ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาวัยรุ่น

        ในปัจจุบันนี้วัยรุ่นเป็นวัยที่หน้าเป็นห่วง มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับวัยรุ่น ซึ่งดูจากข่าวในหน้าหนังสื่อพิมพ์ปัจจุบัน
    ปัญหาวัยรุ่นส่วนใหญ่เกิดจาก ปัญหาครอบครัว การตามเพื่อน ตามกระแสนิยม
 
    ปัญหาวัยรุ่น
    1.การตามกระแสนิยม เช่น การแต่งตัว
    2.การติดเกม
    3.การติดสิ่งเสพติด
    4.การมีเพศสัมพันธ์
 
    ปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดปัญหาวัยรุ่น
        หมายถึง สภาพแวดล้อมภายนอกต่างๆที่สามารถกระตุ้นให้เกิดปัญหา ซึ่งสิ่งเร้าเหล่านี้มีหลายรูปแบบ ได้แก่
 
   
 

1. ตัวเด็ก
ในเรื่องตัวเด็กคนนี้ นักจิตวิทยาได้ศึกษาถึงปัญหาสำคัญ 2 ประการ คือ

1.1 สติปัญญา
จากการศึกษาค้นคว้า มีผู้สรุปว่าเด็กที่มีปัญหาทางความประพฤติ ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กโง่เสมอไป อย่างไรก็ดี คิดเฉลี่ยแล้ว เด็กพวกนี้มักจะมีสติปัญญาปานกลาง ค่อนข้างต่ำ และต่ำมากในแกงค์ต่างๆเด็กที่เป็นหัวหน้า มักจะมีสติปัญญาดี สามารถปกครองเด็กคนอื่นๆในคณะ มีอำนาจทำให้เด็กคนอื่นทำตามคำสั่งได้ และในกรณีที่มีเรื่องเดือดร้อนถึงตำรวจ พวกลูกน้องที่มีสติปัญญาต่ำกว่า และมีความสามารถน้อยกว่า มักจะถูกจับ หัวหน้าผู้เฉลียวฉลาด มักรอดได้แทบทุกครั้ง จากการตรวจวิเคราะห์ทางจิต (Mental examinations) ของกองแพทย์แห่งศาลเยาวชน และคดีเด็กกลาง เมื่อปี พ.ศ. 2498 ได้เปิดเผยว่า “ปัญญาทรามหรือโรคจิตทราม” (Feeble mindedness or Mental Defectives) จากจำนวน 785 ราย ปรากฏโรคดังนี้
ก. ขนาดโง่ (Moron) 19 ราย
ข. โง่ทึ่ม (Imbecile) 1 ราย
ค. อยู่ในเกณฑ์ปัญญาทึบ (Dull) 187 ikp
บุคคลปัญญาต่ำ ย่อมตกเป็นทาสแห่งการชักจูงให้กระทำความผิดต่างๆได้ง่าย ฉะนั้นจึงพบสถิตินี้สูงกว่าประเภทอื่นๆทั้งหมด และอีกประเภทหนึ่งคือ พวกบุคลิกภาพทราม (Psychopathic personality) บุคคลประเภทนี้ สติปัญญาสูง แต่ทรามในเรื่องของความประพฤติและศีลธรรม อย่างไรก็ตาม การที่จะมีสติปัญญาสูงหรือต่ำนั้น เป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ เราไม่สามารถจะช่วยให้เด็กมีปัญญาสูงขึ้นได้ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้เด็กประพฤติผิดได้ ดังนั้น ที่มีผู้พูดว่า ความเกเรเป็นกรรมพันธุ์นั้นคงเป็นเพราะสติปัญญาเป็นกรรมพันธุ์นั่นเอง

1.2 ทางร่างกาย
เคยมีผู้ศึกษาว่า เด็กเกเรจะเป็นเด็กที่มีรูปร่างผิดปกติหรือไม่ แต่ในที่สุดก็ลงความเห็นว่า จะชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าเด็กเกเรจะต้องมีรูปร่างผิดปกติ เพราะเด็กที่มีรูปร่างหน้าตาดีก็อาจจะเกเรได้ ฉะนั้นความเกเรของเด็ก อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นๆยิ่งกว่า เช่นปัญหาทางบ้านและทางโรงเรียน อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเด็กเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่า เด็กที่มีหน้าตาขี้ริ้ว มีโรค หรือพิการ ถ้าไม่สามารถจะเอาเด่นทางการเรียน หรือทางสังคมได้ อาจมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหาก็ได้ เริ่มด้วยการส่งเสียงดังในห้องเรียน ประพฤติผิดกฏโรงเรียน ขโมยของ เล่นการพนัน หรือขโมยของของผู้อื่น เป็นต้น

2. บ้านของเด็ก
บ้าน เป็นสิ่งสำคัญต่อปัญหาของเด็กวัยรุ่นเป็นอันมาก ดังจะได้กล่าวเป็นข้อๆ ดังนี้

2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดา
ในบ้านที่บิดามารดามีความรักใคร่ปรองดองกันดี เด็กย่อมมีความสุข ทั้งทางร่างกาย ทางอารมณ์ ทางสติปัญญา และทางจิตใจของเด็ก ส่วนเด็กที่ขาดความสมบูรณ์เหล่านี้ ย่อมกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา บ้านที่มีลักษณะที่เป็นบ้านแตก (Broken home) คือ บิดามารดาแยกกันอยู่ หรือบิดามีภรรยาหลายคน แต่บุตรของภรรยาแต่ละคนไม่ได้รับความรักและสิทธิเท่ากัน หรือมีการทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันระหว่างบิดาและมารดา บิดาเป็นนักดื่ม มารดาเป็นนักการพนัน เหล่านี้ทำให้เด็กขาดความสุขภายในบ้าน เช่นนี้แล้ว เราจะเห็นได้ว่าเด็กที่เป็นเด็กที่มีปัญหามีหลายประเภท คือ
  • พ่อ แม่ มีฐานะยากจน ไม่มีเวลาอยู่อบรมลูกเท่าที่ควร ลูกก็กลายเป็นเด็กขาดผู้ปกครอง กลายเป็นเด็กข้างถนน
  • พ่อแม่มีฐานะร่ำรวยมาก เด็กสามารถใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย อยากได้เงินใช้จ่ายเท่าใดก็ได้ แต่พ่อแม่ผู้มีธุระทางสังคมมาก จนกระทั่งไม่มีเวลาอยู่ดูแลอบรมลูกได้เท่าที่ควร จนทำให้เด็กกลายเป็นอันธพาลนอกบ้าน เมื่อเป็นเช่นนี้ เด็กจะกระทำการที่รุนแรงได้อีกมาก เพราะเด็กมีเครื่องมือดี คือ บ้าน รถยนต์ และบางครั้งก็มีอาวุธเป็นเครื่องมือด้วย
  • บิดามารดาเอาใจใส่มากเกินไป คอยให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ แม้ว่าบางเรื่องเด็กจะช่วยเหลือตนเองได้แล้วก็ตาม นอกจากนี้บิดามารดายังคอยว่ากล่าวจุกจิก เหมือนเป็นเด็กเล็กๆอยู่เสมอ ทำให้เด็กรู้สึกว่าตนขาดความรัก และไม่ไว้ตนเองว่าตนจะกระทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ ในกรณีเช่นนี้ เด็กจะชดเชยโดยการทำตนเหนือกว่าผู้อื่น ข่มขู่เพื่อนและทำตนเป็นหัวหน้าในทางที่เสื่อมเสีย หรืออาจมีอาการตรงกันข้าม คือขอบทำสิ่งที่เป็นความลับ บิดามารดาที่ชอบทะเลาะวิวาท หรือมีอาการของโรคประสาท และชอบดุด่าบุตรโดยไม่มีเหตุผลอยู่เนืองๆ เด็กก็จะเลียนแบบหรือถอดแบบออกมาโดยไม่รู้สึกตัวได้เช่นเดียวกัน เด็กที่ถูกทอดทิ้งมากเกินไป หรือเด็กที่พ่อแม่เอาใจใส่มากเกินไป ก็มีโอกาสจะเป็นเด็กที่เอาตัวไม่รอดได้เช่นเดียวกัน
2.2 จำนวนสมาชิกในครอบครัว
ครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านน้อยทำให้เด็กไม่มีเพื่อนบ้าน เด็กเกิดว้าเหว่ ทำให้ต้องออกไปคบเพื่อนนอกบ้าน ในทางตรงกันข้าม บ้านที่มีสมาชิกมากเกินไป หรือมีหลายครอบครัวในบ้านเดียวกัน ทำให้เด็กแต่ละคนได้รับความรักไม่เท่ากัน ทำให้เด็กเห็นความเหลื่อมล้ำกันตั้งแต่เด็กยังเล็ก เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ มีปมด้อย และกลายเป็นคนเจ้าคิด เมื่อมีผู้ชักจูงให้กระทำความผิด เด็กพวกนี้ก็จะยินดีร่วมมือโดยง่าย ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีผู้สนับสนุนให้บุตรแต่งงานแล้วแยกไปอยู่ต่างหาก ถ้าไม่มีความลำบากทางเศรษฐกิจจนเกินไป ทั้งนี้ เพื่อให้ความขัดแย้งในครอบครัวลดน้อยลงไป และเพื่อให้สมาชิกในครอบครัว มีความรักใคร่ ปรองดองกันโดยได้รับความรักใคร่ทั่วถึงกัน

2.3 ลูกคนกลาง
เด็กพวกนี้นักจิตวิทยาพบว่า เป็นเด็กที่มีปัญหามากพอใช้ เพราะธรรมดาพ่อแม่มักจะรักลูกคนโตและคนเล็ก คนกลางมักจะถูกทอดทิ้ง เวลาประจบพ่อแม่ คนโตอาจจะนั่งตักพ่อส่วนคนเล็กนั่งตักแม่ คนกลางไม่มีตักจะนั่ง ต้องนั่งกับตักคนเลี้ยงหรือญาติพี่น้องที่มาเยี่ยม ทำให้เด็กเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างยิ่ง ในการเรียน การทำงาน หรือในบางคราวรูปร่างหน้าตาเด็กที่มักจะถูกพ่อแม่เปรียบเทียบว่า สู้พี่ไม่ได้ หรือสู้น้องไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ในจำนวนเด็กที่มีปัญหา จึงมีเด็กจำพวกนี้อยู่เป็นอันมาก

2.4 ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว
ความยากจนนับว่าเป็นแรงผลักดัน หรือเป็นสาเหตุให้พ่อแม่ต้องทอดทิ้งบุตรได้มาก เพราะต้องรีบไปประกอบอาชีพ และความยากจนอีกนั่นแหละที่เป็นสาเหตุให้เด็กต้องประสบความคับแค้นในการกินอยู่ ซึ่งในที่สุดเด็กอาจหันไปประกอบอาชีพในทางทุจริตได้ ตามที่พบสถิติจากศาลเด็กนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่าความผิดส่วนใหญ่ที่เด็กกระทำนั้นเป็นเรื่องประทุษร้ายเพื่อแย่งชิงทรัพย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความคับแค้นทางเศรษฐกิจทำให้เด็กต้องลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม มิได้หมายความว่า เด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจน จะต้องลักทรัพย์เสมอไป เด็กที่พ่อแม่มีฐานะยากจนก็มีอยู่เป็นจำนวนมากที่มีความซื่อสัตย์ จากผลการวิจัยในเรื่องสังคมศาสตร์ในต่างประเทศ ได้ผลน่าสนใจว่า เด็กที่จัดว่าเป็นเด็กเกเรนั้นส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจนมาก หรือเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะสูงมาก ส่วนเด็กที่มาจากครอบครัวฐานะปานกลางนั้นเป็นเด็กเกเรน้อย เด็กที่พ่อแม่มีฐานะทางเศรษฐกิจตกต่ำมากนั้น เกเรเพราะความคับแค้นและด้อยทางศีลธรรม ส่วนเด็กที่พ่อแม่มีฐานะทางเศรษฐกิจปานกลางนั้น เป็นเด็กที่พยายามทำตัวให้สูงขึ้น และเกรงว่าจะต่ำลงไป จึงพยายามศึกษาหาความรู้ เพื่อสร้างฐานะให้มั่นคง ไม่มีเวลาพอที่จะกระทำตนเป็นพาลเกเรมากนัก เรื่องนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าเด็กไทยที่มีปัญหาหรือประพฤติตนเป็นอันธพาลนั้น ส่วนใหญ่มาจากฐานะยากจนมาก และฐานะร่ำรวยมากเช่นกัน

2.5 การปกครองของบ้าน
การปกครองของบ้านที่ทำให้เด็กมีส่วนเสียนั้น ส่วนใหญ่มาจากการปกครอง 2 แบบ คือ

  • บ้านที่มีระเบียบเคร่งครัดจนเกินไป ได้แก่พ่อแม่ที่ค่อนข้างมีหัวโบราณและมีความเชื่อว่า วิธีปกครองเด็กที่ดีที่สุด คือการเก็บตัวเด็กไว้ในบ้าน ไม่ให้ไปไหนเลย และวางระเบียบข้อบังคับต่างๆจุกจิก จนกระทั่งลูกทนไม่ได้ ความกดดันที่เก็บไว้ในใจดังกล่าวก็ไปแสดงออกที่อื่น โดยเฉพาะที่โรงเรียน เด็กจะแสดงออกโดยการประพฤติตนไปในทางที่ผิด หรือประพฤติเกเร หรือหนีออกไปจากบ้าน สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุของการปกครองที่เข้มงวดจนเกินไปนั่นเอง
  • บ้านที่ปล่อยปะละเลย โดยเข้าใจว่าเด็กสมัยใหม่ต้องปล่อยไปตามใจเด็กทุกอย่าง ลูกไปเที่ยวที่ไหน ไปกับใคร พ่อแม่ไม่รับทราบ ลูกไปโรงเรียนหรือไม่ก็ไม่ทราบ ลูกจะหาหนังสือชนิดใดอ่าน เป็นหนังสือที่เป็นภัยต่อจิตใจเด็กหรือไม่ พ่อแม่ก็ไม่สนใจ คิดอยู่แต่ว่าตนมีหน้าที่อย่างเดียวคือหาเงินมาให้เมื่อลูกเรียกร้องเท่านั้น ผลที่สุดเมื่อลูกเสียก็โทษโรงเรียนบ้าง โทษภาพยนตร์ที่เข้ามาฉายบ้าง โทษโทรทัศน์บ้าง ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ ถ้าบิดามารดารู้จักเดินทางสายกลาง คือให้ความเป็นอิสระแก่เด็กบ้างในบางคราว เช่น ในการเลือกเรียนวิชาต่างๆ ควรให้เลือกเรียนตามความสนใจและความถนัด ให้เลือกคบเพื่อนตามที่เด็กชอบ และปล่อยให้ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างตามสมควร พ่อแม่ก็หมั่นให้คำแนะนำอบรมลูกอยู่เสมอ จะช่วยให้เด็กมีความสุขและเป็นคนดีด้วย

2.6 ที่ตั้งของบ้าน
บ้านที่ตั้งอยู่ในบริเวณหรือแหล่งที่ยัดเยียดอัดแอ สกปรก และไม่มีบริเวณให้เด็กวิ่งเล่นเลย เช่น ห้องแถว บ้านที่อยู่ใกล้โรงภาพยนตร์ สถานการพนันต่างๆเหล่านี้ช่วยให้เด็กมีความประพฤติเสียได้ง่าย เพราะเด็กต้องยัดเยียดอยู่ภายในบ้านหลายคน บางแห่งที่มีเสียงทะเลาะดุด่ากันอย่างหยาบคาย อาจทำให้เด็กเลียนแบบก็ได้ การที่ไม่มีที่อยู่เฉพาะสำหรับเด็ก หรือไม่มีสถานที่ให้เด็กเล่น เด็กอาจไปเตร่อยู่ตามหน้าโรงหนังหรือสถานการพนัน ซึ่งอาจจะถูกชักชวนให้เล่นการพนัน ลักเล็กขโมยน้อย สูบบุหรี่และบางครั้งก็กินเหล้า ซึ่งเป็นเหตุจูงใจให้เด็กไปสู่ความเสื่อมเสียอื่นๆอีกมาก

2.7 เด็กขาดผู้ปกครองที่แท้จริง
เด็กที่เดินทางเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯโดยบิดามารดาที่แท้จริงอยู่ต่างจังหวัด บิดามารดาบางคนไม่ทราบว่าเด็กมาพักอยู่กับใคร ที่ไหน เด็กที่มาพักพิงอยู่กับผู้อื่น ความสัมพันธ์ในครอบครัวการอบรมบ่มนิสัยให้แก่เด็กแทบจะไม่มีเลย ซึ่งสาเหตุดังกล่าวเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เด็กเสียได้ เด็กที่ได้รับเงินจากบิดามารดาในต่างจังหวัดมากเกินไป แทนที่จะช่วยให้เด็กเรียนสำเร็จ อาจทำให้เด็กนำเงินไปใช้จ่ายในทางที่ไม่สมควร ใช้ในการเที่ยวเตร่เมามาย จนเรียนไม่สำเร็จก็เป็นได้ ฉะนั้นผู้ที่ส่งเด็กหรือลูกหลานเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ จึงควรคำนึงไว้ให้มากในข้อนี้

3. โรงเรียน
โรงเรียนนอกจากเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ทางวิชาการและทางอาชีพแก่เด็กแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการอบรมบ่มนิสัยให้แก่เด็กด้วย บิดามารดาส่วนมากมีความไว้เนื้อเชื่อใจโรงเรียนจนถึงกับเมื่อส่งเด็กมาเข้าโรงเรียนแล้ว ตนเองก็ปล่อยละเลยการดูแลเด็ก ในบางคราวเมื่อเด็กเสียหายก็จะกล่าวโทษโรงเรียนอยู่เสมอ ปัญหาวัยรุ่นที่เกิดในโรงเรียนส่วนมากนั้น มักมีสาเหตุมาจากปัญหาต่อไปนี้คือ

3.1 โรงเรียนมีที่เรียนไม่พอสำหรับนักเรียน
โรงเรียนดังกล่าวในที่นี้หมายถึงโรงเรียนประถม และโรงเรียนมัธยม อันเป็นที่รวมของเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ เด็กวัยนี้ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจากผู้ใหญ่อยู่ การที่โรงเรียนมีสถานที่เรียนจำกัด ทำให้เด็กไม่มีโอกาสได้เข้าเรียน เด็กต้องออกมาประกอบอาชีพได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ฉะนั้น จึงเป็นสาเหตุให้เด็กเสียคนได้ง่าย เพราะเด็กขาดความสามารถที่จะประกอบอาชีพให้ดีได้นั่นเอง

3.2 ลักษณะของโรงเรียนที่ยังบกพร่องอยู่
เป็นต้นว่า ครูไม่มีความเข้าใจเด็กดีพอ ใช้การทำโทษอย่างรุนแรง เช่น เฆี่ยน ตี ดุ ด่า ประจานอย่างรุนแรง เหล่านี้เป็นการทำร้ายต่อจิตใจของเด็กเป็นอย่างยิ่ง เป็นการยุยงให้เด็กเป็นคนต่อต้าน หรือกลายเป็นเด็กเกเรเลยก็ได้ นอกจากนี้ในการปกครองเด็ก ครูบางคนใช้วิธีการปกครองแบบโบราณ คือถือระเบียบเคร่งครัด โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตามลักษณะของสังคมที่เปลี่ยนไป เด็กจะถามหรือออกความเห็นใดๆไม่ได้ ส่วนครูบางคนก็เข้าใจว่า การปกครองเด็กแบบประชาธิปไตยนั้น คือปล่อยปละละเลย เด็กอยากเรียนก็ได้ ไม่เรียนก็ได้ เด็กเคารพครูหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด และประการสุดท้ายในด้านการสอน ครูบางคนยังใช้วิธีสอนแบบเก่า คือครูพูดทั้งชั่วโมง ซึ่งจะทำให้เด็กเบื่อหน่าย ในปัจจุบันครูได้แก้ไขวิธีการสอนให้น่าสนใจขึ้น เป็นต้นว่าใช้อุปกรณ์การสอน แผนที่ แผนภูมิ หุ่นภาพยนตร์ ให้เด็กร่วมกันอภิปรายหรือมายืนพูดหน้าชั้น มีการทำกิจกรรมต่างๆทั้งในและนอกห้องเรียน ช่วยให้เด็กได้นำความรู้ไปใช้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง เด็กที่สนใจในการเรียนจะช่วยลดความเกเรลงได้มาก

4.สิ่งแวดล้อมอื่นๆ สำคัญ
สิ่งแวดล้อมที่เป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดปัญหาวัยรุ่น มีดังนี้

4.1 ผู้ใหญ่
ผู้ใหญ่บางคนประพฤติเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ไม่ทำงานเป็นหลักฐาน บางคนก็ทำงานโดยถือว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล บางคนนิยมหาชื่อเสียงโดยไม่สะสมความดี บางคนชอบเบ่งซื้อของไม่จ่ายเงิน ขึ้นรถเมล์ไม่ยอมเสียสตางค์ เหล่านี้ เด็กวัยรุ่นซึ่งมีนิสัยชอบเอาอย่างผู้ใหญ่อยู่แล้วจึงเอาอย่างได้โดยง่าย

4.2 สื่อมวลชนต่างๆ
ได้แก่ หนังสือพิมพ์รายวัน วารสาร หนังสืออ่านเล่น ดนตรี ภาพยนตร์ ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์เหล่านี้เป็นต้น เด็กวัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังเสาะแสวงหาสิ่งที่น่าสนใจ และตื่นเต้นต่างๆอย่างกว้างขวาง สื่อมวลชนต่างๆดังกล่าวจึงเข้าถึงจิตใจของเด็กวัยรุ่นอย่างลึกซึ้ง เช่น การเสนอข่าวต่งๆ ถ้าเป็นไปในทำนองยั่วยุให้ทำผิด เป็นต้นว่า เสนอข่าวเด็กวัยรุ่นฆ่าคนตาย จนเจ้าตัวรู้สึกว่าตนเป็นพระเอก หนังสือที่ยั่วยุกามารมณ์ วิทยุ โทรทัศน์ที่ยั่วยุให้เด็กเกิดอาการคลั่งไคล้ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมาจากต่างประเทศหรือในประเทศ ย่อมเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาวุ่นๆได้พอๆกัน เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้จิตใจของเด็กวัยรุ่นเสื่อมลงด้วยกันทั้งสิ้น

      
ข่าวปัญหาวัยรุ่นในปัจจุบัน

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล เกี่ยวกับ ทัศนคติของกลุ่มผู้หญิงที่อยู่ในวัยเรียน” อายุ 15-20 ปี จำนวน 1,031 คน ระหว่างวันที่ 21 มิ..-10 .. พบว่า 78 % เคยมีเพื่อนหรือคนรู้จักมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนและอยู่ก่อนแต่ง 72% มีเพื่อนหรือคนรู้จักที่ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ และ 52% มีเพื่อนหรือคนรู้จักทำแท้งในวัยเรียน

ด้าน รศ.นพ.วรพงศ์ ภู่พงศ์ ผู้แทนสภาวิชาการคุมกำเนิดภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดพบว่า ผู้หญิงกว่า 123 ล้านคนทั่วโลก มีเพศสัมพันธ์โดยไม่คุมกำเนิด ในแต่ละปีมีผู้หญิงกว่า 46 ล้านคนทำแท้ง และในจำนวนดังกล่าวประมาณ 27 ล้านคนอยู่ในทวีปเอเชีย โดย 78,000 ของผู้หญิงเหล่านี้ต้องเสียชีวิตลงเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ทั้งนี้หากมีการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ คาดว่าจะสามารถลดอัตราการตายได้ถึง 1.5 แสนคนต่อปี

แหล่งอ้างอิง

 http://www.formumandme.com/teen/t10.html

http://www.google.co.th/imglanding?q=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99&imgurl=http://btgsf1.fsanook.com/weblog/entry/184/921749/78631159.jpg&imgrefurl=http://www.gangdee.com/board/viewthread.php%3Ftid%3D1461&usg=__5ma2CIKp61fP6ViKIXQ6qYlPueI=&h=526&w=350&sz=92&hl=th&sig2=JdJ6TlPNWDv0RLpVISo7xg&zoom=1&tbnid=bpj7Ty-59ThOVM:&tbnh=132&tbnw=88&ei=9dKSTPXxG8LCccLesPcG&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2599%26start%3D20%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN%26tbs%3Disch:1&um=1&itbs=1&start=24&um=1&sa=N&tbs=isch:1#tbnid=FQv9qTQqTTuQsM&start=53

 
 
Comments