว่าร่วมกับนายสาฟารีส หลงเส็น ผู้ต้องหายิง จสต.บอรอ สะมะแอ ผบ.หมู่ สภ.จ.ปัตตานี  เมื่อวันที่ ๔ ก.ค.๔๗ 
                    นายสักกือรี เป็นสมุนมือขวาของ นายดอเลาะ พงษ์ติกอ หน.ศูนย์ฝึกเยาวชนของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ บ.ทุ่งไทรแจ้ ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย  เคยถูกจับกุมในคดีร่วมกับพวกยิง สตต.เศกศักดิ์ เอียดวารี เมื่อวันที่ ๗ พ.ค.๔๖  แต่สู้คดีจนหลุด  (สยามรัฐ ๖ ก.ค.๔๗) 
                    ต. บาราเฮาะ 
                        ๑. ทราบว่า คนร้ายอดีต นร.รร.เตรียมศึกษาวิทยามูลนิธิ ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี  ที่เกี่ยวกับคดีสังหารนายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๗ ก.ย.๔๗  (มติชน  ๑๙ - ๒๐ ก.ย.๔๗) 
                        ๒. นายแวดอเลาะ แวอุมา  อายุ ๒๒ ปี และนายอับดุลอาซิ กาแจ อายุ ๒๒ ปี ถูกจนท.วิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันที่ ๓๐ ต.ค.๔๗ (ไทยรัฐ ๓๑ ต.ค.๔๗) 
                        ๓. นายมุสตอปา ยูโซป เป็นเจ้าของรถ จยย. ที่นายมูฮัมหมัดรุสตา อาบู และนายแวดอเราะ ใช้เป็นพาหนะดักยิง จนท.ตร.สภ.อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี  เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ย.๔๗  (มติชน ๒๓ พ.ย.๔๗) 
อ.หนองจิก
                    ต.บ่อทอง 
                        ราษฎร ต.บ่อทอง ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  ประกอบด้วย ๓ คน 
                        ๒. เมื่อ ๑๑๑๘๒๕  ธ.ค.๔๗   คนร้าย ๔ คนใช้รถ จยย.เป็นพาหนะ บุกเข้าปล้นปืนลูกซอง ๕ กระบอก จาก สนง.เทศบาลตำบลบ่อทอง ม.๖ ต.บ่อทอง  (ห่างจากจุดตรวจ บ.ดอนยาง ๓๐๐ ม.  ห่างจากค่ายอิงคยุทธ ฯ ๕๐๐ ม.) ขณะที่นายอับดุลมานะ ดอกา อายุ ๓๕ ปี  คนสวนเทศบาลเข้าเวร รปภ.  จากนั้นได้หลบหนีไปทางถนนสายปัตตานี - โคกโพธิ์ ไปเข้าทางต้นคลองชลประทาน ซึ่งห่างไปประมาณ ๒๐๐ ม.  (มติชน  ๑๒ ธ.ค.๔๗) 
                        ภายหลังทหารได้ควบคุมตัว นายหามะ หมัดรุ่งโรจน์  นายอับดุลมาน ดอกา และนายมูฮำหมัดซีกรี สามะ ผู้ต้องสงสัยไปสอบสวน ทั้ง ๓ คน ให้การซัดทอดถึงนายอาแว เจ๊าะเอ๊าะ และนายมะรอปิง มิงมิแอ 
                        การปล้นปืนครั้งนี้ ทราบว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ปล้นปืน ชรบ.ที่ บ.ดาโต๊ะ ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก เมื่อ ๓ สัปดาห์ก่อน  (มติชน ๑๕ ธ.ค.๔๗) 
                        ตร.สภ.อ.หนองจิก จึงขออนุมัติศาล ออกหมายจับผู้ต้องหา ๓ คน 
                        ในข้อหาเป็นผู้วางแผนปล้นปืน 
                        ผู้ต้องหาในคดีปล้นปืน เป็น จนท. เทศบาลตำบลบ่อทอง ๓ คน และคนนอก ๒ คน (มติชน  ๒๕ ธ.ค.๔๗) 
                    ต.เกาะเปาะ 
                        ๑. เมื่อวันที่ ๑๓ ส.ค.๔๗  ตร.สภ.อ.หนองจิก ได้นำผู้ต้องหาคดีวางเพลิงเผาบ้านเรือนประชาชน และบ้านพักข้าราชการใน จ.ปัตตานี ๑๕ แห่ง เมื่อวันที่ ๑๑ ส.ค.๔๗  ไปขออำนาจศาล จ.ปัตตานี ฝากขัง ประกอบด้วย 
                            ๑) นายอาหามะ  สามะ  อายุ ๒๓ ปี  ครูสอนศาสนา รร.ศาสตร์สามัคคี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 
                            ๒) นายหมะหมูด หีมบู  อายุ ๒๐ ปี  นร.ปอเนาะดารุลมาอาเรฟ อ.เมือง จ.ปัตตานี ชั้น ๑๐ 
                            ทั้ง ๒ คน ให้การสารภาพว่า อยู่ในขบวนการของ นายอิสมาแอ ระยะหลง (อุสตาสโซ๊ะ)  ครูสอนศาสนา ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ อ.หนองจิก และโคกโพธิ์  และเป็นผู้สั่งการให้เยาวชนโจมตีสถานที่ราชการ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (เดลินิวส์/มติชน ๑๔ ส.ค.๔๗) 
                        ๒. จากการสอบสวน นายอาหามะ สามะ  และนายหมะหมูด หีมบู  ทั้ง ๒ คน ให้การซัดทอดว่า นายแวอารงค์ โว๊ะ เป็นผู้สั่งการ
                            นายแวอารงค์ โว๊ะ  อายุ ๒๓ ปี  อยู่บ้านเลขที่ ๔๕/๒ ม.๒  ต.เกาะเปาะ ถูก จนท.จับกุมตัว เมื่อวันที่ ๑๓ ส.ค.๔๗ (มติชน/เดลินิวส์ ๑๕ ส.ค.๔๗) 
                    ต.คอลอตันหยง 
                        นายซาการียา สาและ เสียชีวิตจากการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะอ.เมืองปัตตานี  เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (.....) 
                    ต.บางเขา 
                        ๑. นายดือเระ  ตือราแม  ราษฎร ต.บางเขา เสียชีวิตในการโจมตี หน่วยบริการประชาชน สภ.อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา  เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (.....) 
                        ๒. นายสาพาริส  หลงเส็น  อายุ ๒๘ ปี ครูสอนศาสนา รร.ปอเนาะบากงวิทยา บ.บางเขา ต.บางเขา  ถูก จนท.จับกุมในข้อหาพยายามฆ่า จสต.บอรอเหม สะมะแอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๔ ก.ค.๔๗  ถูกจับกุมได้เนื่องจาก จสต.บอรอเหม ยิงตอบโต้จนบาดเจ็บสาหัส ส่วนเพื่อนซึ่งเป็นคนขับขี่ จยย.หลบหนีไปได้ 
                        รร.ปอเนาะบากงวิทยา เป็นของนายสักการียา สาและ ( เดลินิวส์ ๕ ก.ค.๔๗) 
                    ต.ท่ากำชำ 
                        ๑. นายอิสมัน อีแต เสียชีวิตจากการปะทะกับ จนท.ที่จุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (.....) 
                        ๒. กรณีคนร้าย ๒ คน ขับรถ จยย. ดักยิง ดต.สมเกียรติ รอยรืน ตร.สภ.ต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี  เมื่อวันที่ ๒๐ มิ.ย.๔๗  ปรากกฎว่า จนท.จับเจ้าของรถ จยย.ได้ คือ นายสุกรี สะแลแม  อายุ ๒๘ ปี ชำ แต่นายสุกรี ปฎิเสธว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุ เพียงแต่ให้นายอับดุลเลาะ สะแต ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านยืมรถไป 
                        นายอับดุลเลาะ สะแต  เป็นแนวร่วม ขจก.GMIP  (เดลินิวส์  ๒๓ มิ.ย.๔๗) 
                    ต.ดาโต๊ะ 
                        ๑. ราษฎร ต.ดาโต๊ะ  เสียชีวิตและถูกจับกุมในการนำกำลังเข้าโจมตี จนท. เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ 
                            ๑) นายอับดุลราซิ  มามะ เสียชีวิตจากการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ 
                            ๒) นายมามะ  มะดีเยาะ  ถูก จนท. จับกุมในขณะนำกำลังเข้าโจมตีหน่วยทหารที่ บ.ตาเซะ ต.ตาเซะ อ.เมืองยะลา (....) 
                        ๒. จนท.ได้จับกุมนายอับดุลรอนิง  สาและ อายุ ๓๗ ปี ในข้อหาร่วมกับพวก (นาย มะรอเซ็ง  อูมา อายุ ๓๖ ปี ซุ่มโจมตีหน่วยทหารลาดตระเวน บริเวณหน้ามัสยิด กอลอปิแน ต.ดาโต๊ะ เมื่อวันที่ ๒๐ ก.ย.๔๗ ซึ่ง จนท.จับได้ทั้ง ๒ คน ในวันเดียวกัน (มติชน ๒๒ ก.ย.๔๗) 
                        ๓. เมื่อวันที่ ๘ พ.ย.๔๗ กลุ่มโจรได้บุกปล้นปืน ชรบ.ที่บ้านนายอูมา  เจ๊ะมะ อายุ ๕๖ ปี ภารโรง รร.บ้านเปี๊ยะ ขณะที่นายอูมาไม่อยู่บ้าน ได้ปืนไป ๔ กระบอก 
                        ปืนทั้ง ๔ กระบอกเป็นปืนที่นายอับดุลเลาะ  สะอะ สารวัตรกำนัน บุตรเขยของนายอูมานำไปฝากไว้ (ไทยรัฐ ๙ พ.ย.๔๗) 
                    ต.ลิปะสะโง 
                        เมื่อวันที่ ๑๙ ก.ค.๔๗ จนท.ได้จับกุมนายซะรีเซอรี  มะมิง อายุ ๒๗ ปี ในข้อหาหลายคดี ด้วยกัน 
                        นายซะรีสารภาพว่าตนเป็นแนวร่วม ขจก.GHIP. ก่อความวุ่นวายในพื้นที่ อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เคยก่อเหตุข่มขืนฆ่า นส.แมะซง บือราเซง ในตลาดวันอังคาร ม.๒ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ เมื่อวันที่ ๒๕ มิ.ย.๔๗ โดยร่วม  กับพวก ๔ คนที่ถูกจับกุม 
                        รวมทั้งเคยร่วมกับพวก ทุบและเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะ ใน อ.รือเสาะ เพื่อสร้างสถานการณ์ เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา 
                        นอกจากนั้น ยังสารภาพว่ามีสมาชิกที่เป็นแนวร่วม ขจก.GHIP. รับจ้างก่อสถานการณ์และฆ่า จนท. ประกอบด้วย 
                            ๑) นายอดุลย์  เส็น อายุ ๒๐ ปี ซึ่งเป็นผู้ยิงนายสุชาติ  แซ่ลู ยาม รพ.รือเสาะ เมื่อวันที่ ๑๕ มี.ค.๔๗ (มติชน/สยามรัฐ ๒๐ ก.ค.๔๗) 
                    ต.ยาบี 
                        จนท.สภ.อ.หนองจิก ได้ควบคุมตัวนายอัสมิน  ยูนุซ อายุ ๒๔ ปี เมื่อวันที่ ๒๐ เม.ย.๔๗ ในข้อหาต้องสงสัยวางเพลิง 
                        จากการตรวจค้นรถ จยย. พบเศษขนกระสอบ และกลิ่นน้ำมัน 
                        ก่อนถูกจับกุม นายอัสมินขับรถไปกับนายยูโซะซึ่งกระโดดรถหลบหนีไปก่อน จนท.จับกุม (สยามรัฐ ๒๑ เม.ย.๔๗) 
อ.โคกโพธิ์
                    ต.ปากล่อ 
                        นายอับดุลเลาะ  สาแลมัน เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ อ.เมือง ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (.....) 
                    ต.ท่าเรือ 
                        จนท.ตร.ได้ควบตุมตัวนายมะดาแฮ  โต๊ะโยะ (มะตอเธร์  โตะโยะ) อายุ ๒๑ ปี ผู้ต้องหา ตามหมายศาล จ.นราธิวาส ในคดีลอบวางเพลิงบาร์เบียร์ หน้าศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ถนนเจริญเขตต์ ซอย ๓ เขตเทศบาลสุไหงโกลก เมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๔๗ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน (มติชน ๒๒ พ.ย.๔๗) 
                    ต.นาเกตุ 
                        เมื่อวันที่ ๑๖ ก.พ.๔๗ จนท.ได้เชิญตัวนายหะมะ มะเด็ง นายก อบต.นาเกตุ ไป สอบปากคำที่ ทภ.๔ สน. (มติชน ๑๘ ก.พ.๔๗) 
                    ต.ควนโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ 
                        ๑. ก่อนการก่อเหตุโจมตี จนท.ตามจุดต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ กลุ่มกำลังในสายบังคับบัญชาของนายมามะ มะตีเยาะได้ใช้มัสยิดนรล์อิสลาม (มัสยิด บ.ส้ม) ม.๒ ต.ควนโพธิ์ เป็นสถานที่ประชุม รวมพล และทำพิธีทางไสยศาสตร์ โดยมีนายมามะ (แบบกา) มะตีเยาะ เป็นประธาน และนายอัสบี (ไซบี) สาหลำ รักษาการบิหลั่น มัสยิดบ้านส้ม เป็นผู้กล่าวทำในพิธีละหมาดและเป็นผู้กำหนดจุดโจมตีจนท.หน่วยบริการประชาชน สภ.อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา (ตามแผน chact  ) (.....) 
                        ๒. นายอัสบี (ไซบี) สาหลำ อ้างว่า นายฮำบะ ซาและ (เสียชีวิตในการปะทะ จนท.ที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗) เป็นผู้ชักชวนคนให้ไปร่วมปฏิบัติการที่มัสยิดกรือเซะด้วย แต่ตนปฏิเสธ  (.....) 
                        ๓. นายมูหะมัดคอเลส ดาราแม อายุ ๓๒ ปี อาชีพเกษตรกร เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๓ ก.ค.๔๗ เปิดเผยว่าได้เข้าร่วมปฏิบัติการในเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ แต่เมื่อทราบว่าทางการเปิดโอกาสให้รายงานตัว ตนจึงให้ญาตินำเข้ามอบตัวเพื่อฟื้นฟูจิตใจต่อไป (เดลินิวส์/สยามรัฐ ๔ ก.ค.๔๗) 
                        ๔. นายการียา แดวอ อายุ ๑๙ ปี ได้เข้ามอบตัวต่อ ทภ.๔ เนื่องจากถูกซัดทอดว่าเกี่ยวข้องกับความไม่สงบใน จ.ชายแดนภาคใต้   (สยามรัฐ ๑๐ ก.ค.๔๗) 
                        ๕. ราษฎร ต.ควนโพธิ์ ที่เสียชีวิตและถูกจับกุมในเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ มีดังนี้ 
                            ๑) นายฮามะ สาและ เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                            ๒) นายบายารูติง สาและ) เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                            ๓) นายมะแอ หะหลี เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                            ๔) นายซัมชูดัง กาลอ เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                            ๕) นายสะมะแอ  ลาเต๊ะ เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                            ๖) นายอับดุลเลาะ กาลอ เสียชีวิตในการโจมตี สถ.อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี 
                            ๗) นายยูน สะแลแม เสียชีวิตในการโจมต สถ.อ.แม่ลาน 
                            ๘) นายสะการียา หัดขะเจ เสียชีวิตในการโจมตหน่วยบริการ ปชช.สะบ้าย้อย 
                            ๙) นายอับดุล รอ ได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมในการโจมตี สภ.อ.แม่ลาน  (.....) 
อ.ยะรัง
                    ต.เขาตูม 
                        นายอิสมะแอ  สาและ อายุ ๑๙ ปี ถูก จนท.จับกุมพร้อมพวก ๔ คนเมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗  (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
                    ต.คลองใหม่ 
                        ๑. นายมหานันท์  มะหิเล (หะยีมะ กูแปปูยู) ต้องสงสัยว่ายิงปืนเข้าไปในกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ และเกี่ยวข้องกับเจ๊ะกูแม  กูเต๊ะ (หน.ขจก.) ( ) 
                        ๒. เมื่อวันที่ ๘ ก.ค.๔๗ คนร้ายยิงนายถาวร  สุขเกษม หน.ส่วนงานโยธา สถานที่เกิดเหตุหน้า รร. อัลอิสลามิยะห์ ม.๑ (บ.ปิยะ) ต.คลองใหม่  (สยามรัฐ ๙ ก.ค.๔๗) 
                        ๓. เมื่อวันที่ ๘ พ.ย.๔๗ กลุ่มโจรได้บุกปล้นปืนลูกซองของ ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) ไปจากบ้านของ 
                            ๑) นายต่วนอาเซ  กูลิ 
                            ๒) นายดอลอเแม  ซะบอน  (ไทยรัฐ ๙ พ.ย.๔๗) 
                        ๔. นายสะการียา  ยูโซะ เสียชีวิตจากการปะทะกับ จนท.ที่จุดตรวจ กรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (.....) 
                    ต.ประจัน 
                        เมื่อวันที่ ๘ พ.ย.๔๗ กลุ่มโจรได้บุกปล้นปืนลูกซองของ ชรบ. จากบ้านนายหะยี  มูคอ อายุ ๔๒ ปี ผญบ.ม.๙ ต.ประจัน  ได้ปล้นปืนลูกซองไป ๒ กระบอก ในขณะที่นายหะยีมูคอไม่อยู่บ้าน (ไทยรัฐ ๙ พ.ย.๔๗) 
                    ต.ระแว้ง 
                        นายอาริกดิง จารง อายุ ๓๐ ปี เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๘ ก.ค.๔๗ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ยิงถล่ม สภ.ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ ๗ ม.ค.๔๗  โดยอ้างว่าในวันเวลาที่เกิดเหตุตนพักอยู่กับญาติที่ กทม. จึงเข้ารายงานตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์  (สยามรัฐ ๘ ก.ค.๔๗/ไทยรัฐ ๙ ก.ค.๔๗) 
                    ต.วัด 
                        ๑. นายแตะมะ แมเลาะ  ราษฎร ต.วัด เสียชีวิตในการโจมตี สภ.อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (.....) 
                        ๒. นายอิสบอรอเฮงยาดี กาเซ๊ะ  อายุ ๓๘ ปี เข้ามอบตัวต่อ จนท. ทภ.๔ กรณีเกี่ยวกับเหตุการณ์ เมื่อ ๒๘ เม.ย.๔๗  โดยอ้างว่า ในวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  นายยูโซ๊ะ (เพื่อน) ชวนให้ไปงานฉลอง แล้วให้ดื่มน้ำอ้างว่าจะไปเอาประเทศปัตตานีคืน ตนไม่เห็นด้วยจึงไม่เข้าร่วม แต่หลังจากดื่มน้ำแล้ว ตนไม่สึกตัว ได้รับมีด ๑ เล่ม และเพื่อนบอกว่า จนท.จะมองไม่เห็นตัว
                        การเข้ามอบตัวครั้งนี้ เข้ามอบตัวโดยบริสุทธิ์ใจ เพื่อจะได้อยู่ในสังคมโดยปกติ (มติชน ๒๑ พ.ค.๔๗) 
                    ต.สะดาวา 
                        มีราษฎรจาก ต.สะดาวา เสียชีวิตจากการโจมตีหน่วยทหารที่ ต.ตาเซะ อ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ๒ คน 
                    ต.สะนอ 
                        นายดอเลาะ สาแม เสียชีวิตในการปะทะกับ จนท. ที่ สภ.อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (.....) 
                    ต.เมาะมาวี 
                        ๑.นายเมาซียัน (เปาะยัง) ดาแรง อายุ ๒๑ ถูก รอง ยบก.ภ.ยะลา นำไปสอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ ๑๙ ก.พ.๔๗ หลังจากถูกจับกุมได้ โดยถูกนายมะกอรี (มะจัง) จูมิ ให้การซัดทอดเกี่ยวกับคดีความไม่สงบ  (มติชน ๒๐ ก.พ.๔๗) 
                        ๒. นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กก.สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางไปยัง เพื่อพบนายอุสมาน และนางยาปิลา นูรุลอาคิน พ่อแม่นายอิสบีน ที่ถูกทหารพรานยิงเสียชิวิต ที่ จ.ยะลา เมื่อ ๖ ก.ย.๔๗ รวมทั้งพบนายมูฮัมมัดรอมลี เจ๊ะและ ผู้อยู่ในเหตุการณ์เพื่อทราบข้อมูล (มติชน ๑๑ ก.ย.๔๗) 
                        ๓. บุตรชายนายก อบต.เมาะมาวี ปลุกระดมมชาวบ้านให้ลุกขึ้นต่อสู้กับ จนท.อ้างว่า จนท. กดขี่ข่มเหงประชาชน โดยนำเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมชาวบ้าน มาเป็นสาเหตุ  (มติชน ๑๗ ก.ย.๔๗) 
                        ๔. นายอับดุลกูดุ บือราเฮง อายุ ๓๙ ผช.ผญบ. อาชีพทำสวน และกิจการขายรถมือสอง บุตรเจ้าของรร.บำรุงอิสลาม บ.บาโงกาบู จ.ยะลา เคยเดินทางไปเปิดร้านขายอาหารในมาเลเซีย ระหว่างวปี ๒๕๓๒ - ๒๕๓๓ (ใน.....) ในช่วงที่เปิดร้านขายอาหารดังกล่าว มีสมาชิก ขจก.ไปชักชวนให้ร่วมงานด้วย ได้แก่... 
                            ๑) นายมะราเซ้ง (เปาะตาเยาะ) ขจก.BRN 
                            ๒) นายอิสมาแอ ท่าน้ำ และนายมะ เปอลิส อายุ ๔๐ ปี ขจก.PURO 
                            ๓) นายเปาะยิ ผู้นำ ขจก.BMPP  (.....) 
อ.ยะหริ่ง
                    ต.บางปู 
                    นายอับดุลเลาะ ลือแม ถูกยิงได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับ จนท.ในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (.....) 
                    ต.มะนังยง 
                        นายบูราฮานูดิน อุเซ็ง  สส.ยล.ทรท. นำผู้หลงผิดเข้ามอบตัวต่อ จนท. เมื่อวันที่ ๘ มิ.ย.๔๗ ประกอบด้วย อายุ ๓๗ ปี, อายุ๔๐ ปี , อายุ ๔๐ ปี ,อายุ ๓๘ ปี 
                        ทั้งหมดสารภาพว่า เป็นสมาชิกกลุ่มลงมือโจมตี จนท. เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  โดยมีนายสะมะแอ ระยะหลง/อุสตาสโซ๊ะ เป็นผู้นำ สั่งสอนเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน แต่พวกตนไม่ได้ร่วมโจมตีด้วย เพราะไม่เชื่อในคาถาอาคม  (เดลินิวส์ ๙ มิ.ย.๔๗ ) 
                    ต.ตอหลัง 
                        นายอิสมาแอ มาฮะ (อิสมาแอล มาหะ) ราษฎร ต.ตอหลัง เข้ามอบตัวต่อ จนท. เมื่อวันที่ ๑๒ พ.ค.๔๗  (.....) 
                    ต.ตะโละกาโปร์ 
                        เมื่อวันที่ ๑๙ พ.ค.๔๘ จนท. ตร.ทหาร ไดเข้าตรวจค้นบ้านพักนักเรียนปอเนาะ รร.ปอเนาะญิฮาดวิทยา ม.๓ ต.ตะโละกาโปร์ จากการตรวจค้นบ้านพักประมาณ ๑๐ หลัง สามารถยึด 
                            - เอกสารภาษาอาหรับ และภาษายาวี หน้าปกรูปมัสยิดกรือเซะ และปืนใหญ่พญาตานี 
                            - สมุดจดบันทึกความเคลื่อนไหวของ จนท. 
                            - แผนผังจุดตรวจ และการลาดตระเวนของ จนท. ตร.- ทหาร ในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง และปะนาเระ 
                            - ม้วนสายไฟ ท่อ PVC 
                            - เทป VDO การฝึกอบรมของ นายบินลาดิน 
                            - คอมพิวเตอร์ ๑ ชุด 
                            - รถยนต์ BMW ทะเบียน ฉด.๘๘๗๖  กรุงเทพมหานคร 
                        นอกจากนั้น จนท. ได้ควบคุมตัว นายอาดือนัน เจะอาแซ อายุ ๓๓ ปี เจ้าของ รร.ปอเนาะ , นร.ปอเนาะ , นร.ปอเนาะ,นร.ปอเนาะ 
                        ส่วนการตรวจค้นบริเวณสวนมะพร้าวบริเวณหอพักในปอเนาะ ซึ่งถูกระบุว่า เป็นสถานที่ฝึกอาวุธ ปรากฎร่องรอยกระป๋องน้ำอัดลมถูกยิงเป็นรู และที่ต้นมะพร้าวมีรอยกระสุนเช่นเดียวกัน  (ไทยรัฐ ๒๐ พ.ค.๔๘) 
อ.ปะนาเซะ
                    ต.ปะนาเระ 
                        ๑. นายอาบูบากา ลาเต๊ะ  อายุ ๔๑ ปี ครูสอนศาสนาปอเนาะ "สามัคคีพัฒนา" และนายหวังยูโซ๊ะ หลงนิเลาะห์ อายุ ๔๓ ปี ครู รร.TADIKA  มัสยิดบ้านสวน เข้ารายงานตัวต่อ จนท. เมื่อวันที่ ๘ มิ.ย.๔๗ 
                        ทั้งสองคนให้การสารภาพว่า ร่วมอยู่ในขบวนการฝึกอบรม สอนให้เยาวชนมีแนวคิดในการแบ่งแยกดินแดน และทำร้ายจนท.โดยมีนายสะมะแอ ระยะหลง เป็น หน. แต่หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ มีคนล้มตายมาก คิดได้ว่าตนหลงผิดจึงเข้ามอบตัว (เดลินิวส์ ๙ มิ.ย.๔๗) 
                        ๒. เมื่อวันที่ ๘ ต.ค.๔๗  ตร.สภ.อ.ปะนาเระ ได้จับกุม นร.ปอเนาะ ๒ คน ซึ่งต้องสงสัยว่ายิง สตอ.กนก ประสาทศิลป์ ตร.สภ.อ.ยะหริ่ง ปัตตานี เสียชีวิต  บนถนนสายท่าด่าน - ปะนาเระ ม.๓ (บ.ท่าด่าน)  ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง  เมื่อวันที่ ๘ ต.ค.๔๗ ประกอบด้วย อายุ ๒๖ ปี , อายุ ๒๘ ปี 
                        จากการตรวจค้นตัว พบปืนพกขนาด ๙ มม. ทำจากจีน รุ่นโนรังโก พร้อมกระสุน ๔ นัด ในตัวนายสารียา โดยมีนายอิบรอเฮม เป็นคนขับรถ จยย. จากการตรวจสอบหัวกระสุนปืน ไปตรงกับหัวกระสุนที่คนร้ายใช้ยิง ดต.ทวี วงศ์จันทร์ ตร.สภ.อ.ปะนาเระ บาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ ๗ ต.ค.๔๗  (มติชน/สยามรัฐ/เดลินิวส์ ๙ ต.ค.๔๗/ไทยรัฐ ๑๐ ต.ค.๔๗) 
                    ต.บ้านนอก 
                        เมื่อวันที่ ๑๕ ส.ค.๔๗ จนท.ได้เข้าตรวจค้น รร.ปอเนาะทุกแห่งใน ม.๖ ต.บ้านนอก เนื่องจากมีพยานเห็นคนร้ายที่ลอบยิง ดต.พูลพิชิต ทองช่วย อายุ ๔๓ ปี ตชด. ที่ ๔๔ ค่ายพญาลิไท เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๑๔ ส.ค.๔๗ และคนร้ายได้หลบหนีเข้าไปในปอเนาะ "ดารุสมูฮายีรีน" ม.๖ ต.บ้านนอก 
                ในการตรวจค้น จนท.ยึดได้ จยย.ต้องสงสัย ๕ คัน นำตัว นร.ปอเนาะ ๙ คน ไปสอบสวน และ ๓ คน ใน ๙ คน เป็น นร.จากมาเลเซียซึ่งอ้างว่ามาเรียนหนังสือ  (มติชน ๑๖ ส.ค.๔๗) 
                    ต.ท่าน้ำ 
                        ๑. เมื่อวันที่ ๒๙ ก.ค.๔๗  หน่วย ฉก.ปน. เข้าตรวจค้นอาวุธปืน ในพื้นที่ ม.๑ ต.ท่าน้ำ พบอาวุธปืน M๑๖ จำนวน ๑ กระบอก พร้อมซองกระสุนปืนสั้น ๓ ซอง กระสุน ๔๕ นัด ใส่ในกระสอบปุ๋ยฝังดินในสวนยาง  (สยามรัฐ ๓๐ก.ค.๔๗) 
                        ๒. ปืนดังกล่าวในข้อ ๑ เป็นปืนที่นายมะรูยี มะเซ็ง อายุ ๓๑ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๖๓ ม.๑ ต.ท่าน้ำ นำไปฝังไว้บริเวณสวนมะพร้าว 
                        จากการตรวจสอบปืนดังกล่าว พบว่าเป็นอาวุธปืนของนายหะยี ดาโอ๊ะ ท่าน้ำ ซึ่งเป็นปืนของ ทบ.ที่หายไปเมื่อหลายปีมาแล้ว(สยามรัฐ ๑ ส.ค.๔๗) 
อ.มายอ
                    ต.มายอ 
                        ทราบว่า คนร้ายที่เกี่ยวข้องกับคดีสังหารนายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๗ ก.ย.๔๗ บางคนเป็นอดีต นร.รร.เตรียมศึกษาวิทยา ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี เป็นคนในพื้นที่ ต.มายอ อ.มายอ  (มติชน ๑๙ - ๒๐ ก.ย.๔๗) 
                    ต.กระหวะ 
                        เมื่อวันที่ ๒๔ ต.ค.๔๗  จนท.ทหารพราน ๔๓ ได้จับกุมนายมะสอลา มาแฮ อายุ ๔๐ ปี พร้อมนายมาะเต๊ะ สานิง อายุ ๓๗ ปี ขณะขับ จยย. ต้องสงสัยว่าเป็นคนฆ่า นายอาทิตย์ คำเกลี้ยง จนท.วิเคราะห์นโยบาย และแผน เทศบาล ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี ในเช้าวันเดียวกัน 
                        ในการตรวจค้น พบปืน .๓๕๗  ๑ กระบอก กระสุน ๖ นัด (มติชน ๒๕ ต.ค.๔๗) 
                    ต.ตรัง 
                        เมื่อ ๑๘ ก.พ.๔๗  จนท.ตร.สภ.อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้จักกุมนายอิสมาแอ อีซอ อายุ ๒๑ ปี และนายอาซิ วาเบ็ง อายุ ๒๐ ปี ในข้อหาต้องสงสัยยิง จนท.ตร. ทั้งสองให้การเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ใน ๓ จ.ชายแดนภาคใต้  (มติชน ๑๙ พ.ย.๔๗) 
                    ต.กระเสาะ 
                        เมื่อ ๒๑ ก.ย.๔๗  กำลังทหาร ๓๕ นาย ได้เข้าตรวจค้นของนายเจ๊ะอันนูวา กาซอ หนึ่งใน ๓ คนร้าย ที่ถูกศาลออกหมายจับในคดีสังหาร นายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อ ๑๗ ก.ย.๔๗ แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ  (ไทยรัฐ ๒๓ ก.ย.๔๗) 
อ.สายบุรี
                    ต.ตะลุบัน 
                        นายมูฮัมหมัดรุสตา  อาบู และนายแวดอเราะ ถูก จนท.วิสามัญฆาตกรรม ขณะขี่ จยย.ลอบยิง จนท.ตร.สภ.อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ย.๔๗ 
                        จยย.ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะ เป็นของนายมุสตอปา  ยูโซป ซึ่งได้แจ้งหายไว้ (มติชน ๒๓ พ.ย.๔๗) 
                        ทราบว่านายมูฮัมหมัดรุสตา  อาบู และนายเจ๊ะอับดุลเลาะ  ยะโกะ เป็น ขจก.สังกัด "เปอร์บูดอ" ซึ่งเป็นกลุ่มที่แยกตัวไปจาก ขบวนการ BRN.co - ordinate (ไทยรัฐ ๒๓ พ.ย.๔๗) 
                        ทั้ง ๒ คนอยู่ในขบวนการ GHIP  มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มมือปืนรับจ้างและค้าอาวุธของ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี โดยมีผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่ง เป็น หน.ซุ้ม (เดลินิวส์ ๒๓ พ.ย.๔๗) 
                    ต.บือเระ 
                        จนท.ฉก.ทพ.๔๓ ได้จับกุมนายมะเต๊ะ  สานิง อายุ ๓๙ ปี และนายมะสอลา  มาแฮ อายุ ๔๐ ปี  ในข้อหาต้องสงสัยพัวพันกับการลอบยิงนายอาทิตย์  คำเกลี้ยง จนท.วิเคราะห์  นโยบายและแผน เทศบาลตำบลตะลุบัน เมื่อเช้าวันที่ ๒๔ ต.ค.๔๗ 
                        ในการตรวจค้นผู้ถูกจับกุม พบปืน .๓๕๗  ๑ กระบอก กระสุน ๖ นัด (มติชน ๒๕ ต.ค.๔๗) 
อ.ไม้แก่น
                    ต.ไม้แก่น 
                        นายอาฮาหมัดคอตาฟี  สาและ อายุ ๒๒ ปี ถูก จนท.จับกุม ขณะขับรถ จยย.ให้นายชายภู สะมะแอ อายุ ๒๒ ปี ยิง จสต.สำราญ  สังฆบุษยา ตร.สภ.อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๔๗ 
                        ทั้งสองคนสารภาพว่า ก่อนลงมือปฏิบัติการ ได้ไปนอนพักที่บ้านนายอับดุลซัดดา  หะยีอารี ซึ่งเป็นครูสอนศาสนา ใน อ.ทุ่งยางแดง (มติชน ๒๙ ต.ค.๔๗) 
อ.ทุ่งยางแดง 
                    ต.พิเทน 
                        เมื่อ ๑๒ ก.ย.๔๗ กำลังจาก ฉก.ทภ.๔ สน.เข้าตรวจค้น รร.อิสลามประชานุเคราะห์ ซึ่งเป็น รร.เอกชนสอนศาสนาอิสลาม โดยได้เข้าตรวจค้นบ้าน ของนายอับดุบรอนิ  กาหามะ เจ้าของ รร.และเป็นเลขานุการสมาคม รร. เอกชนสอนศาสนาอิสลาม ๕ จว.ชายแดนภาคใต้  ผลการตรวจค้นไม่พบเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวกับความไม่สงบในพื้นที่ (เดลินิวส์ ๑๓ ก.ย.๔๗) 
                    ต.ปากู 
                        นายอับดุลซัดดา  หะยีอารี ครูสอนศาสนา ใน อ.ทุ่งยางแดง  เป็นผู้ให้ที่พักแก่นายชายภู  สะมะแอ อายุ ๒๒ ปี และนายอาฮาหมัดดอตาฟี  สาและ อายุ ๒๒ ปี ก่อนที่บุคคลทั้งสองไปยิง จสต.สำราญ  สังฆบุษยา ตร.สภ.อ.ทุ่งยางแดง เมื่อ ๒๘ ต.ค.๔๗ (มติชน ๒๙ ต.ค.๔๗) 
                        นายชายภู  สะมะแอ สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายมูหมัด นาเซ (หรือมะยาบือราเฮง และนายการีมาน) การีมัง กาเดร์ในราคา ๘,๐๐๐ บาท 
                    ต.ตะโละแมะนา 
                        นายกอเช็ง เจ๊ะเลาะ เป็นสมาชิกระดับนำของ  เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อวินาศกรรม 
                        นายถาวร เสนเนียม สส.สข.ปชป.อ้างว่า นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา รู้จักนายกอเช็ง ดี  (ผู้จัดการ  ๒๕ พ.ย.๔๕) 
                    ต.น้ำคำ 
                        เมื่อ ๑๒ ก.ย.๔๗ จนท.ฉก.ทภ.๔ สน.เข้าตรวจค้น รร. "อิสลามดูวา" ของนายยายุบ กาหามะพี่ชายนายอับดุลรอนิ กาหามะ เจ้าของ รร.อิสลามปะชานุเคราะห์ (ถูกตรวจค้นพร้อมกัน) แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ สร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านอย่างมาก  (เดลินิวส์ ๑๓ ก.ย.๔๗) 
อ.กะพ้อ
                    ต.กะรุบี 
                        ๑. ตร.ได้จับกุมตัวนายยุลกิฟรี เจาะ อายุ ๓๒ ปีสมาชิก GMIP  ได้เมื่อวันที่ ๕ มี.ค.๔๗ ในข้อหาฆ่า จสต.อรุณ อักษรกาญจน์ ตร.สภ.อ.กะพ้อ และ สตอ.มายากี ละเต๊ะ สภ.อ.ไม้แก่น  (มติชน ๖ มี.ค.๔๗) 
                        ๒. เมื่อวันที่ ๑๘ ต.ค.๔๗ จนท.พบว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีตระเวนแจกใบปลิวในพื้นที่รอยต่อ ต.จะกว๊ะ ต.เกะร๊อ อ.รามัน จ.ยะลาต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และ ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ข้อความข่มขู่ชาวบ้าน ไม่ให้ร่วมมือกับ ตร. ทหาร อส. ชรพ. ครูหรือข้าราชการอื่น หากไม่ทำตามจะไม่รับรองความตาย (มติชน ๑๙ ต.ค.๔๗) 
                        จนท.เชื่อว่า การแจกใบปลิวดังกล่าว น่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มที่บุกโจมตี สภ.อ.และที่ว่าการ อ.กะพ้อ (เดลินิวส์ ๒๐ ต.ค.๔๗) 
                    ต.ตะโลตือรามัน 
                        ๑. นายอัสนี สาเค็ง อายุ ๒๔ ปี และนายณัธวุฒิ ชาแม (มูหะมัดพอสัน) อายุ ๒๔ ปี ถูกจนท.จับกุมในข้อหาเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิด ๓ จุด ในโรงแรมกลางเมืองยะลา เมื่อกลางดึกวันที่ ๒๑ ส.ค.๔๗ และถูกจับกุมที่โรงแรมมายเฮาส์
                        ในการจับกุม จนท.ตรวจค้นห้องพักโรงแรมพบเฮโรอีน จำนวนหนึ่ง เงินสด ๗,๐๐๐ บาท โทร.มือถือ ๒ เครื่อง เครื่องวัดกระแสไฟฟ้า หัวแรงไฟฟ้า ลวดตะกั่ว สายไฟสีดำและเขียว ๒ เส้น และอุปกรณ์อื่น ๆ เกี่ยวกับการทำวัตถุระเบิด ๑๓ รายการ  (สยามรัฐ ๒๕ ส.ค.๔๗) 
                        ๒. เมื่อ ๑๒ ต.ค.๔๗ กลุ่มคนร้ายได้บุกเข้าโจมตีที่ว่าการ อ.กะพัง และ สภ.อ.กะพัง พร้อมกัน ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต ๒นาย บาดเจ็บ ๕ นาย (มติชน ๑๓ ต.ค.๔๗) 
                        กลุ่มคนร้ายที่บุกเข้าโจมตีสถานที่ราชการดังกล่าว จนท.ได้เชิญนายมะไชมูดิน เซ็ง อายุ ๕๑ ปี ผญบ. นายบรอเฮง แซโค อายุ ๔๙ ปี ผช.ผญบ... และนายเจ๊ะอาแซ คือ ราแม อายุ ๓๖ ปี อดีต อบต. ไปสอบสวนก่อนที่จะปล่อยตัวกลับ (ไทยรัฐ ๑๓ ต.ค.๔๗) 
                        ๓. กลุ่มคนร้ายที่มีส่วยพัวพันในการบุกโจมตี สภ.อ.กะพ้อ ที่ว่าการอ.กะพ้อ และ เผา รร.ใน อ.กะพ้อ หลายแห่ง 
เดินทางไปปรากฎตัวที่บริเวณถ้ำ บ.ปาตาปาเซ บนเทือกเขาบูโด อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส นอกจากนั้นยังมีกลุ่มวัยรุ่นไปปรากฎตัวด้วย เท่าที่ทราบประกอบด้วย คน ๕ คน 
                        บริเวณพื้นที่บนเทือกเขาบูโดดังกล่าว เป็นจุดที่สามารถแยกเดินทางไป อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี อ.รามัน จ.ยะลา อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส (มติชน ๒๘ พ.ย.๔๗) 
อ.แม่ลาน 
                    ต.ป่าไร่ 
                        ๑. นายอับดุลเลาะ อาแว เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจ จนท.ที่ บ.กรือเซาะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อ ๒๘ เม.ย.๔๗ 
                        ๒. นายเจะอูเส้น เจะมะ เสียชีวิตในการโจมตี สภ.อ.แม่ลาน เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (.....) 
                    ต.ม่วงเตี้ย 
                        ราษฎร ต.ม่วงเตี้ย ที่เสียชีวิตในการโจมตี สภ.อ.แม่ลาน เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ จำนวน ๖ คน  (.....)

จังหวัดยะลา

จังหวัดยะลา

                ๑.ทางการ จ.ยะลาสรุปพื้นที่ที่มีแนวร่วม ขจก. และการเคลื่อนไหว ได้แก่ 
                    ๑) อ.เมืองยะลา ต.บุดี บันนังสาเร็ง สะเตงนอก (บางส่วน) 
                    ๒) อ.รามัน ต.จะกว๊ะ บือมัง 
                    ๓) อ.บันนังสตา ต.บาเอาะ 
                    ๔) อ.เบตง ต.อัยเยอร์เวง 
                    ๕) อ.ธารโตต. บ้านแหร 
                    ๖) อ.ยะหา ต.ปะแต 
                (มติชน ๕ มี.ค.๔๗) 
                ๒. เมื่อวันที่ ๒๑ ต.ค.๔๗ ที่ สนง.คณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลานายอับดุลฮาเรม หิเล เลขานุการคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา รับมอบผลอินทผาลัมจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอนของชาวไทยมุสลิม เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่มัสยิด ๔๒๕ แห่ง โรงเรียนทาดีกา ๔๐๓ แห่ง โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ๘๑ แห่ง ปอเนาะ ๖๑ แห่ง (มติชน ๒๒ ต.ค.๔๗) 
                ๓. เมื่อวันที่ ๑๕ ธ.ค.๔๗จนท. จากกรม DSI + ตร.สภ.อ.เมืองยะลา ได้เชิญตัวครูสอนศาสนา ๔ คน ไปสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ได้แก่ 
                    ๑) นายมูฮัมหมัดฮานาฟี ดอเลาะ ครูสอนศาสนา (อุสตาส) รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมืองยะลา 
                    ๒) นายอาหามะ บูละ ครูสอนศาสนา รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ มีบ้านพักอยู่ บ.พงยือไร ต.บันนังสาเร็ง อ.เมืองยะลา 
                    ๓) นายยูโซ๊ะแวดือราแม อดีตครูสอนศาสนา ม.เอกชน 
                    ๔) นายอับดุลรอซะ แวดอเลาะ ครูสอนศาสนา รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ 
                (มติชน ๑๕ ธ.ค.๔๗) 
อ.เมืองยะลา 
         ๑.เขตเทศบาลเมืองยะลา  (ตะสะเตง) 
                    ๑.๑ จนท.ตร. ได้จับกุมตังนายอุเซ็ง สาตา อายุ ๓๔ ปี ในข้อหาโทรศัพท์ขู่วางระเบิดสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.ยะลา ซึ่งนายอุเซ็งรับสารภาพว่า กระทำไปด้วยความคึกคนอง (มติชน ๑๙ ก.พ.๔๗) 
                    ๑.๒ เมื่อวันที่ ๒๔ ก.ย.๔๗จนท.ตร.ยะลา เข้าตรวจค้นบ้านของนายอาหมัด ตืองะ ครูสอนศาสนา (อุสตาส) รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมืองยะลา ซึ่งเป็นเป้าหมายของ ตร.ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ จากการตรวจค้นไม่พบตัวนายอาหมัด แต่พบกระสุนปืนลูกซองเบอร์ ๑๒ จำนวน ๘ นัด กระสุนขนาด .๔๐ จำนวน ๗๔ นัดกระสุนขนาด .๓๘ จำนวน ๗ นัดและกระสุนขนาด ๙ มม. อีก ๒ นัด ไฟฉายสนาม เป้สนาม ซองปืน ถุงทะเล ๔ ใบ ลูกปะคำ ๓ เส้น 
รวมทั้งชุดรักษาพยาบาล เครื่องมือทำความสะอาดปืน และโทรศัพท์มือถือ ๑ เครื่อง (มติชน ๒๕ ก.ย.๔๗) นายอาหมัด ตืองะ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า "มะ บาตัล" เป็นแกนนำคนสำคัญ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลุกระดมเยาวชนให้ร่วมก่อเหตุ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (ข่าวสด ๒๖ ก.ย.๔๗) 
                    ๑.๓ เมื่อวันที่ ๒๔ ส.ค.๔๗ จนท.ตร. ได้เข้าตรวจค้นบ้านนายอดุลย์ มูนี (อุสตาสเลาะ) ครูสอนศาสนา รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ ซึ่งต้องสงสัยว่า มีส่วนร่วมในการก่อเหตุระเบิดโรงแรมกลางเมืองยะลา เมื่อวันที่ ๒๑ ส.ค.๔๗  ในการตรวจค้นบ้านพัก พบรถ จยย. ฮอนดาเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งคนร้ายนิยมใช้ก่อเหตุ โดยทางอดุลย์ระบุว่า เป็นรถที่เด็กนักเรียนนำมาฝากไว้ (สยามรัฐ ๒๕ ส.ค.๔๗) 
                    ๑.๔ มทภ.๔ เปิดแถลงข่าว เมื่อวันที่ ๓๑ ส.ค.๔๗ ว่า ได้นำตัวครูสอนศาสนา รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ ๓ คนไปสอบปากคำ เพราะถูกซัดทอดจากผู้ที่ออกมารายงานตัว ครูสอนศาสนาทั้ง ๓ คน ประกอบด้วย อายุ ๓๗ ปี , อายุ ๔๒ ปี, อายุ ๓๔ ปี (มติชน๑ ก.ย.๔๗) 
                    ๑.๕ ที่ จ.ยะลานายอารีฟาน สุหลงสจ.เขต อ.เมืองยะลา ผู้จัดการ รร.สตรีธรรมวิทยามูลนิธิ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นายสะแปอิง บาซอ และนายมะดาโอ๊ะ ยะลาแป ผู้รับในอนุญาต และผู้จัดการ รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ ที่ถูกกำลังทหารจาก ฉก.ยะลา ควบคุมตัวไปพบ มทภ.๔ ที่ทภ. ๔ สน. เมื่อคืนวันที่ ๓ ก.ย.๔๗ ได้รับการปล่อยตัวแล้ว (สยามรัฐ๕ ก.ย.๔๗) 
         ๒.ต.ลำพะยา 
                    นายแอรือมัน มะแซอายุ ๒๗ ปี ผู้มีส่วนพัวพันกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ และเป็นแนวร่วมของขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ถูก จนท. สภ.อ.สะบ้าย้อย ล้อมจับเมื่อวันที่ ๒๔ ธ.ค.๔๗ หลังจากทราบว่า เข้าไปสร้างขนำอยู่ในพื้นที่ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย แต่ไม่พบตัว (มติชน ๒๕ ธ.ค.๔๗) 
         ๓.ต.สะเตงนอก 
                    ๓.๑ เมื่อวันที่ ๑๘ ก.พ.๔๗ ตร.ภ.ยะลา แถลงข่าวการจับกุมนายมะกอรี (มะจัง) จูมิอายุ ๒๑ ปี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า และมีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง 
นายมะกอรี สารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกก่อคดีใน จ.ยะลา รวม ๙ คดี คดีที่สำคัญคือ ร่วมกับพวกยิง สตท.มุสตอปา กามา สังกัด ตชด. ที่ ๔๔ค่ายพญาลิไท อ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ ๑๑ ธ.ค.๔๖ (มติชน๑๙ ก.พ.๔๗) 
                    ๓.๒ นายไชนุดดิน มะหะหมัดเสียชีวิตในการบุกเข้าโจมตีจุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (........) 
                    ๓.๓ ชุดเฉพาะกิจ จ.ยะลา ค่ายสิริธร แถลงข่าวการจับกุมวัยรุ่น ๕ เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ ประกอบด้วย ๕ คนอายุ ๑๙ ปี, อายุ ๑๙ ปี ,อายุ ๒๒ ปี . อายุ ๑๙ ปี ,อายุ ๒๔ ปี ในการตรวจค้นบ้านเลขที่ ๑๕/๑๘ ม.๓ต.สะเตงนอก ตรวจพบ 
                        ๑) สิ่งของเครื่องใช้ประจำตัวประกอบด้วย กางเกงชุดลายพราง ๒ ตัว เสื้อลายพราง ๑ ตัว เสื้อยืดลายพรางแขนยาว ๑ตัว กางเกงวอร์มผ้าร่มสีดำ ๑ ตัว เปลสนามสีดำ ๑ ตัว มีดเดินป่า ๑ เล่ม ไฟฉายหัวงอ ๑ กระบอก สายไฟ ๑ เส้น ถ่านไฟฉาย ๓ ก้อน ลูกประคำ ๔ เส้น ถุงมือหนัง ๑ คู่ 
                        ๒) เอกสารที่ค้นพบ ประกอบด้วย 
                                - เอกสารเพื่อกอบกู้รัฐปัตตานี ฉบับภาษามลายู ภาษายาวี และภาษารูมี (ภาษาท้องถิ่นมลายู) 
                                - หนังสือชื่อ ฮาริเมา มาตายา (Harimau Mataya) เขียนโดยมูฮำหมัดซัมรี อับดุลมาเล็ก เป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวประวัติตนกูมะมูด ไมยิดินนักต่อสู้เพื่อสิทธิชาวมลายูปัตตานี ซึ่งเป็นบุตรชายเจ้าเมืองปัตตานี คนสุดท้าย (พิมพ์ในมาเลเซีย) 
                                - หนังสือประวัติรัฐปัตตานี เขียนโดย อาหมัด ฟาร์เดร์ อัลฟาตอนี (พิมพ์ในมาเลเซีย) 
                                - คาถาศักดิ์สิทธิ์ ๑ แผ่น 
                                - ภาพวาด จนท.ตร. - ทหาร ที่เป็นเป้าหมายในการลอบทำร้าย พร้อมที่อยู่จำนวน ๒๙รายชื่อ ยศระหว่าง พตต. - รตต. 
                        ๓) แผนที่สังเขปของเทศบาลนครยะลา และพื้นที่ อ.เขาพา จ.สงขลา จำนวน ๒ แผ่น  (สยามรัฐ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
                    ๓.๔ เมื่อเช้ามืดวันที่ ๑๓ ก.ค.๔๗ จนท.ได้ควบคุมตัว ๓ คน อายุ ๒๓ ปีอายุ ๒๐ ปี และอายุ ๒๒ ปี (ไทยรัฐ ๑๔ ก.ค.๔๗) 
                    ๓.๕ เมื่อวันที่ ๓ ต.ค.๔๗ ผกก.สภ.อ.เมืองยะลา นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ หลังจากสืบทราบว่า นายเจ๊ะอาแซมะลีแต อายุ ๒๒ ปี ผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้และคดีลอบวางระเบิดหลายแห่ง แอบมาซ่อนตัวในบ้านดังกล่าว แต่นายเจ๊ะอาแซหลบหนีไปได้ (ไทยรัฐ ๔ ต.ค.๔๗) 
                    ๓.๖ นายแวดอเราะ และนายมูฮำหมัดรุสตาอาบู ถูก จนท.วิสามัญฆาตกรรม ขณะจะยิงต่อสู้ จนท.ตร.สภ.อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ย. ๔๗ โดยคนร้ายได้ใช้รถ จยย.นายมุสตอปายูโซป เป็นพาหนะ (มติชน ๒๓ พ.ย. ๔๗) 
                    ๓.๗ หลังจาก จนท.ได้ควบคุมตัวนายไพซอลสะเอ๊ะ บุตรชายเจ้าของ รร.พัฒนาอิสลามวิทยา ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ ๑๕ ก.ค.๔๗ และนำไปสอบสวนขยายผล นายไพซอล สะเอ๊ะ ได้ให้การพาดพิงว่ามีผู้ร่วมในขบวนการแบ่งแยกดินแดน จนท.จึงเข้าตรวจค้น เมื่อวันที่ก.ค.๔๗ และควบคุมวัยรุ่นได้ ๖ คน ประกอบด้วย 
                        ๑) นาย อายุ ๒๕ ปี นศ.คณะมนุษยศาสตร์ ปี ๔ ม.ราชภัฏยะลา 
                        ๒) นาย อายุ ๒๕ ปี นศ.คณะครุศาสตร์ ปี ๔ ม.ราชภัฏยะลา 
                        ๓) นาย อายุ ๒๔ ปี นศ.คณะบัญชี ปี ๔ ม.ราชภัฏยะลา 
                        ๔) นาย อายุ ๒๒ ปี นศ.คณะวารสารศาสตร์ ปี ๒ ม.ราชภัฏยะลา 
                        ๕) นาย อายุ ๒๐ ปี นักเรียนปอเนาะ 
                        ต่อมา จนท.ได้ตรวจค้นบ้าน ควบคุมผู้ต้องสงสัยอีก ๑ คนคือ 
                        ๖) นาย อายุ ๒๙ ปี คนงาน ม.ราชภัฏยะลา (สยามรัฐ ๑๘ ก.ค.๔๗) 
         ๔.ต.ลิดอ 
                    ๔.๑ เมื่อวันที่ ๓๑ ส.ค.๔๗ จนท.ได้แถลงข่าวการตรวจค้นโรงโม่หิน บ.เจริญทิพย์โยธา จก. ซึ่งเป็น ของนายอับดุลลาเต๊ะยากิต อดีตผู้สมัคร สส.ยะลา พรรค ปชป.และเป็นอดีตนายก อบจ.ยะลา เนื่องจากสืบทราบว่ามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองเกินที่ขออนุญาตไว้ ในการตรวจค้น พบระเบิดไดนาไมท ๕๓ แห่ง เชื้อปะทุ ๒๘ คอด ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท ๙ กระสอบ พร้อมกับควบคุมตัวพนักงานไว้ ๒ คนคือ 
                        ๑) นายมะสุกรีเจ๊ะแซ อายุ ๔๖ ปี และ 
                        ๒) นายดอเลาะ (ตอและ)สุอุ อายุ ๓๗ ปี ผู้ควบคุมระเบิดนำตัวบุคคลทั้ง ๒ ไปดำเนินคดีในข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายอับดุลลาเต๊ะยากัต ไม่พบตัว (ไทยรัฐ/มติชน ๑ ก.ย.๔๗) 
                    ๔.๒ ทราบว่าโรงโม่หิน (ข้อ ๔.๑) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดหลายแห่ง รวมทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายเจ๊ะกูแม กูเต๊ะ ประธาน GHIP ที่สั่งการให้สมุนก่อความวุ่นวายใน จว.ชายแดนภาคใต้ด้วย (สยามรัฐ ๕ ก.ย.๔๗) 
         ๕.ต.ลำใหม่ 
                    เมื่อวันที่ ๑๔ ก.ค.๔๗ กำลังชุดเฉพาะกิจ จ.ยะลา ได้เข้าตรวจค้น ซึ่งอยู่ในบริเวณ รร.พัฒนาอิสลามวิทยา ของนายอิสมาแออารี อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาประธาน คณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา เพื่อเชิญตัวนายไพซอลสะเอ๊ะ (สะเด๊ะ) ครูสอนศาสนา ซึ่งเป็นบุตรชายนายอิสมาแออารีแต่ไม่พบตัวนายไพซอลอย่างไรก็ดี นายอิสมาแออารี รับปากว่าจะนำบุตรชายไปมอบตัวในภายหลัง 
                    ขณะที่กำลังชุดเฉพาะกิจ จ.ยะลา จะเข้าตรวจค้น ปรากฏว่าผู้บริหาร รร.ได้ประกาศทางเครื่องขยายเสียงให้นักเรียนชาย - หญิง ประมาณ ๓๐๐ คน ออกมาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ดี ภายหลัง นายมะยูดิงสาแม ครูใหญ่ รร.พัฒนาอิสลามวิทยา ได้ออกมาแก้ไขสถานการณ์จนท. จึงนำกำลังกลับ เมื่อเวลาประมาณ ๐๖.๐๐ น. 
                    สาเหตุการตรวจค้น รร.พัฒนาอิสลาม ครั้งนี้ ได้จากการขยายผลการสอบสวนนายอิสมาแอสะอิ นศ.ม.ราชภัฏยะลา๑ ใน ๕ คนที่ถูก จนท.จับกุม เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ ที่ให้การซัดทอดว่านายไพซอล บุตรชายเจ้าของ รร.พัฒนาอิสลามวิทยา อยู่ในกลุ่มเดียวกับตน และเคยปลุกระดมที่มัสยิดแห่งหนึ่ง ให้ผู้ร่วมชุมนุมออกมาต่อสู้ เพื่อแย่งเอาดินแดนปัตตานีคืนมา 
                    นอกจากนั้น ทางการทราบว่า เมื่อต้นเดือน ก.ค.๔๗ ได้มีแกนนำ ขจก. ระดับโต๊ะครูนัดแนะให้แนวร่วมจาก ต.ยะลาต.ลิดอ ต.ยุโป อ.เมืองยะลา และ ต.วังกว้าง อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ไปรวมกำลังที่มัสยิดแห่งหนึ่ง หลังเสร็จพิธีละหมาด เพื่อก่อวินาศกรรมโดย การวางระเบิด หรือเผาสถานที่ราชการหรือบ้านพัก ในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลาแต่ จนท.ทราบล่วงหน้า การดำเนินการของกลุ่มผู้ก่อ ความไม่สงบจึงล้มเลิกไป บรรดาโต๊ะครูที่เป็นแกนนำวางแผนก่อความไม่สงบดังกล่าว มีนายไฟซอล สะเอ๊ะ และนายเซากี่ ดาโน ผู้ต้องหาลอบวางระเบิดหน่วยจู่โมที่ อ.รามัน จ.ยะลา และถูก จนท.จับกุมเมื่อ มิ.ย.๔๗ รวมอยู่ด้วย อนึ่งฝ่ายทหารเชื่อว่า นายไฟซอล น่าจะมีส่วนรู้เห็น และเกี่ยวข้องกับโต๊ะครูที่ ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นเจ้าของสวนยางที่ จนท.ขุดค้นพบปืนฝังอยู่ภายในสวนหลังบ้าน และอาจจะเชื่อมโยงกับการปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ ด้วย (สยามรัฐ ๑๗ - ๑๙ ก.ค.๔๗,ไทยรัฐ/เดลินิวส์ ๑๘ ก.ค.๔๗) 
         ๖.ต.บ้านนังสาเรง 
                    ๖.๑ กรณีทางการมาเลเซียจับกุมตัวนายอิสมาอิล จารริฟา (เปาะสู) ผู้เขียนหนังสือการต่อสู้ที่ปัตตานี ได้ที่ อ.ตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน เมื่อเดือน มี.ค.๔๗ นายอิสลาอิล ได้ให้การซัดทอดว่า มีผู้ร่วมเขียนหนังสือดังกล่าวคือนายอับดุลวาฮับ ดาตู (บาบอ วาห์ฮัน) อายุ ๔๐ ปี ครูใหญ่ รร.ตาร์เปียตุลวาตันมมูลนิธิ หรือปอเนาะมลายูบางกอก นายอับดุลวาฮับ ยอมรับว่าเข้าร่วมกิจกรรมการชักชวนของนายอิสมาแอ ระยะหลง (อุสตาสโต๊ะ) และเคยเดินทางไปฝึกอบรมจากนายอิสมาอิล ในรัฐกลันตันจริง รวมทั้งได้รับหนังสือการต่อสู้ที่ปัตตานีจากนายอิสมาอิลด้วย 
                    ๖.๒ เมื่อวันที่ ๘ ต.ค.๔๗ ตร.กองปราบ ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายมะอุเซ็ง (อุเซวว็ง) ไซซิง อายุ ๓๐ ปี ในข้อหาร่วมกันวางเพลิง เผา รร.พงยือไร เมื่อวันที่ ๓๐ ธ.ค.๔๒ ตามหมายศาล จ.ยะลา ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ (มติชน ๙ ต.๕.๔๗) 
                     ๖.๓ นายประคอง คงแก้ว นภอ.เมืองยะลา เปิดเผย เมื่อวันที่ ๒ มิ.ย.๒๔ ว่านายอำเภอกำลัง ติดตามบุคคลต้องสงสัยว่า เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ เกี่ยวกับเหตุการณ์ ๒๘ เม.ย.๔๗ มี ๒ คนคือ 
                        ๑) นายอับดุลเลาะห์ ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ขา นายอับดุลเลาะห์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บมีเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล และขัดขวางมิให้นายอับดุลเลาะห์มอบตัว เพราะเกรงว่านายอับดุลเลาะห์จะให้การซัดทอดถึงพวกตน 
                        ๒) นายสะแปอิง ซึ่งเป็นคนขับรถให้ราษฎรจาก ต.ยุโป ไปก่อเหตุ และก่อนเดินทางไปก่อเหตุได้แวะที่บ้านนายอิสมาแอ ระยะหลังที่มัสยิดมลายูบางกอก (.......) 
         ๗. ต.ท่าสาป 
                    ๗.๑ นายอัสวี โต๊ะแว เสียชีวิตในการปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่จุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (.....) 
                    ๗.๒ เมื่อเช้าวันที่ ๒๙ ส.ค.๔๗ จนท.ตร.สภ.อ.เมืองยะลา ได้นำกำลังเข้าตรวจค้น ของนายมะดาโอ๊ะ ยะลาแป อายุ ๔๓ ปี ผู้จัดการ รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมืองยะลา พบปืนพกมีทะเบียนขนาด ๑๑ มม. พร้อมกระสุน ๒๐ นัด (ไทยรัฐ ๓๐ ส.ค.๔๗) 
         ๘.ต.บุดี 
                    ๘.๑ นายสุดีรมัน ดีนาตาแล อายุ ๒๔ ปี/๒๕๔๗ เป็นสมาชิกคนสำคัญของ GMIP. 
                    ๘.๒ นายอาหามะ แมเราะ เป็น หน.กลุ่มคนร้ายที่ยิงถล่มรถสายตรวจ สภ.อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑ พ.ย.๔๕ โดยร่วมกับนายอัสปัน จาลง พร้อมสมุนอีก ๒ คน ก่อนเกิดเหตุ (๑ มิ.ย.๔๕) ประมาณ ๓ วัน นายอาหามะ พร้อมชายแปลกหน้าในชุด "ดาวะห์" เดินทางไปพบนายอับดุลกอร์เด เพื่อปรึกษาหารือแผนการบางอย่าง 
ทั้งนายอาหามะ และนายอัสมน หลบหนีไปอยู่มาเลเซีย(ไทนรัฐ ๗ พ.ย.๔๕) 
                    ๘.๓ แกนนำแนวร่วม ขจก.ใน ต.บุดี ระดับปฏิบัติการทางอาวุธ เป็นจำนวนมาก ไม่มีผู้ออกมามอบตัวต่อทางการ 
         ๙.ต.ยุโป 
                    ๙.๑ ผู้เสียชีวิตในการบุกโจมตี สตม.๔๐๓ ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ประกอบด้วย ๖ คน 
                    ๙.๒ ผู้ถูกจับกุมตัวในการโจมตี สตม.๔๐๓ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ประกอบด้วย 
                    ๙.๓ ผู้เข้ามอบตัวยต่อ จนท. 
                        ๑) นายรอมะ เจ๊ะยูโซ๊ะ อายุ ๓๙ ปี 
                        ๒) นายสาหะ มะลี อายุ ๓๙ ปี 
                    นายรอมะ เจ๊ะยูโซ๊ะ และนายสาหะ มะลี เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.ยะลา เมื่อวันที่๒๐ พ.ค.๔๗ ปฏิเสธมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีฐานปฏิบัติการหน่วยสันตินิมิตร บ.บัวทอง ต.บ้านแหร เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ แต่รับสารภาพว่าเคยร่วมประชุมก่อนหน้านั้น และไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติการ  นายสาหะ เปิดเผยว่านายอิสมาเอล ระยะหลง หรืออุสตาสโซ๊ะ ครูสอนศาสนาที่ถูกออกหมายจับ เคยชักชวนตน และนายรอมะ และพูดถึงขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งตนไม่เห็นด้วย เคยไปพบปะอุสตาสโซ๊ะ ๒ ครั้ง แต่ไม่เคยร่วมก่อการ (มติชน ๒๑ พ.ค.๔๗) 
                    ๙.๔ นายประคอง คงแก้ว นอภ.เมืองยะลา เปิดเผยต่อ จนท.ทภ.๔ สน. เมื่อวันที่ ๒ มิ.ย.๔๗ ว่ามีราษฏร ต.ยุโป ที่พูดให้การซัดวทอดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ที่ทางอำเภอกำลังติดตามตัว คือ 
                        ๑) นายซอเล 
                        ๒) นายแซดี่ 
                        ๓) นายตอปา 
                    ๙.๕ นายดาวุฒิ ซา เจ้าของ รร.อาลาวียะวิทยา สาขาบาโด ม.๓ ต.ยุโป กล่าวถึงกรณี ๒๓ รร.ปอเนาะที่มีส่วนเกี่ยวกันกับเหตุร้ายใน ๓ จ.ภาคใต้ว่า อยากให้รัฐบาลแยกแยะให้ชัดเจน เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับสถาบัน รร.บางแห่งอาจไม่รู้และไม่ควรเหมารวม ที่สำคัญ รร.สอนศาสนาไม่ได้สอนให้คนทำชั่ว (ไทยรัฐ ๓๐ ก.ค.๔๗) 
                    ๙.๖ เมื่อวันที่ ๑ต.ค.๔๗ นายอุสมาน คอเลาะ อายุ ๔๐ ปี ครูสอนศาสนา (อุสตาส) รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต บริเวณสะพานที่กำลังก่อสร้าง ม.๖ (บ.บ่อเจ็ดลูก) (มติชน ๒ ต.ค.๔๗) 
         ๑๐. ต.ตาเชะ 
                    เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ กลุ่มผุ้ก่อความไม่สงบ นำโดยนายมามะ (แบกา) มะตีเยาะ เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการทหาร ณ.๕ พัน ๑ ร้อย ๔๐๕๑ ณ สโมสรโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาแม่น้ำปัตตานี นายมามะ ได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุม (....) 
         ๑๑. ต.เปาะเส็ง 
                    ๑๑.๑ ผู้เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจบ้านกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ได้แก่๓ คน (เดลินิวส์ ๙ มิ.ย.๔๗) 
                    ๑๑.๒ นายบูราฮานูดีน อุเซ้ง สส.วยะลา (ทรท.) นำนายอามะ วาอีซะ อายุ ๔๐ ปี และพวกเข้ามอบตัวต่อทางการเมื่อวันที่ ๘ มิ.ย.๔๗ ซึ่งนายอามะสารภาพว่าเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ลงมือโจมตี จนท.เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ จริงโดยมีนายสะมะแอ ระยะหลง (อุสตาสโซ๊ะ) เป็นผู้นำและสั่งสอนให้แบ่งแยกดินแดน แต่พวกตนไม่ร่วมปฏิบัติการด้วย เพราะไม่เชื่อถือใน .......กลุ่มที่เข้ามอบตัวประกอบด้วย ๔ คน 
                        ๑) นายอามะ วาวอีซะ 
                        ๒) นายบราเฮง สะอิ 
                        ๓) นายอาแว แยนา 
                        ๔) นายรอนิง วอีแต (เดลินิวส์๙ มิ.ย.๔๗) 
                    ๑๑.๓ นายฮามือเซาะ มามุ อายุ ๓๓ ปี เข้ามอบตัวต่อ ทภ.๔ เนื่องจากถูกพาดพิงว่ามีชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ (สยามรัฐ ๑๐ ก.ค.๔๗) 
         ๑๒. ต.พร่อน 
                    นายโมหะหมัดอัสรี มะมิง อายุ ๒๐ ปีถูก จนท.ควบคุมตัว เมื่อวันที่ ๑๗ ก.ค.๔๗ พร้อมพวก ๕ คนที่บ้านเช่าเลขที่ ๑๒๔๘/๒๗ ซ.มัสยิดตักวา ม.๔ ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา 
อ.เบตง
         ต.อัยเยอร์เวง 
                    ๑. จนท.ตร.ได้จับกุมตัวนายมูฮำหมัด สาแม อายุ ๒๖ ปี เมื่อวันที่ ๒๓ ม.ค.๔๗ ในข้อหาต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับคดีคนร้ายยิงถล่ม สภ.ต.อัยเยอร์เวง เมื่อวันที่ ๗ ม.ค.๔๗ (มติชน ๒๔ ม.ค.๔๗) 
                    ๒. นายเซามารี (ยูรี) สาแมอายุ ๒๓ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฐานร่วมกับพวก ๑๔ คน ยิงถล่ม สภ.ต.อัยเยอร์เวง เมื่อวันที่ ๗ ม.ค.๔๗ ได้เข้ามอบตัวกับ จนท.ตร. เมื่อวันที่ ๕ ส.ค.๔๗ ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ (แนวหน้า ๖ ส.ค.๔๗) 
                    ๓. เมื่อวันที่ ๘ พ.ย.๔๗ จนท.ตร. ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นหมู่บ้าน หลังสืบทราบว่า นายอับดุลการิม เปาะโม๊ะ แนวร่วมกลุ่ม JI ผู้ต้องหาคดียิงทหารที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่กับเพื่อนร่วมอุดมการ และเตรียมการก่อเหตุร้าย โดยร่วมกับแนวร่วมชาวอินโดนิเซีย 
                    จากการตรวจค้นพบ นายอุสมาน อุเซ็งอายุ ๓๑ ปี ครูสอนศาสนา รร.บ้านกาตอง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงถล่ม สภ.ต.อัยเยอร์เวง เมื่อวันที่ ๗ ม.ค.๔๗ และยิงทหารที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อปลายเดือน ต.ค.๔๗ หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าหลังหมู่บ้าน ค้นพบปืน .๓๒ มม.๑ กระบอก พร้อมกระสุน ๑๖ นัด และกระสุนปืน.๔๕ มม. อีก ๑ นัด 
                    นายอุสมาน มีภรรยาชื่อ นางลินี เบ็นตีไยเด็น อายุ ๒๗ ปีชาวอินโดนิเซีย หลบหนีเข้าเมือง 
                    จากการตรวจค้นบ้าน พบเอกสารภาษายาวี เป็นจำนวนมาก (ไทยรัฐ ๙ พ.ย.๔๗/เดลินิวส์ ๑๐ พ.ย.๔๗) 
                ๔. เมื่อวันที่ ๒๖ พ.ย.๔๗จนท.ตร./ทหาร กว่า ๑๐๐ นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้น บ.ธารมะลิเนื่องจากมีรายงานว่า มีครูสอนศาสนาแกนนำ และแนวร่วมกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ประมาณ ๔๐ คน ประชุมวางแผนก่อความไม่สงบขึ้น ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ คือ 
                    ๑) นายซอและ กะเด็ง (สอและ กะเด้ง) อายุ ๕๑ ปี เป็นครูสอนศาสนา (อุสตาส) และโต๊ะอิหม่าม บ.ธารมะลิ 
                    ๒) นายอิสมาน (อัสมาน) สะอะ อายุ ๓๖ ปี (๔๓) ปี 
                    ๓) นายสะมะแอ ซาร์ (ซารี) อายุ ๔๒ ปี ทั้ง ๓ คน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ 
                    นอกจากนั้น จนท. ได้ควบคุมตัว 
                    ๑) นายอูมา วามะ อายุ ๕๓ ปี 
                    ๒) นายอับดุลเลาะห์ แวเงาะอายุ ๔๓ ปี 
                    เนื่องจากทราบว่า บุคคลทั้งสองมีส่วนรู้เห็นในการเคลื่อนไหวปลุกระดม และฝึกอาวุธเยาวชนในพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง (เดลินิวส์/ไทยรัฐ ๒๗ พ.ย.๔๗) 
อ.ยะหา 
         ต.ยะหา 
                ๑. นายซุลกิฟลี จินตราราษฎร เสียชีวิตในการเข้าโจมตีจุดตรวจบ้านกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ 
                ๒. สืบเนื่องจากกรณี จนท.จับกุม นศ.ราชภัฎยะลา เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ และนายฮัมดัน ดีแม อายุ ๒๒ ปี นศ.ราชภัฎยะลา อีกคนซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ถูก จนท. เชิญตัวไปสอบสวน เมื่อวันที่ ๑ ก.ค.๔๗ 
                นายฮัมดัน ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการต่อสู้ และปลูกฝังแนวความคิดในการแบ่งแยกดินแดน จากนายมูฮัมมัดโซเฟียน มะนอสะ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗  (สยามรัฐ ๒ ก.ค.๔๗) 
                ๓. นายอุสมาน อุเซ็ง ครูสอนศาสนา เป็นผู้ต้องหาคนหนึ่ง ซึ่งร่วมกันฆ่า พล ฯ สุทัศน์ แก้วกลางเมื่อวันที่ ...ก.ค.๔๗ โดยสมคบกับพวกอีก ๒ คน คือ 
                    ๑) นายอับดุลเลาะ อาโก๊ะ ครูสอนศาสนา รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ 
                    ๒) นายมาหายาลูดิง การเริม ครูสอนศาสนา (เดลินิวส์ ๓ ส.ค.๔๗) 
                ในการตรวจค้นบ้าน นายอุสมาน อุเซ็ง เมื่อวันที่ ๑ ส.ค.๔๗ จนท.ตรวจพบเอกสารส่วนใหญ่เป็นภาษามลายู อินโดนิเซีย รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับ ขจก.กลุ่ม  PULO จำนวนหนึ่ง (มติชน ๒ ส.ค.๔๗) 
         ต.ปะแต อ.ยะหา 
                ๑. นายอับดุลเลาะ อาโก๊ะ อายุ ๓๑ ปี ครูสอนศาสนา รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมืองยะลาถูก จนท.จับกุมตัวเนื่องจากซุ่มโจมตีทหารที่รักษาความสงบในพื้นที่ เสียชีวิต ๑ คน (พล ฯ สุทัศน์ แก้วกลาง) และบาดเจ็บ ๑ คน บริเวณ ๓ แยก บ.อาเส็น เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ค.๔๗ และนายอับดุลเลาะ ถูกยิงบาดเจ็บเช่นกัน 
                จากการตรวจค้นห้องพักชาย ใน รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ ซึ่งเป็นห้องพักนายอับดุลเลาะ พบเอกสารภาษายาวี หลายรายการ 
                นายอับดุลเลาะ อ้างว่า กลุ่มของตนขึ้นต่ออุสตาสโซ๊ะ (นายอิสมะแอ ระยะหลง) (มติชน /สยามรัฐ ๒๓ ก.ค.๔๗) 
                ๒. นายมะหามะรูดิง กาเล็ม ครูสอนศาสนา อายุ ๒๘ ปี เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ให้นายอับดุลเลาะ อาโก๊ะ (ข้อ ๑) ยิง พล ฯ สุทัศน์ แก้วกลาง เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ค.๔๗ (เดลินิวส์/สยามรัฐ/ไทยรัฐ ๒๙ ก.ค.๔๗) 
                ๓. จนท.ตร. แถลงข่าวเกี่ยวกับการจับกุม นายดอเลาะ เซ็งมะซู อายุ ๕๑ ปี ผญ.บ.ตะโล๊ะแว ในข้อหากรรโชกทรัพย์ เมื่อวันที่ ๒๗ ก.พ.๔๗ (สยามรัฐ ๒๘ ก.พ.๔๗) 
                ๔. เมื่อวันที่ ๕ พ.ย.๔๗ ตร.สภ.ต.ปะแต ได้จับกุม นายมะดาโอ๊ะ สะนิมีอายุ ๒๗ ปี ขณะไปด้อม ๆ มอง ๆ ถุงปุ๋ย บรรจุปืน HK. ๓๓ พร้อมกระสุนของ ทบ. ที่ถูกคนร้ายนำมาซ่อนไว้ 
                อาวุธปืนดังกล่าว นายนิเซ๊ะ เจ๊ะอุมา อายุ ๔๐ ปี ครูสอนศาสนา รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ นำมาซ่อนไว้ โดยใช้รถกระบะ บรรทุกมา 
                นายนิเซ๊ะ เจ๊ะอุมาถูก จนท.จับกุมในเวลาต่อมา (ไทยรัฐ ๖ พ.ย.๔๗) 
         ต.ละแอ อ.ยะลา 
                มีราษฎร ต.ละแอ ที่เข้าร่วมโจมตี จนท. เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ และเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุคือ 
                    - เสียชีวิต ในการโจมตีจุดตรวจ บ้านเนียง ต.ลิดล อ.เมืองยะลา ๑๐ คน 
                    - เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ อ.เมืองปัตตานี ๑ คน 
         ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา 
                นายอุสมาน อาโกะหิเลอายุ ๒๖ ปี ขโมยรถยนต์จากอู่ซ่อมรถ ขับฝ่าไฟแดง จุดตรวจ ถูก จนท. ไล่ติดตามจนรถไปชนต้นไม้ และใช้ปืนยิงใส่ จนท. มีระเบิดในครอบครอง จึงถูก จนท. วิสามัญฆาตรกรรม เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๐ ส.ค.๔๗บนถนนสาย บ.ปะแต - ยะหา กม. ๗ - ๘ (สยามรัฐ๒๑ ส.ค.๔๗) 
         ต.บาโร๊ะ 
                    ๑. นายมูฮัมมัด สาและเสียชีวิตในการปะทะกับ จนท.ที่จุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานีเมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (.........) 
                    ๒. เมื่อวันที่ ๑๒ ก.ย.๔๗ นายอับดุลเลาะห์ สุหลง อายุ ๒๕ ปี แต่งกายชุดดาวะห์ สวมแว่นดำ และสะพายเป้ เดินวนเวียนอยู่บริเวณสถานีรถไฟ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อ จนท.ขอตรวจค้น นายอับดุลเลาะห์ พยายามหนี 
                หลังถูกจับกุม และตรวจค้นในเป้ พบเสื้อผ้าชุดดาวะห์ อุปกรณ์โทร. มือถือ และหนังสือภาษายาวี ชื่อ "การดำรงชีวิตในภาวะสงคราม" และเอกสารต่าง ๆ อีกหลายรายการ จนท.สงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การก่อความไม่สงบในภาคใต้ เพราะมีพิรุธหลายอย่าง (เดลินิวส์ ๑๓ ก.ย.๔๗) 
อ.บันนังสตา
         ต.บันนังสตา 
                ๑. นายอิบรอฮิมกายอ และนายมุดีบันวอนิต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับคดี ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ โดยนายอิบรอฮิมกายอ และนายมุดีบันวอนิ ช่วยกันขับรถขนปืนช่วง อ.รามัน จ.ยะลา - ต.บุดี อ.เมืองยะลา (...)  ช 
                ๒. เนื่องจาก จนท.จับกุม นศ.ราชภัฏยะลา ๕ คน เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ และอีก ๑ คน มอบตัวต่อ จนท.เมื่อวันที่ ๑ ก.ค.๔๗ใน จำนวนนี้มีนายมะลอกีซา รวมอยู่ด้วย 
                ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเคยผ่านการฝึกอบรมด้านการก่อวินาศกรรม และปลูกฝังแนวคิดแบ่งแยกดินแดนมาก่อน โดยนาย มะลอกี ได้รับการฝึกจากครูสอนศาสนาในพื้นที่ (เดลินิวส์/สยามรัฐ/มติชน ๒ ก.ค.๔๗) 
                ๓. เมื่อวันที่ ๑๔ ต.ค.๔๗ จนท.ชุดเฉพาะกิจยะลา นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านของนายเจ๊ะมะนะยิ อายุ ๖๐ ปี พบระเบิดไดนาไมท์ 
๒๒ แท่ง เชื้อปะทุ ๕ ดอก ยัดไว้ในยางรถยนต์ที่ดัดแปลงตัดเป็นท่อน แอบซุกซ่อนไว้ตามชายคาบ้าน (เดลินิวส์ ๑๕ ต.ค.๔๗) 
                ๔. เมื่อวันที่ ๕ พ.ย.๔๗ ตร.สภ.อ.บันนังสตา ได้ควบคุมตัวนายนิเซะเจ๊ะอุมา อายุ ๔๐ ปี ครูสอนศาสนา รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ ไว้ สอบสวน เนื่องจากนายนิเซะ ลักลอบนำปืน HK ของ ทบ. บรรจุถุงปุ๋ยไปซ่อนไว้ในพื้นที่ บ.สะปอง ม.๓ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา 
                ปืนกระบอกดังกล่าว เป็นปืนที่ถูกปล้นไปจากอุทยานแห่งชาติบางลาง อ.บันนังสตา เมื่อวันที่ ๒๐ มิ.ย.๔๕ ในขณะเดียวกัน จนท.ได้คุมตัวนายมะดาโอ๊ะสะนิมี อายุ ๒๗ ปี ซึ่งไปด้อม ๆ มอง ๆ นำไปสอบสวนด้วย (ไทยรัฐ ๖ พ.ย. ๔๗) 
                ๕. นายกูอับดุลรอมันต่วนอาหลง อายุ ๒๘ ปี ถูก จนท.จุดตรวจหน้า สภ.อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ยิงเสียชีวิต และ ดต.กูมานิงต่วนอาหลง ตร.ประจำ สภ.อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส พี่ชายนายกูอับดุลรอมัน ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๙ ธ.ค.๔๗ นายต่วนแมเราะต่วนอาหลง อจ.๒ ระดับ ๗ รร.ประชานุเคราะห์ ฯ แจ้งต่อทางการว่านายอับดุลรอมัน ซึ่งเป็นน้องชาย มี อาการทางประสาท (มติชน ๓๐ ธ.ค.๔๗) 
         ต.บาเจาะ 
                ๑. ราษฎร ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา ที่เสียชีวิตในการโจมตี ร้อย ฉก.ตชด.๔๒๐๒ ม.๒ ต.บาเจาะ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ประกอบด้วย ๖ คน (...) 
                ๒. ราษฎร ม.๓ ต.บาเจาะ ๔ คน เกี่ยวข้องกับการลอบยิงนายโสภณขวัญแก้ว รปภ.รพ.บันนังสตา เมื่อ... และวางระเบิดรถยนต์ จนทำให้ จสต.สุเชษฐ์สังแก้ว ผบ.หมู่ป้องกันและปราบปราม ได้รับบาดเจ็บเมื่อ... (สยามรัฐ ๕ ก.ย.๔๗) 
                ๓. เมื่อวันที่ ๘ ต.ค.๔๗ ตร.สภ.อ.บันนังสตา ได้จับกุมนายอับดุลรอซะอาลีมามะ อายุ ๒๓ ปี ตามหมายศาล ในข้อหาพยายามฆ่า แต่นายอับดุลรอซะปฏิเสธ (มติชน ๙ ต.ค.๔๗) 
                ๔. จนท.ตร.ได้จับกุมนายรอเซะดอเลาะ อายุ ๓๔ ปี พร้อมปืนพกสั้น .๓๘ ไม่มีหมายเลขทะเบียน ๑ กระบอก พร้อมกระสุน ๖ นัด 
จากการตรวจสอบพบว่า อาวุธปืนดังกล่าว มีหัวกระสุนชนิดเดียวกับปืนที่ยิง ๒ สามีภรรยา คนงาน บ.สามดาวพาราวู้ด จ. ใน อ. บันนังสตา (บ้านเมือง ๑๘ พ.ย.๔๗) 
                ๕. เมื่อวันที่ ๓๐ ธ.ค.๔๗ จนท.สภ.อ.บาเจาะ ตั้งจุดตรวจหน้า สภ.อ.เรียกตรวจค้นรถกระบะทะเบียน บง.ยะลา ปรากฏว่าคนร้าย ยิง จนท.บาดเจ็บ ๒ นาย คนร้ายตาย ๑ คน บาดเจ็บ ๑ คน ได้แก่ 
                    ๑) นายกูอับดุบรามันต่วนจาหลง อายุ ๒๕ ปี ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีคดีฆ่าคนตาย ถูกยิงเสียชีวิต 
                    ๒) ดต.กูพานิงต่วนจาหลง อายุ ๔๒ ปี ผบ.หมู่งานป้องกัน ฯ สภ.อ.ยี่งอ แต่ผู้ตายถูกยิงบาดเจ็บ (ไทยรัฐ ๓๑ ธ.ค.๔๗) 
         ต.ตลิ่งชัน 
                ๑. ผู้เสียชีวิตในการโจมตี ร้อย ฉก. ตชด. ๔๒๐๒ ต.บาเจาะ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ซึ่งเป็นราษฎร ต.ตลิ่งชัน ๒ คน นายอิราซิม มะสะแต เข้ามอบตัว เมื่อวันที่ ๑๒ พ.ค.๔๗ 
                ๒. ทหารจาก ฉก.สน.ค่ายสิรินธร จัดกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ ๑๑๓/๑ ม.๒ (บ.คือลอง) ต.ตลิ่งชัน (ไทยรัฐ ๑๔ ก.ค.๔๗) 
                ๓. ตร.สภ.อ.บันนังสตา นำกำลังไปจับกุม อายุ ๓๘ ปี (๔๕) ปี ชาวอินโดนิเซียหลบหนีเข้าเมือง เมื่อวันที่ ๘ ก.ย.๔๗ 
                นายอาบูยะ รอซิล มีพฤิตกรรมปลุกปั่นราษฎรเกี่ยวกับลัทธิที่บิดเบือนศาสนาอิสลาม ปลุกปั่นให้ราษฎรในพื้นที่แบ่งแยกดินแดน โดยโยกย้ายเดินทางไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ กิ่ง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา (สยามรัฐ ๙ ก.ย.๔๗/เดลินิวส์ ๑๐ ก.ย.๔๗) 
         ต. เขื่อนบางลาง 
                เมื่อวันที่ ๑๕ ส.ค.๔๗จนท.ภายใต้การนำของ ผบ.ฉก. (พ.อ.วิชาญ สุขส่ง) เข้าตรวจค้น เป็นบ้านพักของนายมะรอฟี เจ๊แว กูนิง อายุ ๓๙ ปี สมาชิก อบต. เขื่อนบางลาง พบดินระเบิด TNT ขนาด ๑ ปอนด์ ๒ แท่ง เชื้อปะทุ ๓ อัน และกระสุนปืนพก ขนาด.๓๕๗ จำนวน ๖ นัด 
                นายมะรอฟี เป็นแกนนำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน พท.จ.ยะลา 
                อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ตร.สภ.อ.ธารโต จ.ยะลา ได้จับกุมนายมะรอยี เจ๊ะมะ อายุ ๓๕ ปี สมาชิก อบต.ธารโต ในข้อหาเดียวกัน (มติชน ๑๖ ส.ค.๔๗) 
อ.รามัน 
            พื้นที่ ต.บือบัง ต.อาช่อง และ ต.กาลอเป็นพื้นที่อิทธิพลของ นายการิม กาลูปัง หน.กลุ่มโจรก่อการร้าย ค่าหัว ๓แสนบาท (ไทยรัฐ ๑๐ ก.ค.๔๗) 
            อ.รามัน เป็นบ้านเกิดของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รอง นรม. (สยามรัฐ ๑๒ ก.ค.๔๗) 
            แนวร่วม/แกนนำ ขจก. ที่เคลื่อนไหวอยู่ใน ๔ ตำบล ตือ จะก๊วะ ตะโละหะลอ บารอ และเกะรอ ไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ คนโดยเฉพาะ ต.จะก๊วะ มากที่สุด และเป็นสมาชิก GMIP ไม่มีการมอบตัวต่อ ทภ.๔ แม้แต่คนเดียว 
            ล่าสุดแกนนำ/แนวร่วมได้วางระเบิดหน่วยจู่โจม "รังสิต ๕๔๓" (สยามรัฐ ๑๒ ก.ค.๔๗) 
            นายธานี หะยีสาและ ปลัด อ.รามัน นำราษฎรใน อ.รามัน เข้ามอบตัวต่อ จนท. รวม ๕ คน คืออายุ ๓๕ ปี , อายุ ๒๗ ปี, อายุ ๓๘ ปี , อายุ ๒๖ ปี,อายุ ๒๔ ปี (เดลินิวส์ ๑๑ ก.ค.๔๗) 
         ต.กายูบอเกาะ 
                ๑. นายนิแอ เจ๊ะอาลีอายุ ๓๐ ปีผู้ต้องหาคดียิงถล่ม สภ.ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ ๗ ม.ค.๔๗ ได้เข้ามอบตัวต่อ จนท. เมื่อวันที่ ๑๗ พ.ค.๔๗ 
นายนิแอ เป็นผู้ต้องหาที่ นายเปาซี สาแม อายุ ๒๗ ปี ให้การซัดทอด (.........) 
                ๒. นายอาชิ นะยะอิ แกนนำคนสำคัญของ GMIPซึ่งมีรางวัลนำจับ ๑ แสนบาท (มติชน ๒๑ ก.ค.๔๗) 
                ๓. เมื่อวันที่ ๑๘ ก.ค.๔๗ คนร้าย ๔ คน ประกอบด้วย นาย อายุ ๓๐ ปี นาย อายุ ๓๒ ปี นาย กูโน อายุ ๓๓ ปี และนาย อายุ ๓๕ ปีวางแผนที่หลังบ้านนายอาชิ เพื่อโจมตี ตชด.ชุดคุ้มครองสถานีรถไฟ และรักษาความสงบ บ.ไม้แก่น เป็นผลให้ ตชด. และพนักงานรถไฟ เสียชีวิต ๓ คน บาดเจ็บ ๑ คน (มติชน ๒๑ ก.ค.๔๗) 
         ต.บาลอ 
                ๑. นายมะสายดี หะแมดอง อายุ ๒๑ ปี เป็นหนึ่งใน ๕ คน ที่ถูก จนท. จับกุมตัว เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ อดีต นร.ปอเนาะ มะฮาฮัตอิสลามิยะห์ ต.บาลอ อ.รามัน ถูกจับกุมในข้อหาเป็นแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน ให้การสารภาพว่า ถูกอุสตาสซุลกิฟรีครูสอนศาสนาใน ต.บาลอ ปลูกฝังอุดมการณ์ในการแบ่งแยกดินแดน และเป็นผู้นำไปฝึกการสู้รบ และก่อวินาศกรรม (สยามรัฐ ๒ ก.ค.๔๗) 
                ๒. ปอเนาะมะห์ฮัดอิสลามิยะห์ เคยเป็นสถานที่ฝึกอบรมของขบวนการแบ่งแยกดินแดน กลุ่มนายรุสลัน/ล้ง กับพวกทั้งหมด ๘ คน ทั้งหมดเป็น นร.ราชภัฎยะลา และส่วนใหญ่จบจาก รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียน 
                ๓. นายมะสายดี เปิดเผยว่า ก่อนหน้าตนถูกจับกุม ได้เข้าร่วมประชุมที่ ปอเนาะมะอาหัดอิสลามิยะรวม ๑๐ ครั้งโดยมีคนต่างพื้นที่ สับเปลี่ยนกันไปพูดเรื่องประวัติศาสตร์ปัตตานี และการแบ่งแยกดินแดน ดังนี้ 
                ครั้งที่ ๑ ประชุมในห้องเรียนปอเนาะมะอาหัดฯ หลังทำพิธีละหมาด มัฆริบ (หลังพระอาทิตย์ตกดิน) มีผู้เข้าร่วมประชุมคือ 
                    ๑) นาย หน.ผู้บรรยาย อายุ ๒๒ - ๒๓ ปี เพื่อนรุ่นเดียวกับนายมะสายดี ที่ปอเนาะมะอาหัด ฯ 
                    ๒) นาย อายุ ๑๙ ปี ผู้ประสานงานติดต่อสมาชิกเข้าร่วมประชุม และเป็น หน.กลุ่มนายมะสายดี มีภูมิลำเนาอยู่ บ.ปาแต ต.กอตอตือร๊ะ 
                    ๓) นาย อายุ ๒๐ ปี เป็นรุ่นน้องนายมะสายดี ที่ปอเนาะมะอาหัด ฯ 
                    ๔) นาย อายุ ๒๐ ปี 
                    ๕) นาย อายุ ๒๓ ปี นศ.ปี ๔ รามคำแหง (เรียนทาง ปณ.) 
                นอกจากนั้นไม่ทราบชื่อ 
                ครั้งที่ ๒ ประชุมหลังครั้งแรก ๒ - ๓ สัปดาห์ที่เดิม เวลาเดิม และสมาชิก ๘ คน เช่นเดิม แต่เปลี่ยน หน.ผู้บรรยายเป็น นายซามีรี/แอน อายุ ๒๐ ปี เป็นเพื่อนนายมะสายดี เรียนที่ปอเนาะมะอาหัด ฯ มาด้วยกัน 
                ครั้งที่ ๓ มีสมาชิกไประชุมไม่ครบ นายอาฟันดี เป็น หน.บรรยาย อ้างว่ารัฐปัตตานี ประกอบด้วย จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ครึ่งหนึ่ง 
                ครั้งที่ ๔ ประชุมที่เดิม เวลาเดิม มีผู้ประชุม ๗ คน 
มีชายไม่ทราบชื่อ เรียก "แบ" เป็น หน.ผู้บรรยาย 
                ครั้งที่ ๕ ประมาณเดือน ม.ค.๔๗ ประชุมที่หอพักชายปอเนาะ มะอาหัด ฯ มีผู้ร่วมประชุม ๖ คน 
                ครั้งที่ ๖ ประมาณเดือน ก.พ.๔๗ 
                ครั้งที่ ๗ ประมาณเดือน พ.ค.๔๗ที่ประชุมพูดถึงเหตุการณ์วันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุถูกหลอก 
                ครั้งที่ ๘ ประมาณเดือน มิ.ย.๔๗ 
                ครั้งที่ ๙ ปลายเดือน มิ.ย.๔๗ 
                ครั้งที่ ๑๐ วันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ 
                (................) 
                ๔. เมื่อวันที่ ๒๗ พ.ย.๔๗ คนร้ายได้เผารถแม๊กโฮของนายมูหะหมัดอามิน มะทา สจ.ยะลา จาก อ.รามันนายมูหะมัดอามินมะทา มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (เดลินิวส์ ๒๘ พ.ย.๔๗) 
         ต.จะกว๊ะ 
                ๑. เมื่อวันที่ ๒๙ มิ.ย.๔๗จนท.ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยวางระเบิดรถหุ้มเกราะของ จนท.ขณะลาดตระเวนบนเส้นทางสาย บ.กำปงบือแน ต.จะกว๊ะ อ.รามัน พบระเบิดแสวงเครื่องหนัก ๑๐ ปอนด์ ถูกนำไปวางไว้เพื่อเตรียมระเบิด จนท. พบผู้ต้องสงสัย ๒ คนหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านของ นายมะกอรี กูโน อายุ ๓๕ ปี สามารถควบคุมตัวไว้ได้ ๒ คน 
                    ทั้ง ๒ คนให้การสารภาพว่า จะนำระเบิดไปวางที่สะพานข้ามแม่น้ำสายบุรีในเขต อ.รามัน (ผู้จัดการรายวัน ๓๐ มิ.ย.๔๗) 
                ๒. เมื่อวันที่ ๑๕ ก.ค.๔๗ ทางการ จ.ยะลา รับการรายงานตัวของผู้หลงผิดในเหตุ การก่อความไม่สงบ จว.ชายแดนภาคใต้รวม ๓๗ คน ทั้งหมดเป็นราษฎร บ.จะกว๊ะ อ.รามันมี ๓๗ คน (มติชน ๑๖ ก.ค.๔๗) 
                ๓. ผบ.ฉก.ยะลา นำกำลังตรวจค้นปอเนาะ ๓ แห่ง ใน ต.จะกว๊ะ เพื่อติดตามคนร้ายที่ยิง จสอ.จรัญ แก้ววิชิต สังกัดกรมทหารพรานที่ ๔๑ ค่ายวังพญา อ.รามัน เมื่อวันที่ ๖ ส.ค.๔๗ แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ จึงได้นำตัวหลานชายกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา ผู้หนึ่งไปสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร (เดลินิวส์ ๙ ส.ค.๔๗) 
         ต.ตะโล๊ะหะลอ 
                นายอับดุลเลาะ ยูนุ และนายอับดุลฮาเลง จะกว๊ะ แกนนำคนสำคัญของ ขจก. และผู้นำศาสนาในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ตะโล๊ะหะลอ เพื่อเตรียมลอบโจมตี จนท. (เดลินิวส์ ๒๗ ก.ย.๔๗) 
         ต.เกะรอ อ.รามัน 
                ๑. เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ค.๔๗หน่วย ฉก.ยะลา ปิดล้อม บ.ปาแตรายอ ต.เกะรอ สามารถยึดปืน M ๑๖ AI ได้ ๑ กระบอก พร้อมซองกระสุน จากการตรวจสอบไม่ใช่ปืนทหาร (มติชน ๘ ส.ค.๔๗) 
                ๒. เมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๔๗ จนท.ได้จับกุมผู้ต้องหายิง จสต. สำราญ ล้อมบุษยา สังกัด สภ.อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้หลังเกิดเหตุ ประกอบด้วย 
                    ๑) นาย อายุ ๒๒ ปี 
                    ๒) นาย อายุ ๒๒ ปี เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ 
                    ทั้ง ๒ คน ให้การสารภาพว่า ก่อนลงมือได้ไปนอนพักที่บ้าน ครูสอนศาสนา ใน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี (มติชน ๒๙ ต.ค.๔๗) 
         ต.อาช่อง 
                นาย อายุ ๓๐ ปี ขับรถจักรยานยนต์ ฝ่าด่านทหารที่ บ.บูเก๊ะบือราแง เมื่อวันที่ ๘ ก.ค.๔๗จึงถูก จนท.ยิงได้รับบาดเจ็บ (สยามรัฐ ๘ ก.ค.๔๗) 
         ต.วังพญา 
             ครูสอนศาสนา ใน รร.ดารุลฮูดา ต.วังพญา เป็นหนึ่งในคนร้าย ๔ คนที่ยิง ตชด. และพนักงานรถไฟเสียชีวิต ๒ คน บาดเจ็บ ๑ คน ในตลาด บ.ไม้แก่น สถานีรถไฟไม้แก่น ต.โกตาบารู เมื่อวันที่ ๑๘ ก.ค.๔๗(มติชน ๒๐ ก.ค.๔๗) 
         ต.เพินงาม 
                ๑. นายการียา อาบูคอแล ครูสอนศาสนา รร.ดารุลฮูดาอายุ ๕๖ ปี เป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ยิง ตชด. เสียชีวิต และพนักงานรถไฟบาดเจ็บ ๑ คน ในตลาดสถานีรถไฟ บ.ไม้แก่น ต.โกตาบารู อ.รามัน เมื่อวันที่ ๑๘ ก.ค.๔๗ ส่วนนายการียา ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 
                จากการตรวจค้นบ่านพัก นายกอเซ็ง พบตราประทับของ PUSAKA 
                คาดว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีประมาณ ๔ คน ก่อนปฎิบัติการได้ประชุมกันที่ บริเวณหลังบ้าน ขจก แกนนำคนสำคัญของ GHIP มีค่าหัว ๑ แสนบาท ประกอบด้วย 
                    ๑) นาย อายุ ๓๐ ปี 
                    ๒) นาย อายุ ๓๒ ปี 
                    ๓) นาย อายุ ๓๓ ปี 
                    ๔) นาย อายุ ๓๕ ปี 
                กลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงชุด รปภ. ครู ในพื้นที่ ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และได้รับความร่วมมือจากแนวร่วมของ ขจก. การิม กาลูปัง ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.รามัน (มติชน ๒๑ ก.ค.๔๗/เดลินิวส์ ๒๒ ก.ค.๔๗) 
                ๒. เมื่อวันที่ ๔ ต.ค.๔๗ นาย อายุ ๒๐ ปีและนาย อายุ ๑๙ ปี มีอาวุธเหล็กขูดชาร์ฟ และมีสปาตาร์ประจำตัว ขับรถ จยย.ตามประกบ นายฮามิ โต๊ะอุมาลา อปพร.เทศบาลนครยะลา ในลักษณะมีพิรุธว่าจะทำร้าย นายฮามิ เหตุเกิดบริเวณจุดตรวจ ถ.สิโรรส เขตเทศบาลเมืองยะลา 
         ต.กอตอตือร๊ะ 
                ๑. ตร.สภ.อ.รามัน ได้นำกำลังเข้าจับกุม นาย อายุ ๒๗ ปี เมื่อวันที่ ๑ มี.ค.๔๗ ในข้อหาเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรก่อการร้าย ตามคำซัดทอดของผู้ต้องหา ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านั้นว่า เป็นสมาชิกระดับนำของ  GMIP (สยามรัฐ/มติชน ๒ มี.ค.๔๗) 
                ๒. นายมะสายดี หะแมดอง อายุ ๒๑ ปี นศ.ศาสนาระดับ ๑๐ ปอเนาะมะฮาอัดอิสลามิยะห์ ต.บาจอ อ.รามันถูกคุมตัวไปสอบสวนที่ ทภ.๔ สน. เมื่อวันที่ ๑ ก.ค.๔๗ ในข้อหาเป็นสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งนายมะสายดี ยอมรับว่า ถูกปลูกฝังให้มีอุดมการณ์ในการแบ่งแยกดินแดน ถูกนำไปฝึกการสู้รบ และการก่อวินาศกรรม จากอุสตาสซุลกิฟลี ครูสอนศาสนา ใน ต,บาลอ อ.รามัน (สยามรัฐ ๒ ก.ค.๔๗) 
                ๓. ความคืบหน้าในการสอบสวน นศ.ราชภัฎยะลา ที่ถูกจับกุม เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ ทำให้มี นศ.ราชภัฎยะลา เข้ามอบตัวอีก ๔ คน ประกอบด้วย 
                    ๑) นายมะสายดีหะแมดอง 
                    ๒) นาย อายุ ๒๒ ปี ซึ่งได้รับการฝึกจาก นายมูฮัมมัดไซเฟียน มะนอสะ 
                    ๓) นาย อายุ ๒๐ ปีซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากครูสอนศาสนาในพื้นที่ 
                    ๔) นาย อายุ ๒๐ ปีซึ่งได้รับการฝึกอบรมจาก นายมูฮัมมัดโซเฟียน มะนอสะ (มติชน/เดลินิวส์ ๒ ก.ค.๔๗) 
         ต.โกตาบารู 
                ๑. นาย อายุ ๒๖ ปี สมาชิก ขจก. PULO ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีร่วมกับนายมาโซ๊ะ ตาเย๊ะ หน.ขจก. PULO ลอบวางระเบิดถล่มป้อม ตร.หน้า รพ.เบตง ทำให้ จนท. เสียชีวิต ๑ นาย บาดเจ็บหลายนาย หลังเกิดเหตุ นายสุกรี หลบหนีไปกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนที่จะย้อนกลับมาหลบซ่อนตัวอยู่บ้านใน (ไทยรัฐ ๑๐ ก.ค.๔๗) 
                ๒. กรณีคนร้าย ๔ คน ยิง ตร.ตชด. ในบริเวณตลาด บ.ไม้แก่น ต.โกตาบารู เมื่อวันที่ ๑๘ ก.ค.๔๗ ทำให้ ตชด. เสียชีวิต ๓ คน และพนักงานรถไฟบาดเจ็บ ๑ คน นั้น มีผู้ต้องหาคนหนึ่งซึ่ง นายการียา อาบูดอแล ครูสอนศาสนา รร.ดารุลฮูดา ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 
                จากการตรวจค้นบ้าน นายกอเซ็ง พบตรายางของ PUSAKA ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ นายนัจมุดดีน อูมา สส.นธ.พรรค ทรท. เป็นประธาน และนายมะแซ อุเซ็ง แกนนำ ขจก. BRN. เป็นเลขานุการ (สยามรัฐ ๒๐ ก.ค.๔๗) 
         ต.กาลอ 
               จนท. ขยายผลจากการสอบสวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ สามารถจับกุมนายอับดุลลอ ซีดี คาสามะอายุ ๒๖ ปี 
               จากการตรวจค้นบ้านพัก พบหลักฐาน 
                   ๑) ภาพถ่ายขนาด ๓ x๕" ของโต๊ะครูบีลอ กานี หรือครูบีลอ กอตอบีลอ เลขาธิการ PULO (เก่า) และเป็นผู้ก่อตั้งขบวนการ PULO 
                   ๒) หลักฐานอื่น ๆ อีหลายรายการ 
                   (ผู้จัดการรายวัน ๓๐ มิ.ย.๔๗) 
อ.ธารโต 
             ต.ธารโต 
                ๑. นายอาแซวาเด็ง อายุ ๒๑ ปี เป็นคนหนึ่งที่เข้าโจมตีฐาน สตม.๔๐๓ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับกุม ให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้รับการชักชวนจากนายอิสมาแอระยะหลง (อุสตาสโซะ) ให้เข้าร่วมในขบวนการแบ่งแยก ดินแดน เป็นคนใกล้ชิดและนายอิสมาแอระยะหลง ไว้วางใจ ตั้งให้เป็นผู้ประสานงานกับกลุ่มเยาวชนในกลุ่มจัดตั้ง ก่อนลงมือ ปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (...) 
                ๒. ทหารจาก ฉก.ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ส่งกำลังเข้าตรวจค้นบ้าน เมื่อเช้าวันที่ ๑๓ ก.ค.๔๗ และควบคุมตัวนายสุไลมานอาแดอายุ ๒๒ ปี ซึ่งเป็นบุตรเขยเจ้าของบ้านไปสอบสวน (มติชน ๑๓ ก.ค.๔๗/ไทยรัฐ ๑๔ ก.ค.๔๗) 
               ๓. นายมะรอยีเจ๊ะมะ สมาชิก อบต.ธารโต ถูกจับกุมเมื่อวันที่ ๕ ส.ค.๔๗ ในข้อหาเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดถล่ม ตร. ชุดคุ้มครองครู เมื่อวันที่ ๔ ส.ค.๔๖ จนเป็นเหตุให้ สตต.ศักดิ์ชัยแก้วพวง และ สตต.ประโมทย์ปานิเสน บาดเจ็บ (แนวหน้า ๖ ส.ค. ๔๗) 
               จากการตรวจค้นบ้านพักนายมะรอซีเจ๊ะมะ พบเอกสารและเทปปลุกระดมแผ่น CD ฆ่าหมู่ที่กรือเซะสายไฟ โซ่ครื่องเลื่อยยนต์ แบตเตอรี่ (เดลินิวส์ ๗ ส.ค.๔๗) 
         ต.บ้านแหง 
               ๑. นายอับดุลการิมยุมอ กำนัน ต.บ้านแหง อ.ธารโต ผู้ต้องหาคดีปล้นปืนหน่วยทักษิณพัฒนาที่ ๕ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๖ โดย ร่วมกับนายกอเซ็ง มะแร ผญบ. และนายสุไลมันดารี ราษฎร ม.๑ บ้านแหง 
               ขณะที่มีการปล้นปืน มีทหารเวรคือ พล ฯ เพาซีหะยีรอเฮง ทหารเกณฑ์ ร.พัน ๕ หลานชายนายกอเซ็ง มะแร และ พล ฯ อุเซ็งหามะ สังกัด ร.๕ พัน ๓ หลานภรรยานายยะพายุมอ (บิดานายอับดุลการิมยุมอ ผู้ต้องหา) อดีตกำนัน ต.บ้านแหง 
               จากการให้การของพล ฯ อุเซ็งหามะ นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาอีก ๒ คน (...) 
กิ่ง อ.กรงปินัง 
               นายณรงค์พรณ พัทลุง ปลัด อ. หัวหน้ากิ่ง อ.กรงปินัง จ.ยะลา กล่าวว่า ทภ.๔ ได้ให้ผู้ที่ออกมารายงานตัวหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ บรรจุเป็นอาสาสมัครทหารพราน ในกิ่ง อ.กรงปินัง ๕ คน ซึ่งที่ผ่านมา ทั้ง ๕ คน ให้เบาะแสจนสามารถติดตามยึดอาวุธ ปืนคืนมาได้ ๑ กระบอก และทุกคนต้องการเป็นทหารพราน (มติชน ๒๒ ก.ย.๔๗) 
         ต.สะเอะ 
               ๑. นาย อายุ ๓๒ ปี เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เข้าโจมตีกิ่ง อ.กรงปินัง เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ได้เข้ามอบตัวต่อ จนท. เมื่อ วันที่ ๑๓ พ.ค.๔๗ (...) 
               ๒. นาย อายุ ๓๖ ปี สมาชิก ขจก.BRN. ถูกออกหมายจับ ในคดีร่วมกับนายมะสุไหงบาตู หน.กลุ่ม BRN. ซุ่มโจมตีหน่วยทหารพัฒนา ม.๓ ต.กรงปินัง เมื่อวันที่ ๑๗ ส.ค.๔๕ 
               หลังก่อเหตุ ได้หนีไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน และย้อนกลับมาหลบซ่อนตัวอยู่บ้านญาติ ใน ต.สะเอะ กิ่ง อ.กรงปินัง จน กระทั่งถูกจับกุม (ไทยรัฐ ๑๐ ก.ค.๔๗) 
         ต.กรงปินัง 
               ๑. นายอุสมานปุโรง อดีตลูกจ้างอุทยานแห่งชาติบางลาง ผู้ต้องหาคดีปล้นปืนอุทยานแห่งชาติบางลาง เมื่อวันที่ ๒๐ มิ.ย.๔๕ เสียชีวิต มีผู้พบศพเมื่อวันที่ ๑๕ ส.ค.๔๕ 
               นายอุสมานปุโรง อดีตทหารเกณฑ์ ปี ๒๕๔๑ สังกัด ร.๕ พัน ๓ เป็นทหารรุ่นเดียวกับนายมาหามะแมเราะ สมาชิก ขจก. กลุ่ม GHIP ซึ่งถูก จนท.วิสามัญฆาตกรรมเมื่อวันที่ ๒๘ ส.ค.๔๖ (...) 
               ๒. เมื่อวันที่ ๒๑ ก.ค.๔๗ จนท.ตร.ปน.ได้ตรวจค้นหอพักนักศึกษา สามารถจับกุมนายอาดีบีร์มีดาบี อายุ ๑๘ ปี ในข้อหามียา เสพติด (กัญชาแห้ง) ไว้ในครอบครอง (สยามรัฐ ๒๒ ก.ค.๔๗) 
         ต.ห้วยกระทิง 
               ๑. กลุ่มผู้เสียชีวิตในการโจมตี สภ.กิ่ง อ.กรงปินัง และ สนง.กิ่ง อ.กรงปินัง เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ มี ๑๖ คน 
               ๒. ผู้เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจบ้านกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ คือ นายวาหะมะเด๊าะแล 
               ๓. ผู้ถูกจับกุมในการโจมตี สภ.อ.กิ่ง อ.กรงปินัง เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ คือ 
                   นาย อายุ ๒๒ ปี 
                   นาย อายุ ๑๗ ปี 
               ๔. นายบูราฮานูดีนอุเซ็ง สส.ยะลา พรรค ทรท. นำผู้หลงผิดเข้ามอบตัว เมื่อวันที่ ๘ มิ.ย.๔๗ ประกอบด้วย 
                   ๑) นาย อายุ ๔๐ ปี 
                   ๒) นาย อายุ ๓๘ ปี 
                   ๓) นาย อายุ ๓๗ ปี 
                   ๔) นาย อายุ ๔๐ ปี 
               ทั้งหมดสารภาพว่าพวกตนเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ลงมือโจมตี จนท.เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ โดยมีนายสะมะแอระยะหลง/อุสตาสโซะ เป็นผู้นำสั่งสอนให้ มีการแบ่งแยกดินแดน แต่พวกตนไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการด้วยเพราะไม่เชื่อคาถาอาคม (เดลินิวส์ ๙ มิ.ย.๔๗) 
               ๕. ผู้ที่เข้ามอบตัวต่อ จนท. อื่น ๆ มี ๖ คน 
                   นายณรงค์ณ พัทลุง ปลัด หน.กิ่ง อ.กรงปินัง นำผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับความไม่สงบ ในจว.ชายแดนภาคใต้ เข้ารายงานตัว ต่อผวจ.ยะลา ๓ คน (มติชน ๑๑ ก.ค.๔๗) 
                ชุด ฉก.ทพ.๔๑ นำผู้ต้องสงสัยไปรายงานตัวต่อ ผวจ.ยะลา ๒ คน (มติชน ๑๑ ก.ค.๔๗) 
                ๖. ก่อนเกิดเหตุการณ์ ๒๘ เม.ย.๔๗ กลุ่มผู้ก่อเหตุโจมตี กิ่ง สภ.กรงปินัง สารภาพว่า อุสตาสอิสมาแอ ระยะหลง ใช้มัสยิด บ.กูวา ม.๑ ต.ห้วยกระทิง เป็นที่ประชุมรวมกำลังพล และทำพิธีทางไสยศาสตร์ นอกจากนั้น นายปรีชา มาแจ คนสนิทของอุสตาสโซ๊ะ (นายอิสมาแอ ระยะหลง) และเป็นคนหนึ่งที่เข้าโจมตี สภ.กิ่ง อ.กรงปินัง ร่วมกับนายอิสมาแอ มาธะ นำปืนที่ปล้นไปและเก็บซ่อนไว้ที่ รร.TADIKA (ใกล้มัสยิด บ.กูวา) นำมาแจกจ่าย (......) 
         ต.ปุโรง 
               ๑. เมื่อวันที่ ๓๐ ก.ย.๔๗ วัยรุ่น ๔ - ๕ คน ลอดรั้วลวดหนามคลานเข้าไปใกล้ฐานปฏิบัติการหน่วยรักษาความปลอดภัย สถานีอนามัยปุโรง เมื่อ จนท.ตะโกนถามกลับวิ่งหนี ภายหลัง จนท.ได้รับทราบจาก รพ.ศูนย์ยะลาว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าไปรักษาตัวในศูนย์คือ นายอับดุลตอเล็บ ยะโก๊ะ อายุ ๑๙ ปี และให้การรับสารภาพว่า ได้ลักลอบเข้าไปในฐานปฏิบัติการดังกล่าว (มติชน ๑ ต.ค.๔๗) 
               ๒. กรณีคนร้ายลักลอบเข้าฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองสถานีอนามัย ต.ปุโรง จนท.ได้เชิญขตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเพื่อนของนายอับดุลตงเล็บ ๓ คน ไปสอบสวนเพิ่มเติม (มติชน/เดลินิวส์ ๒ ต.ค.๔๗)

จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลา

อ.จะนะ 
           ต.บ้านนา
                ๑. นายรอหมาน ขะมะแอ แกนนำ pulo ใหม่ ภูมิลำเนาเดิมอยู่ ม.๖ (บ.โคกเด็ด) ต.บ้านนา เป็นผู้ที่นายถาวร เสนเนียม สส.สข.พรรค.ปชป. อ้างว่ารู้จักกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา  (ผู้จัดการ ๒๕ พ.ย.๔๕) 
                ๒. เมื่อกลางเดือน ก.ย.๔๗ มีกลุ่มครูสอนศาสนาในขบวนการแบ่งแยกดินแดนเข้าไปเคลื่อนไหวใน ต.บ้านนา โดยนำผ้าโพกศีรษะสีแดง แบบเดียวกับที่คนร้ายใช้โพกศีรษะ โจมตี จนท. เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ เข้าไปแจกจ่าย 
                สำหรับ อ.จะนะแม้จะอยู่ใน จ.สงขลา แต่มีพื้นที่ติดต่อกับ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และเคยมี ตร.ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว ๔ ราย  (ข่าวสด ๒๖ ก.ย.๔๗) 
                ๓. เมื่อวันที่ ๒๕ ก.ย.๔๗ นายนพฤทธิ์ อินทศิริ ครู รร.จะนะวิทยา ถูกคนร้ายขี่ จยย.ประกบยิงเสียชีวิตบนถนนสายจะนะ - หนองจิก (หน้า รร.จะนะวิทยา) ก่อนมีการสังหารนายนพฤทธิ์ ประมาณ ๑๐ วันมีกลุ่มครูสอนศาสนาในขบวนการแบ่งแยกดินแดนเข้าไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.บ้านนา (ตามข้อ ๒) 
อ.เทพา 
           ต.ท่าม่วง 
                นายอิสมะแอ สะอิ อายุ ๑๙ ปี นศ.ม.ราชภัฎยะลา แนวร่วม ขจก. BRN  ต.ท่าม่วง เป็น ๑ ใน ๕ คนที่ถูก จนท.เชิญตัว เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ ในข้อหาต้องสงสัยว่าซ่องสุม เพื่อเตรียมก่อความไม่สงบใน พท.จว.ชายแดนภาคใต้ (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
          ต.ปากบาง
                นายอุสมัน มามะ อุสตาส รร.เตรียมศึกษาวิทยา อ.เมืองปัตตานี เป็นผู้วางแผนสั่งการให้คนร้าย ๔ คน สังหารนายนรินทร์ เรือนแก้วผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๗ ก.ย.๔๗ 
                นายอุสมัน เป็นสมาชิกของขบวนการแบ่งแยกดินแดนปัตตานี มีศิษย์เก่าและปัจจุบันใน รร.เตรียมศึกษาวิทยาที่เป็นสมาชิกขบวนการ ฯ ประมาณ ๒๐ คน (มติชน ๑๗, ๑๙ - ๒๐ ก.ย.๔๗) 
อ.สะบ้าย้อย
                ๑. พล.ต.ต.สัณฐาน  ฯ  ผบก.จ.สงขลา ให้สัมภาษณ์ เมื่อ ๑๗ ก.ค.๔๗ ว่า ได้เฝ้าจับตาพื้นที่ ๕ อำเภอคือ อ.สะบ้าย้อย อ.เทพา อ.จะนะ อ.นาทวี และ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยเฉพาะ อ.สะบ้าย้อย และ อ.เทพา ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเขตติดต่อกับ จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ประกอบกับที่ผ่านมา ผกก.สภ.อ.สะบ้าย้อย ได้นำ เยาวชน ครูสอน รร.ตาดีกา รวมถึงกลุ่มที่ต้องสงสัยว่า น่าจะร่วมก่อเหตุในวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ เข้ารายงานตัวกับทางจังหวัด และ ผบช. ภาค ๙ แล้วจำนวนหนึ่ง เชื่อว่ายังมีหลงเหลืออยู่อีก จึงต้องจับตามองกลุ่มที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างใกล้ชิด (สยามรัฐ ๑๘ ก.ย.๔๗) 
                ผู้ที่เข้ารายงานตัวต่อ จนท. ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการนำเยาวชนใน อ.สะบ้าย้อย และใกล้เคียง เข้ารับการฝึกที่ศูนย์ฝึกของสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน ภายใต้การนำของนายอิสมาแอ ซะยะหลง (อุสตาสโซะ) ที่ บ.ทุ่งไทรแว้ ม.๕ ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย 
                ๒. ก.ย.๔๗ มีผู้พบใบปลิวข่มขู่ครูทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม ให้หยุดสอนหนังสือ หากไม่เชื่อจะวางระเบิด โรงเรียน ในใบปลิวลงชื่อกลุ่ม "บาริซัน" โดยคนร้ายได้นำใบปลิวไปปิดไว้ที่หน้าโรงเรียนบ้านนาจะแหน ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อยจ.สงขลา 
                ใน ต.จะแหน มีแนวร่วม ขจก.BRN.อยู่จำนวนหนึ่ง  กลุ่ม "บาริซัน" เป็นกลุ่มย่อยของ ขจก.BRN. มีนายซาลาฮูคิง เป็นหัวหน้า ขยายอิทธิพลเรียกค่าคุ้มครอง และสร้างสถานการณ์ความไม่สงบอยู่ในพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา และ อ.สะบ้าย้อย  อ.เทพา อ.นาทวี  อ.จะนะ และ อ.สะเดา จ.สงขลา  มีกำลังติดอาวุธ ๑๒ - ๑๕ คน เคลื่อนไหวอยู่ตามบริเวณพรมแดนไทย - มาเลเซีย  ด้าน อ.กาบัง จ.ยะลา และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 
                นายฮาลาฮูคิง หลบหนีคดีจากไทยไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านกัวลาไกร รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย (มติชน / เดลินิวส์ ๓๐ ก.ย.๔๗) 
                อนึ่งจากการเปิดเผยของนายมานัส  วานิ กำนัน ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย ต่อผู้สื่อข่าว นสพ.มติชนรายวัน ว่าใน หมู่บ้านสุโสะ หมู่ที่ ๒ ต.ธารคีรี เมื่อประมาณปี ๒๕๒๐ เคยมีสมาชิก PULO ชื่อ อุเส็น  เจ๊ะมาสอง มาอยู่อาศัย รวมทั้งสมาชิก BRN. ก็เคยเข้ามา เหตุการณ์ร้ายครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านก็ตอนที่พวกนี้เข้ามา เพราะเข้ามาเผาโรงเรียน ซึ่งต่อมาไม่นาน อุเส็น  เจ๊ะมาสอง ถูกยิงตายที่สถานีรถไฟ ขณะกำลังจะไปมาเลเซีย (มติชน ๑ พ.ค.๔๗) 
                ๓. เหตุการณ์ที่บ่งชี้ให้เห็นถึงการแทรกซึมของขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือขบวนการก่อการร้ายต่อชุมชนไทยมุสลิมในอ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา คือ สถานการณ์ก่อความไม่สงบเมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ โดย มีเยาวชนจากหมู่บ้านต่าง ๆ เข้าร่วมในการ ก่อการร้ายโจมตีสถานที่ราชการและจุดตรวจต่าง ๆ ทั้งที่เสียชีวิต รอดชีวิตและกลับใจไม่เข้าร่วมก่อการ ประกอบด้วย 
                    ๓.๑  เยาวชนจาก บ.สุโสะ ม.๒ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจบริการประชาชนของ สภ.อ.สะบ้าย้อย ในตลาดสะบ้าย้อย ถูกยิงเสียชีวิต ๑๘ คน เข้ามอบตัวหลังเกิดเหตุ ๑ คน  ไปเสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจที่ บ.กรือเซะ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี ๑ คน 
                    ๓.๒  นอกจากนั้น มีเยาวชนจาก บ.ปล้าบ่อ ม.๒ ต.สะบ้าย้อย ๑ คน  เยาวชนจาก บ.คอลอมุคอ ม.๑ ต.จะแหน ๑ คน เสียชีวิต ในการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ ด้วย (มติชน ๑๒ มิ.ย.๔๗  มติชน / เดลินิวส์ ๒ ก.ค.๔๗) 
                ๔. นอกจากกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวพันกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรงดังกล่าวแล้ว ยังมีเยาวชน ที่ถูกสมาชิก ขจก.หรือสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน ปลูกฝังแนวคิดแบ่งแยกดินแดน รวมทั้งมีพฤติกรรมเป็นอาชญากร อาทิ 
                    ๔.๑ นาย  อายุ ๒๒ ปี อดีต นร.รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา  ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ ม.ราชภัฏยะลา ปี ๔ มีพฤติการณ์เป็นข่ายงานของขบวนการ แบ่งแยกดินแดน (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
                    ๔.๒  นายกูรสุหลง  นิตำ สมาชิก ขจก.PULO ใหม่ (ผู้จัดการ รายวัน ๒๕ พ.ย.๔๕) 
                    ๔.๓  นายพารี  เลาะวาโย อายุ ๒๐ ปี นศ.ม.ราชภัฏยะลา สารภาพว่าเคยผ่าน การอบรมทั้งด้านยุทธวิธีและอุดมการณ์ในการแบ่งแยกดินแดน (สยามรัฐ ๒ ก.ค.๔๗) 
                    ๔.๔ นาย อายุ ๔๐ ปี ถูกจับกุมเมื่อ ๗ ก.ค.๔๗ ในคดียิงนายบุญศิริ  ศิริวรรณ อาจารย์ ๒ ระดับ ๗ รร.บ้านโคกกระดูกหมู ต.ไพรวัน เมื่อวันที่ ๒๕ มิ.ย.๔๗ ขณะหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ใน อ.ยะหา จ.ยะลา (สยามรัฐ ๘ ก.ค.๔๗) 
                    ๔.๕  เมื่อ ๒๐ ส.ค.๔๗ จนท.ได้เข้าปิดล้อมพื้นที่ ม.๑ ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จับกุมผู้ต้องหามีอาวุธไว้ในครอบครอง ๕ คน ระหว่างตรวจค้น นายซูดาโอ๊ะ  อีสอกูเต๊ะ หลบหนีไปได้  จากการตรวจค้นในบ้านพัก พบสมุดบันทึกประมวลสัญญาณคลื่นวิทยุ ตร.และสมุดบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ ๒ เล่ม  จนท.เชื่อว่านายซูดาโอ๊ะ เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ (มติชน ๒๑ ส.ค.๔๗) 
                    ๔.๖  นายสาพาริส  หลงเส็น ครูสอนศาสนาปอเนาะบากงวิทยา บ.ยางเขา ต.ยางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อายุ ๒๘ ปี เป็นคนร้ายยิง จสต.บอรอเหม  สะมะแอ อายุ ๔๐ ปี ผบ.หมู่สืบสวน ตร.ภ.จว.ปัตตานี เมื่อ ๔ ก.ค.๔๗ แต่ถูก จสต.บอราเฮง ยิงตอบโต้บาดเจ็บสาหัส (มติชน ๕ ก.ค.๔๗) 
           ๑.ต.สะบ้าย้อย
                    ๑.๑  นายมูฮัมหมัด โชเฟียน มะนอสะ  นศ.ม.ราชภัฎยะลา คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ ๔ อดีต นร.รร.ธรรมวิทยามูลนิธิ  (ม.๓ - ม.๖) ถูก จนท.จับกุมพร้อมพวก ๔ คน เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ ในข้อหาต้องสงสัยซ่องสุมกำลัง เพื่อเตรียมการก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้  (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
           ๒.ต.เปียน 
                    ๒.๑  จนท. ได้นำราษฎร ม.๖ ต.เปียน รวม ๕ คน เข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ทั้งหมดสารภาพว่า อยู่ในขบวนการก่อการร้าย ซึ่งมี นายสะมะแอ ระยะหลง เป็นหัวหน้า มีส่วนรู้เห็นในการนำเยาวชนใน อ.สะบ้าย้อย และใกล้เคียงไปฝึกการก่อความไม่สงบที่ศูนย์ฝึก บ.ทุ่งไก่แจ้ ม.๕ ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย แต่ปฎิเสธมีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุร้าย เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ 
                    ผู้เข้ามอบตัวดังกล่าว ประกอบด้วย ๕ คน อายุ ๓๙ ปี, อายุ ๔๖ ปี, อายุ ๕๙ ปี, อายุ ๕๙ ปี และ อายุ ๖ ปี  (มติชน ๑๗ มิ.ย.๔๗) 
                    ๒.๒  นาย สาพาริส หลงเส็น อายุ ๒๘ ปี ครูสอนศาสนาปอเนาะบากงวิทยา บ.บางเขา ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นคนร้ายยิง จสต.บอรอเหม สะมะแอ  ผบ.หมู่สืบสวน ภ.จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๔ ก.ค.๔๗  แต่ถูก จสต.บอรอเหม ยิงสวนกลับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายอีกคนขับรถ จยย. หลบหนีไป (มติชน ๕ ก.ค.๔๗) 
           ๓.ต.บ้านโหนด
                นาย กุรสุหลง นิตำ  สมาชิก PULO ใหม่  เป็นคนหนึ่งที่ นายถาวร เสนเนียม สส.สข.พรรค ปชป. อ้างว่ารู้จักกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา  (ผู้จัดการรายวัน ๒๕ พ.ย.๔๕) 
           ๔.ต.จะแหน
                    ๔.๑  นายพารี  เลาะวาโย  อายุ ๒๐ ปี นศ.ม.ราชภัฎยะลา  ซึ่งถูก จนท.นำตัวไปสอบสวนที่ ทภ.๔ สน. เมื่อวันที่ ๑ ก.ค.๔๗  ให้การรับสารภาพว่า เคยผ่านการฝึกอบรมทั้งด้านยุทธวิธี และอุดมการณ์ในการแบ่งแยกดินแดนมาแล้ว นายพารี ถูกเชิญตัวเพราะถูกนายมูฮำหมัดโชเฟียน มะนอสะ ซึ่งถูก จนท.จับกุม เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗  พร้อมพวก ๕ คน ให้การซัดทอด จึงเข้ามอบตัวพร้อมสมาชิกอีก ๔ คน  (สยามรัฐ/เดลินิวส์/มติชน  ๒ ก.ค.๔๗) 
                    ๔.๒  ราษฎร ต.จะแหน  ซึ่งเสียชีวิตในการปะทะกับ จนท. ที่จุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ คือ 
                        ๑)  นายดลรียะ เดสุหลง 
                        ๒) นายอับรอเห็ม อาบูตัดสา 
                    ๔.๓  นายอับดุลฮาเล็ม  บินลาเต๊ะ  (รอมือลี มามะ)  อายุ ๔๐ ปี ถูก จนท. จับกุมในคดียิง นายศิริ ศิริวรรณ  อจ.๒ ระดับ ๗ รร.บ้านโคกกระดูกหมู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ  เมื่อวันที่ ๒๕ มิ.ย.๔๗  จับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปพักอยู่ในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา (มติชน ๕ ก.ค.๔๗/สยามรัฐ ๘ ก.ค.๔๗) 
                    ๔.๔ เมื่อวันที่ ๒๐ ส.ค.๔๗  จนท.เข้าปิดล้อมพื้นที่ ม.๑ ต.จะแหน  จับกุมผู้ที่มีอาวุธไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ๕ คน ระหว่างการตรวจค้นปรากฎว่า นายซูดาโอ๊ะ อีสอกเต๊ะ  หลบหนีไปได้ ในบ้านพบสมุดบันทึกประมวลสัญญาณคลื่นวิทยุ ตร. และสมุดบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ ๒ เล่ม 
                    จนท.เชื่อว่า นายซูดาโอ๊ะ เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนพัวพันกับการสร้างสถานการณ์ใน จ.ชายแดนภาคใต้  (มติชน ๒๑ ส.ค.๔๗) 
                    ๔.๕ มีผู้พบใบปลิวข่มขู่ครู ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม ให้หยุดการสอนหนังสือ หากไม่เชื่อจะวางระเบิดโรงเรียน ลงชื่อกลุ่ม "บาร์ซัน"  โดยคนร้ายนำใบปลิวไปปิดไว้ที่หน้า รร.บ้านนาจะแหน ต.จะแหน 
                    ใน ต.จะแหน มีแนวร่วม ขจก. BRN. อยู่จำนวนหนึ่ง 
                    กลุ่ม "บาร์ซัน"  เป็นกลุ่มย่อยของ BRN.  มี นายซาลาฮูดิง เป็นหัวหน้า ขยายอิทธิพลเรียกค่าคุ้มครอง และสร้างสถานการณ์ ในพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา อ.สะบ้าย้อย อ.เทพา อ.นาทวี อ.จะนะ  และ อ.สะเดา จ.สงขลา  มีกำลังติดอาวุธ๑๒ - ๑๕ คน เคลื่อนไหวตามแนวพรมแดนไทย - มาเลเซีย ด้าน อ.กาบัง จ.ยะลา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 
                นายซาลาฮูดิง มีบ้านพักอยู่ที่หมู่บ้านกัวลาไกร รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย  (มติชน /เดลินิวส์  ๓๐ ก.ย.๔๗) 
           ๕.ต.ธาราคีรี
                ๕.๑ ราษฎรที่เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ อ.เมืองปัตตานี  เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  มี 
                    - นายตูแวดาโอ๊ะ ตุแวลือโมะ  อยู่บ้านเลขที่ ...ม.๓ (บ.ดารู) 
                ๕.๒ ราษฎรที่เสียชีวิตในการโจมตีหน่วยบริการประชาชน ในตลาด อ.สะบ้าย้อย เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ มีดังนี้ 
                ๕.๓ นายสอและ ยะตอหะ  โต๊ะอิหม่ามมัสยิด บ.สุโสะ  ม.๒ ต.ธารคีรี  นำผู้ต้องหาสงสัยเกี่ยวพันกับกรณีโจมตี จนท. เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.สงขลา ดังนี้ 
                    ๑) นายหามะ มะแซจะแหน  อายุ ๓๕ ปี ซึ่งได้สารภาพว่า ในวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  นายยะยา มะหิงตะ ซึ่งเสียชีวิตในการโจมตีหน่วยบริการประชาชน อ.สะบ้าย้อย เป็นคนชักชวนให้ไปก่อเหตุ แต่เนื่องจากภรรยาตนใกล้คลอด จึงไม่ได้ไปร่วม 
                    ๒) นายดาโหะ อาบูตัดสา  อายุ ๖๕ ปี  อยู่บ้านเลขที่ ...ม.๒ สารภาพว่า มีส่วนรู้เห็นในการนำเยาวชนใน อ.สะบ้าย้อย และใกล้เคียงไปฝึกอาวุธเพื่อก่อความไม่สงบที่ศูนย์ฝึก บ.ทุ่งไก่แจ้  ม.๕ ต.เขาแดง โดยมี นายสะมะแอ ระยะหลง เป็นหัวหน้า (มติชน ๑๗ มิ.ย.๔๗) 
                ๕.๔  เมื่อวันที่ ๘ ก.ค.๔๗  จนท. และนายมนัส วานิ  กำนัน ต.ธารคีรี  พร้อมนายวาฮัน มาหิงตะ ผญบ. ม.๒ (บ.สุโสะ) นำเยาวชน ๒๑ คน จาก บ.สุโสะ เข้ารายงานตัวต่อ ผบช.ภ.๙  เพื่อให้ปากคำ เพราะถูกระบุว่ามีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (มติชน ๘ ก.ค.๔๗) 
           ๖.ต.ทุ่งพอ
                ๖.๑  นายหวังยูโซ๊ะ หลงนิเลาะ  อายุ ๔๓ ปี ครู รร.TADIKA  มัสยิดบ้านสวน ม.๑ ต.ทุ่งพอ  เข้ารายงานตัวต่อ จนท. เมื่อวันที่ ๘ มิ.ย.๔๗  ให้การรับสารภาพว่า ร่วมอยู่ในขบวนการฝึกอบรม สอนให้เยาวชนมีแนวคิดแบ่งแยกดินแดนและทำร้าย จนท. โดยมีนายสะมะแอ ระยะหลง เป็นหัวหน้า แต่หลังเกิดเหตุ ๒๘ เม.ย.๔๗  มีคนล้มตายมากคิดได้ว่าตนหลงผิด จึงเข้ามอบตัว  (เดลินิวส์ ๙ มิ.ย.๔๗) 
                ๖.๒  เมื่อวันที่ ๗ ก.ค. ๔๗  จนท.ตร.สภ.อ.สะบ้าย้อย  พร้อม นายเจ๊ะนาเหม ทุยเลาะ กำนัน ต.ทุ่งพอ ได้นำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบใน จ.ภาคใต้ เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.สงขลา ประกอบด้วย 
                    ๑) นายดาโอ๊ะ มันไดเจะ  อายุ ๓๙ ปี  ครูสอนศาสรา (อุสตาส)  รร.อิสลามวิทยา นายดาโอ๊ะ ชาวอินโดนิเซีย นายดาโอ๊ะ จบการศึกษาชั้นปริญญาตรีจากอินโดนิเซียมีพฤติการณ์ปลุกปั่นเยาวชน และครูสอนศาสนา ให้เข้าร่วมประชุมและฝึกยุทธวิธีในการก่อการร้าย 
                    ๒)  นายมูฮัมหมัด ซุกรี มันไดเจะ  (น้องชายนายดาโอ๊ะ)  อายุ ๓๓ ปี  ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นแนวร่วม ทำงาานร่วมกับนายดาโอ๊ะ  (สยามรัฐ ๘ ก.ค.๔๗) 
                ๖.๓  เมื่อวันที่ ๒๔ ธ.ค.๔๗  จนท.ประมาณ ๒๐๐ คน เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายใน อ.ธารคีรี และ ต.ทุ่งพอ  อ.สะบ้าย้อย รวม ๙ จุด ได้แก่ 
                        - รร.ปอเนาะ  บ.สะหนี่  ม.๑ ต.ทุ่งพอ 
                        - บ้านของนายหมะแอ ดิสธรรม 
                        - บ้านนายอภิสิทธิ์ บารา 
                        - กระต๊อบในหมู่บ้าน 
                        - บ้านนายรอยะ สาและ 
                        - บ้านนายอับดุลย์เราะห์มาน เจ๊ะมาสอง 
                        - บ้านของเจ๊ะหว่า สาและ 
                        - บ้านของนายวอเฮง โต๊ะปิ และ 
                        - บ้านของนายยูโส๊ะ ระนีสะ 
                    ทั้งนี้ เพิ่งจับกุม นายเอรือมัน มะแซ  อายุ ๒๗ ปี  ตามหมายศาลในคดีก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ และเป็นแนวร่วม ขจก. ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย  โดยมาสร้างขนำ อยู่ในพื้นที่ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย 
                    จากการตรวจค้น จนท. สามารถยึดอาวุธ ยาเสพติด และจับกุมผู้ต้องหาได้  ๕ รายคือ นาย อายุ ๒๐ ปี, นายอาย ๒๐ ปี, นาย อายุ ๖๑ ปี, นาย อายุ ๒๙ ปี และนาย อายุ ๓๔ ปี ครูสอนศาสนา (อุสตาส)  รร.อิสลามวิทยา (มติชน ๒๕ ธ.ค.๔๗) 
           ๗.ต.เขาแดง 
                ๗.๑  เมื่อวันที่ ๑๖ มิ.ย.๔๗  จนท.ได้นำครูสอนศาสนาใน รร.ตาดีกา และราษฎรรวม ๑๖ คน เข้ารายงานตัวต่อ ผบช.ภ.๙ โดยทั้งหมดสารภาพว่า มีส่วนรู้เห็นในการนำเยาวชนใน อ.สะบ้าย้อย และใกล้เคียงไปฝึกอบรมทางยุทธวิธีที่ศูนย์ฝึก บ.ทุ่งไก่แจ้ (ทุ่งไทรแจ้)  ม.๕ ต.เขาแดง  แต่ไม่ยอมรับว่ามีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ผู้เข้ารายงานตัวประกอบด้วย ๑๕ คน อายุ ๓๕ ปี , อายุ ๓๕ ปี , อายุ ๓๕ ปี, อายุ ๓๙ ปี , อายุ ๓๖ ปี,  อายุ ๒๓ ปี, อายุ ๓๐ ปี, อายุ ๓๓ ปี, อายุ ๓๓ ปี,  อายุ ๔๐ ปี, และ อายุ ๕๖ ปี 
               ทั้งหมดเป็นครูสอน รร.ตาดีกา ม.๕ บ.ทุ่งไก่แจ้ ต.เขาแดง  และอยู่ในขบวนการก่อการร้าย ซึ่งมีนายสะมะแอ ระยะหลง เป็นหัวหน้า อายุ ๓๙ ปี , อายุ ๔๖ ปี, อายุ ๕๙ ปี , อายุ ๕๙ ปี, อายุ ๖๐ ปี 
                ทั้ง ๑๖ คน  ให้การว่า ร่วมอยู่ในขบวนการก่อความไม่สงบ ซึ่งมี นายสะมะแอ ระยะหลง เป็นหัวหน้า  (มติชน ๑๗ มิ.ย.๔๗) 
                ๗.๒  นายคือราแม ดาโฮง ผู้ต้องสงสัยร่วมกับนายสาพารีส หลงเส็น  ผู้ต้องหาคดียิง ดต.บอรอเหมสะมะแอ บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิด เมื่อวันที่ ๔ ก.ค.๔๗  (สยามรัฐ ๖ ก.ค.๔๗) 
อ.เมืองปัตตานี
           ต.ตันหยงลูโละ 
                นายแวอูมา แวดอเลาะ  ประธาน อบต.ตันหยงลูโละ อ.เมืองปัตตานี จัดงานเมาลิด เพื่อรำลึกถึงพระเจ้า รวมทั้งจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้กับผู้เสียชีวิตในมัสยิดกรือเซะ จำนวน ๓๒ ศพ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  ในวันที่ ๒๙ มิ.ย.๔๗  (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
           ต.ปะกาฮะรัง
                จนท. ได้จับกุม นายแวฮามิ เจ๊ะอาแซ  อายุ ๒๑ ปี และนายอับดุลเลาะ บากา อายุ ๒๓ ปี โดยนายแวฮามิ เป็นคนขับรถ จยย. นายอับดุลเลาะ เป็นคนซ้อนท้าย ทำใบปลิวข้อความ "เมื่อเจ้าหน้าที่จับนักเรียนปอเนาะได้ เราก็จะยิงนักศึกษา มอ. เพื่อเป็นการล้างแค้น" ทำไปวางบนศพ นายดุษฎีบุญ ฤทธิสุนทร นศ.มอ.วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งถูกคนร้ายกลุ่มนี้ยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๙ ต.ค.๔๗ 
                จากการสอบสวน นายแวฮามิ รับสารภาพว่า ร่วมอยู่ในกลุ่มผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ รวมทั้งเป็นกลุ่มเดียวกับทีมสังหารผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๗ ก.ย.๔๗ นอกจากนั้น ได้ให้การซัดทอดว่า นายกูอาหมัด อามีเด็น อายุ ๒๑ ปี เป็นผู้ยิงนายดุษฎีบุญ และภายหลัง จนท. สามารถจับกุมนายกูอาหมัดได้ที่ รร.ปอเนาะ แห่งหนึ่งใน ต.ปะกาฮะรัง 
                นอกจากนั้น นายแวฮามิ ยังให้การซัดทอดว่า ผู้จ้างวานฆ่าได้แก่ นายเจ๊ะอันนุงวา กาซอ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่จ้างวานฆ่าผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี โดยมี นายซากายารี เป็นผู้จัดหาอาวุธปืน และเสื้อผ้า 
                นายแวฮามิ เจ๊ะอาแซ  นำ จนท.ไปตรวจค้นมูลนิธิแห่งหนึ่งใน อ.เมือง ปัตตานี พบเอกสารใบปลิว ตะปูเรือใบ เครื่องคอมพิวเตอร์ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน  (มติชน/ไทยรัฐ  ๑๑ ต.ค.๔๗) 
           ต.จะปงติกอ (เขตเทศกบาลเมืองปัตตานี) 
                จนท.ตร.สภ.อ.เมืองปัตตานี ได้นำกำลังเข้าตรวจค้น บ้านของนายรอนิง เจ๊ะมา อายุ ๒๕ ปี เมื่อวันที่ ๒๐ ธ.ค.๔๗  พบของกลางอาวุธปืนขนาด ๙ มม. กระสุน ๑๔ นัด ชิ้นส่วนโทร.มือถือหลายชิ้น วิทยุสื่อสาร ๑ เครื่อง ซิมการ์ด ๕ อัน ซึ่งนายรอนิง ให้การว่าเป็นของตน  (เดลินิวส์ ๒๑ ธ.ค..๔๗) 
           ต.รูสิมิแล อ.เมืองปัตตานี
                นายสักกือรี แนปาแด  อายุ ๒๕ ปี  ถูก จนท.จับกุมฐานต้องสงสัยว่าร่วมกับนายสาฟารีส หลงเส็น  ผู้ต้องหายิง จสต.บอรอ สะมะแอ ผบ.หมู่ สภ.จ.ปัตตานี  เมื่อวันที่ ๔ ก.ค.๔๗ 
                นายสักกือรี เป็นสมุนมือขวาของ นายดอเลาะ พงษ์ติกอ หน.ศูนย์ฝึกเยาวชนของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ บ.ทุ่งไทรแจ้ ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย  เคยถูกจับกุมในคดีร่วมกับพวกยิง สตต.เศกศักดิ์ เอียดวารี เมื่อวันที่ ๗ พ.ค.๔๖  แต่สู้คดีจนหลุด  (สยามรัฐ ๖ ก.ค.๔๗) 
           ต. บาราเฮาะ 
                    ๑. ทราบว่า คนร้ายอดีต นร.รร.เตรียมศึกษาวิทยามูลนิธิ ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี  ที่เกี่ยวกับคดีสังหารนายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๗ ก.ย.๔๗  (มติชน  ๑๙ - ๒๐ ก.ย.๔๗) 
                    ๒. นายแวดอเลาะ แวอุมา  อายุ ๒๒ ปี และนายอับดุลอาซิ กาแจ อายุ ๒๒ ปี ถูกจนท.วิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันที่ ๓๐ ต.ค.๔๗  (ไทยรัฐ ๓๑ ต.ค.๔๗) 
                    ๓. นายมุสตอปา ยูโซป เป็นเจ้าของรถ จยย. ที่นายมูฮัมหมัดรุสตา อาบู และนายแวดอเราะ ใช้เป็นพาหนะดักยิง จนท.ตร.สภ.อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี  เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ย.๔๗  (มติชน ๒๓ พ.ย.๔๗) 
อ.หนองจิก
            ต.บ่อทอง 
                ราษฎร ต.บ่อทอง ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  ประกอบด้วย ๓ คน 
                   ๒.  เมื่อ ๑๑๑๘๒๕  ธ.ค.๔๗   คนร้าย ๔ คนใช้รถ จยย.เป็นพาหนะ บุกเข้าปล้นปืนลูกซอง ๕ กระบอก จาก สนง.เทศบาลตำบลบ่อทอง ม.๖ ต.บ่อทอง  (ห่างจากจุดตรวจ บ.ดอนยาง ๓๐๐ ม.  ห่างจากค่ายอิงคยุทธ ฯ ๕๐๐ ม. ) ขณะที่นายอับดุลมานะ ดอกา อายุ ๓๕ ปี  คนสวนเทศบาลเข้าเวร รปภ.  จากนั้นได้หลบหนีไปทางถนนสายปัตตานี - โคกโพธิ์ ไปเข้าทางต้นคลองชลประทาน ซึ่งห่างไปประมาณ ๒๐๐ ม.  (มติชน  ๑๒ ธ.ค.๔๗) 
                    ภายหลังทหารได้ควบคุมตัว นายหามะ หมัดรุ่งโรจน์  นายอับดุลมาน ดอกา และนายมูฮำหมัดซีกรี สามะ ผู้ต้องสงสัยไปสอบสวน ทั้ง ๓ คน ให้การซัดทอดถึงนายอาแว เจ๊าะเอ๊าะ และนายมะรอปิง มิงมิแอ 
                    การปล้นปืนครั้งนี้ ทราบว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ปล้นปืน ชรบ. ที่ บ.ดาโต๊ะ ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก เมื่อ ๓ สัปดาห์ก่อน  (มติชน๑๕ ธ.ค.๔๗) 
                    ตร.สภ.อ.หนองจิก จึงขออนุมัติศาล ออกหมายจับผู้ต้องหา ๓ คน 
                    ในข้อหาเป็นผู้วางแผนปล้นปืน 
                    ผู้ต้องหาในคดีปล้นปืน เป็น จนท. เทศบาลตำบลบ่อทอง ๓ คน และคนนอก ๒ คน (มติชน  ๒๕ ธ.ค.๔๗) 
           ต.เกาะเปาะ 
                ๑. เมื่อวันที่ ๑๓ ส.ค.๔๗  ตร.สภ.อ.หนองจิก ได้นำผู้ต้องหาคดีวางเพลิงเผาบ้านเรือนประชาชน และบ้านพักข้าราชการใน จ.ปัตตานี ๑๕ แห่ง  เมื่อวันที่ ๑๑ ส.ค..๔๗  ไปขออำนาจศาล จ.ปัตตานี ฝากขัง ประกอบด้วย 
                    ๑) นายอาหามะ  สามะ  อายุ ๒๓ ปี  ครูสอนศาสนา รร.ศาสตร์สามัคคี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 
                    ๒) นายหมะหมูด หีมบู  อายุ ๒๐ ปี  นร.ปอเนาะดารุลมาอาเรฟ อ.เมือง จ.ปัตตานี ชั้น ๑๐ 
                ทั้ง ๒ คน ให้การสารภาพว่า อยู่ในขบวนการของ นายอิสมาแอ ระยะหลง (อุสตาสโซ๊ะ)  ครูสอนศาสนา 
ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ อ.หนองจิก และโคกโพธิ์  และเป็นผู้สั่งการให้เยาวชนโจมตีสถานที่ราชการ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (เดลินิวส์/มติชน ๑๔ ส.ค.๔๗) 
                ๒.  จากการสอบสวน นายอาหามะ สามะ  และนายหมะหมูด หีมบู  ทั้ง ๒ คน ให้การซัดทอดว่า นายแวอารงค์ โว๊ะ เป็นผู้สั่งการ 
                นายแวอารงค์ โว๊ะ  อายุ ๒๓ ปี  อยู่บ้านเลขที่ ๔๕/๒ ม.๒  ต.เกาะเปาะ ถูก จนท.จับกุมตัว เมื่อวันที่ ๑๓ ส.ค.๔๗ (มติชน /เดลินิวส์  ๑๕ ส.ค.๔๗) 
           ต.คอลอตันหยง 
                นายซาการียา สาและ เสียชีวิตจากการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะอ.เมืองปัตตานี  เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗   (...........) 
           ต.บางเขา 
                ๑.  นายดือเระ  ตือราแม  ราษฎร ต.บางเขา เสียชีวิตในการโจมตี หน่วยบริการประชาชน สภ.อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา  เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (..............) 
                ๒.  นายสาพาริส  หลงเส็น  อายุ ๒๘ ปี ครูสอนศาสนา รร.ปอเนาะบากงวิทยา บ.บางเขา ต.บางเขา  ถูก จนท.จับกุมในข้อหาพยายามฆ่า จสต.บอรอเหม สะมะแอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๔ ก.ค.๔๗  ถูกจับกุมได้เนื่องจาก จสต.บอรอเหม ยิงตอบโต้จนบาดเจ็บสาหัส ส่วนเพื่อนซึ่งเป็นคนขับขี่ จยย.หลบหนีไปได้ 
                รร.ปอเนาะบากงวิทยา เป็นของนายสักการียา สาและ ( เดลินิวส์ ๕ ก.ค.๔๗) 
           ต.ท่ากำชำ 
                ๑.  นายอิสมัน อีแต เสียชีวิตจากการปะทะกับ จนท.ที่จุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (..........) 
                ๒.  กรณีคนร้าย ๒ คน ขับรถ จยย. ดักยิง ดต.สมเกียรติ รอยรืน ตร.สภ.ต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี  เมื่อวันที่ ๒๐ มิ.ย.๔๗  ปรากกฎว่า จนท.จับเจ้าของรถ จยย.ได้ คือ นายสุกรี สะแลแม  อายุ ๒๘ ปี ชำ แต่นายสุกรี ปฎิเสธว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุ เพียงแต่ให้นายอับดุลเลาะ สะแต ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านยืมรถไป 
                นายอับดุลเลาะ สะแต  เป็นแนวร่วม ขจก.  GMIP  (เดลินิวส์  ๒๓ มิ.ย.๔๗) 
           ต.ดาโต๊ะ 
                ๑.  ราษฎร ต.ดาโต๊ะ  เสียชีวิตและถูกจับกุมในการนำกำลังเข้าโจมตี จนท. เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ 
                    ๑)  นายอับดุลราซิ  มามะ เสียชีวิตจากการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ อ.เมืองปัตตานี 
                    ๒)  นายมามะ  มะดีเยาะ  ถูก จนท. จับกุมในขณะนำกำลังเข้าโจมตีหน่วยทหารที่ บ.ตาเซะ ต.ตาเซะ อ.เมืองยะลา (....) 
                ๒. จนท.ได้จับกุมนายอับดุลรอนิง  สาและ อายุ ๓๗ ปี ในข้อหาร่วมกับพวก (นาย มะรอเซ็ง  อูมา อายุ ๓๖ ปี ซุ่มโจมตีหน่วยทหารลาดตระเวน บริเวณหน้ามัสยิด กอลอปิแน ต.ดาโต๊ะ เมื่อวันที่ ๒๐ ก.ย.๔๗ ซึ่ง จนท.จับได้ทั้ง ๒ คน ในวันเดียวกัน (มติชน ๒๒ ก.ย.๔๗) 
                ๓. เมื่อวันที่ ๘ พ.ย.๔๗ กลุ่มโจรได้บุกปล้นปืน ชรบ.ที่บ้านนายอูมา  เจ๊ะมะ อายุ ๕๖ ปี ภารโรง รร.บ้านเปี๊ยะ ขณะที่นายอูมาไม่อยู่บ้าน ได้ปืนไป ๔ กระบอก 
                ปืนทั้ง ๔ กระบอกเป็นปืนที่นายอับดุลเลาะ  สะอะ สารวัตรกำนัน บุตรเขยของนายอูมานำไปฝากไว้ (ไทยรัฐ ๙ พ.ย.๔๗) 
           ต.ลิปะสะโง 
                เมื่อวันที่ ๑๙ ก.ค.๔๗ จนท.ได้จับกุมนายซะรีเซอรี  มะมิง อายุ ๒๗ ปี ในข้อหาหลายคดี ด้วยกัน 
                นายซะรีสารภาพว่าตนเป็นแนวร่วม ขจก.GHIP.ก่อความวุ่นวายในพื้นที่ อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เคยก่อเหตุข่มขืนฆ่า นส.แมะซง  บือราเซง ในตลาดวันอังคาร ม.๒ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ เมื่อวันที่ ๒๕ มิ.ย.๔๗ โดยร่วม  กับพวก ๔ คนที่ถูกจับกุม 
                รวมทั้งเคยร่วมกับพวก ทุบและเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะใน อ.รือเสาะ เพื่อสร้างสถานการณ์ เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา 
                นอกจากนั้น ยังสารภาพว่ามีสมาชิกที่เป็นแนวร่วม ขจก.GHIP.รับจ้างก่อสถานการณ์และฆ่า จนท. ประกอบด้วย 
                    ๑) นายอดุลย์  เส็น อายุ ๒๐ ปี อยู่ อ.รือเสาะ ซึ่งเป็นผู้ยิงนายสุชาติ  แซ่ลู ยาม รพ.รือเสาะ เมื่อวันที่ ๑๕ มี.ค.๔๗ (มติชน /สยามรัฐ ๒๐ ก.ค.๔๗) 
           ต.ยาบี 
                จนท.สภ.อ.หนองจิก ได้ควบคุมตัวนายอัสมิน  ยูนุซ อายุ ๒๔ ปี เมื่อวันที่ ๒๐ เม.ย.๔๗ ในข้อหาต้องสงสัยวางเพลิง 
                จากการตรวจค้นรถ จยย. พบเศษขนกระสอบ และกลิ่นน้ำมัน 
                ก่อนถูกจับกุม นายอัสมินขับรถไปกับนายยูโซะซึ่งกระโดดรถหลบหนีไปก่อน จนท.จับกุม (สยามรัฐ ๒๑ เม.ย.๔๗) 
อ.โคกโพธิ์ 
           ต.ปากล่อ 
                นายอับดุลเลาะ  สาแลมัน เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจ บ.กรือเซะ อ.เมือง ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ( ) 
           ต.ท่าเรือ 
                จนท.ตร.ได้ควบตุมตัวนายมะดาแฮ  โต๊ะโยะ (มะตอเธร์  โตะโยะ) อายุ ๒๑ ปี ผู้ต้องหา ตามหมายศาล จ.นราธิวาส ในคดีลอบวางเพลิงบาร์เบียร์ หน้าศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ถนนเจริญเขตต์ ซอย ๓ เขตเทศบาลสุไหงโกลก เมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๔๗ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน (มติชน ๒๒ พ.ย.๔๗) 
           ต.นาเกตุ 
                เมื่อวันที่ ๑๖ ก.พ.๔๗ จนท.ได้เชิญตัวนายหะมะมะเด็ง นายก อบต.นาเกตุ ไป สอบปากคำที่ ทภ.๔ สน. (มติชน ๑๘ ก.พ.๔๗) 
           ต.ควนโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ 
                ๑. ก่อนการก่อเหตุโจมตี จนท.ตามจุดต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ กลุ่มกำลังในสายบังคับบัญชาของนายมามะ มะตีเยาะได้ใช้มัสยิดนรล์อิสลาม (มัสยิด บ.ส้ม) ม.๒ ต.ควนโพธิ์ เป็นสถานที่ประชุม รวมพล และทำพิธีทางไสยศาสตร์ โดยมีนายมามะ (แบบกา) มะตีเยาะ เป็นประธาน และนายอัสบี (ไซบี) สาหลำ รักษาการบิหลั่น มัสยิดบ้านส้ม เป็นผู้กล่าวทำในพิธีละหมาดและเป็นผู้กำหนดจุดโจมตี จนท.หน่วยบริการประชาชน สภ.อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา (ตามแผน chact  ) (.........) 
                ๒. นายอัสบี (ไซบี) สาหลำ อ้างว่า นายฮำบะ ซาและ (เสียชีวิตในการปะทะ จนท.ที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗) เป็นผู้ชักชวนคนให้ไปร่วมปฏิบัติการที่มัสยิดกรือเซะด้วย แต่ตนปฏิเสธ  (..............) 
                ๓. นายมูหะมัดคอเลส ดาราแม อายุ ๓๒ ปี อาชีพเกษตรกร เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๓ ก.ค.๔๗ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมปฏิบัติการในเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ แต่เมื่อทราบว่าทางการเปิดโอกาสให้รายงานตัว ตนจึงให้ญาตินำเข้ามอบตัวเพื่อฟื้นฟูจิตใจต่อไป (เดลินิวส์/สยามรัฐ ๔ ก.ค.๔๗) 
                ๔. นายการียา แดวอ อายุ ๑๙ ปี ได้เข้ามอบตัวต่อ ทภ.๔ เนื่องจากถูกซัดทอดว่าเกี่ยวข้องกับความไม่สงบใน จ.ชายแดนภาคใต้   (สยามรัฐ ๑๐ ก.ค.๔๗) 
                ๕. ราษฎร ต.ควนโพธิ์ ที่เสียชีวิตและถูกจับกุมในเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ มีดังนี้ 
                    ๑) นายฮามะ สาและ เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                    ๒) นายบายารูติง สาและ) เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                    ๓) นายมะแอ หะหลี เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                    ๔) นายซัมชูดัง กาลอ เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                    ๕) นายสะมะแอ  ลาเต๊ะ เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ 
                    ๖) นายอับดุลเลาะ กาลอ เสียชีวิตในการโจมตี สถ.อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี 
                    ๗) นายยูน สะแลแม เสียชีวิตในการโจมต สถ.อ.แม่ลาน 
                    ๘) นายสะการียา หัดขะเจ เสียชีวิตในการโจมตหน่วยบริการ ปชช.สะบ้าย้อย 
                    ๙) นายอับดุล รอ ได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมในการโจมตี สภ.อ.แม่ลาน   (......) 
อ.ยะรัง 
           ต.เขาตูม 
                นายอิสมะแอ  สาและ อายุ ๑๙ ปี ถูก จนท.จับกุมพร้อมพวก ๔ คนเมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๔๗ ที่ บ้านเช่าเลขที่ ๑๕ / ๑๘ ม.๓ ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา (ดูรายละเอียด ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา)  (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
           ต.คลองใหม่ 
                ๑. นายมหานันท์  มะหิเล (หะยีมะ กูแปปูยู) ต้องสงสัยว่ายิงปืนเข้าไปในกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ และเกี่ยวข้องกับเจ๊ะกูแม  กูเต๊ะ (หน.ขจก.)  ( ) 
                ๒. เมื่อวันที่ ๘ ก.ค.๔๗ คนร้ายยิงนายถาวร  สุขเกษม หน.ส่วนงานโยธา สถานที่เกิดเหตุหน้า รร. อัลอิสลามิยะห์ ม.๑ (บ.ปิยะ) ต.คลองใหม่  (สยามรัฐ ๙ ก.ค.๔๗) 
                ๓. เมื่อวันที่ ๘ พ.ย.๔๗ กลุ่มโจรได้บุกปล้นปืนลูกซองของ ชรบ.(ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน)    ๔. นายสะการียา  ยูโซะ เสียชีวิตจากการปะทะกับ จนท.ที่จุดตรวจ กรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ( ) 
           ต.ประจัน 
                เมื่อวันที่ ๘ พ.ย.๔๗ กลุ่มโจรได้บุกปล้นปืนลูกซองของ ชรบ. จากบ้านนายหะยี  มูคอ อายุ ๔๒ ปี ผญบ.ม.๙ ต.ประจัน  ได้ปล้นปืนลูกซองไป ๒ กระบอก ในขณะที่นายหะยีมูคอไม่อยู่บ้าน (ไทยรัฐ ๙ พ.ย.๔๗) 
           ต.ระแว้ง 
                นายอาริกดิง จารง อายุ ๓๐ ปี เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๘ ก.ค.๔๗ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ยิงถล่ม สภ.ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ ๗ ม.ค.๔๗  โดยอ้างว่าในวันเวลาที่เกิดเหตุตนพักอยู่กับญาติที่ กทม. จึงเข้ารายงานตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์  (สยามรัฐ ๘ ก.ค.๔๗/ไทยรัฐ ๙ ก.ค.๔๗) 
ต.วัด อ.ยะรัง 
                ๑.  นายแตะมะ แมเลาะ  ราษฎร ต.วัด เสียชีวิตในการโจมตี สภ.อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (..................) 
                ๒.  นายอิสบอรอเฮงยาดี กาเซ๊ะ  อายุ ๓๘ ปี เข้ามอบตัวต่อ จนท. ทภ.๔ กรณีเกี่ยวกับเหตุการณ์ เมื่อ ๒๘ เม.ย.๔๗  โดยอ้างว่า ในวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  นายยูโซ๊ะ (เพื่อน)  ชวนให้ไปงานฉลอง แล้วให้ดื่มน้ำอ้างว่าจะไปเอาประเทศปัตตานีคืน ตนไม่เห็นด้วยจึงไม่เข้าร่วม แต่หลังจากดื่มน้ำแล้ว ตนไม่สึกตัว ได้รับมีด ๑ เล่ม และเพื่อนบอกว่า จนท.จะมองไม่เห็นตัว 
                การเข้ามอบตัวครั้งนี้ เข้ามอบตัวโดยบริสุทธิ์ใจ เพื่อจะได้อยู่ในสังคมโดยปกติ (มติชน ๒๑ พ.ค.๔๗) ต.สะดาวา อ.ยะรัง 
                มีราษฎรจาก ต.สะดาวา เสียชีวิตจากการโจมตีหน่วยทหารที่ ต.ตาเซะ อ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ ประกอบด้วย 
           ต.สะนอ 
                นายดอเลาะ สาแม  อยู่บ้านเลขที่ ๒๕ ม. ๑ (บ.สะนอ)  ต.สะนอ เสียชีวิตในการปะทะกับ จนท. ที่ สภ.อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ (................) 
           ต.เมาะมาวี 
                    ๑.นายเมาซียัน (เปาะยัง) ดาแรง อายุ ๒๑ ถูก รอง ยบก.ภ.ยะลา นำไปสอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ ๑๙ ก.พ.๔๗ หลังจากถูกจับกุมได้ โดยถูกนายมะกอรี (มะจัง) จูมิ ให้การซัดทอดเกี่ยวกับคดีความไม่สงบ  (มติชน ๒๐ ก.พ.๔๗) 
                    ๒. นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กก.สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางไปยัง เพื่อพบนายอุสมาน และนางยาปิลา นูรุลอาคิน พ่อแม่นายอิสบีน ที่ถูกทหารพรานยิงเสียชิวิต ที่ จ.ยะลา เมื่อ ๖ ก.ย.๔๗ รวมทั้งพบนายมูฮัมมัดรอมลี เจ๊ะและ ผู้อยู่ในเหตุการณ์เพื่อทราบข้อมูล (มติชน ๑๑ ก.ย.๔๗) 
                    ๓. บุตรชายนายก อบต.เมาะมาวี ปลุกระดมมชาวบ้านให้ลุกขึ้นต่อสู้กับ จนท.อ้างว่า จนท.กดขี่ข่มเหงประชาชน โดยนำเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมชาวบ้าน มาเป็นสาเหตุ  (มติชน ๑๗ ก.ย.๔๗) 
                    ๔. นายอับดุลกูดุ บือราเฮง อายุ ๓๙ อาชีพทำสวนและกิจการขายรถมือสอง บุตรเจ้าของรร.บำรุงอิสลาม บ.บาโงกาบู จ.ยะลา เคยเดินทางไปเปิดร้านขายอาหารในมาเลเซีย ระหว่างวปี ๒๕๓๒ - ๒๕๓๓ (ใน.....) ในช่วงที่เปิดร้านขายอาหารดังกล่าว มีสมาชิก ขจก.ไปชักชวนให้ร่วมงานด้วย ได้แก่.. 
                        ๑) นายมะราเซ้ง (เปาะตาเยาะ) ขจก.BRN 
                        ๒) นายอิสมาแอ ท่าน้ำ และนายมะ เปอลิส อายุ ๔๐ ปี ขจก.PURO 
                        ๓) นายเปาะยิ ผู้นำ ขจก.BMPP   (..............) 
อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 
           ต.บางปู อ.ยะหริ่ง 
                นายอับดุลเลาะ ลือแม ถูกยิงได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับ จนท.ในการโจมตีจุดตรวจกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (......) 
           ต.มะนังยง อ.ยะหริ่ง 
                นายบูราฮานูดิน อุเซ็ง  สส.ยล.ทรท. นำผู้หลงผิดเข้ามอบตัวต่อ จนท. เมื่อวันที่ ๘ มิ.ย.๔๗ ประกอบด้วย อายุ ๓๗ ปี, อายุ๔๐ ปี , อายุ ๔๐ ปี ,อายุ ๓๘ ปี 
                ทั้งหมดสารภาพว่า เป็นสมาชิกกลุ่มลงมือโจมตี จนท. เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  โดยมีนายสะมะแอ ระยะหลง /อุสตาสโซ๊ะ เป็นผู้นำ สั่งสอนเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน แต่พวกตนไม่ได้ร่วมโจมตีด้วย เพราะไม่เชื่อในคาถาอาคม  (เดลินิวส์ ๙ มิ.ย.๔๗ ) 
           ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง 
                นายอิสมาแอ มาฮะ (อิสมาแอล มาหะ)  ราษฎร ต.ตอหลัง เข้ามอบตัวต่อ จนท. เมื่อวันที่ ๑๒ พ.ค.๔๗  (....) 
           ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง 
                เมื่อวันที่ ๑๙ พ.ค.๔๘ จนท. ตร.ทหาร ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักนักเรียนปอเนาะ รร.ปอเนาะญิฮาดวิทยา ม.๓ต.ตะโละกาโปร์  จากการตรวจค้นบ้านพักประมาณ ๑๐ หลัง สามารถยึด 
                    - เอกสารภาษาอาหรับ และภาษายาวี หน้าปกรูปมัสยิดกรือเซะ และปืนใหญ่พญาตานี 
                    - สมุดจดบันทึกความเคลื่อนไหวของ จนท. 
                    - แผนผังจุดตรวจ และการลาดตระเวนของ จนท. ตร.- ทหาร ในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง และปะนาเระ 
                    - ม้วนสายไฟ ท่อ PVC 
                    - เทป VDO การฝึกอบรมของ นายบินลาดิน 
                    - คอมพิวเตอร์ ๑ ชุด 
                    - รถยนต์ BMW ทะเบียน ฉด.๘๘๗๖  กรุงเทพมหานคร 
                นอกจากนั้น จนท. ได้ควบคุมตัว นายอาดือนัน เจะอาแซ อายุ ๓๓ ปี เจ้าของ รร.ปอเนาะ , นร.ปอเนาะ , นร.ปอเนาะ,นร.ปอเนาะ 
                ส่วนการตรวจค้นบริเวณสวนมะพร้าวบริเวณหอพักในปอเนาะ ซึ่งถูกระบุว่า เป็นสถานที่ฝึกอาวุธ ปรากฎร่องรอยกระป๋องน้ำอัดลมถูกยิงเป็นรู และที่ต้นมะพร้าวมีรอยกระสุนเช่นเดียวกัน  (ไทยรัฐ ๒๐ พ.ค.๔๘) 
อ.ปะนาเซะ จ.ปัตตานี 
           ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ 
                ๑.  นายอาบูบากา ลาเต๊ะ  อายุ ๔๑ ปี ครูสอนศาสนาปอเนาะ "สามัคคีพัฒนา" และนายหวังยูโซ๊ะ หลงนิเลาะห์ อายุ ๔๓ ปี ครู รร.TASIKA  มัสยิดบ้านสวน ม.๑ ต.ทุ่งพอ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เข้ารายงานตัวต่อ จนท. เมื่อวันที่ ๘ มิ.ย.๔๗ 
                ทั้งสองคนให้การสารภาพว่า ร่วมอยู่ในขบวนการฝึกอบรม สอนให้เยาวชนมีแนวคิดในการแบ่งแยกดินแดน และทำร้ายจนท. โดยมีนายสะมะแอ ระยะหลง เป็น หน. แต่หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ มีคนล้มตายมาก คิดได้ว่าตนหลงผิดจึงเข้ามอบตัว (เดลินิวส์ ๙ มิ.ย.๔๗) 
                ๒.  เมื่อวันที่ ๘ ต.ค.๔๗  ตร.สภ.อ.ปะนาเระ ได้จับกุม นร.ปอเนาะ ๒ คน (บางข่าวแจ้งว่า เป็น นร.ปอเนาะใน อ.ปะนาเระ แต่บางข่าวบอกว่าเป็น นร.ปอเนาะใน อ.เมืองปัตตานี)  ซึ่งต้องสงสัยว่ายิง สตอ.กนก ประสาทศิลป์ ตร.สภ.อ.ยะหริ่ง ปัตตานี เสียชีวิต  บนถนนสายท่าด่าน - ปะนาเระ ม.๓ (บ.ท่าด่าน)  ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง  เมื่อวันที่ ๘ ต.ค.๔๗ ประกอบด้วย อายุ ๒๖ ปี ,อายุ ๒๘ ปี 
                จากการตรวจค้นตัว พบปืนพกขนาด ๙ มม. ทำจากจีน รุ่นโนรังโก พร้อมกระสุน ๔ นัด ในตัวนายสารียา โดยมีนายอิบรอเฮม เป็นคนขับรถ จยย. จากการตรวจสอบหัวกระสุนปืน ไปตรงกับหัวกระสุนที่คนร้ายใช้ยิง ดต.ทวี วงศ์จันทร์ ตร.สภ.อ.ปะนาเระ บาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ ๗ ต.ค.๔๗  (มติชน/สยามรัฐ/เดลินิวส์ ๙ ต.ค.๔๗/ ไทยรัฐ ๑๐ ต.ค.๔๗) 
            ต.บ้านนอก อ.ปะนาเระ 
                เมื่อวันที่ ๑๕ ส.ค.๔๗ จนท.ได้เข้าตรวจค้น รร.ปอเนาะทุกแห่งใน ม.๖ ต.บ้านนอก เนื่องจากมีพยานเห็นคนร้ายที่ลอบยิง ดต.พูลพิชิต ทองช่วย อายุ ๔๓ ปี ตชด. ที่ ๔๔ ค่ายพญาลิไท เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๑๔ ส.ค.๔๗ และคนร้ายได้หลบหนีเข้าไปในปอเนาะ"ดารุสมูฮายีรีน " ม.๖ ต.บ้านนอก 
                ในการตรวจค้น จนท.ยึดได้ จยย.ต้องสงสัย ๕ คัน นำตัว นร.ปอเนาะ ๙ คน ไปสอบสวน และ ๓ คนใน ๙ คน เป็น นร.จากมาเลเซีย ซึ่งอ้างว่ามาเรียนหนังสือ  (มติชน ๑๖ ส.ค.๔๗) 
           ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ 
                ๑.  เมื่อวันที่ ๒๙ ก.ค.๔๗  หน่วย ฉก.ปน. เข้าตรวจค้นอาวุธปืนในพื้นที่ ม.๑ ต.ท่าน้ำ พบอาวุธปืน M๑๖A. หมายเลข ๑๙๔๘๖ จำนวน ๑ กระบอก พร้อมซองกระสุนปืนสั้น ๓ ซอง กระสุน ๔๕ นัด ใส่ในกระสอบปุ๋ยฝังดินในสวนยาง  (สยามรัฐ ๓๐ก.ค.๔๗) 
                ๒.  ปืนดังกล่าวในข้อ ๑ เป็นปืนที่นายมะรูยี มะเซ็ง (รอยี มะเซ็ง) อายุ ๓๑ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๖๓ ม.๑ ต.ท่าน้ำ นำไปฝังไว้บริเวณสวนมะพร้าว 
                จากการตรวจสอบปืนดังกล่าว พบว่าเป็นอาวุธปืนของนายหะยี ดาโอ๊ะ ท่าน้ำ ซึ่งเป็นปืนของ ทบ. ที่หายไปเมื่อหลายปีมาแล้ว (สยามรัฐ ๑ ส.ค.๔๗) 
อ.มายอ จ.ปัตตานี 
           ต.มายอ อ.มายอ 
                ทราบว่า คนร้ายที่เกี่ยวข้องกับคดีสังหารนายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๗ ก.ย.๔๗ บางคนเป็นอดีต นร.รร.เตรียมศึกษาวิทยา ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี เป็นคนในพื้นที่ ต.มายอ อ.มายอ  (มติชน ๑๙ - ๒๐ ก.ย.๔๗) 
           ต.กระหวะ อ.มายอ 
                เมื่อวันที่ ๒๔ ต.ค.๔๗  จนท.ทหารพราน ๔๓ ได้จับกุมนายมะสอลา มาแฮ อายุ ๔๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔๕ ม.๒ ต.กระหวะ พร้อมนายมาะเต๊ะ สานิง อายุ ๓๗ ปี ขณะขับ จยย. ต้องสงสัยว่าเป็นคนฆ่านายอาทิตย์ คำเกลี้ยง จนท.วิเคราะห์นโยบายและแผน เทศบาล ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี ในเช้าวันเดียวกัน 
                ในการตรวจค้น พบปืน .๓๕๗  ๑ กระบอก กระสุน ๖ นัด (มติชน ๒๕ ต.ค.๔๗) 
            ต.ตรัง อ.มายอ 
                เมื่อ ๑๘ ก.พ.๔๗  จนท.ตร.สภ.อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้จักกุมนายอิสมาแอ อีซอ อายุ ๒๑ ปี และนายอาซิ วาเบ็ง อายุ ๒๐ ปี ในข้อหาต้องสงสัยยิง จนท.ตร. ทั้งสองให้การเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ใน ๓ จ.ชายแดนภาคใต้  (มติชน ๑๙ พ.ย.๔๗) 
           ต.กระเสาะ อ.มายอ 
                เมื่อ ๒๑ ก.ย.๔๗  กำลังทหาร ๓๕ นาย ได้เข้าตรวจค้นของนายเจ๊ะอันนูวา กาซอ หนึ่งใน ๓ คนร้าย ที่ถูกศาลออกหมายจับในคดีสังหาร นายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาล จ.ปัตตานี เมื่อ ๑๗ ก.ย.๔๗ แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ  (ไทยรัฐ ๒๓ ก.ย.๔๗) 
อ.สายบุรี 
           ต.ตะลุบัน 
                นายมูฮัมหมัดรุสตา  อาบู (มูหะหมัดรุสตา  อาบู) และนายแวดอเราะ (ไทยรัฐ ๒๓ พ.ย. ๔๗ ลงข่าวชื่อนายอับดุลเลาะ  ยะโกะ อยู่ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ ๖๔ ม.๔ ต.บือเระ อ.สายบุรี) อยู่บ้านเลขที่ ๙๘ / ๓ ม.๑ ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ถูก จนท.วิสามัญฆาตกรรม ขณะขี่ จยย.ลอบยิง จนท.ตร.สภ.อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ย.๔๗ 
                จยย.ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะ เป็นของนายมุสตอปา  ยูโซป (มุตตอฟา  ยูโซะ) อยู่บ้านเลขที่ ๔ ม.๕ ต.บาราเฮาะ อ.เมืองปัตตานี ซึ่งได้แจ้งหายไว้ (มติชน ๒๓ พ.ย.๔๗) 
                ทราบว่านายมูฮัมหมัดรุสตา  อาบู และนายเจ๊ะอับดุลเลาะ  ยะโกะ เป็น ขจก.สังกัด "เปอร์บูดอ" ซึ่งเป็นกลุ่มที่แยกตัวไปจาก ขบวนการ BRN.co-ordinate (ไทยรัฐ ๒๓ พ.ย.๔๗) 
                ทั้ง ๒ คนอยู่ในขบวนการ GHIP  มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มมือปืนรับจ้างและค้าอาวุธของ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี โดยมีผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่ง เป็น หน.ซุ้ม (เดลินิวส์ ๒๓ พ.ย.๔๗) 
           ต.บือเระ 
                จนท.ฉก.ทพ.๔๓ ได้จับกุมนายมะเต๊ะ  สานิง อายุ ๓๙ ปี และนายมะสอลา  มาแฮ อายุ ๔๐ ปี  ในข้อหาต้องสงสัยพัวพันกับการลอบยิงนายอาทิตย์  คำเกลี้ยง จนท.วิเคราะห์  นโยบายและแผน เทศบาลตำบลตะลุบัน เมื่อเช้าวันที่ ๒๔ ต.ค.๔๗ 
                ในการตรวจค้นผู้ถูกจับกุม พบปืน .๓๕๗  ๑ กระบอก กระสุน ๖ นัด (มติชน ๒๕ ต.ค.๔๗) 
อ.ไม้แก่น 
           ต.ไม้แก่น 
                นายอาฮาหมัดคอตาฟี  สาและ อายุ ๒๒ ปี ถูก จนท.จับกุม ขณะขับรถ จยย.ให้นายชายภู สะมะแอ อายุ ๒๒ ปี ยิง จสต.สำราญ  สังฆบุษยา ตร.สภ.อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๔๗ 
                ทั้งสองคนสารภาพว่า ก่อนลงมือปฏิบัติการ ได้ไปนอนพักที่บ้านนายอับดุลซัดดา  หะยีอารี ซึ่งเป็นครูสอนศาสนาใน อ.ทุ่งยางแดง (มติชน ๒๙ ต.ค.๔๗) 
อ.ทุ่งยางแดง 
           ต.พิเทน 
                เมื่อ ๑๒ ก.ย.๔๗ กำลังจาก ฉก.ทภ.๔ สน. เข้าตรวจค้น รร.อิสลามประชานุเคราะห์ ซึ่งเป็น รร.เอกชนสอนศาสนาอิสลาม โดยได้เข้าตรวจค้นบ้าน ของนายอับดุบรอนิ  กาหามะ เจ้าของ รร.และเป็นเลขานุการสมาคม รร. เอกชนสอนศาสนาอิสลาม ๕ จว.ชายแดนภาคใต้  ผลการตรวจค้นไม่พบเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวกับความไม่สงบในพื้นที่ (เดลินิวส์ ๑๓ ก.ย.๔๗) 
           ต.ปากู 
                นายอับดุลซัดดา  หะยีอารี ครูสอนศาสนาใน อ.ทุ่งยางแดง  เป็นผู้ให้ที่พักแก่นายชายภู  สะมะแอ อายุ ๒๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๙ / ๒ ม.๔ และนายอาฮาหมัดดอตาฟี  สาและ อายุ ๒๒ ปี ก่อนที่บุคคลทั้งสองไปยิง จสต.สำราญ  สังฆบุษยา ตร.สภ.อ.ทุ่งยางแดง เมื่อ ๒๘ ต.ค.๔๗ (มติชน ๒๙ ต.ค.๔๗) 
                นายชายภู  สะมะแอ สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายมูหมัด นาเซ (หรือมะยาบือราเฮง และนายการีมาน) การีมัง กาเดร์ ในราคา ๘,๐๐๐ บาท 
           ต.ตะโละแมะนา 
                นายกอเช็ง เจ๊ะเลาะ เป็นสมาชิกระดับนำของ  เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อวินาศกรรม 
                นายถาวร เสนเนียม สส.สข.ปชป.อ้างว่า นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา รู้จักนายกอเช็ง ดี  (ผู้จัดการ  ๒๕ พ.ย.๔๕) 
           ต.น้ำคำ 
                เมื่อ ๑๒ ก.ย.๔๗ จนท.ฉก.ทภ.๔ สน.เข้าตรวจค้น รร. "อิสลามดูวา" ของนายยายุบ กาหามะพี่ชายนายอับดุลรอนิ กาหามะ เจ้าของ รร.อิสลามปะชานุเคราะห์ ม.๔ ต.พิเทน (ถูกตรวจค้นพร้อมกัน) แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ๆสร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านอย่างมาก (เดลินิวส์ ๑๓ ก.ย.๔๗) 
อ.กะพ้อ 
           ต.กะรุบี 
                ๑. ตร.ได้จับกุมตัวนายยุลกิฟรี เจาะ อายุ ๓๒ ปีสมาชิก GMIP  ได้เมื่อวันที่ ๕ มี.ค.๔๗ในข้อหาฆ่า จสต.อรุณ อักษรกาญจน์ ตร.สภ.อ.กะพ้อ และ สตอ.มายากี ละเต๊ะ สภ.อ.ไม้แก่น  (มติชน ๖ มี.ค.๔๗) 
                ๒. เมื่อวันที่ ๑๘ ต.ค.๔๗ จนท.พบว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีตระเวนแจกใบปลิวในพื้นที่รอยต่อ ต.จะกว๊ะ ต.เกะร๊อ อ.รามัน จ.ยะลาต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และ ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ข้อความข่มขู่ชาวบ้าน ไม่ให้ร่วมมือกับ ตร. ทหาร อส. ชรพ. ครูหรือข้าราชการอื่น หากไม่ทำตามจะไม่รับรองความตาย (มติชน ๑๙ ต.ค.๔๗) 
                จนท.เชื่อว่า การแจกใบปลิวดังกล่าว น่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มที่บุกโจมตี สภ.อ.และที่ว่าการ อ.กะพ้อ (เดลินิวส์ ๒๐ ต.ค.๔๗) 
           ต.ตะโลตือรามัน 
                ๑. นายอัสนี สาเค็ง อายุ ๒๔ ปี และนายณัธวุฒิ ชาแม (มูหะมัดพอสัน) อายุ ๒๔ ปี ถูกจนท.จับกุมในข้อหาเป็นผู้ก่อเหตุวางวระเบิด ๓ จุด ในโรงแรมกลางเมืองยะลา เมื่อกลางดึกวันที่ ๒๑ ส.ค.๔๗และถูกจับกุมที่โรงแรมมายเฮาส์ 
                ในการจับกุม จนท.ตรวจค้นห้องพักโรงแรมพบเฮโรอีน จำนวนหนึ่ง เงินสด ๗,๐๐๐ บาท โทร.มือถือ ๒ เครื่อง เครื่องวัดกระแสไฟฟ้า หัวแรงไฟฟ้า ลวดตะกั่ว สายไฟสีดำและเขียว ๒ เส้น และอุปกรณ์อื่น ๆ เกี่ยวกับการทำวัตถุระเบิด ๑๓ รายการ  (สยามรัฐ ๒๕ ส.ค.๔๗) 
                ๒. เมื่อ ๑๒๐๑๔๕ ต.ค.๔๗ กลุ่มคนร้ายได้บุกเข้าโจมตีที่ว่าการ อ.กะพัง และ สภ.อ.กะพัง พร้อมกัน ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต ๒นาย บาดเจ็บ ๕ นาย (มติชน ๑๓ ต.ค.๔๗) 
                กลุ่มคนร้ายที่บุกเข้าโจมตีสถานที่ราชการดังกล่าว จนท.ได้เชิญนายมะไชมูดิน เซ็ง อายุ ๕๑ ปี ผญบ. นายบรอเฮง แซโค อายุ ๔๙ ปี ผช.ผญบ.. และนายเจ๊ะอาแซ คือ ราแม อายุ ๓๖ ปี อดีต อบต. ไปสอบสวนก่อนที่จะปล่อยตัวกลับ (ไทยรัฐ ๑๓ ต.ค.๔๗) 
                ๓.กลุ่มคนร้ายที่มีส่วยพัวพันในการบุกโจมตี สภ.อ.กะพ้อ ที่ว่าการอ.กะพ้อ และ เผา รร.ใน อ.กะพ้อ หลายแห่ง 
เดินทางไปปรากฎตัวที่บริเวณถ้ำ บ.ปาตาปาเซ บนเทือกเขาบูโด อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส นอกจากนั้นยังมีกลุ่มวัยรุ่นไปปรากฎตัวด้วย เท่าที่ทราบประกอบด้วย คน ๕ คน 
                บริเวณพื้นที่บนเทือกเขาบูโดดังกล่าว เป็นจุดที่สามารถแยกเดินทางไป อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี อ.รามัน จ.ยะลา อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส (มติชน ๒๘ พ.ย.๔๗) 
อ.แม่ลาน 
           ต.ป่าไร่ 
                ๑. นายอับดุลเลาะ อาแว เสียชีวิตในการโจมตีจุดตรวจ จนท.ที่ บ.กรือเซาะ อ.เมืองปัตตานี เมื่อ ๒๘ เม.ย.๔๗ 
                ๒. นายเจะอูเส้น เจะมะ เสียชีวิตในการโจมตี สภ.อ.แม่ลาน เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗  (.....) 
           ต.ม่วงเตี้ย 
                ราษฎร ต.ม่วงเตี้ย ที่เสียชีวิตในการโจมตี สภ.อ.แม่ลาน เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๔๗ จำนวน ๖ คน  (......)

จังหวัดนราธิวาส

จังหวัดนราธิวาส

อ.เมืองนราธิวาส
                ๑. เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส
                    จนท. ได้จับกุมนายเจ๊ะมะ (ฮาเล็ง) ดาโอ๊ะ  อายุ ๔๑ ปี อาชีพพ่อค้าขายปลา เมื่อวันที่ ๒๔ ต.ค.๔๗ ในข้อหาลอบนำระเบิดแสวงเครื่อง ไปซุกไว้ในรถจักรยานยนต์ใกล้ตลาดขายปลาบาลิฮิเล เมื่อ............ (มติชน ๒๕ ต.ค.๔๗) 
               ๒. ต.กะลุวอ 
                    ๒.๑  เมื่อวันที่ ๒๔ ก.พ.๔๗  ตร.แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ ประกอบด้วย 
                        ๑) นายมะกะตา ฮารง  อายุ ๕๒ ปี 
                        ๒) นายสุกรี มะมิง  อายุ ๓๗ ปี 
                        ๓) นายอับดุลเลาะห์ (เปาะเลาะ)  อาบูคารี อายุ ๒๐ ปี 
                        ๔) นายซูดีรือมัน (ดีมัง)  มาและ อายุ ๒๓ ปี 
                        ๕) นายมะนาเซ มามะ  อายุ ๒๕ ปี 
                        (มติชน ๒๕ ก.พ.๔๗) 
                    ๒.๒  เมื่อวันที่ ๒๕ ก.พ.๔๗  ตร.ได้ขอให้ศาล จ.นราธิวาส ออกหมายจับผู้ต้องหาปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ ๔ จำนวน ๔ คนคือ 
                        ๑) นายมะนาเซ มามะเฮง  อายุ ๒๓ ปี 
                        ๒) นายมะแว สาเมาะ  อายุ ๑๙ ปี 
                        ๓) นายเจ๊ะฮามิ (เปาะมิ) เต๊ะ  อายุ ๓๙ ปี 
                        ๔) นายอาบูเซ็ง อาแว  อายุ ๓๙ ปี 
                         (มติชน ๒๕ ก.พ.๔๗) 
                    ๒.๓  สถานการณ์ 
                    นายมะกะตา ฮารง  แกนนำ ขจก.กลุ่ม BRN. สังกัดนายมะแซ อุเซ็ง เป็นผู้ว่าจ้างนายสุกรี มะมิง  โค่นต้นไม้ขัดขวางการเดินทางของ จนท. เพื่อสะดวกในการปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อคืนวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ 
                    นายสุกรี มะมิง  สมาชิก BRN. เป็นผู้โค่นต้นไม้ขวางถนน ขัดขวางการปฎิบัติงานของ จนท. เพื่ออำนวยความสะดวกในการปล้นปืนดังกล่าวข้างต้น นอกจากนั้นนายสุกรี มะมิง ได้จ้างวานนายมะนาเซ มามะ ลูกจ้างหน่วยเพาะชำกล้าไม้โคกไม้เรือ ต.ไพรวัน อ.ตากใบ นายอับดุลเลาะห์ (เปาะเลาะ) อาบูคารี และนายซูดีรือมัน มาและ เข้าร่วมกระทำผิดด้วย 
                    ในขณะเดียวกันนายสุกรี มามิง และพวกได้ลักลอบเผา รร.บ้านไร่พญา เพื่อก่อสถานการณ์และขัดขวาง จนท.ที่จะไปช่วยเหลือทหารกองพันพัฒนาที่ ๔ ที่ถูกปล้นด้วย ในการลักลอบเผา รร.ไร่พญา นั้น นายสุกรีได้ว่าจ้างนายเจ๊ะยาแม เจ๊ะมะ อายุ ๔๓ ปี เป็นคนดูต้นทางรายงานความเคลื่อนไหวของ จนท. หลังจากนั้น นายเจ๊ะยาแม เจ๊ะมะ ได้หลบหนีไปอยู่ มซ.ระยะหนึ่ง 
                ๓. ต.กะลุวอเหนือ 
                    ในกรณีที่มีการชุมนุมประท้วง จนท. ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจ สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๕ มีบุคคลที่เดินทางไปจาก ต.กะลุวอเหนือ ที่ถูกจับกุมประกอบด้วย 
                        ๑) นายมะดาโอ๊ะ  จาราแว 
                        ๒) นายมะรอปี  สุหลง 
                        ๓) นายรุสลาน  ยะโจะ 
                        ๔) นายมูฮัมหมัดกรูรอยี  แมะอูมา 
                        ๕) นายมูฮัมหมัด ไซไฮดี เยนา 
                        ๖) นายมะรอนิง  อาแว 
                        ๗) นายมูฮัมหมัด  ดอเลาะ 
                        (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๔. ต.ลำภู 
                    นายอนุวา เจ๊ะอาแว อายุ ๒๒ ปี  และนายมะนูซี อายุ ๒๒ ปี  ถูก จนท.จับกุมเมื่อวันที่ ๑๒ ธ.ค.๔๗ ในข้อหาพยายามฆ่านายมะยะโก๊ะ อาแว อายุ ๕๑ ปี  เจ้าของสวนผลไม้ใน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และนางไซนุง ภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๑ ธ.ค.๔๗  (มติชน ๑๓ ธ.ค.๔๗) 
                ๕. ต.บางปอ 
                    ๕.๑  กรณีมีผู้ชุมนุมประท้วง จนท. ที่หน้า สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  มีราษฎรจาก ต.บางปอ อ.เมืองนราธิวาส ถูกควบคุมตัว ๖ คน คือ 
                        ๑) นายมูหมัด  รุสลาม 
                        ๒) นายอาเล็ง  ลาเด็ง 
                        ๓) นายไฟซู เจะเตะ 
                        ๔) นายอายุ  ยือมะดิง 
                        ๕) นายแวอาซิ  วาเด็ง 
                        ๖)  นายอานูวา  เจ๊ะฮะ 
                        (มติชน  ๑ พ.ย.๔๗) 
                    ๕.๒  PUSAKA 
                        โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม "โต๊ะแดมียะห์ (โต๊ะแดมียะ)"  ต.บางปอ อ.เมืองนราธิวาส  เป็นเครือข่ายของ PUSAKA ซึ่งมีนายมาะแซ อุเซ็ง  เป็นเลขานุการ   PUSAKA : PUSAT   เป็นภาษามาเลเซีย   (จากเอกสาร PUSAKA) 
                    ๕.๓  เมื่อวันที่ ๑๒ ธ.ค.๔๗  จนท. ได้จับกุมนายอนุวา เจ๊ะอาแว  อายุ ๒๒ ปี  และนายมะนูซี หามะ อายุ ๒๒ ปี ในข้อหาพยายามฆ่า นายมะยะโก๊ะ อาแว อายุ ๕๑ ปี เจ้าของสวนผลไม้ใน อ.ระแงะ และนางไซนุง ภรรยา 
                        นายมะนูซี หามะ  สารภาพว่า ตนเป็นผู้ยิง โดยมีนายอนุวา เจ๊ะอาแว เป็นคนขับรถ นอกจากนั้น นายมะนูซี ยังให้การพาดพิงว่า นายสูฮัยมิง สาและ อายุ ๒๓ ปี เป็นคนจ้างวานในราคา ๑,๐๐๐ บาท เพื่อให้ก่อความไม่สงบในพื้นที่  (มติชน ๑๓ ธ.ค.๔๗) 
                ๖. ต.มะนังตายอ 
                    ๖.๑ จนท. ควบคุมตัวราษฎร ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  จำนวน ๔ คนคือ 
                        ๑)  นายมะตาราวี  เจะมะ 
                        ๒)  นายมะแต  เจ๊ะแน 
                        ๓)  นายอามิ  เจ๊ะเด็ง 
                        ๔)  นายตัรมีซี  มูตอ 
                        (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๗. ต.โคกเคียน 
                    ๗.๑  จนท.สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้าน ซึ่งต้องสงสัยว่า มีส่วนเกี่ยวพันกับการไล่ฆ่าพระสงฆ์และราษฎร ในพื้นที่ จ.นราธิวาส พบมีดสปาตาร์ ๑ เล่ม  (ไทยรัฐ ๑๒ ก.พ.๔๗) 
                    ๗.๒  เมื่อวันที่ ๒๔ ก.พ.๔๗  จนท.ตร.ขออนุมัติศาล จ.นราธิวาส ออกหมายจับผู้ต้องหาคดีปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ จำนวน ๔ คนคือ 
                        ๑) นายเจ๊ะซามิ  (เปาะมิ)  เต๊ะ อายุ ๓๙ ปี  อดีตทหารเกณฑ์ สังกัด ฉก.นย.จ.สงขลา 
                        ๒) นายมะแว สาเมาะ  อายุ ๑๙ ปี 
                        ๓) นายมะนาเซ  มามะเฮง  อายุ ๒๓ ปี 
                        ๔) นายอาบูเซ็ง อาแว  อายุ ๓๙ ปี 
                        (มติชน ๒๕ ก.พ.๔๗) 
                    ๗.๓  นายดอเลาะ ฮารง  อายุ ๒๕ ปี  แกนนำ BRN. ใน ต.กะลุวอ (ดูข้อ ๒ ประกอบ)  ให้การรับสารภาพว่า มีส่วนร่วมในการลอบวางเพลิงเผาอาคาร และตัดต้นไม้ขวางถนน เพื่อสนับสนุนการปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗  (.....) 
อำเภอยี่งอ
                ๑. ต.ละหาร 
                    นายอับดุลรอมัน แบเลาะ โต๊ะอิหม่ามมัสยิด บ.โต๊ะแม ม.๕ ต,ละหาร 
               ๒. ต.ลูโบะบายะ 
                    นายดอเลาะ มะลา  โต๊ะอิหม่ามมัสยิด บ.บือแนะกาเซ็ง ม.๒ ต.ลุโบะบายะ 
               ๓. ตะลุโบ๊ะบือซา 
                    กรณีคนร้ายใช้ขวดบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ขว้างเข้าไปในอาคารที่ทำการ อบต. ลุโบะบือซา อ.ยี่งอ เมื่อวันที่ ๓๑ ส.ค.๔๘ นั้น จนท.ตร.ตรวจพบบุคคลผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.ยี่งอ จำนวน ๗ คน คือ 
                        ๑) นายมูฮัน  สาแลแม 
                        ๒) นายอับดุลเล๊าะ  ตาเย๊ะ 
                        ๓) นายมานะ  นิมาะเต๊ะ 
                        ๔) นายอาดัม  สะอะเน็ง 
                        ๕) นายซาการียา  ดาแมง 
                        ๖) นายสักรี  สาแลแม 
                        ๗) นายอับดุลปาเต๊ะ  ลาเต๊ะ 
อำเภอบาเจาะ
                ๑. ต.บาเจาะ 
                    ๑.๑  เมื่อวันที่ ๑๑ ก.พ.๔๗ จนท.ได้ตรวจค้นบ้านพักของนายซาการียา  ซาจิ อายุ ๒๑ ปี ผู้ต้องสงสัยฆ่าพระสงฆ์และราษฎร ใน จ. นราธิวาส ตรวจพบชุดทหารสีเขียว ๑ ชุด เสื้อยืดสีดำ ๑ ตัว มีดสปาตาร์ ๑ เล่ม ขวาน ๑ เล่ม และมีดปลายแหลม ๑ เล่ม  (ไทยรัฐ ๑๒ ก.พ.๔๗) 
                    ๑.๒  จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.บาเจาะ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ คือ 
                        ๑) นายมะรอซาลี  มูซอโอ๊ะ 
                        ๒) นายเจาะรี  มะลีมิง  (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๒. ต.บาเระใต้ 
                    ๒.๑  จนท.สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านนายนูระดิง  ลาซาวา อายุ ๑๙ ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาไล่ฆ่าพระสงฆ์และราษฎรในพื้นที่ จ.นราธิวาส ตรวจพบมีดดาบ ๑๒ เล่ม มีดปลายแหลม ๔๒ เล่ม ปลอกมีด ๔๐ อัน และขวาน ๒ เล่ม (ไทยรัฐ ๑๒ ก.พ.๔๗) 
                    ๒.๒  จนท.ได้ควบคุมตัวราษฎร ต.บาเระใต้ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ ดังนี้ 
                        ๑) นายฮาเซ็ม  บือราเฮง 
                        ๒) นายพาริ  บือราเฮง  (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๓. ต.กาเยาะมาตี 
                    ๓.๒  กรณีมีการชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ มีราษฎรจาก ต.กาเยาะมาตี ถูกจับกุมและถูกควบคุมตัว ขณะชุมนุมประท้วง คือ 
                        ๑) นายอาแว  มะหามา อายุ ๔๒ ปี สมาชิก อบต. กาเยาะมาตี 
                        ๒) นายมันโซร์  สาเมาะ คอเต็บประจำมัสยิด บ.จำปากอ ม.๑ ต.กาเยาะมาตี (ไทยรัฐ ๓๑ ต.ค.๔๗) 
                        ๓) นายอับดุลอาซิ  สือเระ 
                        ๔) นายซาราจี  สาเมาะ 
                        ๕) นายซาลาอุดิน  สาเมาะ 
                        ๖) นายสุนัยดี  สาเมาะ  (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                    ๓.๓  มีผู้เสียชีวิตกรณีการชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ ที่เดินทางไปจาก ต.กาเยาะมาตี คือนายสาโรจน์  โต๊ะเร อายุ ๒๖ ปี บุตรนายอภินันท์  โต๊ะเร ผอ.รร.บ้านยะลูตง ม.๗ ต.กาเยาะมาตี (.....) 
                    ๓.๔  เมื่อ ๓๐๑๐๐๐ ส.ค.๔๘ แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.นราธิวาส จำนวน ๑๕ คน เข้ามอบตัวต่อ ผวจ.นราธิวาส  (.....) 
อำเภอรือเสาะ 
                นักการเมืองและผู้นำท้องถิ่น นำตัวแนวร่วมขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน ๘๓ คน เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๘ ก.ค.๔๗ เนื่องจากทราบว่าพวกตนมีชื่อเป็นแนวร่วมขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน ผู้เข้ารายงานตัวส่วนใหญ่เป็น นร.ปอเนาะ ในพื้นที่ และเป็นลูกศิษย์ของ รร.ปอเนาะในเครือข่ายของนายมะแซ  อุเซ็ง ซึ่งหลบหนีคดีไปอาศัยอยู่ในมาเลเซีย 
                จากการตรวจค้นประวัติ/พฤติการณ์ ของทั้ง ๘๓ คน พบว่า ๖๓ คน เป็นผู้ที่เจ้าหน้าที่มีรายชื่อเป็นแนวร่วม ส่วนที่เหลือถูก จนท.ตร.กล่าวหาในคดีอื่น ๆ  (สยามรัฐ ๙ ก.ค.๔๗) 
                ๑. ต.รือเสาะออก 
                    ๑.๑  พ.ต.อ.สาคร  ทองมุนี โฆษก ตร.ภ.๙ เปิดเผยว่า สาเหตุที่สถานการณ์ใน ๓ จว.ชายแดนภาคใต้ลดความรุนแรงลงไประดับ หนึ่ง เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกำลังฝึกสมาชิกใหม่ขึ้นมาทดแทน ด้วยการระดมเยาวชนเข้าไปฝึกใน พท.ม.๕ บ.ลาเมาะใน  ต.รือเสาะออก ซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขา และเป็นเขตติดต่อกับ อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส  การฝึกดังกล่าวจะใช้หลัก "ซุมเปาะ" เพื่อปกปิดความลับ  (สยามรัฐ ๑๗ ก.ย.๔๗) 
                ๒. ต.รือเสาะ 
                    ๒.๑  นายอารอฟัต  ยูนุ อายุ ๑๙ ปี ถูก จนท.จับกุมพร้อมพวก ๔ คน เมื่อวันที่...มิ.ย.๔๗ ในข้อหาต้องสงสัยซ่องสุมกำลังเพื่อ เตรียมการก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้  (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
                ๓. ต.สาวอ 
                    ๓.๑  นายฮานีเพาะ  มามะ อายุ ๒๔ ปี ถูก จนท.จับกุมพร้อมพวกอีก ๕ คน เมื่อวันที่...มิ.ย.๔๗ ในข้อหาซ่องสุมกำลังเพื่อก่อความไม่สงบใน พท.ชายแดนภาคใต้  (สยามรัฐ ๒๙ มิ.ย.๔๗) 
                ๔. ต.ตะลาโละ 
                    ๔.๑  นายยูโซะ  โต๊ะลือเนาะ (อุสตาสยูโซะ) ผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตี จนท.ทหารชุดคุ้มครองครูที่ บ.ลาโละ เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา เคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณเทือกเขาใน พท.ม.๕ บ.ลาเมาะใน ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ พร้อมพวก ๕ - ๗ คน คาดว่า น่าจะลงมาฝึกอาวุธให้เยาวชนรุ่นใหม่ โดยใช้สวนยางพาราแห่งหนึ่งบริเวณรอยต่อ ๕ อำเภอคือ อ.ยี่งอ รือเสาะ บาเจาะ จ.นราธิวาส อ.รามัน จ.ยะลา และ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี (เดลินิวส์ ๒๗ ก.ย.๔๗) 
                    ๔.๒  เมื่อวันที่ ๔ ส.ค.๔๘ คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงนายศักดิ์ชัย  เมธีสุรพันธ์ ขณะขับรถ จยย.บนถนนใน บ.บริจ๊ะ ม.๗ ต.ลาโละเสียชีวิต 
                    จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มของครูสอนศาสนา รร.แห่งหนึ่งใน บ.บริจ๊ะ และโต๊ะอิหม่ามมัสยิดในพื้นที่ บ.บาราแง โดยสั่งการให้แนวร่วม ๒ คน เป็นผู้ก่อเหตุ ประกอบด้วย 
                        ๑) นายสมาน อายุประมาณ ๒๐ ปี เป็นคนขับขี่รถ จยย. และ 
                        ๒) นายซือมิงเระ อายุประมาณ ๑๘ ปี เป็นมือปืน  (.....) 
อำเภอศรีสาคร 
อำเภอระแงะ 
                ๑. ต.ตันหยงมัส 
                    ๑.๑ นายรอฮิม เรอเฮ็ม เจ๊ะแว อดีต สจ.อ.ระแงะ อายุ ๕๒ ปี ถูกออกหมายจับคดีปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ พร้อมกับนายนัจมุดดัน อูมา อดีต สส.นธ.พรรค ทรท.  (.....) 
                ๒. ต.ตันหยงลิมอ 
                    ๒.๑ จนท.ได้ควบคุมตัวราษฎร ต.ตันหยงลิมอที่เข้ารร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อ ๒๕ ต.ค.๔๗ ประกอบด้วย 
                        ๑) นายทวีศักดิ์ มามะ 
                        ๒) นายมูหะมะมาไซ มามะ (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๓. ต.มะรือโบตก 
                    ๓.๑  เมื่อวันที่ ๒ มี.ค.๔๗ จนท.ตร.ภ.๙ จ.สงขลา ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายอุสมาน เปาะแมรีซา แกนนำ pulo อายุ๓๖ ปี ขณะข้ามพรมแดนไทย - มาเลเซีย จาก บ.รันตูปันยัง มาเลเซีย มายังเขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส 
                    นายอุสมาน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.นราธิวาส ที่ ๓๖๔/๔๖ ลว. ๒๙ พ.ค.๔๖ คดีใช้อาวุธปืนยิงนายตือรอแม ฮิเล ผญบ.ม.๔ ต.มะรือโบตก เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๑ พ.ค.๔๖ นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับคดียิงนายอาแว (มะพารี) แมงยตามา เทศมนตรีเทศบาลมะรือโบตกเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๒๗ พ.ค.๔๖ ด้วย 
                    ๓.๒  จนท.ได้จับกุมนายมะนูซี หามะ อายุ ๒๒ ปี และนายอนุวา เจ็ะแว อายุ ๒๒ ปี ในข้อหาพยายามฆ่านายมะยะโก๊ะ อาแว อายุ ๕๑ ปี และนางไซนุง (ภรรยา) เจ้าของสวนผลไม้ใน อ.ระแงะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๑ ธ.ค.๔๗ 
                    ในการสอบสวน นายมะนูซี สารภาพว่า ตนเป็นคนยิง โดยมีนายอนุวา เป็นคนขับรถ และยังให้การพาดพิงว่านายสุธัยมิง สาและ อายุ ๒๓ ปีเป็นคนจ้างวานในราคา ๑,๐๐๐.๐๐ บาท เพื่อก่อความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ (มติชน ๑๓ ธ.ค.๔๗) 
                ๔. ต.กาลิซา 
                    ๔.๑  เมื่อวันที่ ๑๒ ต.ค. ๔๗ กลุ่มโจร ๖ คน ได้บุกปล้นปืนลูกซอง ซึ่ง จนท.แจกจ่ายให้ ชรบ.ไปจากบ้านของนายยาการียา อุเว้ง ผญบ.ม.๑  ในขณะที่นายยาการี ไปประชุมสัมมนา ผญบ.ที่ จ.สุราษฎร์ธานี 
                    ผลปรากฎว่าปืนถูกปล้นไป ๑ กระบอก โจรได้ใช้อาวุธปืนตีศีรษะนางซาซียะ คอและ ภรรยานายยาการียา แตก (มติชน,ไทยรัฐ๑๓ ต.ค.๔๗) 
                ๗. ต.บองอ 
                    ๗.๑  จนท.ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาคดีฆ่าเพื่อนร่วมขบวนการค้ายาเสพติดได้ ๒ คน คือ 
                        ๑) นายอับดุล รอซี อดีต ผช.ผญบ.ม.๓ ต.บองอ 
                        ๒) นายมามะ สังข์สี 
                    หลังจากถูกจับกุม จนท.ได้นำตัวไปตรวจค้นบ้านพัก พบหลักฐานเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ ๓จังหวัดชายแดนภาคใต้  (มติชน ๑ ต.ค.๔๗) 
                    ๗.๒  จนท.ได้ควบุคมตัวราฎร ต.บองอ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ คือ นายต่วยมะ เจ๊ะเห  (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                    ๗.๓  นายสเด็ง ยีดัง ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ดูแแลและซุกซ่อนปืนที่คนร้ายปล้นไปจากำกองพันนพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ (.....) 
อำเภอจะแนะ 
                ๑. ต.จะแนะ 
                    ๑.๑  นายมะซากี ดอเลาะ/มะสุกรี ดอเลาะ  อดีต ผญบ. ต.จะแนะ พี่ชายนายพักครูรอซี่ ดอเลาะ อดีต สจ.นธ. ที่ถูกอุ้มหายตัวไปจากดอนเมือง เมื่อปี ๒๕๔๖  ถูกออกหมายจับพร้อมกับนายนัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นธ. พรรค ทรท.เกี่ยวกับคดีปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗   (................) 
                    ๑.๒  นายอิบรอเฮม  จงเต๊ะ อายุ ๒๔ ปี ถูก จนท.ตร.จับกุม เมื่อ ๒ ธ.ค.๔๗ ในคดีฆ่าและพยายามฆ่านายมะยูโชน ทัศนุมาศ (ได้รับบาดเจ็บ) และนายสมพร ทัศนุมาศ (บุตร)  เสียชีวิต  (ไทยรัฐ ๔ ธ.ค.๔๗) 
                    ๑.๓  เมื่อวันที่ ๓ ธ.ค.๔๘  แนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ม.๔ บ.ปารี ต.จะแนะ ๑๑ คน เข้ารายงานตัวต่อทางราชการ ประกอบด้วย 
                        ๑) นายมะนาเซะ  มามะ  อายุ ๓๘ ปี 
                        ๒) นายมาหะมะรอเซ็ง มาน๊ะ  อายุ ๔๐ ปี 
                        ๓) นายมูหะมาะชาลที บือราเฮง  อายุ ๓๔ ปี 
                        ๔) นายยา มามะ  อายุ ๓๕ ปี 
                        ๕) นายยูโซ๊ะ คงเลาะ  อายุ ๒๐ ปี 
                        ๖) นายสุไลดี มูนะ  อายุ ๒๘ ปี 
                        ๗) นายอับดัลรอซะ  ลืองิ  อายุ ๓๔ ปี 
                        ๘) นายอิสมาแอ กอเล็ง  อายุ ๓๕ ปี 
                        ๙) นายนูซีห์  สามะอาลี  อายุ ๒๙ ปี 
                        ๑๐) นายซุลกิฟลี  มามะ  อายุ ๓๓ ปี 
                        ๑๑) นายมะสือแม  บือราเฮง  อายุ ๓๖ ปี 
                    ๑.๔  เมื่อวันที่ ๑๓ ส.ค.๔๘  แกนนำแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ม.๔ บ.ปารี ต.จะแนะขอเข้ารายงานตัวเพิ่มเติมคือ 
                        ๑) นายรอมาแซ  บือซา  อายุ ๓๕ ปี 
                        ๒) นายฆะรอยาลี  บาโค  อายุ ๓๑ ปี 
                        ๓) นายนอับดุลซาลี  ลูโบ๊ะ  อายุ ๔๑ ปี 
                        ๔) นายดาราฮัม บาโค  อายุ ๔๙ ปี 
                        ๕) นายอาหะมะ  ตาเยะ  อายุ ๔๒ ปี ก 
                        ๖) นายอัสอารี  หะยียูโซ๊ะ  อายุ ๔๘ ปี 
                        (.......................) 
                ๒. ต.ดุซงญอ 
                ๓. ต.ผดุงมาตร 
                ๔. ต.ช้างเผือก 
                    ๔.๑  เมื่อวันที่ ๒๗ มี.ค.๔๗  ผวจ.นธ. แถลงข่าวการมอบตัวของผู้ต้องหาคดีร่วมกันเป็นกบฎ อังยี่ และซ่องโจรเพื่อแบ่งแยกดินแดน ตามหมายศาลอาญากรุงเทพ ฯ ประกอบด้วย 
                        ๑) นายนาวี  (มะลาดี)  มะหามะ  อายุ ๕๐ ปี  กำนัน ต.ช้างเผือก 
                        ๒) นายอีซอ ตาเละ อายุ ๔๓ ปี กก.อิสลามประจำ จ.นราธิวาส 
                        ๓) นายอับดุลกาลิม  (อาเดอนัน)  มะแซ  อายุ ๔๕ ปี สจ.เขต อ.เจาะไอร้อง 
                    ๔.๒  นายนาวี (มะราดี/มะลาวี)  มาหามะ อายุ ๕๐ ปี  กำนัน ต.ช้างเผือก (ข้อ ๔.๑) ถูกศาลออกหมายจับพร้อมนายนัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นธ. พรรค ทรท. เมื่อวันที่ ๒๕ มี.ค.๔๗ ในคดีปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ 
อำเภอสุไหงปาตี
                ๑. ต.ปะลุรู 
                    ๑.๑  นายมะหะ/ปะดอมะ เจ๊ะเงาะ  อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปะลุรูเข้าร่วมวางแผนปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ 
                    ๑.๒  เมื่อวันที่ ๓๐ ส.ค.๔๘  แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.นราธิวาส ๑๕ คน เข้ามอบตัวต่อ ผวจ.นราธิวาสในจำนวนนี้มีราษฎรใน ต.ปะลุรู คือ นายซอฮายะมี ฮามิ  อายุ ๔๔ ปี  (.....) 
                ๒. ต.โต๊ะเด็ง 
                    ๒.๑  นร.รร.สัมพันธ์วิทยา ปี ๒๕๔๖  ซึ่งจบชั้นสูงสุดของ รร. ที่เป็นพวกหัวรุนแรง ซึ่งมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในต.โต๊ะเด็ง อาทิ 
                        ๑) นายอาซัน  บินอิบราฮิม  (ซัน) 
                        ๒) นายมาหาหมัด  บินสะมะแอ  (หมัด) 
                        ๓) นส.สิดีราซะห์ มะ  (ซะห์) 
                        ๔) นส.นาซีเราะห์ อับดุลมานัน  (กะห์ซี) 
                    ๒.๒  นายอายิ  ยาแม และนายสุกรี ยาการียา ถูก จนท.ตร.สภ.อ.สุไหงปาดี จับกุมเมื่อวันที่ ๑๙ มี.ค.๔๗ ในข้อหามีส่วนพัวพันกับการปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗  (มติชน ๒๐ มี.ค.๔๗) 
                    ๒.๓  ราษฎรใน ต.โต๊ะเด็ง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการประชุมวางแผนปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ม.ค.๔๗  ประกอบด้วย 
                        ๑) นายมะยูโซ๊ะ  หะยีมามะ  (ยานะ)  ผญบ.ม.๓ ต.โต๊ะเด็ง 
                        ๒) นายอรุณ อุเซ็ง 
                        ๓) นายมามะยารอนิ สะนิ 
                        ๔) นายอับดุลบอมะ (ซอมะ)  มะนุ  โต๊ะอิหม่ามมัสยิด บ.โต๊ะนอ 
                        ๕) นายฮามือเยาะ (ฮัมเยาะ)  สะอุ  ผญบ.ม.๔ ต.โต๊ะเด็ง 
                         (.....................) 
                    ๒.๔  จนท.ได้ควบคุมตัวราษฎร ต.โต๊ะเด็ง  ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  ดังนี้ 
                        ๑) นายฮารง  มามุ 
                        ๒) นายอายิ เจ๊ะฮะ 
                        ๓) นายตารมีซี  หามิ 
                        ๔) นายมาซือลัน อาแว 
                        ๕) นายตูระมาน อาแว 
                        (มติชน  ๑ พ.ย.๔๗) 
                    ๒.๕  เมื่อวันที่ ๒๖ ก.ย.๔๗  ราษฎร ม.๔ ต.โต๊ะเด็ง  ประมาณ ๕๐๐ คน ชุมนุมประท้วงที่หน้าฐานปฎิบัติการทหารพราน ฉก.สันติ ซึ่งตั้งอยู่หน้า รร.ไอบาตู ม.๔ ต.โต๊ะเด็ง 
โดยกล่าวหาว่าทหารพรานใช้ปืนอัดลมยิง นางสะปิเยาะ ซำซูดิง ราษฎร ม.๔ ขณะเดินผ่านหลัง รร.ไอบาตู บาดเจ็บเล็กน้อยซึ่งทหารพรานปฎิเสธว่าไม่ได้ยิง คนในหมู่บ้านเป็นคนยิง แต่ราษฎรไม่เชื่อ จึงชุมนุมเรียกร้องให้ส่งตัวผู้ยิงไปยัง สภ.อ.สไหงปาดี และขอให้ย้ายฐานทหารพรานออกไปจากหมู่บ้าน  (เดลินิวส์  ๒๙ ก.ค.๔๗) 
                    ๒.๖  เมื่อวันที่ ๑๓ พ.ย.๔๗  มีคนร้ายวางระเบิดท่าเรือบูเก๊ะตา ม.๒ ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส ทำให้ จนท.บาดเจ็บ ๓ นาย ต่อม จนท.ทหารได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัย ๔ คน ประกอบด้วย 
                        ๑) นายมะการีมิง รอกี อายุ ๒๘ ปี 
                        ๒) นายมูฮัมหมัด มะนอ  อายุ ๒๗ ปี 
                        ๓) นายสูไฮมิง ยะยา  อายุ ๒๕ ปี 
                        ๔) นานสุกรี บินเจ๊ะฮะ อายุ ๓๒ ปี 
                        (ไทยรัฐ  ๑๖ พ.ย.๔๗) 
                        ทั้ง ๔ คน ให้การสารภาพว่า เป็นเครือข่ายของกำนันคนหนึ่ง ซึ่งเคยตกเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคง ร่วมกันวางแผนระเบิดศาลาที่พักริมคลอง บ.บาโอ๊ะ ท่าเรือบูเก๊ะตา ม.๒ ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง  เมื่อวันที่ ๑๓ พ.ย.๔๗ และให้การซัดทอดว่ามีนักการเมืองรายหนึ่งใน อ.แว้ง เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง  (มติชน ๒๑ พ.ย.๔๗) 
                        จนท. ทราบว่า หัวโจกผู้สั่งการให้แนวร่วมนำระเบิดไปวางที่ ตลาดสดท่าเรือบูเก๊ะตา คือ นายดอรอแม และเป็นผู้นำเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ไปให้แนวร่วมในพื้นที่ก่อวินาศกรรม ภายหลังนายดอรอแม ได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน  (เดลินิวส์ ๑๗ พ.ย.๔๗) 
                ๓. ต.สุไหงปาดี 
                    ๓.๑  ตร.ขอหมายศาลบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๔ ก.พ.๔๗  ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗  จำนวน ๔ คน คือ 
                        ๑) นายมะแว สาเมาะ  อายุ ๑๙ ปี 
                        ๒) นายเจ๊ะฮามิ  (เปาะมิ) เต๊ะ  อายุ ๓๙ ปี  อดีตทหารเกณฑ์สังกัด นย.จ.สงขลา 
                        ๓) นายมะนาเซ มามะเฮง  อายุ ๒๓ ปี 
                        ๔) นายอาบูเซ็ง อาแว  อายุ ๓๙ ปี 
                        (มติชน ๒๕ ก.พ.๔๗) 
                    ๓.๒  เมื่อวันที่ ๓๐ ส.ค.๔๘  แนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.นราธิวาส ๑๕ คน เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.นธ. ในจำนวนนี้มี นายไสว บุญเครือ อายุ ๕๖ ปี  รวมอยู่ด้วย  (...........) 
                ๔. ต.กาวะ 
                    ๔.๑  นายอารีฟาห์ โซ๊ะโก๊ะ  อายุ ๓๔ ปี ต้องสงสัยปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ ถูกจับกุมในคดีฆ่า จสอ.อดินันท์ สิงหะ ทหารกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๑๓ ก.พ.๔๗  (........) 
                    ๔.๒  เมื่อวันที่ ๑๘ ก.พ.๔๗  ตร.สภ.อ.สุไหงปาดี จับกุมตัวนายหะรีม โซ๊ะโก๊ะ อายุ ๓๔ ปี ครูสอนศาสนา บุคคล ๒ สัญชาติ ในคดียิง จสอ.อดินันท์ สิงหะ สายข่าวทหารพราน ๔๑ เมื่อวันที่ ๑๓ ก.พ.๔๗ 
                        ก่อนหน้านี้ นานหะรีม เคยเป็นคนชี้เป้าให้คนร้ายยิง ดต.วิยศ แดนยุกต์ ตร.สภ.อ.สุไหงปาดี เสียชีวิต  (มติชน ๑๙ ก.พ.๔๗) 
                    ๔.๓  จนท.ได้ควบคุมตัวราษฎร ต.กาวะ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  คือ 
                        ๑) มะอะมะ มะโซ๊ะ 
                        ๒) นายอิสมาแอ เจ๊ะอาแว 
                        (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๕. ต.ริโก๋ 
                    ๕.๑  จนท. พบบัตรประจำตัวประชาชน และบัตรกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (บิหลั่น) ของนายรีเป็น กาเดร์ อายุ ๕๕ ปี ในการตรวจสิ่งของของกลุ่มชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  ซึ่งถูกโยนทิ้งในแม่น้ำโก-ลก บริเวณหน้า สภ.อ.ตากใบ  (เดลินิวส์  ๒๕ ต.ค.๔๗) 
                    ๕.๒  เมื่อวันที่ ๓๐ ส.ค.๔๘  แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.นราธิวาส ๑๕ คน เข้ารายงานตัวต่อ ผวจ.นราธิวาส ในจำนวนนี้มีราษฎรจาก ต.ริโก๋ ดังนี้ 
                        ๑) นายมูฮัมหมัดไซเอ็ด อับดุลรอเฮ็ม  อายุ ๓๑ ปี 
                        ๒) นายสุไลมาน มูซอ  อายุ ๒๐ ปี 
                        ๓) นายอัสหา บากา อายุ ๒๑ ปี 
                        ๔) นายอับดุลเลาะ อาบะ  อายุ ๔๒ ปี 
                        ๕) นายมะยากี  รอยะ อายุ ๓๔ ปี 
                        ๖)  นายฮาติ แวดือเลาะ  อายุ ๒๔ ปี 
                         (..................) 
อำเภอตากใบ
                ๑. ต.เจ๊ะเห 
                    ๑.๑  สถานการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงที่หน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ 
                        ๑) นายตูแวอารง  มะหะมะเซ็ง อายุ ๒๒ ปี เสียชีวิตในการปะทะกับ จนท.ในการสลายม็อบหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ (เดลินิวส์ ๒๘ ต.ค.๔๗) 
                        ๒) นายมูร์หาหมัดไซร์นู  กอเซ็ง อายุ ๒๑ ปี เสียชีวิตในการปะทะกับ จนท.ในการสลายม็อบหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ (เดลินิวส์ ๒๘ ต.ค.๔๗) 
                        ๓) หน่วยข่าวกรองทางทหารระบุว่ายอดผู้ชุมนุมหน้า สภ.อ.ตากใบ มีจำนวน ๑,๓๒๔ คน ประกอบด้วย 
                            - ชาว จ.นราธิวาส ๑,๒๘๘ คน จาก 
                            - อ.ตากใบ ๓๘๒ คน 
                            - อ.เมืองนราธิวาส 
                            - อ.เจาะไอร้อง 
                            - ชาวปัตตานี ๑๐ คน จาก อ.สายบุรี ๔ คน 
                            - ชาวยะลา ๑ คน 
                        แกนนำส่วนใหญ่เป็นอิหม่าม ครูสอนศาสนา และสมาชิก อบต. เท่าที่ตรวจพบเบื้องต้นมี ๕ คนคือ 
                        ๑) นายอายิ  เจ๊ะหะ อิหม่ามประจำมัสยิด บ.กำปงปายิง อ.สุไหงปาดี 
                        ๒) นายมาหะมะ  มะโซะ อายุ ๖๐ ปี อิหม่ามประจำมัสยิดกาวะ อ.สุไหงปาดี 
                        ๓) นายอาแว  มะหามา อายุ ๔๒ ปี สมาชิก อบต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ 
                        ๔) นายมามะ  ซือแม อิหม่ามประจำมัสยิดเอราวัณ อ.แว้ง 
                        ๕) นายมันโซร์  สาเมาะ คอเต็บประจำมัสยิด บ.จำปากอ อ.บาเจาะ  (ไทยรัฐ ๓๑ ต.ค.๔๗) 
                    ๑.๒ การควบคุมตัวราษฎรที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  โดยเฉพาะราษฎร ต.เจ๊ะเห มีดังนี้
                        ๑) นายสุไหมี  เฮง 
                        ๒) นายอาแว  ดอเลาะ 
                        ๓) นายมามะ  สาและ 
                        ๔) นายมาหามะ  ตือเระ 
                        ๕) นายไซนูดิง  อุเซ็ง 
                        ๖ ) นายอาแว  ยูโซะ 
                        ๗) นายมหามัด  สานีย์อุเซ็ง 
                        ๘) นายลือรี่  กอเดร์ 
                        ๙) นายมามะรูกี  บินสาและ 
                        ๑๐) นายดือราแม  มามะ 
                        ๑๑) นายไซร์ดี  มะรอเซะ 
                        ๑๒) นายมาหามะอัสนี  มะแซ 
                        ๑๓) นายมามะไซดี  ยูนุ 
                        ๑๔) นายรอสาลี  อายิด 
                        ๑๕) นายชัยยุทธ์  ดาโอ๊ะ 
                        ๑๖) นายอุสมาน  อารง 
                        ๑๗) นายอาบูซุบเปียน  สามะ 
                        ๑๘) นายรูซี  สะมะเม 
                        ๑๙) นายมะอาสูรี  แวบาจา 
                        ๒๐) นายอาแว  ตีมะลา 
                        ๒๑) นายมะนุดิง  อุเซ็ง 
                        ๒๒) นายมะอูเซ็ง  ตาเยะ  (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                    ๑.๓ เมื่อวันที่ ๔ พ.ย.๔๗ ศาล จ.นราธิวาส ได้ปล่อยตัวนายมานุดิง/มะนูดิง  อุเซ็ง อายุ ๓๕ ปี ใน ๕๘ ผู้ต้องหาที่ชุมนุมประท้วง หน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  หลังจากศาลได้อนุมัติให้ประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์ ๒ แสนบาท (มติชน ๕ พ.ย.๔๗) 
                ๒. ต.ศาลาใหม่ 
                    ๒.๑  ยสบเปาซี  เจ๊ะมามะ อายุ ๒๕ ปี เสียชีวิตขณะมีการสลายม็อบหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  (เดลินิวส์ ๒๖ ต.ค. ๔๗) 
                    ๒.๒  นายมะกอเซ็ง  มามะ อายุ ๑๙ ปี เสียชีวิตขณะ จนท.เข้าสลายม็อบหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  (เดลินิวส์ ๒๘ ต.ค.๔๗) 
                    ๒.๓  นายอาเดะแว  เจ๊ะแว อายุ ๒๑ ปี เสียชีวิตในการชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  (เดลินิวส์ ๔ ธ.ค. ๔๗) 
                    ๒.๔  จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.ศาลาใหม่ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ ดังนี้ 
                        ๑) นายมะซากิ  บากา 
                        ๒) นายซาการิยา  สาและ 
                        ๓) นายอูมา  เดอเระ 
                        ๔) นายยะยา  เจ๊ะกาเมา 
                        ๕) นายแวนิลดี  หลเนาะ 
                        ๖) นายมาหะมะมุดี  สะมะแอ 
                        ๗) นายรุสลัง  มามะ 
                        ๘) นายมะนาวี  เดอเละ 
                        ๙) นายตันวี  มะเล็ง 
                        ๑๐) นายซอราชูดิน  เฮอสะนะ 
                        ๑๑) นายรอยะ  ยู่โซ่ย 
                        ๑๒) นายรุสดี  ยูโซะ 
                        ๑๓) นายอาฮามะซาอุกิ  ดอเลาะ 
                        ๑๔) นายสุเก็ง  บินมะแอ 
                        ๑๕) นายมุตตอปา  เซ็ง 
                        ๑๖ ) นายอาฮามะ  ตาปา 
                        ๑๗) นายมามะ  สุหลง 
                        ๑๘) นายซามีเด็ง  อาแวโซะ 
                        ๑๙) นายแวอูมา  แวมามุ 
                        ๒๐) นายมะรอซี  สาแม 
                        ๒๑) นายแวมูฮำหมัด ไคโร แวบือราเส็ง 
                        ๒๒) นายรอตี  ดีตรีเพชร 
                        ๒๓) นายนามิร์  วันมูฮำหมัด 
                        ๒๔) นายมะรอปี  สาและ 
                        ๒๕) นายอุสมิน  มามะ 
                        ๒๖) นายมูซา  ตะเระ  (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๓. ต.ไพรวัน 
                    ๓.๑ นายมะนาเซ  มามะ อายุ ๒๕ ปี ทำงานหน่วยเพาะชำกล้าไม้โคกไม้เรือ ม.๗ ต.ไพรวัน ร่วมกับนายสุกรี  มะมิง ตัดต้นไม้ ขวางถนนขัดขวางการเดินทางของ จนท.ที่ไปช่วยระงับเหตุการณ์ปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗ (.....) 
                    ๓.๒ นายอับดุลฮาเล็ม/รอมือลี  บินลาเต๊ะ อายุ ๔๐ ปี ถูก จนท.จับกุมในคดียิงนายบุญศิริ  ศิริวรรณ อจ.๒ ระดับ ๗ รร.บ้านโคก กระดูกหมู ต.ไพรวัน เมื่อ... ถูกจับขณะหลบหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ใน อ.ยะหา จ.ยะลา (สยามรัฐ ๘ ก.ค.๔๗) 
                    ๓.๓ นายอีหร่าน  พินสะศรี อายุ ๒๕ ปี เสียชีวิตในการชุมนุมประท้วงที่หน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ (เดลินิวส์ ๔ ธ.ค.๔๗) 
                    ๓.๔ จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.ไพรวัน ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ ดังนี้ 
                        ๑) นายเจ๊ะอุเซ็ง  กาเซ็ง 
                        ๒) นายปาตัส  ดอเราะ 
                        ๓) นายอาเล็ง  อายิด 
                        ๔) นายอัลมี  กาบากอ 
                        ๕) นายอับดุลมะยี  สะแตบอตี 
                        ๖ ) นายมูฮัมหมัด  สาและ 
                        ๗) พล ฯ สุลกีฟรี  สายิ 
                        ๘) นายมะไซนิง  มามะ 
                        ๙) นายมามะริต๊ะ  บินอุมา 
                        ๑๐) นายมาหะปะ  การีฮี 
                        ๑๑) นายเจ๊ะลือมัน  เจ๊ะเมาะ 
                        ๑๒) นายมูฮามะนี  อีซอ 
                        ๑๓) นายฮานาปี  โซะ 
                        ๑๔) นายอาดือมา  เงาะมูซอ 
                        ๑๕) นายมูฮัมหมัดมะรุวาซี  มะหลง 
                        ๑๖ ) นายกอมารุดิน  อาแว 
                        ๑๗) นายมูฮัมหมัดเปาซี  เงาะมูซอ 
                        ๑๘) นายมูฮำหมัดเซากี  สะแอเด๊ะ 
                        ๑๙) นายแวอาแล  เบ็ญแวโซะ 
                        ๒๐) นายดือรามัน  โซะ 
                        ๒๑) นายสือแม  เจ๊ะกาเมาะ  (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๔. ต.บางขุนทอง 
                    จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.บางขุนทอง ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ ดังนี้ 
                ๕. ต.พร่อน 
                    ๕.๑  เมื่อวันที่ ๑๒ ต.ค.๔๗  คนร้ายใช้รถยนต์และรถ จยย.เป็นพาหนะ กระจายกำลังบุกปล้นปืนลูกซองของ จนท.ชรบ.พร้อมกัน ๖ จุด ที่ บ.โคกกูแว ม.๕ ต.พร่อน ได้ปืนลูกซองไป ๖ กระบอก จาก 
                        ๑) นายรอนิง  บินมะ  อายุ ๒๔ ปี 
                        ๒) นายกามา อาลี  อายุ ๓๒ ปี 
                        ๓) นายมาหะมะ รุสลี  อายุ ๒๕ ปี 
                        ๔) นายอับดุลราใบ ฮะกือสง  อายุ ๒๗ ปี 
                        ๕) นายรูญีมือลี ฮะรือลัน  อายุ ๒๙ ปี 
                        ๖) นายอรุณ  บินมะ  อายุ ๒๑ ปี 
                        (มติชน/ไทยรัฐ ๑๓ ต.ค.๔๗) 
                    จากการสอบสวนเจ้าของปืน ๔ ใน ๖ คน พบว่ามีพฤติกรรมต้องสงสัย ในที่สุดสมาชิก ชรบ. ๒ คนยอมรับว่าเหตุการณ์ปล้นปืนเป็นการสร้างสถานการณ์ โดยให้การว่า หลังได้รับการฝึกและรับแจกอาวุธปืน เมื่อเดือน พ.ค.๔๗  มีคนร้าย ๒ คนมาข่มขู่ให้ชุด ชรบ.ทั้ง ๖ มอบปืนให้คนร้าย แต่ทั้งหมดไม่ยอม จนถึงวันที่ ๑๐ ต.ค.๔๗ คนร้ายเรียกชุด ชรบ.ทั้ง ๖ คนไปพบที่มัสยิดแห่งหนึ่ง ข่มขู่ให้นำปืนไปมอบให้ มิฉะนั้นจะทำร้ายครอบครัว ด้วยความกลัวจึงมอบปืนให้คนร้ายไป  (เดลินิวส์ ๑๗ ต.ค.๔๗) 
                    ๕.๒  เมื่อวันที่ ๑๕ ต.ค.๔๗  คนร้ายได้บุกเเข้าไปในโรงแรมบุหงาวิว อ.ตากใบ ใช้มีดสปาตาร์เชือดคอนายมะลีเป็ง เจ๊ะกรัง อายุ ๔๔ ปี พนักงานโรงแรม บาดเจ็บสาหัส สันนิษฐานว่าคนร้ายพยายามฆ่าปิดปาก คนร้ายอาจเข้าใจว่า นายมะลีเป็ง ล่วงรู้เรื่องการปล้นปืน ชรบ. ๖ กระบอก จึงพยายามฆ่าเพื่อปิดปาก  (มติชน ๑๖ ต.ค.๔๗) 
                ๖. ต.โมษิต 
                    ๖.๑  เมื่อวันที่ ๒๔ ก.พ.๔๗  ตร.ขอหมายศาลจับกุมผู้ต้องหาคดีปล้นปืน กองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗  ดังนี้ 
                        ๑) นายอาบูเซ็ง อาแว  อายุ ๓๙ ปี 
                        ๒) นายมะแว สาเมาะ  อายุ ๑๙ ปี 
                        ๓) นายเจ๊ะฮามิ/เปาะมิ เต๊ะ  อายุ ๓๙ ปี 
                        ๔) นายมะนาเซ มามะเฮง อายุ  ๒๓ ปี 
                        (มติชน  ๒๕ ก.พ.๔๗) 
                    ๖.๒  จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.โมษิต ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  ดังนี้ 
                        ๑) นายอารีซัน อาแว 
                        ๒) นายมาหะมะ แมเร๊าะ 
                        ๓) นายมะซากือรี  สือนิ 
                        ๔) นายมูหำหมัด นิเล๊ะ 
                        ๕) นายอานุวา ยูนุ๊ 
                        ๖) นายมูหามะสุกรี  สูรูมานิง 
                        ๗) นายไซนุติง หะมะ 
                        ๘) นายมะดานิง บากา 
                        ๙) นายปรีชา  มามะ 
                        ๑๐) นายมูหามะ มะหลี 
                        ๑๑) นายมะยะโก๊ะ ปาปูปิสะ 
                        (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๗. ต.นานาค 
                        จนท.ได้ควบคุมตัววราษฎร ต.นานาค อ.ตากใบ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗ 
                        ๑) นายอาลือมึง สือแม 
                        ๒) นายซาการือนอ มามะ 
                        ๓) นายนาวาวี ยูโซ๊ะ 
                        ๔) นายซอเห๊าะ ยูมาโซ๊ะ 
                        ๕) นายมะรามีซี  สาเม๊าะ 
                        ๖) นายมูฮัมมา  สาเแหละ 
                        ๗) นายเจ๊ะมาสือลัน อากรอยามี 
                        (มติชน  ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๘. ต.เกาะสะท้อน 
                    ๘.๑  นส.อาอิด๊ะ  เจ๊ะอูเซ็ง (ดะห์)  นร.รร.สัมพันธ์วิทยา ปี ๒๕๔๖  เป็นพวกหัวรุนแรง  (เอกสาร PUSAKA ) 
                    ๘.๒  จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.เกาะสะท้อน ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  ดังนี้ 
                        ๑) นายฮาสือแมน บูเล๊าะ 
                        ๒) นายสารากือตา  เสาะเลาะ 
                        ๓) นายอาแว ลีอาแด 
                        ๔) นายไซมิง อารง 
                        ๕) นายนิแว สาและ 
                        ๖) นายยะห์ยา ยูโซ๊ะ 
                        ๗) นายฟัดร  เล๊งชะ 
                        ๘) นายอิสแมะแอ เสาะเลาะ 
                        ๙) นายอับดุลมาน๊ะ  อูเซ็ง 
                        ๑๐) นายมอรอยาลี  สะนิ 
                        ๑๑) นายมุหามะนารูดัง ตาแห 
                        ๑๒) นายมารูเด็ง สาแม 
                        ๑๓) นายมุสตอปา มามะ 
                        ๑๔)  นายนาซีรี รอแม 
                        ๑๕) นายมาหาดี ดูเร๊ะ 
                        ๑๖) นายมูฮำหมัดบาซือรี มาแล๊ะ 
                        ๑๗) นายสาบือรี ยูโซ๊ะ 
                        ๑๘) นายยาการียา  มะเร็ง 
                        (มติชน ๑ พ.ย.๔๗)

อำเภอสุไหงโก-ลก 
                ๑. ต.มูโนะ 
                    ๑.๑  นายมาหามะ  อาซือมี  อายุ ๒๓ ปี เสียชีวิตในการปะทะกับ จนท. ที่เข้าสลายม็อบหน้า สภ.อ.ตากใบ  เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  (เดลินิวส์ ๒๘ ต.ค.๔๗) 
                    ๑.๒  จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.มูโนะ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  ดังนี้ 
                        ๑) นายมะยูกี  มะยุโซ๊ะ 
                        ๒) นายอินดรอซะยอ มะ 
                        ๓) นายรุสดี  เจ๊ะเมาะ 
                        (มติชน  ๑ พ.ย.๔๗) 
อำเภอแว้ง
                ๑. ต.กายูดละ 
                    จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.กายูดละ  ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  คือ 
                        ๑) นายอุเซ็ง  อุมา 
                        ๒) นายอับดุลเลาะห์ มูซอ 
                        (มติชน ๑ พ.ย.๔๗) 
                ๒. ต.เอราวัณ 
                    ๒.๑  ราษฎร ต.เอราวัณ  เสียชีวิตในการชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  จำนวน ๒ คน คือ 
                        ๑) นายอาดูอา  อาแว  อายุ ๑๙ ปี 
                        ๒) นายรอยะ มามะ อายุ  ๕๑ ปี 
                          (เดลินิวส์  ๔ ธ.ค.๔๗) 
                    ๒.๒  นายมามะ  ซือแม  อิหม่ามประจำมัสยิดเอราวัณ ต.เอราวัณ  ถูก จนท.จับกุมขณะชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ  เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  (ไทยรัฐ ๓๑ ต.ค.๔๗) 
                    ๒.๓  จนท.ควบคุมตัวราษฎร ต.เอราวัณ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  ดังนี้ 
                        ๑) นายเปารี  สะมะแอ 
                        ๒) นายซอรีฮ๊  อายิ 
                        ๓) นายเปาซี มะหามุ 
                        ๔) นายอับดุลเลาะห์  สาและ 
                        ๕) นายรุสลัน  อาแว 
                        ๖) นายอาหามะ  รอแม 
                         (มติชน  ๑ พ.ย.๔๗) 
อำเภอเจาะไอร้อง
                ๑. ต.จวบ 
                    ๑.๑  นายแวอาลีคอปตอร์  วาจิ  เจ้าของร้านถ่ายรูป/ถ่ายเอกสารในตลาด บ.ยานิง ผู้ต้องหาคดีปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗  ถูก จนท.ออกหมายจับเมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค.๔๗  ปัจจุบันยังคงหลบหนี 
                    นอกจากนั้น นายนาเซร์ เงาะ ผญบ. ม.๘ บ.ไอปาแย คนสนิทนายมะแซ อุเซ็ง ต้องสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็นในการปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อวันที่ ๔ ม.ค.๔๗  ด้วย 
                    ๑.๒   จนท.ประมาณ ๓๐ นาย ล้อมจับนายยาฮรี  หะยีเจ๊ะมุ อายุ ๒๖ ปี  เมื่อวันที่ ๙ ก.ย.๔๗ ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า นายมะ กอตอบีรอ พ่อค้าเนื้อวัว เมื่อวันที่ ๒๒ เม.ย.๔๗  และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 
                    นายยารี หะยีเจ๊ะมุ  มีพฤติการณ์เป็นกลุ่มมือปืนซุ้ม บ.ศาลา ม.๔ ต.จวบ ร่วมกับพวกอีก ๓ - ๔ คน และเป็นสมาชิก ขจก.กลุ่ม GHIO  เขต จ.นราธิวาส  (สยามรัฐ ๑๐ ก.ค.๔๗) 
                    ๑.๓  นายอาแวและ ปะลูกูเล็ง  อายุ ๕๓ ปี  เสียชีวิตในขณะ จนท. เข้าสลสยม๊อบหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  (เดลินิวส์  ๒๘ ต.ค.๔๗) 
                    ๑.๔  จนท. ได้ควบคุมตัวราษฎร ต.จวบ ที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงหน้า สภ.อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค.๔๗  ดังนี้ 
                        ๑) นายซูฮัน  กือจิ 
                        ๒) นายซาหาปูติง  สุหลง 
                        ๓) นายปาตัส  อาแวยานึง  (ปาดัส อาแวยานิง ) 
                        ๔) นายอานูวา  เจ๊ะแต 
                        ๕) นายซูดิง  เจ๊ะและ 
                        ๖) นายมูอัมหมัด  เจ๊ะฮะ 
                        ๗) นายมูหามะฮาซานิง  บากา 
                        ๘) นายดือราแม  มูตอ 
                        ๙) นายอับดุลเลาะ กือจิ 
                        ๑๐) นายอับดลุฮามิ  มามุ 
                        ๑๑) นายยาการียา  เจ๊ะแต 
                        (มติชน  ๑ พ.ย.๔๗)

Comments