ประวัติ

ศาลเจ้าปึงเถ้ากง เจ้าเเม่บัวเขียว กุมารห่านวิเศษ คลองเจ้า

ตั้งอยู่ที่     เลขที่ 1 ตำบล เปร็ง อำเภอ บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ รหัสไปรษณีย์ 10560 ใกล้โรงเรียนตลาดปากคลองเจ้า ริมสี่เเยกคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตตัดกับคลองประเวศน์บุรีรมย์  ***ไม่มีหลักฐานว่าก่อตั้งมากี่ปีเเต่คนละเเวกนั้นกล่าวว่าไม่ต่ำกว่า100ปี 
กว่าจะมาเป็นศาลปูน   เดิมศาลเจ้าเป็นศาลไม้เล็กๆข้างโรงสี ต่อมาที่ดินโรงสีได้ยกให้กระทรวงศึกษาธิการเพื่อสร้างโรงเรียนตลาดปากคลองเจ้าเเละศาลเจ้า  ต่อมาผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคสร้างศาลไม้หลังใหม่เเละศาลเจ้าเเม่บัวเขียวด้วย  เเละปัจจุบันชาวคลองเจ้าผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคสร้างศาลปูนหลังใหม่เเละทีกงกับน้ำเต้าเป็นศาลที่สมบูรณ์เเบบจนถึงปัจจุบัน



เทพประธานของศาลแห่งนี้ คือ เจ้าพ่อปึงเถ้ากง ความหมายในภาษาไทย คือ ปู่ ตามความเชื่อโบราณเชื่อว่า แต่ละท้องที่มีเทพประจำ ชาวแต้จิ๋วเรียกโดยทั่วไปว่า “ตี่เถ่าเล่าเอี๊ย” หรือ “เทพผู้เป็นใหญ่ ณ ที่นั้น” ไม่ว่าชาวจีนจะอพยพไปอยู่ที่ใดก็ยังยึดมั่นความเชื่อนี้อยู่ จึงได้แกะสลักรูปเคารพของเทพตี่เถ่าเล่าเอี๊ยจากไม้ขึ้นมาเพื่อเคารพบูชา ภายหลังเรียกอย่างง่ายๆ ว่า “ปึงเถ้ากง”
ปึงเถ้ากงเป็นเทพเจ้าองค์เดียวกับแป๊ะกง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ดิน ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในเมืองจีนตามชุมชนต่างๆ จะมีศาลแป๊ะกงให้เห็นเสมอแป๊ะกงมีบทบาทสำคัญมากในสังคมสมัยก่อน งิ้วหลายเรื่องถ่ายถอดให้เห็นว่ากษัตริย์, ขุนนาง, คนเดินทางใครตกระกำลำบากก็ไปอาศัยศาลแป๊ะกง เป็นที่พักแรม, ที่หลบภัย หรือร้องทุกข์กับเทพเจ้า แป๊ะกง ซึ่งเป็นเทพระดับล่างก็มีหน้าที่ส่งรายงานขึ้นไปเบื้องบนลิ้มเฮียยังเล่าถึงนิทานพื้นบ้านแต้จิ๋วเรื่องหนึ่งซึ่งกล่าวถึงแป๊ะกงว่า สมัยราชวงศ์หมิง เอ็งบ่วงตั๊ก-เสนาบดีกลาโหมชาวแต้จิ๋วยกทัพไปรบ ระหว่างทางแวะพักแรมที่ศาลแป๊ะกง แต่ปรากฏว่าทหารในกองทัพถูกเสือฆ่าตายเอ็งบ่วงตั๊กเดินไปตำหนิแป๊ะกงในศาลว่าเป็นเทพเจ้าที่ไม่ดูแลพื้นที่ให้เรียบร้อยปล่อยให้เสือมาทำร้ายทหารหลวงได้อย่างไร ทั้งสั่งให้แป๊ะกงไปเรียกเสือตัวที่ฆ่าคนตายมารับผิด เมื่อเสือมาพบเอ็งบ่วงตั๊กสั่งให้เสือตัวนั้นถือธงประจำกองทัพแทนทหารที่ตายเป็นการทำคุณไถ่โทษ นิทานเรื่องนี้ทำให้รู้ว่าแป๊ะกง ไม่ได้ดูแลแต่คน หากรวมถึงสรรพสัตว์และสภาพดินฟ้าอากาศของชุมชนอีกด้วยแต่เมื่อคนจีนออกมาทำกินในโพ้นทะเล อาชีพเกษตรที่เคยทำส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นค้าขาย ขณะที่ชื่อของ“ปึงเถ่ากง” ในภาษาแต้จิ๋วนั้นมีความหมายที่ดี คำว่า “ปึง” มาจาก “ปึงจี๊” แปลว่า เงินทุน คำว่า “เถ่า” มาจาก“เถ่าใช่” แปลว่า นิมิตหมายที่ดี ส่วนคำว่า “กง” ใช้เรียกผู้อาวุโส ผู้ชาย หรือหมายถึง ปู่, ตา ปึงเถ่ากงจึงเป็นเทพเจ้าในใจคนที่ทำการค้า ซึ่งลักษณะทั่วไปของคนค้าขายจะอาศัยอยู่ในเมือง หรือ ชุมชนขนาดใหญ่ ประกอบกับการขยายตัวของสังคมเมือง ปึงเถ่ากง จึงกลายเป็นเทพเจ้าของคนในเมือง ขณะที่คนในชนบทที่ห่างไกลออกไปยังคงนับถือและเรียกท่านว่า “แป๊ะกง” เช่นเดิม แป๊ะกงจึงกลายเป็นเทพเจ้าของคนในเมืองขณะที่คนในชนบทที่ห่างไกลออกไปยังคงนับถือและเรียกท่านว่า“แป๊ะกง”เช่นเดิม แป๊ะกงจึงกลายเป็นเทพเจ้าของคนในชนบท ขณะที่ปึงเถ่ากงเป็นเทพเจ้าของคนเมืองไปโดยปริยาย


ฟ้าดิน ( ทีตี่แป่บ้อ ) ทีกง - เทพยดาฟ้าดิน (เทพองค์รอง)

ประวัติความเป็นมา

ตำนานเกี่ยวกับทีกง  ทีตี่แป่บ้อ  หรือการบวงสรวงเทพยดาฟ้าดินนี้  เกี่ยวข้องกับความเชื่อในศาสนาพุทธ  และพราหมณ์  มายาวนานเป็นพันปีแล้ว  จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจีน  ผู้ที่ริเริ่มการบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน  หรือทีกง  ทีตี่แป่บ้อ  เป็นคนแรกคือ  “หย่งเล่อ”  จักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง  ในปี ค.ศ. 1420  โดยจักรพรรดิหย่งเล่อ  ได้เล็งเห็นความสำคัญของการบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน  ในคราวที่บ้านเมืองไม่สงบสุข  ข้าวยากหมากแพง  หรือเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ  ก็ทรงหาวิธีแก้ไขทุกข์ภัย  ด้วยอุบายพิธีต่าง ๆ  จึงได้สร้างหอเทียนถาน “ ฉีเหนียนเตี้ยน”  เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน  เพื่อให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์  เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์  แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ  ปัดเป่าทุกข์ภัยพิบัติต่าง ๆ  และขออภัยไถ่บาปของประชาชน  โดยเชื่อว่า  ฮ่องเต้คือโอรสของสวรรค์  เป็นผู้ประกอบพิธีกรรม  ส่วนคนไทยเรา  ก็ให้ความสำคัญกับการบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน  มายาวนานแล้วเช่นเดียวกัน  โดยในสังคมกสิกรรมทุกสังคม  ก็มีพิธีกรรมต่าง ๆ  เพื่อบวงสรวงบูชาเทพยดาฟ้าดิน  เกี่ยวกับพืชพันธุ์ธัญญาหาร  ขอฟ้าขอฝน  หรือการบูชาเทพต่าง ๆ  ที่เกี่ยวกับดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  เช่นการบูชาพระแม่ธรณี  พระแม่โพสพ  และพระแม่คงคา  ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นการบูชาเทพยดาฟ้าดินทั้งสิ้น  เนื่องจากคนไทยเรา  มีความเกี่ยวข้องกับสังคมกสิกรรม  และพืชผลต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว  ดังมีตอนหนึ่งที่พระเจ้าสุทโธทนะ  พระบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะ (ก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า)  ทรงจัดให้มีพระราชพิธีพระนังคัลแรกนาขวัญ  และวันนั้นเองที่เจ้าชายสิทธัตถะเป็นสมาธิขั้นแรกที่เรียกว่า  “ปฐมฌาน”

ลักษณะความเชื่อ

สำหรับการบูชาทีกง ทีตี่แป่บ้อ หรือเทพยดาฟ้าดินนั้น ชาวจีนมีความเชื่อถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับโลกมนุษย์มาก่อนสิ่งอื่นสิ่ง ใด และมีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และดวงวิญญาณของบรรพบุรุษจะไปสถิตอยู่เบื้องบนสวรรค์ เมื่อสักการบูชาแล้วจะดลบัลดาลความร่มเย็นเป็นสุข บันดาลความอุดมสมบูรณ์ และการสักการบูชาทีกง ทีตี่แป่บ้อ ถือเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษด้วย บ้างก็มีความเชื่อว่าในเวลาที่เราอยู่นอกเคหสถาน ทีกง ทีตี่แป่บ้อ หรือเทพยดาฟ้าดินนี้เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งหลาย ทั้งปวงให้กับผู้ที่บูชา สำหรับคนไทยก็มีความเชื่อในเรื่องของบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน เนื่องจากเป็นสังคมกสิกรรมเกี่ยวข้องกับดิน ฟ้า อากาศ จึงมีความเชื่อกันว่า การบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน การสักการบูชาเทพต่างๆ ที่เกี่ยวกับดิน น้ำ ลม ไฟ จะสามารถบันดาลความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร และความร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งก็เป็นแนวคิดทางพุทธศาสนาที่สอดคล้องกัน




Comments