เปิดใจคุยกัน

เวบไซด์ที่น่าสนใจ

Social

ผู้เขียนหน้าเว็บ

  • Tanatphong Chaipuranas
    มีนาคม 16, 2013

บทความเกี่ยวกับความซื่อสัตย์


คุณค่าแห่งความซื่อสัตย์ (รักลูก)

โพสต์8 มี.ค. 2556 07:21โดยTanatphong Chaipuranas


           คนที่มีความซื่อสัตย์ จะเป็นคนที่ศรัทธาการพูดความจริง ซึ่งทำให้การสื่อสารของเขาเป็นไปอย่าเปิดเผย ไม่พูดโกหก ไม่ขโมย และไม่คดโกงใคร รวมทั้งยังคอยเปิดเผยข้อมูล และเป็นหูเป็นตาในเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่ส่งผลเสียหายต่อส่วนรวม หรือแม้แต่ส่วนตน ซึ่งพิจารณาแล้วว่าเป็นอันตราย ดังนั้นความซื่อสัตย์ จึงเป็นคุณค่าสำคัญที่พ่อแม่ควรสอนให้ลูกมีติดตัวไว้ค่ะ

แรกเกิด-2 ขวบ

           ด็กเบบี้เป็นวัยที่มีความซื่อสัตย์ที่สุดค่ะ เมื่อต้องการอะไรก็จะแสดงออกมาอย่างตรงไปตรงมา เช่น ร้องไห้ หัวเราะหรือทำเสียงอู้อ้า แต่ในเด็กวัยเตาะแตะ มักจะบอกสิ่งที่ตรงข้ามกับความจริง เช่น บอกว่าไม่ง่วงนอน ผ้าอ้อมไม่เปียก สิ่งนี้ไม่ได้แสดงว่าลูกโกหกนะคะ แต่เป็นการฝึกใช้คำศัพท์ เพื่อยืนยันสิ่งที่เขาต้องการ วัยนี้จึงควรเริ่มเรียนรู้ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก

สร้างคุณค่าแห่งความซื่อสัตย์

           icon พูดความจริง ถ้าลูกบอกในสิ่งที่ไม่เป็นจริง เช่น หนูยังไม่ง่วง คุณต้องบอกลูกว่า "แม่รู้ว่าหนูยังอยากเล่นต่อ แต่แม่เห็นว่าลูกง่วงนอนมากแล้ว"

           icon ทำสิ่งที่ลูกหวัง ถ้าลูกบอกว่าหิวแต่คุณเพิ่งจะให้กินข้าว ก็ไม่ควรปฏิเสธหรือห้าม แต่ควรบอกลูกว่า "ลูกเพิ่งกินข้าวไปไม่นาน รอสักพักให้ถึงเวลาอาหารว่างก่อนนะคะ"

           icon โกหกเล็ก ๆ ก็คือโกหก สอนให้ลูกรู้ว่าถึงจะเป็นคำโกหกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิด

อายุ 3-4 ขวบ

           คำโกหกของเด็กวัยก่อนอนุบาลจะแสดงถึงความคาดหวังลึกๆ ของเขา และยังหมายถึงการที่ยังขาดความเข้าใจระหว่างความจริงกับความฝัน เช่น "หนูระบายสีสวยที่สุดในห้อง" "ผมขึ้นเครื่องบินมาแล้ว 25 ครั้ง" ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กอยากจะให้เกิดขึ้นจริงๆ และยังโกหกเพราะกลัวว่าจะโดนดุเวลาทำผิด พ่อแม่จึงควรขจัดความกลัวให้ลูก และสอนให้กล้าที่จะยอมรับความจริง

สร้างคุณค่าแห่งความซื่อสัตย์

           icon ปลูกฝังจิตอาสา เช่น ถ้าลูกเห็นน้ำหกอยู่ คุณก็ต้องสอนให้ลูกเช็ดให้สะอาดถึงแม้ว่าลูกจะไม่ได้เป็นคนทำ เพื่อฝึกให้ลูกเชื่อในการทำความดีโดยไม่หวังผล

           icon แยกแยะผิดถูก ชวนลูกเล่นเกมทายผิดถูก เช่น ท้องฟ้าสีเขียว ใช่หรือไม่? เพื่อให้ลูกรู้ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ผิด

           icon ควรเล่านิทานเรื่อง "เด็กเลี้ยงแกะ" ลูกจะได้เข้าใจว่า การโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดีทำให้คนอื่นเดือดร้อน และไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง

อายุ 5-7 ขวบ

           เด็กวัยนี้จะยังไม่ค่อยมีความซื่อสัตย์เท่าไรค่ะ ที่พวกเขาพูดความจริง เพราะว่าพ่อแม่คอยบอกว่าพูดโกหกไม่ดี และยังชอบพูดเกินความจริงหรือพูดเพื่อไม่ให้ถูกลงโทษ

           พ่อแม่จะต้องช่วยลดความรู้สึกอึดอัดใจของลูกที่จะต้องพูดความจริง และคอยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์ในครอบครัวด้วยค่ะ

สร้าง คุณค่าแห่งความซื่อสัตย์

            icon เป็นแบบอย่างความซื่อสัตย์ ทั้งเรื่องยอมรับผิดถ้าคุณผิดนัดเพื่อน หรือการคืนเงินที่ทอนเกินมา

            icon ขอบคุณที่พูดความจริง เมื่อลูกพูดความจริงกับคุณในเรื่องที่ลำบากใจ เช่นทำจานแตก หรือสอบตก ก็ควรขอบคุณลูก เพื่อให้รู้ว่าการพูดความจริงเป็นสิ่งที่ดีค่ะ

            icon รหัสความซื่อสัตย์ ควรมอบหมายงานง่าย ๆ ให้ลูกทำ เช่น เก็บของเล่น เมื่อคุณถามลูกว่า "วันนี้ลูกทำงานเสร็จหรือยัง" ถ้าลูกบอกว่า "เสร็จแล้วครับ"ก็ควรเชื่อลูกว่าลูกพูดความจริง

           ความซื่อสัตย์ การพูดความจริง เป็นสิ่งที่ดี อย่าละเลยที่จะปลูกฝังคุณค่านี้ให้ลูกนะคะ

เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย 

 คลิกอ่านความคิดเห็นของ เพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
 
ฉบับที่ 328 พฤษภาคม 2553

ความซื่อสัตย์

โพสต์8 มี.ค. 2556 07:17โดยTanatphong Chaipuranas

                             ความซื่อสัตย์

ความซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง มีความซื่อตรง มั่นคงอยู่ในศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น มีความสุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจ  ในสังคมวันนี้ ความซื่อสัตย์ได้กลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อคนส่วนใหญ่ละเลย ด้วยจิตสำนึกผิดชอบที่คิดว่าเป็นเรื่องที่สามารถปฏิบัติได้โดยง่าย แต่ในความจริงแล้วความซื่อสัตย์เป็นเรื่องท้าทายใจอยู่ทุกขณะจิต เราต้องตัดสินใจที่ตอบรับหรือปฏิเสธว่าเราจะยังเดินอยู่ในกรอบแห่งความถูกต้องหรือไม่ ความซื่อสัตย์ที่แท้จริงยังเป็นเรื่องที่ต้องวัดได้ในขณะที่ยังไม่มีใครควบคุม ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครมาคอยบังคับอีกด้วยความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่มาจากใจจริง   :   ความซื่อสัตย์ในสังคมจัดเป็นปัญหาระดับชาติที่เริ่มตั้งแต่ตัวบุคคล สังคม และประเทศชาติ ภัยร้ายของความไม่ซื่อสัตย์ในสังคมมีมูลเหตุจากค่านิยมในการวัดความสำเร็จจากความมั่นคั่งแห่งอำนาจเงินและวัตถุ ก่อให้เกิดพฤติกรรมการดำเนินชีวิตในลักษณะกอบโกย ฉ้อฉล คดโกง ใช้อิทธิพลขู่บังคับแลกกับความมั่งคั่งให้มากและรวดเร็วที่สุดการดำเนินชีวิตที่ไม่ซื่อสัตย์ จะกลายเป็นความน่าเศร้าในระยะต่อไป บุคคลเหล่านี้อาจจะไม่รู้ว่าตนเองได้ยึดความล้มเหลวที่ถูกปิดซ่อนมองไม่เห็นไว้ด้วยความหลงผิด เพราะแท้จริงแล้วมันคือ ความล้มเหลวที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลาแห่งความหวาดกลัวที่เกรงว่าคนจะจับได้ เป็นเหมือนหนามเล็กๆที่คอยทิ่มแทงใจการตั้งมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์เป็นเรื่องของความจำเป็น   :   ไม่มีใครปรารถนาอยู่ในสังคมที่ปราศจากความซื่อสัตย์เพราะจะต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและไม่มีความสุข เราต่างก็ปรารถนาความจริงใจจากกันและกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นความซื่อสัตย์จากครอบครัว ชุมชน หรือสังคมหากเราเป็นผู้หนึ่งที่มีความมุ่งหมายในเป้าชีวิตสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน เราต้องปฏิเสธการดำเนินชีวิตที่เห็นเพียงแต่ผลประโยชน์ระยะสั้นเฉกเช่นเดียวกับคนที่ดำเนินชีวิตคดโกงอื่นๆ ที่มีอยู่ในสังคม เราจำเป็นต้องยึดมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์ และพัฒนาจิตสำนึกภายในให้มั่นคงโดยยึดหลักแห่งการตัดสินใจที่ละเลือกความซื่อสัตย์อย่างแท้จริง 


สาเหตุของความไม่ซื่อสัตย์ประเภทหนึ่ง คือ ความหลงอำนาจ เมื่อมีอำนาจเพิ่มมากขึ้น คนเราก็มักจะมีแนวโน้มที่จะใช้อำนาจในทางที่ผิดมากขึ้นด้วย คือ เมื่อมีอำนาจก็หลงตน คิดว่าประสบความสำเร็จและสามารถจะทำอะไรก็ได้ รากแห่งความไม่ซื่อสัตย์ในชีวิตอาจทำให้ผู้มีอำนาจหลงไปโดยการใช้อำนาจในทางที่ผิดได้ บางคนอาจถูกล่อลวงด้วยเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง จนกระทั่งปฏิเสธความซื่อสัตย์ที่มีอยู่ในชีวิตอย่างสิ้นเชิง

1-2 of 2